ความรุนแรงหรือความก้าวร้าวเป็นอารมณ์ความรู้สึกด้านลบอันเป็นพื้นฐานของมนุษย์ เมื่อเกิดความไม่พอใจหรือเกิดความเครียดมากๆ ส่วนใหญ่มักส่งผลไปสู่การระบายออกมาในรูปแบบของความรุนแรง มนุษย์จึงได้สรรหาวิธีการต่างๆ มากมายเพื่อลดทอนความเครียดนั้นๆ แม้แต่สัตว์เองก็เช่นกัน แต่สัตว์สายพันธุ์หนึ่งที่มีวิธีคลายเครียดแปลกกว่าชาวบ้านเขานิดหน่อย นั่นก็คือ ลิงโบโนโบ ที่ไม่ว่าจะเจอเรื่องเรื่องอะไรมาก็ใช้เซ็กส์ในการแก้ปัญหาและที่สำคัญลิงสายพันธุ์นี้เป็นไบเซ็กชวล!

อ่านถึงตรงนี้แล้วอย่าเพิ่งงงว่า เอ๊ะ? นี่เว็บไซต์สารคดีหรืออย่างไร  อย่าเพิ่งตกใจกันไปเพราะจะขอเกริ่นกันยาวๆ ก่อนพาคุณผู้อ่านไปรู้จักกับอนิเมะที่ใช้เจ้าลิงสายพันธุ์นี้เป็นต้นแบบในสังคมกัน

ลิงโบโนโบผู้แก้ปัญหาด้วยการมีเพศสัมพันธ์

ลิงโบโนโบเป็นลิงไม่มีหางที่นักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่ามีวิวัฒนาการใกล้เคียงมนุษย์มากที่สุดถึงร้อยละ 90 โบโนโบมีลักษณะทั่วไปเหมือนกับชิมแปนซีที่อยู่ในสกุลเดียวกัน แต่มีขนาดเล็กกว่ามากและมีพฤติกรรมรักสงบ ไม่ก้าวร้าว

พวกมันเป็นสิ่งมีชีวิตเพียงชนิดเดียวที่ไม่ใช่มนุษย์แต่สามารถแสดงออกทางความรักและมีพฤติกรรมทางเพศได้เหมือนมนุษย์ เช่น การจูบ การออรัลเซ็กส์หรือแม้แต่การผสมพันธุ์แบบหันหน้าเข้าหากัน ยังพบอีกว่าพวกมันมีพฤติกรรมผสมพันธุ์เพื่อที่จะแลกเปลี่ยนอาหารกันแทนที่จะต่อสู้แย่งชิงกันแบบสัตว์ชนิดอื่น กระทั่งการใช้อวัยวะเพศที่ขยายใหญ่กว่าปกติเสียดสีกันไปมาของตัวเมียในช่วงวัยเจริญพันธุ์เพื่อแสดงออกถึงความผูกพันฉันพี่น้องกันอีกด้วย

 

ลิงโบโนโบยึดหลักการใช้ชีวิตเหมือนอย่างสุภาษิตภาษาอังกฤษว่า Make love, not war ซึ่งเป็นสิ่งที่ลิงเหล่านี้ยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ปัญหาทุกอย่างในฝูงสามารถแก้ไขได้ด้วยการมีเซ็กส์ แม้กระทั่งเจอเรื่องตื่นเต้นอย่างการพบแหล่งอาหารก็ตาม

นอกจากนี้ลิงโบโนโบเป็นสัตว์ที่สามารถสานสัมพันธ์ได้ด้วยท่ามิชชันนารี เนื่องจากลิงสายพันธุ์นี้มีอวัยวะเพศที่ยื่นมาข้างหน้า จึงสามารถมีเซ็กส์ได้ทั้งระหว่างตัวเมียกับตัวเมียด้วยกันหรือจะระหว่างตัวผู้ด้วยกัน ซึ่งน่าแปลกว่าถึงแม้ลิงโบโนโบจะมีเซ็กส์ไปทั่วอย่างไม่เกี่ยงเพศ แต่แนวโน้มส่วนใหญ่จะชอบเพศเดียวกันมากกว่า

 

เรื่องราวของอนิเมะที่จำลองวิถีชีวิตของลิงโบโนโบกับเด็กวัยรุ่น!

Shinsekai yori เป็นอนิเมะที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายญี่ปุ่นโดย ยูสุเกะ คิชิ ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 2008 โดยสำนักพิมพ์โคดันชะ ได้รับรางวัล Nihon SF Taisho ครั้งที่ 29  และมีอนิเมะฉายทางโทรทัศน์โดย A-1 Pictures จำนวน 25 ตอน โดยเป็นเรื่องราวของโลกในอนาคตที่อารยธรรมได้สูญสิ้นลง มนุษย์ที่เหลือรอดได้ใช้ชีวิตอยู่เป็นกลุ่มเล็กๆ ในสังคมที่มีแต่ความสงบสุข ซึ่งพวกเขามีกระบวนการในการหล่อหลอมให้เด็กเติบโตมาในกรอบที่สังคมต้องการ อย่างการมีบททดสอบตั้งแต่เด็กจนโต ไปจนถึงการสร้างสภาพแวดล้อมให้เด็กเติบโตมาตามเกณฑ์ที่สังคมต้องการ

ความโดดเด่นของเรื่องนี้คือ มีวิธีควบคุมความก้าวร้าวและลดความรุนแรงของเด็กๆ ด้วยวิธีการส่งเสริมให้เด็กมีการรักร่วมเพศในช่วงวัยรุ่นและไม่ได้ห้ามการมีเซ็กส์อีกด้วย โดยได้มีการตัดต่อพันธุกรรมและเลี้ยงดูเด็กในช่วงวัยรุ่นให้มีสภาพแวดล้อมในการใช้ชีวิตเหมือนลิงโบโนโบที่ใช้เรื่องเพศลดทอนความรุนแรงในสังคม โดยเรื่องราวทั้งหมดจะเล่าผ่านตัวละครเด็กทั้ง 5 คนที่เป็นศูนย์กลางของเรื่องนี้

วาตานาเบะ ซากิ

เด็กผู้หญิงผมสีน้ำตาลสั้น มีนิสัยร่าเริงเข้ากับคนอื่นง่ายและมีความเป็นผู้นำในกลุ่มสูง เธอเป็นแฟนสาวของมาเรีย แม้จะมีความรู้สึกที่เก็บไว้ให้ชุนลึกๆ แม้ต่อมาเธอจะแต่งงานกับซาโตรุที่เป็นเพื่อนสนิท

 

อาซาฮินะ ซาโตรุ

ซาโตรุเป็นเด็กที่กระตือรือร้นและซุกซนที่ชอบทะเลาะกับซากิ  เขาเป็นคนช่างสังเกตและฉลาด ซาโตรุนั้นเป็นแฟนหนุ่มของชุน แต่เขาเริ่มออกเดทกับเด็กผู้ชายอีกคนหลังจากเลิกกัน เขากับซากิเป็นคู่หูที่มีความสำคัญต่อกันมากและอีกหลายปีต่อมาเขากลายเป็นสามีของซากิ

 

 

โอนุมะ ชุน

ชุนเป็นคนที่ฉลาดที่สุดในกลุ่มเพื่อนและสามารถแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ดี  ชุนยังแสดงให้เห็นว่าเป็นคนที่มีความสามารถโดดเด่นที่สุดสำหรับเด็กในยุคของพวกเขา เขาเคยเป็นแฟนหนุ่มของซาโตรุแต่ต่อมาก็ได้เลิกกัน โดยภายในใจลึกๆ เขานั้นชอบซากิ

 

อากิซึกิ มาเรีย

มาเรียมีผมยาวสีแดงและเป็นผู้หญิงที่โด่งดังที่สุดในชั้นเรียน เธอนั้นเป็นแฟนสาวของซากิ แม้ว่าภายหลังเธอจะได้เป็นคู่ครองกับมาโมรุและพวกเธอก็ได้หนีตามกันไป

 

 

 

อิโต มาโมรุ

มาโมรุเป็นคนที่ขี้อายและมีความสามารถน้อยที่สุดในกลุ่ม เขามีความสนใจให้กับมาเรียตั้งแต่เด็กและในที่สุดก็ได้เป็นคู่ครองกัน ภายหลังเขาได้หนีออกจากหมู่บ้านกับมาเรีย

 

 

เมื่อรักร่วมเพศเป็นเรื่องปกติในโลกใบนี้

เนื่องจากวัยรุ่นเป็นวัยที่ฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลงและเกิดอารมณ์รุนแรงได้ง่าย สังคมในเรื่องจึงสร้างสิ่งที่คล้ายๆ วัฒนธรรมเกี่ยวกับการมีคู่ขาเพศเดียวกันขึ้นมา เพื่อให้ใช้เซ็กส์ระบายความเครียดกัน โดยในเรื่องผู้คนจะเข้าสังคมโดยใช้เพศสัมพันธ์และมีลักษณะเป็นไบเซ็กชวล

ระบายความเครียดผ่านเซ็กส์แทนความรุนแรงโดยไม่แบ่งแยกว่าอีกฝ่ายเป็นเพศเดียวกับตน หากถามว่าทำไมถึงต้องเป็นเพศเดียวกัน ทำไมไม่เป็นชายหญิง ต้องบอกว่าสังคมในเรื่องนี้ไม่ควรใช้เกณฑ์ของโลกความเป็นจริงตัดสิน ตัวละครในเรื่องดำเนินชีวิตตามรูปแบบนั้นอย่างปกติธรรมดา ไม่ใช่เหตุการณ์แปลกแยกอะไร

ตัวละครในเรื่องจึงไม่ได้เป็นทั้งเกย์หรือเลสเบี้ยน แต่ทุกคนเป็นไบเซ็กชวลตามธรรมชาติ ความสัมพันธ์นั้นไม่มีการแบ่งแยกจำนวนและเพศ แทบไม่รู้จักอารมณ์ด้านลบอย่างความหึงหวงและถือเป็น การคุมกำเนิด ไปในตัว

หากไม่มีระบบแบบนี้แล้วเวลาที่พระเอกและพระรองรักผู้หญิงคนเดียวกัน ถ้าเป็นคนธรรมดาก็คงมีแนวโน้มแตกหักไปแล้ว ทว่าการสร้างสังคมแบบลิงโบโนโบแบบในเรื่องเป็นเหตุผลที่ไม่มีใครขัดแย้งกัน เพราะชุนจะไม่ทำร้ายซาโตรุแม้ว่าซาโตรุจะรักซากิทั้งที่เป็นคู่แข่งด้านความรักแต่ความเป็นไบเซ็กชวลจะสั่งให้เขารู้สึกว่าเขาก็เคยผูกพันกับซาโตรุเหมือนกัน

จนกว่าจะผ่านพ้นไปเป็นผู้ใหญ่ สังคมจะประเมินแล้วว่าเด็กคนนี้จะโตเป็นผู้ใหญ่อย่างปลอดภัยจึงจะอนุญาตให้มีครอบครัวหรือจับคู่กับคนต่างเพศอีกคนหนึ่งเพื่อแต่งงานมีครอบครัวตามปกติเพื่อที่มนุษย์จะได้ไม่สูญพันธุ์

ผลของการใช้เซ็กส์ลดความรุนแรง

ในเนื้อเรื่องอนิเมะนั้นมีผลทำให้สังคมสงบสุขจริงๆ แทบไม่มีการใช้ความรุนแรงกัน กล่าวคือให้ผลตรงตามวิถีชีวิตของลิงโบโนโบ ทำให้สามารถคิดได้ว่าหากในโลกความเป็นจริงมนุษย์เรามีอิสระในการปลดปล่อยกิจกรรมใดๆ ที่เกี่ยวกับเพศนั้นก็อาจสามารถลดทอนความเครียดอันนำไปสู่ความก้าวร้าวและความรุนแรงได้

ดังที่ ซิกมุนด์ ฟรอยด์ นักจิตวิทยาวิเคราะห์กล่าวว่ามนุษย์เรามีสัญชาติญาณติดตัวมาแต่กำเนิดและได้ทำการแบ่งสัญชาติญาณออกเป็น 2 ชนิดคือ สัญชาติญาณเพื่อการดำรงชีวิต และ สัญชาติญาณเพื่อความตาย โดยสัญชาติญาณบางอย่างจะถูกเก็บกดไว้ในจิตไร้สำนึกของมนุษย์ ซึ่งฟรอยด์ได้อธิบายเกี่ยวกับสัญชาตญาณเพื่อการดำรงชีวิตโดยตั้งสมมติฐานว่ามนุษย์เรามีพลังงานอยู่ในตัวตั้งแต่เกิด เขาได้เรียกพลังงานนี้ว่า ลิบิโด เป็นพลังงานที่ทำให้คนเราอยากมีชีวิตอยู่ อยากสร้างสรรค์และอยากจะมีความรัก มีแรงขับทางด้านเพศหรือกามารมณ์ (Sex) เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายคือความสุขและความพึงพอใจ กล่าวคือตั้งแต่แรกเรื่องของเพศและความก้าวร้าวนั้นมีอยู่ในตัวมนุษย์ตั้งแต่ต้น ซึ่งทั้งสองนั้นเป็นแรงขับเคลื่อนที่แรงกล้า หากกักเก็บมันเอาไว้มากเกินไป ผลที่ได้คือการระเบิดอารมณ์ความรู้สึกด้านลบออกมาโดยที่ทั้งตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ

หากเทียบกับโลกความเป็นจริง?

แม้ว่าการควบคุมความรุนแรงแบบลิงโบโนโบแบบในอนิเมะนั้นให้ผลดีมาก แต่คงไม่สามารถนำมาใช้ในโลกความเป็นจริงที่ยังคงมีทัศนคติที่ไม่ดีกับการรักร่วมเพศได้ อีกทั้งแม้จะใช้กับลิงได้ผล แต่สังคมมนุษย์นั้นใหญ่และซับซ้อนกว่าลิงมาก ความเครียดจากการใช้ชีวิตจึงเยอะแบบเทียบไม่ได้ ซึ่งแม้จะมีการระบายความเครียดด้วยเซ็กส์ก็คงไม่สามารถควบคุมความรุนแรงได้หมด วิธีการนี้จึงยังเป็นแค่ทฤษฎีหรือมายาคติเพียงเท่านั้น

คิดแล้วก็ทึ่งกับสังคมแบบในอนิเมะเรื่องนี้ มันดูเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้มากสำหรับการนำมาปรับใช้กับทั้งสังคมจนเป็นเรื่องปกติธรรมดา แถมยิ่งทึ่งไปอีกที่ในโลกความเป็นจริงดันมีลิงที่ใช้วิถีชีวิตแบบนี้อยู่ ทำให้คิดได้ว่าบางครั้งปัญหาก็ไม่จำเป็นต้องแก้ไขด้วยความรุนแรงเสมอไป มีวิธีอีกมากมายที่จะนำมาซึ่งสันติได้ แม้อาจไม่ใช่วิธีสุดโต่งเหมือนในเรื่องก็ตาม ลองคิดดูเล่นๆ ว่าหากนำมาปรับใช้กับโลกจริงแล้วสังคมจะเปลี่ยนไปเช่นไร

 

อ้างอิง

en.wikipedia

en.wikipedia

en.wikipedia

 

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *