ถ้าพูดถึงพระสงฆ์ในไทยแล้ว การมีเมีย มีลูก หรือแม้กระทั่งมีทรัพย์สินเป็นของตัวเองคงเป็นเรื่องวิบัติมากเสียจนเราคงนึกภาพกันไม่ออก แต่สำหรับ พระญี่ปุ่น การมีครอบครัวและมีเงินทองมั่งมีถือว่าเป็นเรื่องปกติ ยิ่งถ้าเป็นภาพยนตร์หรือในอนิเมะหลายคนคงเคยเห็นตัวเอกเป็นพระที่มีความรักและความโลภเสียด้วยซ้ำ อ้าว แล้วแบบนี้จะไม่ผิดวินัยตามหลักพระพุทธศาสนาเหรอ? เรามาไขข้อสงสัยกันดีกว่าว่า แท้จริงแล้วสิ่งที่พระญี่ปุ่นถือปฏิบัติกันทุกวันนี้เป็นเรื่องที่ถูกต้องหรือไม่?

กำเนิดพุทธศาสนาญี่ปุ่น

ศาสนาพุทธถือเป็นศาสนาหลักในหลายประเทศทั่วโลก ปัจจุบันมีพุทธศาสนิกชนมากกว่า 700 ล้านคนกระจายอยู่ในหลายชาติโดยเฉพาะทางแถบเอเชีย หนึ่งในนั้นก็มีประเทศญี่ปุ่นรวมอยู่ด้วย แต่หลายคนจะเกิดความสงสัยว่าพระญี่ปุ่นทำไมถึงสามารถแต่งงานมีครอบครัวได้แตกต่างจากพระสงฆ์ที่อื่นๆ ที่เราคุ้นเคยกับการห่มผ้าจีวรสีดิบ? เพื่อความอ๋ออออให้เข้าใจมากขึ้น ก่อนอื่นเราต้องย้อนไปดูประวัติความเป็นมาของต้นกำเนิดศาสนาพุทธในญี่ปุ่นกันก่อน

บันทึกนิฮงโชกิหรือพงศาวดารญี่ปุ่นได้บันทึกไว้ว่า ศาสนาพุทธเกิดขึ้นในยุคสมัยอาซึกะ ปี 1095 ได้รับการเผยแผ่มาจากประเทศเกาหลี โดย พระเจ้าซอง กษัตริย์แห่งอาณาจักรแพกเจ ในขณะนั้นญี่ปุ่นปกครองโดย จักรพรรดิคินเม พระองค์ทรงอนุญาตให้ศาสนาพุทธเข้ามาในประเทศ แต่ที่ปรึกษาฝ่ายทหารและชินโต (วิถีแห่งเทพเจ้า) ในยุคนั้นไม่เห็นด้วยและพยายามขัดขวาง หลังจากที่จักรพรรดิสิ้นพระชนม์ลง จักรพรรดิพระองค์อื่นที่สืบทอดต่อก็ไม่สนพระทัยที่จะสืบสานต่อ ทำให้พระพุทธศาสนาในญี่ปุ่นเริ่มเสื่อมโทรมลง ในยุคต่อมา พระพุทธศาสนาก็มีทั้งขึ้นและลงตามความสนพระทัยของจักรพรรดิแต่ละองค์

  • ยุคเฮอัน พระสงฆ์ก่อตั้งนิยายเพิ่มขึ้น ศาสนาพุทธกับชินโตเริ่มมีการผสมผสานกัน
  • ยุคคามาคุระ จุดเริ่มต้นการปกครองของรัฐบาลทหารในระบอบโชกุน บัลลังก์อำนาจทางการเมืองของจักรพรรดิเสื่อมลง
  • ยุคเอโดะ มีการปิดประเทศ รัฐบาลโชกุนลิดรอนอำนาจจากจักรพรรดิ เชื้อพระวงศ์และพระสงฆ์
  • ยุคเมจิ สิ้นสุดระบอบโชกุน ฟื้นฟูอำนาจจักรพรรดิขึ้นใหม่โดยใช้ศาสนาเป็นกลไกการสร้างรัฐ แต่รัฐบาลใหม่มีการปฏิรูปและกวาดล้างศาสนาพุทธ เนื่องจากพระสงฆ์มีอิทธิพลและแทรกแซงระบอบการปกครองมากเกินไป
  • ยุคไทโช-โชวะ  ก้าวเข้าสู่สังคมประชาธิปไตย พุทธศาสนาได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ มีการจัดตั้งสถาบันพระพุทธศาสนามากขึ้น

บทบาทของพระนักบวช

พูดถึงต้นกำเนิดศาสนาพุทธในญี่ปุ่นไปแล้ว มาพูดถึงอีกหนึ่งบุคคลที่สำคัญในศาสนาคือ พระสงฆ์ หรือนักบวช ซึ่งถือเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลต่อสังคมอย่างมาก เพราะนอกจากจะเป็นที่เคารพนับถือของผู้คนตั้งแต่ระดับรากหญ้า พระสงฆ์ยังสามารถทำได้แม้แต่การชี้นำหรือแทรกแซงการปกครองแม้โดยทั่วไปนักบวชในศาสนาพุทธปกติจะถือคติไม่เข้าไปยุ่งการเมืองหรือสงครามก็ตาม (ถ้าไม่โดนระรานเสียก่อน) ถึงขนาดมีกองกำลังพระนักรบเกิดขึ้น แต่ก็เพราะเหตุนี้เอง ชนชั้นปกครองจึงพยายามลดทอนอำนาจและบทบาทของเหล่านักบวช ทำให้พระนักบวชในสมัยหลังๆ ต้องหาเลี้ยงชีพตนเอง พร้อมๆ กับหาเลี้ยงให้วัดของตนอยู่รอดทุกวิถีทาง จึงทำให้เกิดความหย่อนในพระธรรมวินัยจนถึงปัจจุบัน

การปฏิรูปก่อเกิดการเปลี่ยนแปลง

เข้าสู่ยุคใหม่ สมัยเมจิ เป็นช่วงที่ระบอบโชกุนโดนล้มล้าง ประเทศญี่ปุ่นเปิดเป็นระบบเสรีมากขึ้น มีการฟื้นฟูอำนาจของจักรพรรดิขึ้นมาใหม่โดยใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือหนึ่งในกลไกการสร้างรัฐ แต่น่าเสียดายที่พุทธศาสนาส่วนหนึ่งก็ถูกรัฐบาลใหม่กวาดล้างไปด้วย เพราะเห็นว่ามีความเกี่ยวพันกับระบอบโชกุนจึงมีการทำลายวัดมากมาย ทำให้พุทธหลายนิกายที่ไม่ยอมปรับตัวให้เข้ากับนโยบายรัฐค่อยๆ หายไป แต่ก็ยังมีบางนิกายเลือกที่จะปรับตัวเพื่อความอยู่รอด ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของพุทธศาสนาในยุคต่อมาที่อย่างเห็นได้ชัดคือ การแต่งงานมีครอบครัวของพระ ดั่งที่หลายๆ คนรู้สึกสงสัย ส่งผลให้วิถีชีวิตนักบวชญี่ปุ่นถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ

  1. ดำรงตนรักษาพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัดและถือเพศพรหมจรรย์ ไม่มีภรรยา
  2. ถือบวชโดยยังคงแต่งงานมีครอบครัว มีลูกหลานสืบสกุลและใช้ชีวิตไม่ต่างจากชาวบ้านทั่วไป

เหตุที่นักบวชในศาสนาพุทธในญี่ปุ่นส่วนหนึ่งแต่งงานมีภรรยาได้ สืบเนื่องมาจากนักบวชคนสำคัญแห่งนิกายโจโด โซนิน ชินรัน เป็นคนริเริ่มแรกที่นำเสนอว่าพระและวัดไม่สำคัญ อีกทั้งตัวนักบวชชินรันนั้นก็มีภรรยา แต่ยังคงถือว่าตนเป็นนักบวชในพระพุทธศาสนาหากอยู่กับฆราวาส

วัตถุประสงค์หลักที่เสนอแนวคิดเช่นนี้ก็เพื่อขจัดการแบ่งแยกระหว่างพระกับคฤหัสถ์ (ผู้ที่ไม่ใช่นักบวช) สร้างความสะดวกในการเผยแผ่ศาสนาโดยไม่ต้องกังวลว่าจะละเมิดพระวินัยที่เป็นข้อห้าม ในภายหลังพระนิกายอื่นเอาเป็นแบบอย่างสืบเรื่อยมา แต่ในระยะแรกยังต้องแอบไปมีลูกมีเมียอย่างหลบๆ ซ่อนๆ จนต่อมาพระจักรพรรดิโปรดให้พระทุกนิกายเลิกถือพรหมจรรย์และมีบุตรภรรยาได้อย่างเปิดเผย ส่งผลให้ปัจจุบันนี้มีพระสงฆ์ในญี่ปุ่นส่วนใหญ่มีภรรยาและลูกได้ อีกทั้งพระญี่ปุ่นในบางนิกายก็เป็นเหมือนคนธรรมดา ไม่ได้โกนหัวโกนคิ้ว เมื่อถึงเวลาปฏิบัติศาสนากิจก็นุ่งห่มแบบนักบวช สวดมนต์ทำวัตร พอเสร็จกิจก็ออกไปทำงานข้างนอกหรือกลับไปหาครอบครัวก็มี

นอกจากนี้ตำแหน่งพระยังสืบทอดเป็นมรดกแก่บุตรคนโตได้ด้วย และส่วนใหญ่วัดญี่ปุ่นก็ถือว่าเป็นกิจการอย่างหนึ่ง จึงไม่แปลกใจที่ทำไมพระญี่ปุ่นบางรูปถึงมีเงินทอง ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายเพราะเป็นมรดกที่สืบต่อตกทอดกันมาเรื่อยๆ แต่ขณะเดียวกัน ถ้าพระสงฆ์ได้รับเงินเดือนจากวัด พระสงฆ์รูปนั้นก็ต้องเสียภาษีเหมือนกัน

เหมือนกับในมังงะญี่ปุ่นชื่อดังเรื่อง From Five To Nine ที่พระเอกของเรื่องเป็นพระนักบวช เป็นหลานชายคนโตของตระกูลที่ต้องสืบทอดมรดกเป็นเจ้าอาวาสคนต่อไป มีบุคลิกที่ทั้งหล่อ รวย มีผม มีรถหรูให้ขับ ถือกิจการวัดมากมายหลายสาขา อีกทั้งตกตอนเย็นก็ไปเป็นครูสอนภาษาอังกฤษด้วย?! พอยต์หลักของเรื่องคือพระหนุ่มหล่อดันไปตกหลุมรักนางเอกเข้า ตามขอแต่งงานจนเป็นเรื่องเป็นราว สังเกตได้ว่าบทบาทของพระสงฆ์ในญี่ปุ่นคล้ายกับเป็นผู้นำของผู้นับถือศาสนามากกว่าเป็นนักบวชผู้ครองศีล คือทำงานทางด้านศาสนาพุทธในวัด ดูแลกิจการของวัด เผยแผ่และรักษาศาสนา

ปัจจุบันนี้ ในญี่ปุ่นก็ยังคงมีศาสนาพุทธนิกายหรือลัทธิเกิดใหม่อยู่เรื่อยๆ แทบจะทุกปี ทำให้ศาสนาพุทธในญี่ปุ่นมีเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจได้หลากหลายรูปแบบ ไม่เคร่งครัดยึดตามหลักพระวินัยโดยตรงเหมือนกับบ้านเรา แต่ก็มีส่วนที่น่ากลัวเหมือนกัน เพราะสมัยนี้ลัทธิแปลกๆ ก็มีค่อนข้างเยอะ บางกลุ่มเป็นมิจฉาชีพที่ชักจูงจิตใจของผู้คนให้ไปทำเรื่องไม่ดีหรือหลอกเอาเงินก็มี ดังนั้น ไม่ว่าจะเคารพนับถือสิ่งใดก็อยู่ที่สติและใจของเรา นับถือเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจให้เราสบายใจ อย่าไปหมกมุ่นหรือสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น ไม่เช่นนั้นอาจจะกลายเป็นการพาเรื่องทุกข์ใจเข้ามาในชีวิตแทนที่จะสบายใจก็เป็นได้

 

อ้างอิง

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *