เวลาไปญี่ปุ่นทีไรในนอกจากจะเจอตู้กาชาปองแล้ว จะมีอีกสิ่งหนึ่งที่เห็นอยู่ทั่วเต็มไปหมด ไม่ว่าจะที่ห้าง โรงหนัง เกมเซ็นเตอร์ หรือแม้กระทั่งตามข้างทางสถานที่ท่องเที่ยวดังๆ ก็เจอเจ้า ตู้คีบตุ๊กตา อยู่ทั่วเต็มไปหมด แถมปัจจุบันนี้ไม่ได้มีแค่ให้คีบตุ๊กตา แต่ยังมีทั้งขนม ของคาว ฟิกเกอร์ พวงกุญแจหน้าตาประหลาดๆ รวมถึงชุดตุ๊กตาน่ารักๆ อีกด้วย แล้วที่มาของเจ้าตู้นี้เกิดจากอะไรกันที่ทำให้ไม่ว่าใครที่มาเที่ยวญี่ปุ่นต่างก็ต้องคีบกลับประเทศไปกัน รวมถึงคนญี่ปุ่นยังฮิตเล่นกันจนถึงทุกวันนี้อีกนะ

ตู้คีบเสียเป็นแสนแต่ก็ได้ของกลับบ้าน

ตู้คีบตุ๊กตา หรือที่เรียกกันว่า Crane Game คือหนึ่งในตระกูลตู้เกมกดที่ฮิตกันมากในสมัยก่อน ซึ่งมีอายุเก่าแก่กว่าพวกวิดีโอเกมซะอีก โดยเจ้าตู้คีบยอดนิยมนี้ถูกผลิตและวางจำหน่ายขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ปี 1965 โดยเริ่มจากบริษัทผลิตเกมเจ้ายักษ์ใหญ่อย่าง Taito Corporation ซึ่งเป็นผู้นำการผลิตค่ายเกมออกมามากมาย อย่างที่เรารู้จักกันดีคือ Square-enix (ไฟนอลแฟนตาซี, ดรากอนเควสต์, คิงดอมฮาร์ต) ผลิตตู้คีบนี้ขึ้นมา และในปีเดียวกันบริษัท Sammy Inc. ผู้ผลิตตู้เกมประเภทสล็อตและปาจิงโกะก็ได้ถือกำเนิดขึ้น ทำให้ ทั้งสองบริษัทจึงถือร่วมหุ้นกันสร้างอุตสาหกรรมเกมตู้กันขึ้น ต่อมาในปี 1970 ได้มีงานมหกรรมจัดแสดงตู้เกมประเภท Computer Hand Game หรือตู้เกมที่ควบคุมด้วยมือขึ้นที่โอซาก้าเป็นครั้งแรก อีกทั้งยังเพิ่มฟังก์ชันแฮนด์แบบหมุนอีกด้วย แต่ในตอนนั้นของที่คีบภายในตู้ยังเป็นพวกขนม ซึ่งที่เราเห็นว่าส่วนใหญ่เป็นการคีบตุ๊กตานั้น เดิมทีแล้วเป็นขนมมาก่อนนั่นเอง

ต่อมาในช่วงปลายปี 1980 ขณะที่ตู้เกมกดประเภท Arcade Game กำลังได้รับความนิยมลดลงในญี่ปุ่น เพราะถูกเกมวิดิโอมาแทนที่นั้น ตู้คีบประเภทพวกตุ๊กตานุ่มนิ่มก็ได้ถือกำเนิดขึ้น สืบเนื่องมาจากเดิมทีเป็นแค่ขนมจับรางวัล เพราะนอกจากจะน่ารักแล้วถ้ายังคีบได้ก็จะคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปด้วย ทำให้ปัจจุบันตู้คีบตุ๊กตาได้รับความนิยมและมีหลากหลายประเภทมากขึ้น นอกจากจะมีพวกตุ๊กตาแล้วของแปลกๆ ก็มี อย่างเช่นตู้คีบกุ้งตัวเป็นๆ หรือเต่าญี่ปุ่นตัวจิ๋วเอาไปเลี้ยงที่บ้านก็เคยมี (น่าสงสารมาก) นอกจากนี้ยังมีพวกตุ๊กตาประเภทของสะสมผู้บ่าวผู้สาวจำลองอย่างฟิกเกอร์, ฟิกม่า ก็เป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นด้วย เพราะถ้าซื้อแยกก็มีราคาที่แพงมากกกก แต่ถ้าใครดวงดีทริกดีมาลองเสี่ยงดวงคีบเอาเองก็คงจะดีกว่า เพราะบางคนเสียแค่ 100 เยน แต่ได้ฟิกเกอร์ไปในราคา 10,00o เยนก็มี

เข้าสู่ช่วงปี 2000 ยุคแห่งเทคโนโลยี ตู้คีบตุ๊กตาก็มีความทันสมัยมากขึ้นเพราะผู้เล่นสามารถคีบออนไลน์ผ่านทางคอมพิวเตอร์ PC และสมาร์ตโฟนได้ โดยของที่คีบได้นั้นก็ถูกส่งมาตามที่อยู่ที่เรากรอก เรียกได้ว่าไม่ต้องขยับตัวออกจากบ้านไปไหนสามารถมีของมาส่งถึงบ้านได้ประหนึ่งซื้อขายออนไลน์เลยทีเดียว และต่อในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2017 ทางบริษัทไทโตะก็ได้รวมเข้ากับค่ายเกมชื่อดังอย่าง SEGA Interactive โดยตู้ของทางบริษัทเซก้าจะมีชื่อเรียกว่าตู้ Prize Game และ UFO Catcher

หยอดเหรียญแล้วกดปุ่ม

หลายคนอาจจะเคยผ่านหน้าผ่านตาเจ้าตู้นี้ที่ไทยกันมาไม่น้อยและรู้กิตติศัพท์ดีว่าที่ไทยนั้นคีบยากแสนยากกก แต่ถ้าเทียบกับที่ญี่ปุ่นแล้วคิดว่าน่าจะมีเปอร์เซ็นการคีบได้สูงกว่า อีกทั้งยังมีตู้อีกหลายประเภทหลายแบบเยอะแยะไปหมด บางตู้ไม่ได้ใช้แค่คีบ แต่ยังสามารถเลื่อนให้ตรงล็อกแล้วตัดฉับให้เอ็นที่ห้อยของไว้ให้ขาดแล้วหล่นลงมา หรือเลื่อนให้ตะขอเกี่ยวห่วงของไว้ก็มี จริงๆ ก็มีหลายเว็บที่สอนทริกการคีบตุ๊กตาไว้มากมาย ซึ่งก็แล้วแต่ความสามารถของแต่ละคนด้วยว่าจะคีบติดไหม (แต่ส่วนตัวลองทำตามแล้วสกิลไม่ถึงจริงๆ)

กรณีการจ่ายเงินก็ง่ายแสนง่าย เพียงแค่หยอดเหรียญแล้วก็สามารถเริ่มเกมได้แล้ว ส่วนใหญ่จะครั้งละ 100 เยน (30 บาท) หรือบางตู้ก็มีเหมือนโปร 500 เยน ได้ 6 ครั้งก็มี โดยทั่วไปตู้คีบพวกนี้จะรับแค่เหรียญ 100 เยนเป็นปกติอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่มีเหรียญที่ตรงกับตู้ล่ะ จะทำยังไง? เรื่องนั้นไม่ต้องกังวลไปเลยค่ะ เพราะถ้าตัวเหยียบอยู่ที่ญี่ปุ่นแล้วล่ะก็ทุกอย่างก็เป็นเรื่องง่ายมาก ถ้าเป็นบ้านเราก็ต้องวิ่งไปแลกเหรียญกับพนักงานที่เคาท์เตอร์ ไหนจะแถวยาวเหยียดน่าลำไย แต่ถ้าเป็นที่ญี่ปุ่นเขาจะมีตู้แลกเหรียญวางอยู่ตามจุดต่างๆ ไม่จำเป็นต้องไปแลกเพื่อใช้สำหรับตู้คีบตุ๊กตาเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้แลกและเล่นได้กับทุกตู้ที่ต้องการ และสามารถรับได้ทั้งเหรียญ 500 เยน และธนบัตรด้วยนะ! ง่ายและสะดวกสุดๆ ไปเลย แต่มีที่สบายกว่านั้นสำหรับคนญี่ปุ่นหรือคนที่เรียนระยะยาวที่ญี่ปุ่นจะสามารถทำบัตรรถไฟ Pasmo หรือ Suica ซึ่งบัตรประเภทนี้สามารถใช้จ่ายเครื่องตู้อัตโนมัติได้ทั้งหมด เพียงแค่ตี๊ดเดียวก็หักเงินแล้ว ง่ายดายสุดๆ ไม่ต้องมาต่อแถวให้เสียเวลาอีกต่อไป

ความนิยมในต่างแดน

ถ้าแหล่งประจำสำหรับชาวนักคีบญี่ปุ่นก็ต้องไม่พลาดที่เกมเซ็นเตอร์อย่าง Taito Station เป็นตึกยักษ์สีแดงเด่นเห็นมาแต่ไกล ศูนย์รวมเกมตู้นานาชนิด รวมถึงตู้ถ่ายสติกเกอร์พุริคุระยอดฮิตด้วย ถ้าใครไปญี่ปุ่นต้องไม่พลาดไปสถานที่นี้ เพราะมีกระจายอยู่ทั่วเมือง รวมถึงในห้างสรรพสินค้าก็มีโซนของไทโตะแบบเล็กๆ อีกด้วย

นอกจากนี้ตู้คีบตุ๊กตานี้ไม่ได้รับความนิยมแค่ในประเทศญี่ปุ่นแต่เพียงเท่านั้น แต่โด่งดังถึงขนาดข้ามทวีปไปฝั่งยุโรปเลยทีเดียว อย่างที่สหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ช่วงปลายปี 1980 ตู้คีบตุ๊กตาก็ถูกติดตั้งภายในร้านพิซซ่าฮัท และตามศูนย์การค้าต่างๆ ในเมือง Fred Meyer , Haggens , Safeway , Sugar Loaf และอื่นๆ ต่อมาในช่วงต้นปี 1990 ก็เริ่มมีตู้จำพวกของที่ระลึกอย่างตุ๊กตาใส่ชุดทีมฟุตบอล, ทีมบาสเก็ตบอล และฮ็อกกี้ เพราะอเมริกาขึ้นชื่อในเรื่องกีฬาพวกนี้อยู่แล้ว ย้อนกลับมาทางด้านเอเชียตะวันออกนอกจากที่อเมริกาแล้วประเทศใกล้บ้านญี่ปุ่นอย่างไต้หวันและเกาหลีใต้ต่างก็มีตู้คีบวางอยู่เต็มไปหมด และแน่นอนประเทศที่กล่าวมีนี้ก็มีตู้คีบพวกสัตว์เหมือนกันเช่นเดียวกับญี่ปุ่น โดยเฉพาะที่จีน ถึงขั้นมีตู้คีบปูกับกุ้งล็อบสเตอร์อีกด้วย

ได้รู้ซึ้งกันเลยใช่ไหมล่ะคะ ว่าตู้คีบตุ๊กตาที่เราเห็นแล้วต้องควักให้ทุกทีนั้นมีประวัติยาวนานถึง 50 กว่าปีเลยทีเดียว อีกทั้งยังเป็นที่โด่งดังไปทั่วโลกรวมถึงไทยด้วย ความสนุกนั้นก็ไม่แพ้วิดิโอเกม แถมยังทำให้ตู้ธรรมดาๆ สามารถคีบเล่นในระบบออนไลน์ได้อีกด้วย สมกับเป็นประเทศแห่งเทคโนโลยีคิดก้าวไกลไม่หยุดอยู่กับที่จริงๆ ค่ะ ต้องขอบคุณประเทศนี้ที่สรรสร้างให้เราสามารถเสี่ยงดวงคีบผู้ชาย เอ้ย คีบตุ๊กตากลับบ้านได้อย่างง่ายดาย แถมยังคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปเสียด้วยสิ แต่ระวังอย่าติดเพลินนะ เพราะเล่นนานๆ ก็อาจมีน้ำตาร่วงกันบ้างล่ะ ใครเจอตู้เด็ดๆ แบบไหน ที่ไหน อย่างไร ก็เอามาบอกกันบ้างนะคะ

 

 

อ้างอิง

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *