เวลาเราดูอนิเมะที่เป็นแนวซามูไร หรืออนิเมะแนวลย้อนยุค เสื้อผ้าที่ตัวละครใส่นอกจากจะมีกิโมโน ยูกาตะแล้วบางครั้งเราจะเห็นว่ามีการใส่กิโมโนคู่กับกางเกง หรือในอนิเมะที่เรื่องราวเป็นปัจุบันก็มีการใส่ชุดแบบนี้ อย่างเรื่องจิฮายะฟุรุก็จะเห็นว่าทีมของจิฮายะใส่กิโมโนคู่กับกางเกงในการแข่งคารุตะครั้งสำคัญๆ เสมอ กางเกงที่เราเห็นนี้จริงๆ แล้วมีชื่อเรียกด้วยนะคะ ซึ่งเราจะเรียกว่า ฮากามะ

ฮากามะ คือ กางเกงกระโปรงที่มีตั้งแต่ศตวรรษที่ 6 โดยรับมาจากชุดในราชสำนักจีนสมัยราชวงศ์สุย และถัง ก่อนจะพัฒนามาสู่แฟชันของเหล่าโชกุน ขุนนาง และซามูไร

ปกติแล้วเวลาใส่กิโมโนผู้สวมใส่จะขยับตัวได้ค่อนข้างลำบาก ก้าวเท้ายาวๆ ไม่ค่อยได้ จึงได้มีการนำฮากามะมาประยุกต์ใส่กับกิโมโนเพื่อให้ผู้สวมใส่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ

เพราะความสะดวกสบายนี้เองที่ทำให้สมัยก่อนผู้ชายญี่ปุ่นชอบใส่ฮากามะ เนื่องจากในสมัยก่อนผู้คนเดินทางด้วยม้า หากใส่กิโมโน หรือยูกาตะจะทำให้ขี่ม้าไม่สะดวก ทำกิจกรรมโลดโผนบ้างอย่างฟันดาบ ยิงธนูไม่ค่อยได้

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ชายจะต้องใส่กันทุกคน แต่ก่อนฮากามะเป็นชุดใส่ทำงานของพวกนักรบและผู้ประกอบพิธีกรรมของชินโต ชาวบ้านและพ่อค้าจึงไม่ได้ใส่กันในชีวิตประจำวัน

ฮากามะ แบ่งแบบกว้างๆ ได้ 2 ประเภท คือ อุมะโนริ ฮากามะ ทำจากผ้าที่มีเนื้อผ้าค่อนข้างหนาและหนักประมาณหนึ่ง เพื่อช่วยป้องกันแข้งขาของผู้สวมใส่เมื่ออยู่บนหลังม้าเวลาบุกป่าฝ่าดงยามเดินทางไกล  ซึ่งอุมะโนริ ฮากามะจะออกแบบให้เอวค่อนข้างหลวมแต่ขากางเกงจะค่อนข้างแคบเพื่อช่วยเรื่องความคล่องตัวในการฟันดาบ และการต่อสู้ อีกประเภทหนึ่งคือ อันดงบากามะ ทำจากเนื้อผ้าที่มีความนุ่มและดูมีความเป็นกระโปรงมากกว่ากางเกง

แม้ปัจจุบันจะไม่ค่อยเห็นใครใส่ฮากามะกันมากเท่าไรนัก เวลาเทศกาลต่างๆ ผู้ชายก็จะใส่ชุดลำลองไม่ก็ยูกาตะ ส่วนผู้หญิงจะนิยมใส่กิโมโน ทว่าในพิธีสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัย ผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะใส่ฮากามะในวันนี้กัน

พิธีรับปริญญาของญี่ปุ่นจะไม่ได้เหมือนไทยที่ทุกคนจะต้องใส่ชุดครุยตามแบบของสถาบัน แต่นักศึกษาชายจะใส่สูท และนักศึกษาหญิงถ้าไม่ใส่ชุดสูทก็จะใส่นิยมใส่กิโมโนคู่กับฮากามะกัน  ซึ่งเราจะเรียกฮากามะที่ใส่ในวันรับปริญญาว่า  ซตสึเกียว ฮากามะ

ซึ่งฮากามะที่ผู้หญิงใส่จะนิยมผูกเอวฮากามะยกขึ้นสูงกว่าปกติเล็กน้อย วิธีการผูกก็จะมีความละเมียดละไมซับซ้อนกว่าของผู้ชาย ตัวผ้าฮากามะเองก็มีการเติมลูกเล่นปักลวดลายดอกไม้ บ้างก็ใช้สีพื้น สียอดนิยมจะเป็นสีม่วง และสีน้ำตาลอมแดงดูแล้วเหมาะกับบรรยากาศอันน่ายินดีในวันรับปริญญามากจริงๆ

 

 

 

นอกจากนี้ยังนำฮากามะมาดีไซน์ใหม่ให้ใส่กับชุดทั่วไปได้ ทั้งยังใส่สบาย และสามารถใส่ในชีวิตประจำวันได้โดยไม่ขัดเขิน

สมกับเป็นประเทศญี่ปุ่นที่ทำให้วัฒนธรรมเก่าๆ ไม่ว่าจะเป็นศิลปะการต่อสู้ พีธีกรรม เครื่องแต่งกายก็ยังคงทรงคุณค่าและคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ อนิเมะ หรือในชีวิตจริงสิ่งเหล่านี้ก็ยังสอดแทรกในวิถีชีวิตของคนญี่ปุ่นแม้เวลาจะผ่านไปหลายร้อยปีก็ตาม ไม่เพียงแค่คงอยู่เท่านั้นแต่ยังสามารถนำเอาความโบราณมาปรับให้กลายเป็นแฟชันสมัยใหม่ได้โดยไม่ละทิ้งความเก่าไปซะหมด

 

ที่มา

matchajp, wikipedia, mag.japaaan, youpouch

 

 

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *