ตำรับลับจอมราชันย์ (King Sweets) การ์ตูนความยาว 5 เล่มจบ ฉบับภาษาไทยลิขสิทธิ์โดยเนชั่น เอ็ดดูเทนเมนท์ (NED) เป็นการ์ตูนทำอาหารเฉพาะทางซึ่งว่าด้วยขนมหวานล้วนๆ อาราตะ อาคางาว่า ปาตีซีแยร์ (Pâtissier – เชฟทำขนมหวาน) พเนจร ผู้มั่นใจในสัมผัสการรับรสอันเป็นเลิศของตัวเอง ออกตระเวนเดินทางกินเค้กไปทั่วญี่ปุ่นเพื่อตามหา รสชาติแห่งความสุข ของ ราชาขนมหวาน ด้วยเหตุผลในใจบางอย่างอยู่ถึง 3 ปี ก่อนจะได้พบรสชาติที่คุ้นเคยอยู่ในถังขยะของร้านขนมชื่อดัง เอตวล ดู เซ็ท เขาจึงตัดสินใจจะสมัครเข้าทำงานที่นี่เพื่อทำความฝันให้เป็นจริง

แม้ว่าในเรื่องนี้ผู้กินขนมจะไม่ได้มีปฏิกิริยารุนแรงแสงออกปากเหมือนการ์ตูนทำอาหารเรื่องอื่นๆ แต่ตำรับลับจอมราชันย์ก็ไม่ได้ดำเนินเรื่องเอื่อยเฉื่อยน่าเบื่อ เมนูต่างๆ ในการ์ตูนเรื่องนี้เป็นเมนูที่มีจริงๆ การันตีด้วยหน้าปกของทุกเล่มซึ่งเป็นภาพจริงของเมนูเด่นในเล่มนั้นๆ ฉะนั้นหากคุณอ่านการ์ตูนแล้วเกิดอยากลองลิ้มชิมรสขึ้นมา ก็สามารถไปลองเมนูที่คล้ายคลึงกันได้ตามภัตตาคาร หรือแม้แต่ทำกินเองเลยก็ยังได้ เพราะในเรื่องก็มีการอธิบายสูตรอย่างละเอียดไม่ปิดบัง เนื้อเรื่องและข้อมูลต่างๆ ในตำรับลับจอมราชันย์นั้นเป็นผลงานของ อ.จิเอโกะ อาซาสึมะ อดีตพนักงานบริษัทก่อสร้างใหญ่ยักษ์ที่ผันตัวเข้าสู่วงการอาหาร และได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับอาหารออกมาหลายเล่ม ปัจจุบันเธอยังสอนทำขนม และเป็นอาจารย์ด้านการชิมไวน์ที่ อคาเดมี ดู แว็ง (Académie du Vin) สถาบันไวน์ชื่อดังจากฝรั่งเศสสาขาญี่ปุ่น

IMG_5516

งานด้านภาพของตำรับลับจอมราชันย์นั้นเป็นผลงานการ์ตูนชิ้นแรกของ อ.ฮิโรโตะ โออิชิ ก่อนที่เขาจะได้ร่วมวาดภาพกับนักเขียนท่านอื่นๆ อีกมากมาย รวมทั้งมีผลงานที่เขียนเรื่องเองด้วย ผลงานที่มีชื่อเสียงของเขาคือ ‘รักใสๆ หัวใจซ่อมได้’ (Houtai Kurabu | NED, 2 เล่มจบ) งานนี้แม้จะได้ผู้เขียนเรื่องเป็นเชฟฝีมือดี ทำให้ภายในเรื่องอัดแน่นไปด้วยสาระน่ารู้เกี่ยวกับขนมหวาน แต่ก็ไม่ได้ทำให้ส่วนของเนื้อเรื่องแฟนตาซีซึ่งปฎิเสธไม่ได้ว่าเป็นจุดเด่นของการ์ตูนทำอาหารและแข่งทำอาหารหดหายไป แต่ว่าก็ทำให้ผูกปมเนื้อเรื่องได้ยังไม่ลื่นไหลเท่าที่ควร


ในการแข่งขันทำเค้ก คิง ออฟ สวีทส์ รอบสุดท้าย อาราตะได้เป็นหนึ่งในทีมตัวแทนร้านเอตวล ดู เซ็ท และต้องต่อสู้กับร้าน ซาลอน ดู เอฟเฟล แชมป์เก่าจากปีที่แล้ว ซึ่งนำทีมโดย แกรนด์ปาตีซีแยร์ ทัตสึฮิโกะ ทะนิงุจิ โจทย์ของการแข่งขันรอบนี้คือ ชอร์ตเค้ก สปอนจ์เค้กสลับกับแยมหรือสตรอเบอรี่แล้วเคลือบครีมสด ตกแต่งด้วยสตรอเบอรี่สดด้านบน ชอร์ตเค้กนั้นเป็นเค้กที่ได้รับความนิยมสูงมากในประเทศญี่ปุ่นแทบจะเป็นประเทศเดียวในโลก ทันทีที่อาราตะได้ยินว่าโจทย์ของรอบคัดเลือกเป็นของง่ายๆ ก็ลงมือทำทันทีด้วยย่ามใจ ใช้เวลาเพียงนิดเดียวก็เสร็จสมบูรณ์สวยงาม ทว่าทะนิงุจิแชมป์เก่ากลับยังไม่ขยับตัว..

IMG_5513

IMG_5514

ทะนิงุจินั้นหลังเรียนจบจากโรงเรียนคหกรรมก็เข้าทำงานในโรงแรมที่มีชื่อเรื่องเค้กอยู่นานถึง 6 ปี แล้วจึงไปปารีสเพื่อฝึกงานเป็นเชฟในร้านเค้กที่ได้รางวัล M.O.F (ปาตีซีแยร์ยอดเยี่ยมของฝรั่งเศส) อีก 4 ปี ก่อนจะกลับมาทำงานในโรงแรมที่ญี่ปุ่นอีก 3 ปี และคว้ารางวัลชนะเลิศในการประกวดหลายต่อหลายงาน จนในที่สุดก็เปิดร้านเค้กเป็นของตัวเองได้อย่างภาคภูมิใจ เขามุ่งมั่นจะปฏิวัติลิ้นของผู้บริโภคด้วยดีไซน์และรสชาติต้นตำรับฝรั่งเศสแท้ๆ แต่คำพูดที่เขาได้รับจากลูกค้ากลับเป็น “ทำร้านเค้กภาษาอะไร แค่ชอร์ตเค้กก็ไม่มีขาย” หรือ “ร้านเค้กที่ไม่มีชอร์ตเค้กขายน่ะไม่ใช่ร้านเค้กหรอกย่ะ” และลูกค้าก็ทยอยหายหน้าไป จนกลายเป็นร้านเค้กร้าง

ชอร์ตเค้กเป็นเค้กที่ขาดสมดุลในทางทฤษฎีการทำขนมอย่างรุนแรง (ตามคำอธิบายในเรื่อง) เพราะมันไม่มีอะไรผสานองค์ประกอบหลักสำคัญที่แตกต่างกันทั้ง 3 ชนิด อันได้แก่ ครีมสด สปอนจ์เค้ก และสตรอเบอรี่สดให้เข้ากันได้เลย ผลก็คือมีเพียงรสชาติของแต่ละอย่างที่แข่งกันโดดเด่นออกมา ยิ่งกินก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงรสชาติเดิมๆ ที่ซ้ำซาก แต่ “สำหรับคนญี่ปุ่นแล้วสิ่งที่เรียกว่าชอร์ตเค้กนั้นแม้รสชาติจะไม่อร่อยล้ำสมบูรณ์แบบ แต่ขอให้มีรูปทรงสามเหลี่ยม หน้าเค้กสีขาว ประดับด้วยสตรอเบอรี่สีแดงแบบที่ทุกคนคุ้นเคยก็จะเป็นที่ยอมรับได้” ทะนิงุจิรำพึงด้วยความเจ็บแค้น ที่เค้กจากฝรั่งเศสแท้ๆ ของเขาไม่สามารถเอาชนะเค้กเลี่ยนๆ บ้านๆ ได้


ประเทศที่มีวัฒนธรรมแข็งแกร่งอย่างญี่ปุ่นนั้นไม่ง่ายสำหรับนักการตลาดคนใดทั้งสิ้น แม้แต่ในวันที่ไอโฟนเริ่มครองโลก ชาวญี่ปุ่นก็ยังคงใช้โทรศัพท์ฝาพับไม่เปลี่ยนแปลง แบรนด์ใดๆ ที่คิดจะเจาะตลาดประเทศเหล่านี้ต้องแฝงตัวเข้าไปอยู่ในวัฒนธรรมให้ได้อย่างแนบเนียน ขนมหวานสัญชาติอังกฤษอย่างคิทแคท จึงต้องทำคิทแคทรสชาเขียว หรือแม้กระทั่งรสแปลกๆ อย่างโชยุ จนสามารถเจาะตลาดคนญี่ปุ่นซึ่งมีกูลิโกะเป็นราชาอยู่ได้สำเร็จ แมคโดนัลด์ในประเทศอย่างอินเดียหรือจีน ก็ต้องยอมปรับลดเมนูเนื้อวัว และเพิ่มเมนูอย่างเบอร์เกอร์ไก่มหาราชาเข้าไป จนสามารถกลายเป็นที่ยอมรับได้ในที่สุด

ทางการสื่อสารตราเราเรียกมันว่า Brand Localization ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ที่แทบทุกแบรนด์ใหญ่ยักษ์ระดับโลกต้องเผชิญ เพราะไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อม ภูมิอากาศ วิถีชีวิต ศาสนา ฯลฯ เราแตกต่างกันเหลือเกิน การยึดติดกับต้นตำรับและหลักการแบบยอมหักไม่ยอมงอของทะนิงุจินั้น ต่อให้สามารถสร้างผลงานได้ดีเลิศเพียงใด ก็กลายเป็นเพียงเผด็จการบ้าอำนาจ เพราะเขาไม่เคยมองเข้าไปถึงหัวใจของคนกิน หรือก็คือประชาชน ไม่เคยสนใจว่าจริงๆ พวกเขาต้องการอะไร จึงทำให้เค้กของเขาไม่สามารถครอบครองบัลลังก์ของราชาได้..

ที่แท้แล้ว ราชาคือผู้ที่ได้นั่งในใจผู้คน

ในบทหลังจากนี้ การ์ตูนเรื่องนี้ก็จะยกเอาคุณสมบัติอื่นๆ ของความเป็นราชันย์แห่งขนมหวานขึ้นมาพูดอย่างน่าสนใจ ส่วนเรื่องรสชาติของชอร์ตเค้กที่แก้ไม่ตกนั้น อาราตะและสมาชิกร้านเอตวล ดู เซ็ท จะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร คงต้องขอให้ไปตามหามาอ่านกันเอง

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *