ถ้าพูดถึงอนิเมะขวัญใจของใครหลายๆ คน หนึ่งในลิสต์รายชื่อแน่นอนว่าต้องมี อินุยาฉะเทพอสูรจิ้งจอกเงิน กันอย่างแน่นอน

อินุยาฉะเป็นอนิเมะที่ถูกสร้างขึ้นจากมังงะของ อาจารย์ทาคาฮาชิ รูมิโกะ เป็นเรื่องราวของครึ่งอสูรจิ้งจอก อินุยาฉะ ที่หวังจะครอบครองลูกแก้วสี่วิญญาณเพราะต้องการเป็นอสูรอย่างเต็มตัว แต่เรื่องกลับไม่ง่ายอย่างที่คิดเมื่อเขาพลาดท่าถูกมิโกะอย่าง คิเคียว ยิงธนูปิดผนึกไว้กับต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ยาวนานถึง 50 ปี! จนมาถึงยุคปัจจุบันของ คาโงเมะ สาวมัธยมต้นที่มีลูกแก้วสี่วิญญาณอยู่ในตัว วันหนึ่งเธอถูกปีศาจตะขาบดึงลงไปในบ่อน้ำและหลุดเข้าไปในยุคสงคราม ก่อนจะเผลอทำให้อินุยาฉะตื่นขึ้นมาจากการถูกผนึก เนื้อเรื่องที่เข้มข้นจึงเริ่มต้นขึ้นหลังจากนั้น

นอกจากอนิเมะเรื่องนี้จะสร้างความประทับใจให้กับคนดูได้อย่างยาวนานแล้ว เรื่องราวความรักของตัวละคร ในเรื่องก็ยังคงตราตรึงใจผู้ชมเช่นกัน อย่างคู่ที่แม้จะออกมาให้เราได้ชื่นชมแบบน้อยๆ ทว่าพอมีโมเมนต์แล้วก็ทำให้แม่ยกอย่างเราๆ หวีดร้องขอภาคต่อของคู่นี้โดยด่วนคงหนีไม่พ้น ท่านเส็ตโชมารูและรินจัง นั่นเอง เรียกได้ว่าเป็นคู่ที่ทุกคนต่างลุ้นให้พวกเขาได้มาลงเอยกัน แต่นิสัยส่วนตัวของเส็ตโชมารูนั้นเป็นคนที่เย็นชาด้วยศักดิ์ของอสูรชั้นสูงแถมยังเกลียดมนุษย์อีกต่างหาก

 

แล้วอะไรที่ทำให้ทั้งคู่ได้มาลงเอยกันล่ะ?

 

1. รอยยิ้มแรกพบ

หลังจากต่อสู้กับน้องชายอย่างอินุยาฉะเพื่อแย่งดาบเขี้ยวอสูรมาเป็นของตนแล้ว เส็ตโชมารู ได้รับบาดเจ็บอย่างหนักและเข้ามาหลบอยู่ในป่าใกล้ๆ หมู่บ้านของ ริน สาวน้อยที่กลายเป็นใบ้หลังจากเห็นพ่อแม่และพี่ชายถูกโจรป่าฆ่าตายต่อหน้า เธอเดินเข้ามาในป่าและพบเจอเส็ตโชมารูโดยบังเอิญ ด้วยความที่ไม่ประสีประสาของเด็กน้อย เธอไม่รู้ว่าคนตรงหน้านั้นคือ อสูร เลยเดินเข้าหาเขาช้าๆ ก่อนจะถูกเส็ตโชมารูขู่ด้วยสายตาอันแดงก่ำจนทำให้รินตกใจกลัว แต่ที่น่าแปลกคืออสูรร้ายกลับไม่ได้ทำร้ายเธอแต่อย่างใด

ตกค่ำวันนั้น รินได้นำอาหารและน้ำมามอบให้กับเส็ตโชมารู เขามองมันก่อนจะเบือนหน้าหนีและพูดขึ้นมาว่า

“อย่ายุ่งไม่เข้าเรื่องดีกว่า ข้าไม่ชอบกินอาหารของพวกมนุษย์หรอก”

ต่อให้เธอจะถูกปฏิเสธอย่างเย็นชา แต่วันแล้ววันเล่าสาวน้อยรินก็ยังนำอาหารมาให้กับเส็ตโชมารูอยู่ดี จนมาวันหนึ่งเธอถึงกับยอมไปขโมยปลามาให้จนโดนชาวบ้านทุบตี เส็ตโชมารูเห็นดังนั้นแทนที่จะรำคาญแต่กลับถามด้วยความเป็นห่วงถึงรอยแผลบนใบหน้าของริน และความเงียบของเธอที่ไม่ยอมพูดอะไรออกมา ทำให้เส็ตโชมารูที่เหมือนจะรู้ว่าสาวน้อยตรงหน้าต้องเจ็บตัวเพราะตน พูดแก้เก้อออกไปว่า  “ถ้าไม่อยากบอกก็ช่างเถอะ”

ถึงแม้จะเป็นประโยคคำถามที่แสนธรรมดา แต่กลับทำให้สาวน้อยเผย รอยยิ้มใสซื่อบริสุทธิ์ ให้เห็นและทำให้เส็ตโชมารูที่นั่งมองนกมองไม้อยู่ถึงกับหันมามองหน้าของเธอและถามขึ้นอย่างสงสัย

“ดีใจอะไร? ข้าก็แค่ถามไปอย่างนั้นเอง”

ก็ไม่รู้ว่าคนขี้ซึนจะถามขึ้นมาเฉยๆ จริงหรือไม่ แต่รอยยิ้มที่ได้เห็นก็คงทดแทนความเป็นห่วงของอสูรผู้นี้ได้ดีจนไม่ต้องหาคำตอบอะไรให้มันยุ่งยากแล้วค่ะ และเพราะรอยยิ้มนี้แหละที่ทำให้เส็ตโชมารูตัดสินใจใช้ดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นปลุกชีพรินที่สิ้นลมหายใจไปแล้วให้กลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้งและสามารถกลับมาพูดได้ดั่งเดิม นับตั้งแต่วันนั้นรินจึงเลือกติดตามและอยู่เคียงข้างเส็ตโชมารูตลอดไป

 

2. ความเย็นชาแพ้ความสดใส

 

 

การเดินทางร่วมกันของเส็ตโชมารูและรินไม่ได้มีแต่การต่อสู้กับปีศาจ แต่เส็ตโชมารูเองก็ยังต้องต่อสู้กับ ความสดใสร่าเริง เช่นกัน อย่างที่รู้กันว่าเส็ตโชมารูถูกเลี้ยงมาแบบปีศาจชั้นสูง ใครจะมาเล่นหัวก็ไม่ได้ เรียกได้ว่าทั้งชีวิตของเส็ตโชมารูก็จะเจอแต่คนก้มหัว หวาดเกรงในอำนาจอยู่เสมอจนทำให้กลายเป็นคนเย็นชา เหมือนมีป้อมปราการน้ำแข็งกั้นระหว่างเขากับคนอื่นไว้ถึง 7 ชั้น

ทว่าความน่ารักความสดใสของรินจังก็ค่อยๆ เจาะชั้นน้ำแข็งนี้เข้าไปได้ทีละน้อยจนบางครั้งก็ได้เห็นรอยยิ้มของท่านเส็ชโชมารูอย่างที่ไม่คิดว่าชาตินี้จะได้เห็น เปลี่ยนจากที่ไม่เคยสนใจว่าใครจะเดือดร้อนอย่างไรก็กลายเป็นคนที่ห่วงใยในตัวรินอย่างที่สุด คอยปกป้องและไม่ปล่อยให้รินเป็นอันตราย

 

3. การตัดสินใจของริน

ในช่วงที่รินถูกปีศาจ อังโคคุคิ เป่าขลุ่ยให้ตามเข้าไปในถ้ำ เส็ตโชมารูรู้เรื่องเข้าเลยตามไปช่วยรินจัง แต่ก็ต้องปะทะกับ นักบวชอุนไก ที่เกลียดปีศาจเข้ากระดูกดำ แน่นอนว่าท่านเส็ตโชมารูชนะแบบไม่ต้องทำอะไรมาก และรินเองก็ดีใจที่ท่านเส็ตโชมารูของเธอไม่ได้เป็นอะไร

เมื่อจัดการกับศัตรูและกำลังจะเดินทางต่อ นักบวชอุนไกได้รั้งรินไว้และพยายามโน้มน้าวไม่ให้รินเดินทางไปกับท่านเส็ชโชมารูเพราะเชื่อว่าไม่มีทางที่มนุษย์จะอยู่ร่วมกับอสูรได้

เรื่องนั้นรินก็รู้ดีว่าตัวเองเป็นมนุษย์คงไม่มีทางที่จะได้อยู่กับเส็ตโชมารูได้ตลอดไป เพราะมนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่เปราะบาง อายุไขก็สั้น แต่รินเองก็ เลือกที่จะเดินไปกับเส็ตโชมารู โบกมือลาชีวิตปกติเหมือนเด็กทั่วไปและวิ่งตามอสูรจิ้งจอกผู้สูงศักดิ์ไปทันที ซึ่งนั่นถือเป็นการตัดสินใจที่อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เส็ตโชมารูหลงรักเด็กน้อยคนนี้ก็เป็นได้นะคะ

 

4. คำขอของเธอ

 

“แม้ว่าสักวันหนึ่งรินจะต้องตายไปแต่ว่าท่านอย่าลืมรินจะได้ไหมคะ”

   คำขอสุดน่ารักจากปากของสาวน้อยที่ทำเอาท่านเส็ตโชมารูถึงกับตกใจและตอบปัดอย่างซึนๆ ว่า “พูดอะไรบ้าๆ” เป็นอีกหนึ่งโมเมนต์น้อยๆ แต่ก็พาขึ้นสวรรค์ได้ ซึ่งคำขอของรินไม่รู้จะส่งผลต่อหัวใจของท่านเส็ตโชมารูได้มากน้อยแค่ไหน แต่ความไร้เดียงสาของเธอคงทำให้เขาลืมเธอไม่ลงไปตลอดชีวิตแน่นอนค่ะ

 

5. การกระทำสำคัญกว่าคำพูด

 

แม้ว่าในเรื่องนี้จะไม่ค่อยมีคำบอกรักหรือบอกอะไรให้เป็นนัยว่าฉันชอบเธอนะ แต่สิ่งที่พิสูจน์ว่าทั้งสองรักกันก็คงไม่พ้นดูจากการกระทำของเส็ตโชมารูที่ทำให้เรารับรู้ได้ อย่างเช่น ตอนที่รินได้สิ้นลมหายใจอีกครั้งเมื่อเข้าไปในโลกปรภพ คำพูดที่บอกว่า

“ไม่มีของสิ่งใดที่จะมาทดแทนชีวิตของรินได้”

ทำให้ดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นรับรู้ถึงจิตใจที่แท้จริงของเส็ตโชมารู หรือจะเป็นความดีใจที่เส็ตโชมารูแสดงออกมาเมื่อรินกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ที่แม้แต่แม่แท้ๆ ของเขาเองก็เพิ่งจะเคยเห็นลูกชายดีใจแบบนี้

แม้กระทั่งตอนจบเส็ตโชมารูให้รินอยู่กับคุณยายคาเอเดะที่หมู่บ้าน แทนที่จะติดสอยห้อยตามเดินทางไปกับเขา ซึ่งที่เป็นเช่นนี้ก็คงเพื่อความปลอดภัยของริน อาจจะเพราะรินเคยตายมาแล้วถึงสองครั้งจึงได้ใส่ใจกับความปลอดภัยเป็นพิเศษ แต่เขาไม่ได้ไปแล้วไปลับ เส็ตโชมารูหอบหิ้วกิโมโนตัวใหม่มาให้รินถึงหมู่บ้านเสมอๆ ซึ่งถ้าไม่รักจริงก็คงไม่ทุ่มเทเสี่ยงอันตรายช่วยชีวิตรินหลายครั้งหรือเทียวไปเทียวมาเอาของขวัญมาให้เธอที่หมู่บ้านทุกปี  เรียกได้ว่าถ้าไม่ใช่ความรักก็ไม่รู้ว่าจะพูดว่าอะไรได้จริงๆ ค่ะ เพราะรักถึงได้อยากให้คนที่รักได้มีชีวิตอยู่ยืนยาว อยู่ไปด้วยกันนานๆ

แต่ที่ชัดเจนที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นตอนเล่นเกมลิ้นพันกันใน INUYASHA CD DRAMA – ASATTE เป็นเกมที่รินเสนอขึ้นมาเพื่อสงบศึกระหว่างเส็ตโชมารูและอินุยาฉะที่ทะเลาะกันเรื่องที่อินุยาฉะทำสุสานของท่านพ่อพัง

เกมลิ้นพัน เป็นเกมที่ผู้เล่นต้องออกเสียงคำอะไรก็ได้ที่ฟังดูแล้วสับสนและเป็นคำที่ใกล้เคียงกันในเวลาอันรวดเร็ว ในเกมนี้ท่านเส็ตโชมารูพูดเพียงแค่ 2 วินาทีเท่านั้น! ลำพังถ้าฟังเปล่าๆ คงไม่รู้ใจความที่แท้จริง ต้องให้ถึงมือคาโงเมะที่ได้อัดเสียงของเส็ตโชมารูเอาไว้ตอนเล่นเกมและนำมาเปิดให้อินุยาฉะฟังอีกครั้ง ซึ่งสามารถแปลคำพูดเกมลิ้นพันกันของเส็ตโชมารูได้ดังนี้

ริน…ชีวิตของเจ้าในหมู่บ้านปกติดีไหม?

ไม่มีใครแกล้งเจ้าใช่ไหม?

เจ้าได้สวมกิโมโนตัวที่ข้าเพิ่งให้ไปหรือเปล่า?

ถ้าเจ้าพบว่าเจ้ากำลังอยู่ในอันตราย ไม่มีความสุข หรือมีเรื่องไม่สบายใจ ไม่ว่าตอนไหนก็ตาม แค่เพียงเจ้าเรียกข้าเส็ตโชมารูผู้นี้ ข้าจะไปอยู่ข้างกายเจ้าในทันที แม้เราจะห่างไกลกัน

ตราบใดที่เจ้าเรียกข้า ข้าจะรีบโบยบินมาหาเจ้า ถ้าเจ้าเอ่ยออกมาไม่ได้ เจ้าก็แค่ผิวปากให้ดังหรือค่อยก็พอ ไม่มีระยะห่างระหว่างเราเลย หัวใจของเราผูกพันกันเสมอ

พลังของความเชื่อใจจะชนะทุกสิ่งอย่างแม้แต่ความหวาดหวั่นใดๆ และความรักระหว่างเราสองคน จะยิ่งเป็นสิ่งทำให้หัวใจเราสองนั้นเต็มเปี่ยมและมากล้นด้วยความรักมากยิ่งขึ้นไปอีก เพราะฉะนั้น ตอนนี้เจ้าก็จงเป็นตัวของตัวเองไป มีเวลามากพอสำหรับข้าที่จะเฝ้ามองเจ้าค้นหาว่าหัวใจของเจ้า นั้นรู้สึกอย่างไรกับข้า…ก่อนจะถึงตอนนั้น ดูแลตัวเจ้าเองด้วยล่ะ….

ใครจะเชื่อว่าคำพูดสั้นๆ อันรวดเร็วจะกลายเป็นเหมือน คำขอแต่งงาน ที่หวานหยดย้อยละมุนละไมแบบนี้ ทั้งๆ ที่จะสามารถพูดอะไรก็ได้แต่เส็ตโชมารูเลือกที่จะพูดให้รินโดยเฉพาะ บอกรักรินแบบอ้อมๆ ตามสไตล์คนซึน และที่น่าแปลกใจก็คือคำพูดสั้นๆ ที่คาโงเมะต้องกรอมาฟังกับอินุยาฉะเนี่ย ในตอนนั้นมีแค่รินคนเดียวที่ฟังรู้เรื่องจนเขินม้วนไม่เป็นท่า สุดท้ายก็ตัดสินผลให้ท่านเส็ตโชมารูเป็นคนชนะในเกมนี้ไปนั่นเอง

 

ถึงตอนจบในอนิเมะจะไม่ได้บอกอย่างแน่ชัดว่าเส็ตโชมารูรักรินจริงๆ หรือไม่ แต่การกระทำของเส็ตโชมารูก็คงบอกได้หมดทุกอย่างแล้ว ผู้อ่านคนไหนอ่านแล้วคิดถึงความน่ารักของคู่นี้ ก็อย่าลืมไปย้อนดู อินุยาฉะ เทพอสูรจิ้งจอกเงิน กันนะคะ ดูแล้วดูอีกดูจนกว่าเราจะไม่มีเรี่ยวแรงฟินกันไปเลย

 

ที่มา

 

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *