home BLOGGER Kimi no Na wa. จำประโยคนี้ไว้เผื่อลืมชื่อใครบางคน

Kimi no Na wa. จำประโยคนี้ไว้เผื่อลืมชื่อใครบางคน

ในภาพยนตร์ Kimi no Na wa. นั้น ประเด็นสำคัญอย่างหนึ่งของเรื่องก็คือชื่อของตัวละครหลักทั้งสองตัว แม้ว่าในประเทศไทยนั้นเราจะเรียกคนอื่นด้วยคำว่า “เธอ” บ้าง “นาย” บ้าง จนถึงขั้นมีเพลง ยินดีที่ไม่รู้จัก ออกมา แต่สำหรับชาวญี่ปุ่นแล้ว การเรียกคู่สนทนานั้นแทบทั้งหมดจะเรียกด้วยชื่อกันครับ

ในประเทศญี่ปุ่นนั้น ชื่อนับว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมาก ชาวญี่ปุ่นนั้นไม่ค่อยนิยมเรียกคู่สนทนาด้วยคำสรรพนามเท่าไรนักเพราะหลายครั้งจะให้ความรู้สึกไม่ค่อยสุภาพ คนที่ไม่สนิทกันมักจะเรียกกันด้วย [นามสกุล]+さん (san) เช่น ยามาดะซัง, ซาโต้ซัง ซึ่ง さん ในที่นี้ใช้สำหรับเติมต่อท้ายชื่อเพื่อแสดงความยกย่องและให้สุภาพมากขึ้น คล้ายกับคำว่า คุณ ในภาษาไทย และเมื่อสนิทกันมากขึ้นก็อาจจะเปลี่ยนมาเรียกชื่อแทนนามสกุล และอาจจะเปลี่ยนจากคำว่า さん เป็น くん (kun) หรือ ちゃん (chan) แทน นอกจากนี้ยังมีคำว่า 様 (sama) ที่สุภาพมากๆ สำหรับใช้พูดคุยกับลูกค้าหรือคุยกับคนใหญ่คนโตด้วย

ด้วยความที่เรียกกันด้วยชื่อหรือนามสกุลเป็นปกติ ส่วนมากแล้วคนญี่ปุ่นจึงมักจะแนะนำตัวกันก่อน หรือหากไม่ได้แนะนำตัวก็จะมีการถามชื่อคู่สนทนาด้วย แต่เขาไม่ได้ถามด้วยคำว่า คิมิโนะนะวะ กันหรอก ประโยคยอดนิยมในหมู่ชาวญี่ปุ่นที่ใช้สำหรับถามชื่อคู่สนทนาคือ

お名前は?

onamae wa?

คำว่า 名前 แปลว่าชื่อ และเติม お ใส่ไปด้านหน้าเพื่อให้สุภาพมากขึ้น และอาจจะเติม すみません (sumimasen) หรือ 失礼ですが (shitsureidesuga) เข้าไปก่อนหน้าประโยคถามชื่อเพื่อความสุภาพมากขึ้นก็ได้เช่นกัน

kimi-no-na-wa-17お前は誰だ? (omae wa dare da? แกเป็นใครวะ) ตัวอย่างของการถามชื่ออย่างไม่สุภาพ ไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง

ส่วนการแนะนำตัวเอง มักจะพูดกันว่า

初めまして、[ชื่อนามสกุลตนเอง]です。

hajimemashite, [ชื่อนามสกุลตนเอง] desu

การขึ้นต้นด้วย 初めまして (hajimemashite) จะคล้ายกับการพูดว่า ยินดีที่ได้รู้จัก ของไทยที่ใช้สำหรับการแนะนำตัวกัน และต่อด้วย [ชื่อนามสกุลตนเอง]です ที่เป็นการแนะนำตัวเอง นอกจากนี้ยังนิยมปิดท้ายกันด้วยประโยค よろしくお願いします (yoroshiku onegaishimasu) จะมีความหมายคล้ายกับการขอฝากเนื้อฝากตัว โดย お願いします (onegaishimasu) ยังใช้สำหรับการขอร้องสิ่งอื่นๆ ได้ด้วย

การแนะนำตนเองนั้น นอกจากใช้ [ชื่อนามสกุลตนเอง]です ยังมีวิธีการพูดแบบอื่นอีก เช่น

[ชื่อนามสกุลตนเอง]と言います。/ [ชื่อนามสกุลตนเอง]と申します。

[ชื่อนามสกุลตนเอง] to iimasu / [ชื่อนามสกุลตนเอง] to moushimasu

ซึ่งคำว่า 言います และ 申します มีความหมายเดียวกัน โดยปกติแล้วจะแปลว่าพูด แต่ถ้าใช้ในรูปนี้ก็จะเป็นการแนะนำชื่อของตนเอง ความแตกต่างของทั้งสองคำอยู่ตรงที่ 申します จะดูสุภาพและเป็นทางการกว่า แต่ถึงอย่างนั้น 言います ก็ไม่ได้หยาบคายอะไร

นอกจากจะเรียกคู่สนทนาด้วยชื่อแล้ว หลายครั้งก็ยังจะเรียกด้วยชื่อตำแหน่งหรือหน้าที่การงานแทน อย่างเช่น 社長 (shachou – ประธานบริษัท), 部長 (buchou – หัวหน้าแผนก), 先生 (sensei อาจารย์) หรือ 会長 (kaichou ประธานบริหาร บางทีก็ย่อมาจาก 生徒会長 seitokaichou หรือประธานนักเรียน) เป็นต้น

เพิ่มเติมสำหรับสรรพนามบุคคลที่หนึ่งและสองแบบต่างๆ สำหรับใช้เรียกแทนตนเองและคู่สนทนา

สรรพนามที่ใช้แทนตนเอง

  • 私 – watashi/watakushi สรรพนามขั้นพื้นฐานสุด สุภาพ ใช้ได้กับทุกเพศทุกวัย แทบทุกสถานการณ์และโอกาส โดยหากพูดว่า watakushi จะให้ความรู้สึกสุภาพและเป็นผู้ดีกว่า
  • 僕 – boku สำหรับผู้ชายใช้เรียกแทนตัวเอง บางครั้งอาจจะให้ความรู้สึกเด็กไปบ้าง ในการ์ตูนบางทีอาจจะเห็นตัวละครหญิงใช้คำนี้เรียกตัวเองบ้าง แต่ในชีวิตจริงผมยังไม่เคยเจอเลยสักครั้ง
  • あたし – atashi นิยมในหมู่เด็กผู้หญิงวัยรุ่น แผลงมาจาก watashi
  • 俺 – ore ส่วนใหญ่แล้วให้ความรู้สึกหยาบคาย นิยมใช้กันในหมู่ผู้ชายซึ่งมักจะใช้กับเพื่อนสนิท
  • わし – washi มักจะได้ยินผู้สูงอายุตามต่างจังหวัดใช้คำนี้แทนตัวเอง

สรรพนามบุรุษที่สอง

  • 貴方 / あなた – anata สรรพนามบุรุษที่สองแบบพื้นฐานสุด แต่บางทีก็ให้ความรู้สึกหยาบคายเช่นกัน
  • 君 – kimi ใกล้เคียงกับคำว่า เธอ ในภาษาไทย ให้ความรู้สึกเป็นกันเองกว่า anata
  • あんた – anta โดยมากมักจะพูดโดยผู้หญิง แผลงมาจาก anata มักจะให้ความรู้สึกไม่สุภาพ
  • お前 – omae โดยมากมักจะพูดโดยผู้ชาย มักจะให้ความรู้สึกไม่สุภาพ
  • てめぇ – temee แผลงมาจาก 手前 (temae) ไม่สุภาพ
  • 貴様 – kisama เดิมเป็นคำที่ใช้เรียกแบบยกย่อง ปัจจุบันไม่สุภาพ

อย่างที่บอกไปในข้างต้น คนญี่ปุ่นจะไม่ค่อยใช้คำสรรพนามเรียกคู่สนทนาเท่าไรนัก มักจะเรียกด้วยชื่อกันมากกว่า ถ้าหากไม่ทราบชื่ออีกฝ่ายก็สามารถถามได้ หรือบางทีอาจจะใช้วิธีเลี่ยงการเรียกโดยการลดรูปประโยค ตัดคำออก โดยส่วนใหญ่ก็จะเป็นที่เข้าใจกันเองเช่นกัน แต่ถ้าหากมีสถานการณ์ที่ต้องใช้คำสรรพนาม ทั้งการเรียกตนเองและคู่สนทนา การเลือกคำที่ใช้ให้เหมาะสมก็เป็นเรื่องจำเป็น เพราะคนญี่ปุ่นค่อนข้างให้ความสำคัญกับลำดับชั้นมากทีเดียวครับ

coffeelucky

coffeelucky

นักเขียนผู้ชื่นชอบเกมและการ์ตูน หลงใหลในโลกแฟนตาซี แม้จะใช้ชื่อว่ากาแฟ แต่ก็ไม่ได้ติดกาแฟแต่อย่างใด
coffeelucky
TAGS:

coffeelucky

นักเขียนผู้ชื่นชอบเกมและการ์ตูน หลงใหลในโลกแฟนตาซี แม้จะใช้ชื่อว่ากาแฟ แต่ก็ไม่ได้ติดกาแฟแต่อย่างใด

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Comment moderation is enabled. Your comment may take some time to appear.

ความคิดเห็น