ฮิคารุ เซียนโกะ การ์ตูนญี่ปุ่นที่เผยแพร่กีฬาหมากล้อมให้เป็นที่รู้จักได้มากขึ้นผ่านมังงะและอนิเมะที่มีคุณภาพ ซึ่งถือว่าเป็นการเจาะกลุ่มเป้าหมายที่มีความเสี่ยงสูงมาก เพราะการจะทำการ์ตูนที่มีรายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งๆ หนึ่งมากเกินไปอาจจะทำให้คนดูไม่เข้าใจและไม่สนใจที่จะตามอ่านหรือตามดูได้ แต่ฮิคารุเซียนโกะกลับทำให้คนดูติดงอมแงมได้แม้ว่าจะดูแล้วก็ไม่เข้าใจกติกาการเล่นโกะหรือความสุดยอดของหมากในกระดานก็ตาม

แล้วอะไรเป็นเหตุผลให้การ์ตูนเรื่องนี้เป็นที่นิยมกันล่ะ? วันนี้อนิไทม์จะยกปัจจัยที่มีผลทำให้การ์ตูนเรื่องนี้เป็นการ์ตูนยอดนิยมเบอร์ต้นๆ ของโลกกันค่ะ

ลายเส้นสวย

ลำดับแรกที่ทำให้การ์ตูนเรื่องนี้เต็มไปด้วยความสมบูรณ์แบบนั่นก็คือลายเส้นที่งดงามของ อาจารย์ทาเคชิ โอบาตะ ที่วาดออกมาได้อย่างโดดเด่นงดงามและทำให้การ์ตูนเรื่องนี้เป็นการ์ตูนที่มีชื่อเสียงอีกหนึ่งเรื่องที่โด่งดังและเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป ซึ่งอาจารย์เป็นนักวาดภาพประกอบที่ร่วมทำงานกับนักเขียนการ์ตูนมาแล้วมากมายไม่ว่าจะเป็น เดธโน้ต บลูดราก้อน ราลΩกราด วัยซนคนการ์ตูน และอีกมากมาย แต่ผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้เขาเป็นอย่างมากและเป็นที่ยอมรับมากที่สุดนั่นก็คือเรื่องฮิคารุเซียนโกะที่ถึงแม้จะถึง 198 ตอน รวมกันเป็น 23 เล่มจบ แต่ลายเส้นของอาจารย์ก็สวยขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีตก ทำให้ลายเส้นของการ์ตูนเรื่องนี้เป็นหน้าเป็นตาให้ได้มากพอสมควร

เนื้อเรื่องปัง

นอกจากลายเส้นที่สวยงามเนื้อเรื่องที่เข้มข้นก็เป็นส่วนที่สำคัญที่ทำให้การ์ตูนเรื่องนี้เป็นที่ยอมรับเช่นกัน โดยบุคคลที่สร้างสรรค์เรื่องราวของกีฬาหมากล้อมให้เป็นมากกว่ากีฬานั่นคือ อาจารย์ฮตตะ ยูมิ  คนเขียนบทการ์ตูนที่เป็นที่ยอมรับในช่วงปลายยุค 90 เพราะความเก่งกาจของเธอที่สามารถเขียนการ์ตูนที่มีพล็อตเรื่องธรรมดาให้ไม่ธรรมดาได้ โดยเรื่องกล่าวถึง ฮิคารุ ชินโด นักเรียนชั้น ป.6 ที่โดน ฟุจิวาระ โนะ ซาอิ ครูสอนโกะของจักรพรรดิสมัยเฮอังเข้ามาอาศัยอยู่ยังซอกมุมหนึ่งในจิตใต้สำนึกโดยปกติถ้าเป็นเรื่องอื่นก็คงแต่งให้เด็กประถมหกคนนี้เป็นฮีโร่หรือเทพเจ้าเพราะฝีมือของซาอิไปแล้ว แต่อาจารย์ยูมิกลับแต่งออกมาในแง่ของพัฒนาการในการเล่นโกะของตัวฮิคารุ ซึ่งแฝงไปด้วยแง่คิดในเรื่องต่างๆ และยังสามารถดึงดูดผู้คนที่ไม่รู้จักการเล่นโกะให้ติดตามได้ง่ายผ่านการดำเนินเรื่องของฮิคารุนั่นเอง

ความรู้ใหม่

ถ้าใครไม่เคยเล่นหมากล้อมแต่ถ้าได้มาอ่านหรือมาดูการ์ตูนเรื่องนี้ คงจะได้ความรู้ของการเล่นหมากล้อมไปเต็มที่อย่างแน่นอน เพราะการดำเนิเนเรื่องเน้นไปที่ฮิคารุเด็กนักเรียนประถมที่เริ่มสนใจในการเล่นโกะและตัดสินใจที่จะหัดเล่นโกะด้วยฝีมือของตนเองแทนการใช้ความสามารถของซาอิ ทำให้ฮิคารุต้องฝึกเล่นกับคนรอบข้างและเรียนรู้ไปพร้อมกับคนอ่านและคนดู ในเรื่องจะสอนตั้งแต่วิธีการเริ่มเล่นของมือสมัครเล่น หรือเทคนิคต่างๆ ในการเล่นของมืออาชีพ หรือแม้กระทั่งการเดินตัวหมากอย่างละเอียด เรียกได้ว่าดูจบก็อาจจะเป็นนักหมากล้อมมืออาชีพได้เลยก็เป็นได้

วัฒนธรรมที่ไม่ธรรมดา

นอกจากกีฬาซูโม่ที่เป็นกีฬาประจำชาติญี่ปุ่นแล้ว กีฬาหมากล้อมก็เป็นที่นิยมจนถูกยกย่องเป็นกีฬาประจำชาติญี่ปุ่นเช่นกัน โดยเริ่มแรกเดิมทีโกะมีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน ก่อนจะเผยแพร่เข้าไปในประเทศญี่ปุ่นในศตวรรษที่ 7 ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อโกะและได้รับความนิยมในราชสำนักญี่ปุ่นในศตวรรษที่ 8

ก่อนจะแพร่หลายในหมู่ประชาชนทั่วไปในศตวรรษที่ 13 และเกมเวอร์ชั่นที่ทันสมัยที่เรารู้จักในทุกวันนี้ได้รับการเผยแพร่อย่างเป็นทางการในญี่ปุ่นในศตวรรษที่ 15 ในปี 1603

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาโกะก็เเพร่กระจายไปทั่วโลก เพราะสิ่งที่ทำให้โกะเป็นที่น่าสนใจก็คือกฎที่เรียบง่าย แต่เมื่อได้เริ่มเล่นแล้วกลับเต็มไปด้วยความท้าทาย ซึ่งถือว่าเป็นเกมส์ที่ต้องใช้สมองยิ่งกว่าการเล่นหมากรุก นอกจากสติปัญญาในการคิดแล้วผู้เล่นต้องใช้สัญชาตญาณการมองการณ์ไกลและการคิดเชิงวิเคราะห์เพื่อเอาชนะคู่ต่อสู้ที่น่าเกรงขามให้ได้

 

ความสัมพันธ์อันผูกพัน

ฮิคารุ และ ซาอิ แม้ว่าทั้งคู่จะมีอายุห่างกันเป็นพันปี แต่ก็มีบางคนที่อดจะจับคู่นี้มาจิ้นกันเสียไม่ได้ ซึ่งก็ไม่ผิดแปลกนักเพราะสายสัมพันธ์คู่นี้เปรียบดั่งเหมือนพรหมลิขิตที่ทำให้มาพบเจอกัน เดิมทีฮิคารุเป็นแค่เด็กประถมธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ไม่ได้มีความสนใจในการเล่นโกะตั้งแต่แรก แต่พอมีซาอิเข้ามาอยู่ในจิตใจเขาก็เปลี่ยนไปทีละนิด พยายามพาซาอิไปเล่นโกะทุกครั้งเมื่อมีโอกาส และพอตนเองเริ่มมีความสนใจในกีฬาโกะและไม่ได้พึ่งพาซาอิในการแข่งขันอีก

ฮิคารุยังหาวิธีให้ซาอิได้เล่นโกะผ่านอินเตอร์เน็ตในนามว่าซาอิที่เล่นเอานักเล่นโกะมืออาชีพทั่วโลกปั่นป่วนกันไปเลยทีเดียว แต่โชคร้ายที่ซาอิไม่สามารถอยู่กับฮิคารุได้ตลอดไป

ในวันที่ซาอิหายตัวไป ฮิคารุโศกเศร้าเสียใจเป็นอย่างมากเขาถึงขั้นข้อร้องอ้อนวอนต่อเทพเจ้าทุกองค์ให้ย้อนเวลากลับไปตอนที่เจอซาอิครั้งแรกที่ก็ยิ่งทำให้เรารู้ว่าทั้งคู่ผูกพันธ์กันแค่ไหนและสามารถเป็นตัวขับเคลื่อนให้เนื้อหาสมบูรณ์มากขึ้นกับความลึกซึ้งของทั้งคู่ค่ะ

เป็นการ์ตูนที่ลงตัวในทุกๆ ด้าน โด่งดังถึงชนิดที่ว่าเคยได้รางวัลในงาน Shogakukan Manga Awards เมื่อปี 1999 และงาน  Tezuka Osamu Cultural Prize ในปี 2003 การันตีถึงความยอดเยี่ยมของตัวการ์ตูนได้ อีกทั้งยังเคยสร้างกระแสการเล่นโกะให้ฟีเวอร์มาแล้วในช่วงระยะเวลาหนึ่ง คนหันมาเล่นโกะเพราะได้ดูหรือได้อ่านการ์ตูนเรื่องนี้ ถือว่าเป็นความเสี่ยงที่ประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ หวังว่าในอนาคตจะมีการ์ตูนน้ำดีแบบนี้ออกมาให้ได้อ่านและได้รับชมเหมือน ฮิคารุเซียนโกะ อีกนะคะ

ที่มา

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *