home ANIME, REVIEW [REVIEW] The Case of Hana & Alice ปริศนาโรงเรียนหลอน : โปรดฟังอีกครั้ง “นี่ไม่ใช่หนังผี”

[REVIEW] The Case of Hana & Alice ปริศนาโรงเรียนหลอน : โปรดฟังอีกครั้ง “นี่ไม่ใช่หนังผี”

สวัสดีคนอ่าน ไม่ได้เจอกันนานมาก ช่วงที่หายไปนี่ถึงจะดูหนังตลอดแต่ก็ไม่ค่อยจะมีเวลาเขียน เพราะเรื่องที่ชอบก็รู้สึกต้องการเวลาในการเขียน เรื่องที่ไม่ชอบก็ไม่รู้จะเขียนอะไร บวกกับ ทางอนิไทม์แจ้งมาว่า กำลังจะเริ่มระบบคอลัมน์ คือให้บล็อกเกอร์แต่ละคนมีคอลัมน์ของตัวเองชัดเจน ก็เลยถือโอกาสแนะนำคอลัมน์ Adult Video ของข้าพเจ้า ซึ่งเป็นการรวบรวมเอาภาพยนตร์แอนิเมชัน ซึ่งไม่ได้มีแต่เด็กเท่านั้นที่ดูได้ มาชักชวนให้ผู้ใหญ่ได้ดูด้วยกัน เราจะได้เข้าใจโลกของกันและกันมากขึ้น แล้วก็ขอถือโอกาสเชิญชวนทุกท่านที่อยากเป็นบล็อกเกอร์ของอนิไทม์ มีคอลัมน์เป็นของตัวเองแบบนี้ จิ้มที่ปุ่ม BLOGGER ด้านบนสุดของจอ เพื่อสมัครได้เลยจ้า

Untitled-1

(บทความต่อไปนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาซึ่งเป็นสาระสำคัญของเรื่อง อาจทำให้เสียอรรถรสในการรับชม แต่จริงๆ มันไม่เสียหรอก ไปดูก็ยังสนุกอยู่ดี เชื่อเราเถอะ)

เนื่องจากมีเวลาว่างวันเดียวในรอบหลายสัปดาห์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาผมจึงไปดูหนังทีเดียวถึง 3 เรื่อง และหนึ่งในนั้นก็คือเรื่อง ‘The Case of Hana & Alice ปริศนาโรงเรียนหลอน’ ซึ่งเข้าฉายที่ลิโด้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา ผมไม่มีความรู้อะไรเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้เลย นอกจากเป็นแอนิเมชันภาคต้นของ ‘Hana & Alice สองหัวใจหนึ่งความทรงจำ’ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมเมื่อสิบเอ็ดปีที่แล้วซึ่งกำกับโดย ‘ชุนจิ อิวาอิ’ (ซึ่งผมก็รู้จักผลงานแค่เรื่องเดียวคือ All about Lily Chou Chou) แล้วรู้สึกว่าอบอุ่นน่ารักมาก จนอยากดูภาคก่อนหน้านี้ขึ้นมา แต่พอกลับบ้านมาหาว่าเนื้อเรื่องภาคก่อนเป็นอย่างไร ก็พบว่าไม่ค่อยมีคนเขียนถึง Hana & Alice ในอินเทอร์เน็ตสักเท่าไหร่ แม้แต่บรรดาบล็อกเกอร์ที่เขียนรีวิวภาพยนตร์ภาคนี้ก็เขียนเกริ่นว่าไม่เคยชมภาคเก่ากันซะหมด ผมก็เลยไปหามาดูเองเลย

Hana & Alice (Hana to Arisu, 2004) เป็นเรื่องราวความน่ารัก ปนความตลกแบบโก๊ะๆ ของสองสาวคู่ซี้ตัวติดกัน ไปไหนไปกัน เรียนด้วยกัน เล่นด้วยกัน เต้นบัลเล่ต์ด้วยกัน ชอบอะไรเหมือนๆ กัน อย่าง ‘อาราอิ ฮานะ’ กับ ‘อาริสึกาวะ (อลิซ) เท็ตสึโกะ’ ผ่านงานภาพที่อบอุ่น สวยงาม เรียบง่าย น่ารักอย่างเป็นธรรมชาติ หากใครชอบเสพโฟโต้บุ๊กญี่ปุ่นๆ หรือภาพสาวญี่ปุ่นจากแฟนเพจอย่าง A Girl Like You ล่ะก็ นี่คือภาพยนตร์ของคุณเลยล่ะ


เรื่องวุ่นๆ ใน Hana & Alice เริ่มขึ้นเมื่อฮานะตามสตอล์กรุ่นพี่ที่แอบชอบไปจนได้พบเขาล้มหัวฟาดพื้น เธอจึงรีบเข้าไปดูอาการ ในขณะที่เขากำลังมึนๆ งงๆ นั้น ฮานะก็โกหกยัดใส่หัวเขาไปว่าเธอกับเขาเป็นแฟนที่กำลังคบหากันอยู่ แถมยิ่งนานวันก็ยิ่งโมเมรายละเอียดปลอมๆ เข้าไปอีกเป็นตุเป็นตะ ในขณะที่เสี่ยงจะความแตกว่าเธอเป็นแค่สตอล์กเกอร์ ไม่ใช่แฟน ฮานะก็โกหกเพิ่มให้ชายหนุ่มมึนงงเข้าไปอีกว่า อลิซนั้นเป็นแฟนเก่าของเขา ซึ่งเลิกกันไปก่อนจะมาคบกับเธอ ทำให้อลิซ ซึ่งในขณะนั้นเริ่มมีแมวมองจากบริษัทโมเดลลิ่งเข้ามาทาบทามให้ไปแคสติ้งเป็นนางแบบนิตยสาร ต้องตกกระไดพลอยโจนมาเล่นตามน้ำไปด้วย มิตรภาพของพวกเธอทั้งสองจึงเริ่มสั่นคลอนและเหินห่างกันไป

ทว่าในภาคนี้ก็ไม่ได้เล่าว่าฮานะกับอลิซมาเป็นเพื่อนกันได้อย่างไร เหตุใดทั้งสองสาวถึงสนิทกัน รักกัน ตัวติดกันได้ขนาดนี้ นอกจากประโยคหนึ่งซึ่งตัวละครชื่อฟูจังพูดเพื่อให้ทั้งสองคนเลิกทะเลาะกัน เป็น Hint เล็กๆ เท่านั้น จนกระทั่ง 11 ปีผ่านไป The Case of Hana & Alice จึงออกมาเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปนั้นให้สมบูรณ์

The Case of Hana & Alice (Hana to Arisu Satsujin Jiken, 2015) เปิดฉากด้วย ‘อลิซ’ ซึ่งพึ่งย้ายมายังบ้านหลังใหม่ในเมืองฟุจิโกะ หลังจากแม่ของเธอซึ่งเป็นนักเขียนนิยายตัดสินใจหย่ากับสามี ขณะกำลังเต้นบัลเล่ต์อย่างสนุกสนานในห้องของตัวเอง เธอก็สัมผัสได้ถึงสายตาของเด็กผู้หญิงแอบมองเธอมาจากบ้านตรงกันข้าม ซึ่งคนที่นี่หวาดกลัวและเรียกว่า ‘เคหาสน์ดอกไม้’

ที่โรงเรียนใหม่ อลิซต้องเข้ามาพัวพันกับเรื่องเล่าประหลาดๆ เกี่ยวกับตำนานของ ‘ยูดาส’ และคนๆ เดียวที่รู้เรื่องราวที่แท้จริงของตำนานยูดาสก็คือเด็กสาวในเคหาสน์ดอกไม้เท่านั้น..

hanacase720.12e

อ่านย่อหน้าที่แล้วจบ คุณๆ คงสงสัยว่า เอ่อ ไหนตอนต้นบอกว่าเป็นหนังตลก ใช่ครับ.. มันเป็นหนังตลก แต่คนที่ไม่เคยดูภาคสิบเอ็ดปีก่อนอย่างผม ก็คงจะโดนหลอกให้เชื่อว่านี่เป็นหนังเขย่าขวัญแน่นอน เพราะไม่ว่าจะชื่อเรื่องในภาษาไทย หรือเทรลเลอร์เอง ก็ชี้ให้ไปทางนั้นเสียหมด แต่ไม่ใช่ครับ ย้ำอีกทีว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นแนวตลกอบอุ่นหัวใจอย่างแท้จริง ถ้าถูกหน้าหนังหลอกจนไม่กล้าดูแล้วพลาดภาพยนตร์ดีๆ ไป จะหาว่าไม่เตือนนะ


อลิซตัดสินใจบุกเข้าไปในเคหาสน์ดอกไม้ แล้วได้พบกับ ‘ฮานะ’ เด็กสาวที่กลายเป็นฮิคิโคโมริไม่ยอมออกจากบ้านโดยไม่ทราบสาเหตุ เพื่อถามความจริงของตำนานยูดาส ซึ่งการพบกันของทั้งสองคนนี้เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัย 1 วันอันเต็มไปด้วยเรื่องสุดโก๊ะในช่วงครึ่งหลังของภาพยนตร์ ซึ่งทำเอาคนดูได้นั่งยิ้มไม่หุบ สลับกับขำก๊ากลั่นโรง

hanacase720.10e

hanacase720.04e

ไม่เพียงจะเติมเต็มคำถามต่างๆ เช่น ที่มาของมิตรภาพของทั้งสองสาว หรือเหตุผลที่ฮานะยอมออกจากบ้าน จากภาพยนตร์เมื่อ 11 ปีก่อนให้สมบูรณ์แล้ว The Case of Hana & Alice ก็ยังไม่ละทิ้งเสน่ห์ต่างๆ จากฉบับดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นงานภาพที่เทียบกันได้ฉากต่อฉาก เพลงประกอบและดนตรีประกอบซึ่งเป็นเพลงเดียวกับฉบับดั้งเดิม ซึ่งชุนจิ อิวาอิ ผู้กำกับ ก็เป็นผู้แต่งเอง (พี่จะเก่งไปไหนครับ) ไปจนถึงรายละเอียดต่างๆ เช่น นิสัยชอบใครแล้วจะจริงจังมากเกินไปของฮานะ บทสนทนาอันอบอุ่นของอลิซกับพ่อ ฉากเต้นบัลเล่ต์อันงดงามของอลิซ รวมไปถึงขนมคิทแคท (Hana & Alice เริ่มต้นจากการเป็นหนังสั้นฉลอง 30 ปี ขนมคิทแคทของเนสท์เล่) และรายละเอียดอื่นๆ อีกมากมาย ที่แฟนหนังภาคเก่าจะต้องยิ้มเมื่อได้เห็นอีกครั้งอย่างแน่นอน

ความพิเศษอีกประการของภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องนี้ที่จะไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ก็คือการให้ แอน สึซึกิ ผู้รับบท ฮานะ และ ยู อาโออิ ผู้รับบท อลิซ ในฉบับคนแสดง มาพากย์เสียงเป็นตัวละครทั้ง 2 ตัวในฉบับนี้อีกด้วย ถ้ามองในแง่กิมมิค แฟนๆ ก็คงจะรู้สึกตื้นตันใจ แต่ถ้ามองในแง่ความเหมาะสมแล้วก็กลายเป็นว่าเสียงตัวละครเอกทั้งสองฟังดูแก่เกินไปสักหน่อย ด้วยอายุอานามของนักแสดงที่พ้นวัยรุ่นไปจะแตะเลข 3 กันแล้ว เสียงของตัวละครแม่ยังจะสาวมากกว่า


The Case of Hana & Alice ดำเนินเรื่องได้กระชับกว่าฉบับภาพยนตร์ดั้งเดิมมาก งานภาพใช้เทคนิค Rotoscope ซึ่งเป็นการทำแอนิเมต 3 มิติ จากฟุตเทจคนแสดง แล้วเรนเดอร์ออกมาเป็นภาพ 2 มิติ ซึ่งเป็นที่นิยมในภาพยนตร์แอนิเมชันที่ต้องการจะให้งานภาพดูคล้ายภาพยนตร์คนแสดง โดยละทิ้งรายละเอียดและความพลิ้วไหวลงไป ซึ่งก็เข้ากันได้ดีกับภาพยนตร์เรื่องนี้ ฉากส่วนใหญ่เป็นการใช้ภาพถ่ายจากสถานที่จริงมาทำเป็นภาพแนวสีน้ำมัน จึงไม่ค่อยมีการแอนิเมตฉาก ซึ่งการถ่ายทำแบบแช่กล้องไว้เฉยๆ ซึ่งเป็นส่วนใหญ่ของหนัง ก็เอื้อกับการใช้ภาพนิ่งเป็นฉากได้ดี แต่บทจะเปลี่ยนจากการแช่กล้องเป็นการแบกกล้องวิ่งหรือหมุนจนเวียนหัว ไปจนถึงการตะแคงกล้องให้ต้องเอียงหัวดูในบางฉากไม่มีปี่มีขลุ่ย ผนวกกับผมเลือกที่นั่งใกล้จอไปหน่อย (ลืมว่าเวลาซื้อตั๋ว จอเลือกที่นั่งที่ลิโด้จะหันหน้าคนละฝั่งกับโรงหนังทั่วไป) เลยแอบมึนหัวเล็กน้อย

hanacase720.11e

hana_alice-1024x425

(บางทีก็จะเจอตะแคงกล้องกันแบบนี้)


ไม่เพียงแต่ความฮาวายป่วง ปนความน่ารักอบอุ่นละมุนละไมที่ทำให้เราอดยิ้มไม่ได้เท่านั้น อ่าห์.. ตรงนี้ผมพยายามคิดว่าผมควรจะเขียนว่าได้อะไรจากภาพยนตร์เรื่องนี้ เมื่อกี้ผมเขียนไปตั้งแต่การแพร่กระจายของข่าวลือ การกำเนิดของศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ วัยรุ่น คัมมิ่งออฟเอจ ฯลฯ แล้วก็ลบทิ้งไปเพราะรู้สึกว่าจะจริงจังเกินไปสักหน่อย ในที่สุดแล้วผมคิดว่า การปล่อยตัวปล่อยใจ เอาใจช่วยทั้งสองสาวให้กลับบ้านได้สำเร็จ จะเป็นวิธีดูหนังเรื่องนี้ได้สนุกที่สุดแน่นอน ผมมั่นใจเช่นนั้น

“มีบ้านหลังหนึ่ง ทุกคนเรียกบ้านหลังนั้นว่า ‘เคหาสน์ดอกไม้’ ถ้าเธอเดินผ่านบ้านหลังนั้นระหว่างกลับบ้านล่ะก็ เธอจะเห็นเด็กผู้หญิงแอบมองออกมาจากหน้าต่าง แม่ของฉันเล่าให้ฟังว่า อยู่ดีๆ เด็กผู้หญิงคนนั้นก็เริ่มเกลียดการมาโรงเรียน และไม่ก้าวออกมาข้างนอกบ้านอีกเลย ทุกคนเลยกลัวเคหาสน์ดอกไม้กันมาก

แต่วันหนึ่ง.. เธอก็ยอมก้าวขาออกมา เริ่มเรียนบัลเล่ต์ และเมื่อเราได้พบกับเด็กหญิงจากเคหาสน์ดอกไม้ เราก็ได้รู้ว่า จริงๆ เธอเป็นคนที่น่ารักมาก” – ฟูจัง (Hana & Alice, 2004)

ถึงแม้จะเป็นหนังตลกสไลซ์ออฟไลฟ์ แต่พอได้ยินประโยคนี้ในภาพยนตร์เรื่อง Hana & Alice เข้า น้ำตามันก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว ผมเป็นหนึ่งในคนที่ไม่ได้มีความผูกพันยาวนาน 11 ปีเหมือนกับคนอื่นๆ แต่ก็เช่นเดียวกับฮานะและอลิซ ซึ่งสามารถผูกพันเป็นเพื่อนรักกันได้ในชั่วข้ามคืน ผมเชื่อว่าถ้าคุณได้ชมภาพยนตร์ทั้ง 2 เรื่องนี้ คุณเองก็จะรู้สึกเหมือนผูกพันกับเธอทั้งสองคนมาเป็นเวลานานได้ในชั่วข้ามวันเช่นเดียวกัน


ปล. ขอทิ้งท้ายด้วยบทเพลง Fish in the Pool เพลงประกอบภาพยนตร์ซึ่งผมนั่งฟังจนจบ End Credit  และนั่งฮัมตลอดทางกลับบ้าน เป็นเพลงที่ไพเราะมากเพลงนึงทีเดียว

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Comment moderation is enabled. Your comment may take some time to appear.