เดินทางก้าวเข้าสู่ปีกุนหรือปีหมู 2019 กันแล้ว เรียกได้ว่าวนกลบมาจุดสิ้นสุดของปีนักษัตรอีกรอบ พวกเราชาวไทยหรือแม้กระทั่งชาวจีนต่างก็ใช้สัญลักษณ์ปีกุนเป็นหมูบ้านตัวกลมสีชมพูกันมานักต่อนัก แต่กลับกันประเทศญี่ปุ่นดันใช้เป็น หมูป่า ซะงั้น ทั้งๆ ที่เป็นหมูเหมือนกันแต่กลับนำมาใช้ต่างสายพันธุ์ขนาดนี้แสดงว่าชาวญี่ปุ่นต้องมีความลับเก็บไว้อย่างแน่นอน ดังนั้น วันนี้อนิไทม์จะพาทุกคนไปหาคำตอบของปริศนาปีหมูแต่เป็นหมูป่าของคนญี่ปุ่นกันค่ะ

เจ้านักษัตรที่เกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างคนและสัตว์

ตามจริงแล้วที่มาของเหล่าปีนักษัตรก่อกำเนิดมาจากความเชื่อของชาวจีนและเผยแพร่ไปสู่ทั่วเอเชีย รวมถึงไทยเราด้วย อย่างที่ทุกคนได้ทราบกันว่าปีนักษัตรจะแบ่งออกเป็นตามรอบปีถึง 12 ชนิด อันได้แก่ ชวด ฉลู ขาล เถาะ มะโรง มะเส็ง มะเมีย มะแม วอก ระกา จอ และกุน ซึ่งแต่ละปีก็จะมีสัญลักษณ์เป็นสัตว์ประจำปีนั้นๆ เหมือนกันทุกประเทศ แต่ทว่ายังมีอีกปีหนึ่งที่มีความแตกต่างออกไปจากเพื่อนคือ ปีกุน หรือปีหมูของประเทศญี่ปุ่น ที่ไม่ได้ใช้หมูบ้านสีชมพูเป็นสัญลักษณ์เหมือนเราแต่ใช้เป็นหมูป่าสีน้ำตาลมีเขี้ยวแทน

ต้องบอกเลยว่ามีแค่ญี่ปุ่นที่เดียวที่ใช้ปีกุนเป็นหมูป่าแทนที่จะเป็นหมูบ้าน ทั้งๆ ที่จีน เกาหลี รวมถึงไทยก็ได้รับอิทธิพลให้ใช้เป็นหมูบ้านแท้ๆ ซึ่งก็มีหลายๆ คนสงสัยกันอยู่มาก รวมถึงคนญี่ปุ่นบางคนก็สงสัยด้วยว่าทำไมไม่เหมือนกับประเทศอื่นเขา ด้วยเหตุนี้คุณอิโซดะ มิจิฟุมิ นักประวัติศาสตร์ชาวญี่ปุ่นได้ให้คำตอบที่อ้างอิงมาจากบันทึกประวัติศาสตร์ของในสมัยเอโดะไว้ว่า สาเหตุที่ปีกุนของประเทศญี่ปุ่นต้องเป็นหมูป่านั้นเกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างชาวญี่ปุ่นและสัตว์

เนื่องจากชาวญี่ปุ่นในสมัยก่อนจะนิยมทำเกษตรกรรมและทำการปศุสัตว์เพื่อใช้ในการดำรงชีวิต ซึ่งก็ไม่ได้แปลกไปจากบ้านเราตรงไหนแต่ที่แตกต่างกันก็คือ สัตว์พื้นเมืองที่คลุกคลีกับคนญี่ปุ่นในสมัยนั้นไม่ใช่หมูบ้านเหมือนที่จีนหรือไทยแต่กลับเป็น หมูป่า ถ้าให้อธิบายเข้าใจง่ายๆ เลยก็คือคนญี่ปุ่นรู้จักหมูป่าก่อนที่จะมาเจอหมูบ้าน ประกอบกับบริเวณพื้นที่อยู่อาศัยของชาวญี่ปุ่นในสมัยก่อนจะอยู่แถวป่าไม้จึงง่ายต่อการพบเจอหมูป่านั่นเอง

แต่ญี่ปุ่นก็มียุคสมัยที่เลี้ยงหมูบ้านเหมือนกัน อย่างในสมัยยาโยอิและทางฝั่งคิตะคิวชูก็จะนิยมเลี้ยงเป็นปศุสัตว์ แต่ด้วยความที่ป่าเยอะ ทำให้มีหมูป่าเพียงพอต่อความต้องการแล้ว การเลี้ยงหมูบ้านจึงได้ค่อยๆ หายไปตามกาลเวลา แต่ในเมื่อมีช่วงที่คนญี่ปุ่นรู้จักหมูบ้านแล้วทำไมถึงยังไม่ยอมเอาหมูบ้านขึ้นมาเป็น 1 ใน 12 นักษัตรล่ะ? นอกจากความคุ้นเคยของคนญี่ปุ่นและหมูป่าที่เคยมีในอดีตแล้ว ก็ยังมีเหตุการณ์ในช่วงสมัยที่พระพุทธศาสนาเผยแพร่เข้าสู่ประเทศญี่ปุ่น จักรพรรดิเทมมุ ได้ออกพระราชโองการให้หยุดการกินเนื้อสัตว์ทั้งหมด ไม่ว่าจะ หมู วัว ม้า ไก่ ลิง ด้วยเหตุนี้การกินเนื้อสัตว์ในประเทศญี่ปุ่นจึงหายไปในสมัยนั้น ทำให้ชาวญี่ปุ่นยกหมูป่าขึ้นหิ้งเป็นสัตว์ประจำนักษัตรแทน ปีกุนของคนญี่ปุ่นจึงเป็นหมูป่าที่คุ้นชินเติบโตมาด้วยกันนั่นเอง

คันจิหมูๆ แต่ไม่หมู

สำหรับสัญลักษณ์คันจิของหมูป่า ญี่ปุ่นจะใช้ตัว  (อิโนชิชิ) แต่กลับกันคำนี้จะไม่ถูกนำเอาไปใช้กับปีนักษัตร แต่จะใช้ตัว (อิ) แทน ซึ่งเป็นที่น่าแปลกเพราะคันจิ 猪 อิโนชิชิ ในภาษาจีนแปลว่า หมูบ้าน แต่ของญี่ปุ่นเป็นหมูป่าซะได้ เป็นเพราะจากที่กล่าวไว้ข้างต้นว่าคนญี่ปุ่นรู้จักและโตมากับหมูป่า ทำให้ไม่ได้รู้จักหมูบ้านในนามของ 猪 อิโนชิชิ เหมือนดั่งประเทศจีน จึงเรียกคำนี้เป็นหมูป่ามาจนถึงปัจจุบัน ส่วนถ้าเป็นหมูบ้านจริงๆ ของญี่ปุ่นจะเรียกว่า  (บูตะ) ที่จะอยู่ในเมนูอาหารอย่างที่เราคุ้นชินกันตามร้านอาหารญี่ปุ่น

เพราะความเชื่อและความผูกพันธ์ระหว่างคนกับหมูป่าในอดีตทำให้ หมูป่า กลายเป็น 1 ในปีนักษัตรประจำญี่ปุ่นจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งส่วนใหญ่ของฝาก ของแต่งบ้าน หรือของเสริมสิริมงคลต่างๆ ทุกอย่างล้วนเป็นหมูป่าทั้งสิ้น นอกจากนี้สัญลักษณ์ของหมูป่าบางทีไม่ได้มาเป็นเดี่ยวๆ แค่ตัวเดียว แต่ยังมาเป็นคู่หรือมาเป็นกลุ่มเพื่อแสดงถึงความสุขของครอบครัวด้วย เนื่องจากตามธรรมชาติของบรรดาหมูๆ แล้วจะมีเหล่าลูกน้อยเดินตามกันมาเป็นพรวนด้วยนั่นเอง ใครที่มีโอกาสได้ไปญี่ปุ่นในปีนี้อย่าลืมลองสังเกตสัญลักษณ์หมูป่าตามที่ต่างๆ ในประเทศญี่ปุ่นกันดูนะคะ เดี๋ยวจะไปไม่ถึงญี่ปุ่นกัน

 

อ้างอิง

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *