home CULTURE, FEATURED, SCOOP ออกเดินทางสู่ป่าแห่งความตาย ‘อาโอกิงาฮาระ’

ออกเดินทางสู่ป่าแห่งความตาย ‘อาโอกิงาฮาระ’

อย่างที่ทราบดีกันอยู่แล้วว่าประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีผู้คนแข่งขันกันสูงมาก ซึ่งการแข่งขันนั้นส่งผลให้ประเทศมีความเจริญก้าวหน้าไปได้ไกลกว่าหลายๆ ประเทศ แต่ท่ามกลางคนที่ประสบผลสำเร็จนั้นก็มีผู้ที่ผิดหวัง ท้อแท้ จนไม่อาจก้าวเดินต่อไปได้และละทิ้งชีวิตของตนเอาไว้ใน ป่าอาโอกิงาฮาระ ไม่น้อยเลยทีเดียว อนิไทม์ขอนำเสนอป่าอาถรรพ์ที่ผู้เข้าไปละทิ้งซึ่งวิญญาณเหลือเพียงร่างกายไว้ให้ผู้ที่ตามหาเท่านั้นเอง

ป่าอาถรรพ์สุดสยองขวัญ อาโอกิงาฮาระ

อาโอกิงาฮาระ (Aokigahara) หรือมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า ทะเลแห่งป่า (Sea of Trees) เป็นชื่อเรียกป่าบริเวณเชิงภูเขาฟูจิด้านตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งป่าแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ชาวญี่ปุ่นมาฆ่าตัวตายบ่อยครั้ง โดยมีรายงานว่าเป็นสถานที่ฆ่าตัวตายที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกเป็นอันดับสองรองจากสะพานโกลเดนเกตในซานฟรานซิสโกอีกด้วย โดยที่ทางเข้าป่าแห่งนี้จะมีป้ายเตือนใจผู้ที่มาเยือนให้ล้มเลิกความคิดเช่น ‘ชีวิตเป็นสิ่งสำคัญ ที่พวกเขาได้รับมาจากบิดาและมารดา’ หรือ ‘คิดถึงพ่อแม่ พี่น้อง หรือลูกๆ ของคุณอีกครั้งหนึ่ง โปรดอย่าทุกข์ทรมานอยู่คนเดียว’ นั่นเอง

อาจเป็นเพราะความเงียบสงบกลางป่าลึกที่ไม่มีใครมารบกวนทำให้ในแต่ละปีจะพบชาวญี่ปุ่นไปฆ่าตัวตายในป่านี้อย่างน้อย 100 ศพ โดยส่วนมากจะเป็นการผูกคอตัวเองไว้บนต้นไม้ และหากมีคนไปพบช้าอาจเหลือเพียงโครงกระดูกที่ร่วงหล่นสู่พื้นดินแทน

ชื่อ ‘ป่าแห่งการฆ่าตัวตาย’ เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นจากนวนิยายในปี ค.ศ. 1960 เรื่อง Kuroi Jukai ของเซโจ มัทสึโมโตะ โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับคู่รักที่ไปฆ่าตัวตายในป่าแห่งนี้ และหนังสือเรื่อง The Complete Manual of Suicide (คู่มือฆ่าตัวตายฉบับสมบูรณ์) ของวาตารุ สุรุมิ ที่ตีพิมพ์ในปี 1993 นั่นเอง ชื่อเสียงของป่าอาโอกิงาฮาระเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนฮอลลีวูดได้นำไปสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง The Forest ในปี 2016 ที่ผ่านมาด้วย ไม่ว่าจากสื่อชนิดใดก็ล้วนเสนอป่าในแง่มุมของการฆ่าตัวตายเสมอ

ภาพศพแขวนคอตายในป่าอาโอกิงาฮาระ จากมังงะเรื่อง คุโรซากิ บริษัทรับส่งศพ(ไม่)จำกัด ตอนที่ 1

แต่การฆ่าตัวตายในป่าอาโอกิงาฮาระ มีมาก่อนนวนิยายเรื่องดังกล่าวจะถูกเขียนด้วยซ้ำ… อาซึสะ ฮายาโนะ ผู้ซึ่งศึกษาและดูแลผืนป่าอาโอกิงาฮาระมานานได้กล่าวว่าเขาเองก็ยังไม่รู้ว่ากระแสนิยมนี้มาจากไหน หน้าที่ประจำอย่างหนึ่งของเขาก็คือ ค้นหาศพคนที่ฆ่าตัวตายในป่า หรือเข้าไปห้ามปรามหากยังไม่สายเกินไป

สิ่งของที่หลงเหลืออยู่ของผู้เสียชีวิต

ออกเดินทางเพื่อกลายเป็นวิญญาณ

อย่างที่กล่าวไปว่าในป่าแห่งนี้มีการพบศพคนที่ตั้งใจเข้ามาฆ่าตัวตายนับ 100 คนต่อปี เมื่อเทียบกับอัตราการฆ่าตัวตายทั้งประเทศของญี่ปุ่นที่มีกว่า 2,000 คนต่อปี เป็นเรื่องที่น่าสนใจว่าเหตุใดจึงมีจำนวนมากเพียงนี้

โคดามะ

อาจจะมีเหตุผลมาจากสังคมญี่ปุ่นได้รับอิทธิพลจากลัทธิบูชิโด (วิถีแห่งนักรบ) ซึ่งมีความเชื่อว่า คนเราบริสุทธิ์จากความผิดได้ด้วยการฆ่าตัวตายเห็นได้จากการฮาราคีรีตัวเองของเหล่านักรบแล้วความผิดทั้งหมดก็จะได้รับการอภัยจากสังคม หรือมีความเชื่อว่าป่าแห่งนี้มีวิญญาณต้นไม้ หรือโคดามะ อยู่ซึ่งวิญญาณของต้นไม้จะดูดเอาพลังงานชีวิตจากผู้เสียชีวิตกลับคืนเป็นพลังแห่งป่า เพื่อต้านภัยธรรมชาติและต้านภัยของมนุษย์ อาจทำให้คิดว่าต่อให้ตายก็ขอตายอย่างมีคุณค่า เอาวิญญาณกลับคืนสู่ป่าดีกว่าก็เป็นได้

มีผู้เชี่ยวชาญหลายคนตั้งสมมติฐานถึงสาเหตุที่ผู้คนตัดสินใจเดินทางมาฆ่าตัวตายในป่าแห่งนี้ โดยดร.โยชิโตโมะ ทาคาฮาชิ จิตแพทย์ชาวญี่ปุ่นได้สัมภาษณ์ผู้ที่รอดจากการพยายามปลิดชีวิตตัวเองหลายคน พบว่าปัจจัยสำคัญคือ พวกเขาเชื่อว่าพวกเขาจะสามารถตายได้สำเร็จโดยที่ไม่มีใครรู้ และรายงานของสื่อหรือภาพยนตร์ก็มีส่วนให้คนมาที่อาโอกิงาฮาระด้วยเช่นกัน

ขณะที่ ดร.คาเรน นากามูระ ศาสตราจารย์วิชามานุษยวิทยาของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซึ่งศึกษาเรื่องความพิการ และความเคลื่อนไหวทางสังคมในญี่ปุ่น ก็ได้ข้อสรุปว่า คนจำนวนมากที่ไปฆ่าตัวตายที่ป่าอาโอกิงาฮาระก็เพราะพวกเขาไม่อยากตายอย่างโดดเดี่ยว

อย่างไรก็ตามในปี 2015 องค์การอนามัยโลกจัดให้ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงที่สุดอันดับที่ 26 ของโลก เมื่อจำแนกตามอายุ โดยเฉลี่ยจะมีประชาชนฆ่าตัวตาย 15.4 ครั้ง ต่อประชากร 100,000 คน ซึ่งมีเหตุจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะวิกฤติเศรษฐกิจ, แรงกดดันทางการศึกษา, โรคซึมเศร้า, การทำงานหนักเกินไป, ปัญหาทางการเงิน หรือการตกงานนั่นเอง

 

กลางป่าอาถรรพ์ซุกซ่อนบางสิ่งเอาไว้

ท่ามกลางป่าลึกในอาโอกิงาฮาระคุณจะพบกลับหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ผู้คนกล่าวขวัญกันว่าหมู่บ้านนี้เป็นที่อยู่ของคนที่เคยพยายามฆ่าตัวตายหรือเป็นคนที่รอดชีวิตจากภัยพิบัติมารวมตัวกัน แล้วอาศัยอยู่ที่นี่โดยตัดขาดจากโลกภายนอก บ้างก็ว่าที่นี่ไม่ใช่ญี่ปุ่น แต่เป็นอีกประเทศหนึ่งที่ไม่มีกฎหมายหรือข้อบังคับใดๆ หรือแม้กระทั่งบอกว่าอาจจะเป็นสถานที่ทำการทดลองลับๆ บางอย่างที่รัฐบาลปิดเอาไว้ก็ได้ ทั้งหมดล้วนแต่เป็นข่าวลือแปลกๆ ชวนให้อยากรู้ทั้งนั้น

แต่ความจริงแล้วเป็นเพียงหมู่บ้านหนึ่งที่มีผู้อยู่อาศัยราว 200 คน และมีบ้านเรือน 70 กว่าครัวเรือน ทั้งยังมีสถานที่อำนวยความสะดวกอย่างไปรษณีย์และร้านขายของชำไม่ต่างจากหมู่บ้านทั่วๆ ไปด้วย คนในหมู่บ้านที่ได้ยินข่าวลือก็บอกว่าที่นี่ไม่ใช่สถานที่น่ากลัวแบบนั้น สามารถเดินไปไหนมาไหนคนเดียวได้สบาย ไม่ต้องกลัวว่าจะมีผีมาหลอก และที่หมู่บ้านนี้ตั้งอยู่กลางป่าก็เพราะว่าเดิมทีหมู่บ้านนี้อยู่ติดกับทะเลสาบมาก่อน แต่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดดินถล่ม ต่อมาทางจังหวัดจึงช่วยเหลือโดยการย้ายหมู่บ้านมาอยู่ในป่าแทนนั่นเอง

หมู่บ้านแห่งนี้ยังใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามและเป็นที่นิยมของคนต่างชาติอย่างทะเลสาบโชจิ ซึ่งเป็น 1 ในทะเลสาบทั้ง 5 ที่ล้อมรอบภูเขาไฟฟูจิ ส่วนในป่าอาโอกิงาฮาระก็มีกิจกรรมเดินชมธรรมชาติโดยมีไกด์ท้องถิ่นผู้เชี่ยวชาญคอยนำทางพาชมทัศนียภาพของธรรมชาติรอบตัวที่งดงามอีกด้วย

ปัจจุบันนี้ ป่าอาโอกิงาฮาระจึงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว รวมถึงเป็นสถานที่จัดกิจกรรมอย่างเช่นตั้งแคมป์ แข่งกีฬากลางแจ้ง แต่คนที่เคยไปต่างเกิดความรู้สึกเดียวกัน ว่าที่แห่งนี้บรรยากาศไม่ดี น่าหดหู่ บางครั้งยังรู้สึกเหมือนกับว่า มีสายตาจ้องมองมาจากในป่า ทำให้อาโอกิงาฮาระ ได้ชื่อว่าเป็นป่าอาถรรพณ์ ที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่สุดในโลกและมีผู้เดินทางไปเพื่อพักผ่อนชั่วคราว หรือพักไปตลอดกาลอย่างไม่ขาดสายทุกปี

ป่าอาโอกิงาฮาระแท้จริงแล้วก็เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งที่น่าจับตามองทีเดียวค่ะ ใครที่กำลังจะไปเที่ยวญี่่ปุ่นหรือกำลังมองหาที่เที่ยวธรรมชาติใหม่ๆ ก็ปักหมุดเอาไว้เลยนะคะ

 

 

ที่มา

atlasobscuraaokigaharaforestth.wikipediatravel.mthaianngleanngle2moohundesignthairathtnews

ขอบคุณภาพวาดประกอบจาก The BEST

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *