เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พวกเราคงจะได้ยินข่าวคนไทยได้เป็นแชมป์แกะสลักหิมะ และไม่ใช่แค่ปีนี้ แต่เหมือนจะได้ยินข่าวเช่นนี้เกือบทุกปีเลยก็ว่าได้ บ้างก็เป็นแชมป์สามสมัย บ้างก็เป็นแชมป์สิบสมัย เป็นสถิติที่ชวนให้อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมประเทศไทยที่อากาศร้อนตับแล่บตลอดปีอย่างประเทศไทยถึงครองแชมป์ติดต่อกันรัวๆ ได้ขนาดนี้ อย่าว่าแต่จะมีหิมะเลย แค่แม่คะนิ้งก็ยากแล้ว เหล่านักแข่งขันเขาเอาอะไรที่ไหนไปฝึกฝนกันนะ

รู้จักเทศกาลหิมะซัปโปโร

ถ้าพูดถึงงานแข่งขันแกะสลักหิมะที่เก่าแก่ก็ต้องเป็นที่เมืองซัปโปโร ประเทศญี่ปุ่นแน่นอน การแข่งขันเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลหิมะเมืองซัปโปโร (Sapporo Snow Festival) ซึ่งเกิดขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ.2493 เริ่มต้นจากกลุ่มนักเรียนมัธยมในเมืองซัปโปโรออกมาปั้นหิมะเล่นกันในสวนโอโดริในช่วงพักกลางวัน จนกลายเป็นจุดสนใจและมีชาวเมืองออกมาร่วมปั้นด้วยอย่างเป็นการเป็นงาน

ต่อมาการปั้นหิมะก็ได้รับการส่งเสริมจากภาคธุรกิจเอกชนและองค์กรส่วนท้องถิ่นให้ยกระดับขึ้นเป็นกิจกรรมประจำปีในปีพ.ศ.2498   มีกำหนดจัดในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีที่สวนสาธารณะโอโดริ กลางเมืองซัปโปโร ทุกวันนี้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติเดินทางมาเข้าร่วมและเที่ยวชมงานกว่า 2 ล้านคน จึงถือได้ว่าเป็นงานเทศกาลหิมะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นในปัจจุบัน

“ไก่ชน” ผลงานของนักแกะสลักชาวไทยที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในปี 2561

การแข่งขันแกะสลักหิมะนานาชาติ

ส่วนงานประกวดแข่งขันแกะสลักหิมะนานาชาติ (International Snow Sculpture) มาทีหลังค่ะ เริ่มจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปีพ.ศ. 2517 การแข่งขันแบ่งเป็นสองสนามค่ะ คือระดับมือสมัครเล่นและมืออาชีพ กติกาในการแข่งมีอยู่ว่า

  • แต่ละทีมไม่สามารถนำอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือเครื่องมือดัดแปลงมาใช้แกะสลักได้นอกจากวัสดุแกะสลักที่เป็นแบบดั้งเดิมเท่านั้น
  • ไม่อนุญาตให้ใช้แสง หรือสีใดๆ มาประกอบให้เกิดความสวยงาม
  • ไม่อนุญาตให้นำหิมะจากนอกบริเวณแท่นแกะสลักของตนเองมาใช้ซ่อมแซมส่วนที่แตกหักได้
  • ผู้แกะสลักต้องใช้ทักษะและประสบการณ์ของตนเอง ไม่อนุญาตให้ปรึกษาผู้ติดตามหรือกรรมการ

ประเทศไทยก็ส่งทีมนักแกะสลักเข้าร่วมกิจกรรมนี้ครั้งแรกในปี พ.ศ.2534 จนถึงปัจจุบันรวมทั้งสิ้น 21 ครั้ง โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นผู้ดูแล นักแกะสลักที่เป็นผู้เข้าแข่งขันหลักในการแข่งแกะสลักหิมะแต่ละปี ได้แก่คุณกุศล บุญกอบส่งเสริม จากโรงแรมแชง-กรีล่า คุณกฤษณะ วงศ์เทศ นักแกะสลักอิสระ และคุณอำนวยศักดิ์ ศรีสุข หรือพี่เซ็ง ครีเอทีฟไดเรกเตอร์จากโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณที่จะมาบอกเล่าเรื่องราวการแข่งขันกับทีมงานอนิไทม์และคุณผู้อ่านทุกท่านในวันนี้ค่ะ

มาแข่งแกะสลักหิมะที่ซัปโปโรได้อย่างไร

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือททท. เขาจะเฟ้นหาคนที่แข่งแกะสลักได้เหรียญระดับประเทศแล้วทาบทามให้มาแข่ง ให้มาช่วยทีม

การแกะสลักหิมะที่ซัปโปรโรมันมีมานานหลายสิบปีแล้ว สมัยก่อนเวลาไปแข่งหนึ่งทีมจะมี 4 คน ก่อนจะลดลงมาเหลือ 3 ผมจะไปร่วมทีมประมาณ 8 ครั้ง ครั้งแรกปี 2542 แล้วก็เว้นไม่ได้ไปแข่งหลายปี บางปีททท. ก็ไม่ได้ส่งแข่งขัน ก่อนจะกลับมาแข่งต่อคือปี 2555 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ตอนที่ไปครั้งแรกทีมของเราก็ลงแข่งแบบระดับมือสมัครเล่นก่อน เพราะเราไม่เคยแข่งแกะสลักหิมะ แต่ก็ได้รางวัลระดับมือสมัครเล่นมาเหมือนกัน

 

รู้จักกับเพื่อนในทีมมาก่อนหรือเปล่า

เจอกันในการประกวดแกะสลักน้ำแข็งระดับประเทศมาก่อนอยู่แล้ว พอมีงานแข่งพวกงานศิลปะหรือแข่งแกะสลักน้ำแข็งก็จะได้เจอกัน ทำให้ได้เห็นผลงานฝีไม้ลายมือ ได้ทำความรู้จักกันก่อนบ้าง

 

ประสบการณ์การแข่งครั้งแรกเป็นอย่างไรบ้าง

ตื่นเต้นครับ จริงๆ เราอยากจะไปอยู่แล้วนะ การมีประสบการณ์ได้ไปต่างประเทศเป็นอะไรที่น่าลองไม่ควรทิ้งโอกาสนี้ไปจึงตอบตกลงทันทีเมื่อได้รับคำเชิญ

แต่การเตรียมตัวนี่เราไปแบบไม่มีอะไรเลย ทั้งเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมหรืออากาศจะหนาวอย่างไรก็ไม่รู้ เลยหาเสื้อผ้าและอุปกรณ์ตามเท่าที่หาได้ ซึ่งการท่องเที่ยวก็หาซื้อที่ญี่ปุ่นให้ส่วนหนึ่งแต่ก็ไม่ได้ครบทุกอย่าง ตอนนั้นเรียกได้ว่าไปกันแบบขลุกขลักมาก เพราะไม่รู้ว่าจะต้องเตรียมตัวอย่างไร แม้กระทั่งเครื่องมือเรายังไม่รู้ว่าจะต้องเตรียมไปอย่างไร และไม่รู้ว่าสิ่งที่เตรียมไปจะใช้งานได้แค่ไหน

 

การไปแข่งต้องเตรียมอะไรไปบ้าง

อุปกรณ์ที่ใช้ก็จะมีก็พวกสิ่วที่เราใช้แกะน้ำแข็ง สมัยก่อนสิ่วที่เราเอาไปด้ามทำมาจากเหล็ก แล้วอากาศที่นู่นก็ติดลบทำให้ทำงานไม่ได้ เพราะมันหนาวเสียจนเราจับด้ามเครื่องมือไม่ได้ ต้องใช้วิธีเอาเศษผ้ามาพันที่ด้ามจับก่อน เครื่องมือก็ต้องลับให้คม ให้ถนัดมือพร้อมใช้งาน

อุปกรณ์ที่สำคัญอีกอย่างก็คือโมเดลเล็กๆ ที่จะใช้เป็นต้นแบบ ถ้าเราไม่ได้ทำโมเดลแล้วไปออกแบบหน้างานเราก็จะทำงานกันช้า โอกาสที่จะประสบความสำเร็จน้อยมากๆ

และอีกอย่างที่สำคัญมากๆ คือการเตรียมร่างกายให้แข็งแรงพร้อมรับกับสภาพอากาศหนาว เพราะฤดูหนาวของที่นั่นคือหนาวจริงๆ ไม่ใช่ฤดูหนาวแบบเย็นๆ สบายๆ แบบที่คนไทยอยู่ได้

 

เครื่องมือต้องเตรียมไปเองตลอดหรือ

ใช่ครับเพราะมันคุ้นเคยมือมากกว่า เวลาใช้เครื่องมือที่คุณเคยแข่งมันจะรู้สึกถนัดมือและทำงานได้เร็วกว่า ทางสถานที่แข่งก็มีเตรียมไว้ให้ส่วนหนึ่ง แต่จะเป็นอุปกรณ์ขนาดใหญ่เช่นพลั่วซึ่งมันใหญ่เกินกว่าที่จะมาแกะส่วนที่มีรายละเอียดมากๆ

 

ต่อสู้กับสภาพอากาศหนาวกันอย่างไร

ก็ต้องเครื่องนุ่งห่มให้พร้อมแหละครับ  รองเท้านี่ก็สำคัญ บางทีเราซื้อไว้แล้ว แต่สภาพอากาศบ้านเรามันต่างกัน พอวางทิ้งไว้มันก็เสื่อม เอาไปใส่ที่ญี่ปุ่นพื้นมันก็หลุด ต้องวิ่งหาซื้อกันใหม่ หลังๆ เรื่องพวกนี้ททท. เขาก็มีประสบการณ์มากขึ้น เขาก็หาสปอนเซอร์บริษัทใหญ่ๆ ที่เขาพอจะซัพพอร์ตเรื่องเครื่องแต่งกายสำหรับงานเฉพาะทางแบบนี้ให้เราได้

 

การแข่งขันต้องทำอย่างไรบ้าง

แรกสุดทางผู้จัดการแข่งขันจะให้จับสลากให้รู้ว่าใครได้ที่ตรงไหน แล้วก็จะมีแท่งหิมะตัดเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 3 เมตรคูณ 3 เมตรที่ใช้สำหรับแกะสลักไว้ให้ แต่ก่อนมีผู้แข่งขันเยอะมาก ประมาณ 20 กว่าทีม พอประมาณปี 2555 ก็เหลือประมาณ 13-14 ทีม

วันแรกจะมีพิธีเปิดในครึ่งเช้าและสามารถเริ่มแกะน้ำแข็งได้ในครึ่งบ่ายจนถึงเวลา 3 ทุ่ม วันต่อมาก็ 9 โมงถึง 3 ทุ่มเหมือนกัน วันละประมาณ 12 ชั่วโมง ส่วนเรื่องการพักเบรกก็แล้วแต่การตกลงกันในทีม งานจัด 4 วันก็จะมีเวลาให้แกะสลักหิมะประมาณ 3 วันครึ่ง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่งานหนักมากกว่าจะออกมาเป็นรูปเป็นร่างอย่างที่ได้เห็นกัน  การทำงานเป็นทีมจึงสำคัญมาก ถ้าไม่มีทีมเวิร์กหรือคนในทีมไม่เข้าขากันไม่รู้ใจกันก็จะทำงานนี้ได้ยาก 

 

หัวข้อแต่ละปีมีที่มาอย่างไร

หัวข้อในการแกะสลักแต่ละครั้งการท่องเที่ยวจะเป็นคนกำหนดมาให้และให้ทางทีมไปออกแบบดีไซน์กันเอง โดยจะส่งหัวข้อให้ประมาณช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน เมื่อรับหัวข้อมาแล้วเราสามคนก็จะมาคุยกันว่าจะออกแบบอย่างไร และส่งรูปที่เราวาดแบบเสร็จให้ทางททท. ดูว่า รูปที่เราจะแกะสลักคืออันนี้นะ แต่เขียนแบบนี้ก็ใช่ว่าจะผ่านเลย ถ้ามันไม่ใช่ เขาไม่ชอบก็จะให้เปลี่ยนใหม่ แต่ถ้าบางอย่างเปลี่ยนไม่ได้เราก็จะให้เหตุผล เช่น ถ้าเอาอันนี้ออก หรือตำแหน่งสูงมากเกินไปมันจะมีโอกาสหักโค่นต้องแนะนำเขาไป เพราะเราเป็นคนทำงาน เรารู้

 

ปกติร่วมออกแบบกันอย่างไร

ก็ช่วยกันสเก็ตรูปแล้วก็ส่งให้ดู ส่งกันไปส่งกันมาจนพอใจ แล้วก็ไปนั่งคุยกันว่าต้องแก้ตรงไหน เอาอันนี้ออก อันนั้นไว้ ตรงนี้มันบังสายตานะ มันไม่เด่น ความรู้สึกของแต่ละคนมันก็ไม่เหมือนกันอยู่แล้วเนอะ ถ้ามันยังค้างๆ ไม่ถูกใจกันอยู่ก็จะไปนั่งคุยกันจนกว่าจะได้แบบที่พอใจมากที่สุด

ก่อนจะถึงวันไปญี่ปุ่นทั้งสามคนก็ต้องหาวันมานั่งคุยกันก่อนเพราะว่าทำงานกันคนละที่ มาร่วมกันแกะโมเดลที่จะนำไปเป็นแบบในการแกะสลักหิมะที่ญี่ปุ่นก่อน โดยแกะเป็นโมเดลเล็กๆ ด้วยโฟม ขนาด 30 X 30 เซนติเมตรแล้วค่อยนำไปขยายแบบ 1 ต่อ 100 ในการแกะสลักของจริง

 

โฟมต้นแบบของชิ้นงานที่ชนะการประกวดในครั้งล่าสุด

ทั้งที่ประเทศไทยเป็นเมืองร้อนไม่มีหิมะแท้ๆ พี่ๆ ฝึกซ้อมกันได้อย่างไร

จริงๆ แล้วทักษะของพวกเราทุกคนมีกันอยู่แล้ว อีกทั้งมีพื้นฐานการวาดรูปด้วย เพราะตอนที่เรียนจบใหม่ๆ ผมทำงานเป็นช่างวาดภาพในแกลอรี่แห่งหนึ่งก่อนจะมาทำงานที่โรงแรม ทักษะการแกะสลักผมก็ได้ฝึกจากงานที่ทำอยู่ทุกๆ วันอยู่แล้ว เช่น แกะสลักน้ำแข็ง แกะโฟม แกะช็อกโกแลต การทำงานก็เหมือนกับการซ้อมไปในตัว

อีกทั้งการไปแข่งแต่ละปีก็เป็นการสร้างเสริมประสบการณ์เพิ่มขึ้นทุกครั้ง ทำให้เรารู้ว่าครั้งต่อไปเราจะต้องเตรียมตัวอย่างไร 

แกะสลักน้ำแข็งกับหิมะต่างกันอย่างไร

จริงๆ การแกะสลักหิมะใกล้เคียงกับการแกะสลักน้ำแข็ง ความยากง่ายอยู่ที่อุณหภูมิของภูมิอากาศมากกว่า อุณหภูมิที่กำลังดีจะอยู่ที่ประมาณ -8 องศาเซลเซียส แต่ถ้าอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงมากน้อยไปกว่านี้ก็จะเริ่มมีผลต่อผลงานของเรา ยิ่งอากาศประมาณ -2 องศาเซลเซียสก็ถือว่าแย่มากๆ แล้ว เพราะพออากาศอุ่นขึ้นหิมะก็จะละลาย ยิ่งมีแดดส่องหิมะจะเริ่มกลายเป็นน้ำ เครื่องมือเราจะแกะไม่ได้แล้ว 

ปีที่แข่งแกะสลักหิมะเป็นรูปรถตุ๊กตุ๊กปี 2558 อากาศแย่มาก แต่โชคดีที่เราแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้โดยการพรมน้ำไว้บนหิมะเพื่อให้ตอนกลางคืนที่อากาศติดลบมากขึ้น น้ำที่พรมไว้จะแข็งตัวทำให้สามารถแกะน้ำแข็งต่อไปได้ในวันรุ่งขึ้น และเราก็ได้แชมป์ด้วยในปีนั้น 

 

นอกจากเรื่องอุณหภูมิแล้ว การแข่งขันแบบไหนที่เรียกว่ายาก

จริงๆ แล้วสนามแข่งที่ซัปโปโรนี่เป็นสนามที่หินที่สุด เพราะว่าหิมะที่ใช้ในการแกะสลักเป็นหิมะธรรมชาติที่เขาไปตักมาแล้วอัดในบ็อกซ์ บางทีก็จะมีเศษไม้บ้างเศษลวดติดมาบ้าง บางครั้งแกะไปเจอกิ่งไม้กิ่งเบ้อเริ่ม ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีผลต่อชิ้นงานของเรา

ทีมที่ไปแข่งขันก็เลยพากันร้องเรียนกับทางผู้จัดงานให้ร่อนหิมะเพื่อกำจัดพวกกิ่งไม้กับเศษลวดก่อนนำมาใช้แข่ง ทำให้ในปีหลังๆ หิมะที่นำมาใช้แข่งดีขึ้น แต่ก็แล้วแต่ว่าคณะกรรมการในการจัดงานแต่ละปีเป็นใคร บางรายก็ไม่ได้ใส่ใจในเรื่องรายละเอียดนี้ บางรายก็ไม่ได้ตรวจสอบเครื่องมือกลางที่ใช้ในการแข่ง ทำให้มีชำรุดบ้าง

 

ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ประเทศไทยเริ่มเป็นตัวเต็งในการแข่งแกะสลักหิมะ

จริงๆ งานศิลปะของประเทศไทยเป็นงานที่มีความละเอียดอ่อน มันมีเสน่ห์ทุกปีที่ไปนั่นแหละ เวลาไปแข่ง ชาติอื่นเห็นงานของพวกเราก็จะมีการแซวกันบ้างว่าพวก Grand Champion อะไรแบบนี้ เพราะทีมไทยชนะการแข่งขันแกะสลักหิมะนานาชาติรวมทั้งสิ้น 7 ครั้ง ได้แก่ ปี พ.ศ. 2543 ผลงานชื่อช้าง เป็นงานแกะสลักรูปช้าง ปีพ.ศ. 2551 ผลงานชื่อ Family เป็นผลงานแกะสลักรูปช้างพ่อแม่ลูก ปี 2552 ผลงานชื่อ Garuda and Naga เป็นผลงานแกะสลักรูปครุฑยุดนาค ปี 2553  ผลงานชื่อไกรทอง เป็นผลงานแกะสลักรูปไกรทองสู้กับชาละวัน (ผู้เขียน: เป็นครั้งแรกสำหรับการจัดการประกวดแข่งขันที่มีทีมสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศติดต่อกัน 3 ปีซ้อน  อย่างไม่เคยมีประเทศใดทำได้มาก่อน)

ปี 2556 ผลงานชื่อช้างวาดรูป ปี 2558 ผลงานชื่อ The Ubiquitous TUK-TUK และผลงานล่าสุดที่ทำให้เป็นแชมป์ 7 สมัยคือไก่ชน แกะสลักเป็นรูปไก่ชนสองตัว เรียกได้ว่าเป็นประเทศที่ครองแชมป์มากที่สุดเลยก็ว่าได้

 

ตัดสินแพ้ชนะกันอย่างไร

ผู้จัดการแข่งขันแต่ละเจ้าก็จะมีเกณฑ์การตัดสินแตกต่างกันออกไป โดยปกติแล้วในการตัดสินงานฝีมือก็จะดูเรื่องคอนเซ็ปต์ เรื่องการดีไซน์การจัดวางองค์ประกอบ ความสวยงามและความละเอียดอ่อนอะไรพวกนี้

งานที่ทีมเราแกะกันทุกปีมีความสมบูรณ์และความตั้งใจในทุกๆ ครั้งอยู่แล้วแต่จะได้ตำแหน่งหรือไม่ได้ก็ขึ้นอยู่กับว่าทีมไหนจะสมบูรณ์ที่สุด ทุกประเทศก็มีความละเอียดอ่อนในงานเหมือนกัน ไม่ใช่แค่ของเรา ของจีนก็มีมังกร นกกระเรียนไรงี้ เราคาดคะเนไม่ออกหรอกว่าใครจะเอาหัวข้ออะไรมาแข่งจนกว่าตอนที่ไปถึงนี่แหละ

บางครั้งเราคิดว่าเราติดหนึ่งในห้า แต่พอผลออกมาก็ไม่ติดอะไร ก็เข้าใจว่าอาจจะไม่ถูกตากรรมการ หรือบางอันอาจจะดูเรียบๆ แต่สื่อความหมายได้ลึกซึ้งก็ได้รางวัล ขึ้นอยู่กับการมอง การตีความของกรรรมการ

ประสบการณ์ที่ประทับใจ

ประสบการณ์การแข่งขันที่ประทับใจที่สุดก็คงเป็นตอนที่แกะสลักตุ๊กตุ๊ก เพราะว่าปีนั้นต้องเผชิญกับปัญหาหลายสิ่งโดยเฉพาะเรื่องสภาพอากาศที่อุ่นทำให้เราต้องใช้ทักษะในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ในปีนั้นมีหลายประเทศที่หิมะโค่นลงมาทำให้ถูกปรับแพ้ ประมาณ 30 ประเทศ

สิ่งสำคัญคือการถ่ายเทน้ำหนักให้พอดีการจัดวาง ต้องรีดน้ำหนักให้พอดีให้มันบางเพื่อฐานสามารถรับน้ำหนักได้ ส่วนที่ต้องรับน้ำหนักให้หนาและแข็ง อย่างที่ว่าก็คือพ่นน้ำไว้เพื่อให้ตอนกลางคืนเพราะอากาศมันติดลบมากขึ้นความควบแน่น ผ่านมันก็จะแน่นขึ้น นั่นแหละครับ พอได้แข่งหลายๆ ครั้งประสบการณ์ทำให้เราได้เรียนรู้

แล้วก็ผลงานตุ๊กตุ๊ก ตอนนั้นคนญี่ปุ่นเดินผ่านไปผ่านมาก็รับรู้ได้ทันทีว่าสิ่งที่เรากำลังจะอยู่คืออะไรแม้จะยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง เวลาเดินเข้ามาดูก็จะได้ยินคนพูดว่า “ตุ๊กคุตุ๊กคุ” งานชิ้นนั้นเราถือว่าต้องนำเสนอให้ชัดเจนตั้งแต่เริ่มแกะเลย และต้องแกะให้เหมือนโมเดลขนาดเล็กที่เราเตรียมไปให้เหมือนเปี๊ยบเลยนะ  เพราะว่างานเราเป็นงานเหมือนจริง ไม่ใช่งานนามธรรมที่สื่อด้วยความรู้สึกอะไรอย่างนั้น

 

มีแฟนคลับมาเชียร์บ่อยไหม

ก็มีบ้างครับ แฟนคลับส่วนใหญ่ก็เป็นคนที่รู้จักกัน ไม่ก็เด็กนักเรียนไทยที่ไปเรียนที่ฮอกไกโดเวลามาดูก็จะซื้อขนมมาให้บ้าง มาให้กำลังใจเพราะรู้ว่าเป็นคนไทย บ้างก็เป็นไกด์ให้บ้างเวลาไปเที่ยวหลังจากที่แข่งเสร็จ คนญี่ปุ่นก็มีมาให้กำลังใจบ้าง ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่เคยไปเที่ยวเมืองไทยพอรู้ว่ามีคนไทยมาแข่งก็จะเข้ามาทักบ้าง งานที่เราทำเนี่ยมันเป็นมันมีเสน่ห์ทำให้คนญี่ปุ่นรู้จักประเทศเรามากขึ้น

 

ความรู้สึกที่ได้เป็นแชมป์เป็นอย่างไร

มันก็ดีอะนะ ดีใจที่เราทำงานสำเร็จ ขอบคุณทีมขอบคุณเพื่อนร่วมงาน พอเริ่มต้นดีมันก็จบด้วยดีก็รู้สึกดี ได้นำเสนองานที่ถูกตากกรรมการ ถูกใจคนดู แม้กระทั่งไม่ได้รางวัลเลย เราก็ได้ทำ ได้แกะ ได้ตั้งโชว์ แค่นั้นมันก็รู้สึกดีมากแล้วล่ะ

 

ไม่สร้างทีมใหม่เพื่อมารับช่วงต่อบ้างหรือ

อันนี้เป็นเรื่องของความไว้วางใจ และเป็นความสะดวกของผู้ที่จัดพาไปด้วยก็คือเอาทีมที่เคยไปแข่งนี่แหละ จะได้ไม่ต้องเทรนคนใหม่ แต่คนมีฝีมือในบ้านเรายังมีอีกเยอะมาก อยู่ที่ว่าจะมีโอกาสได้นำเสนอผลงานของตัวเองมากน้อยแค่ไหน หากวันหนึ่งที่ทีมของเราไม่ได้แกะสลักหิมะต่อไปแล้วก็ต้องมีทีมใหม่เข้ามารับช่วงต่อ

 

 

แล้วอย่างนี้พี่เซ็งฝึกลูกศิษย์ไว้รับช่วงต่อบ้างหรือเปล่า

ถามเรื่องนี้ก็ดีเหมือนกันนะ น้องๆ ช่างปั้นที่อยากไปแข่งมีหลายคนนะ แต่ว่าถ้าตั้งทีมขึ้นมาใหม่ ต่อให้ผ่านการเทรนจากที่นี่ไป เวลาไปแข่งจริงก็อาจจะแก้ปัญหากันก็ไม่ได้ เพราะมันมีปัญหาเฉพาะหน้าที่ไม่เจอด้วยตัวเองก็ไม่รู้เยอะมาก คิดว่าจะใช้วิธีสับเปลี่ยนสมาชิกเอา คือมีสมาชิกรุ่นเดิมไว้คนหนึ่งแล้วก็สับเปลี่ยนสมาชิกอีกสองคนจนกว่าสมาชิกใหม่จะมีประสบการณ์

แต่ในช่วงนี้ยังคงต้องเป็นทีมนี้ไปก่อน เพราะสมาชิกในทีมตอนนี้เป็นทีมที่รู้ใจกันมากที่สุด เข้าขากันได้มากที่สุด เวลาไปทำงานจริงการทำงานมันอยู่ในอากาศที่ติดลบ หลายสิ่งหลายอย่างมันมากระทบอารมณ์ในการทำงาน ถึงเวลาพักก็ต้องพักพร้อมกัน ทำงานก็ต้องคุยกันตลอด ทำงานแข่งกับเวลา เราต้องทำเวลาให้ได้ ทำงานให้ได้เยอะที่สุด ความเป็นทีมจึงสำคัญมาก

 

บุคคลทั่วไปสามารถร่วมแกะสลักหิมะได้หรือไม่

ได้ แต่ต้องแจ้งกับทางผู้จัดงานก่อนว่าเราจะไปแกะกันกี่คนเพื่อที่ทางทีมงานจะได้เตรียมหิมะไว้ให้ ก็จะมีเด็กมัธยมที่จับกันเป็นกลุ่มเป็นห้องไปแกะสลักหิมะกัน พื้นที่ก็จะอยู่ใกล้ๆกับที่แข่งแกะสลักหิมะของระดับมืออาชีพ

งานจะจัดตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ถึงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ได้วันที่ 4 จะเริ่มแกะในครึ่งบ่ายเรื่อยมาถึงวันที่ 7และประกาศผลวันที่ 8 ว่าใครชนะตั้งโชว์จนถึงวันที่ 12 และรื้อออก

 

จัดแสดงไม่กี่วันก็ต้องรื้อออกหรือ

ใช่ รู้สึกเสียดายมากที่งานของเราต้องถูกรื้อเวลาแข่งเสร็จ เพราะว่าจะได้ไม่เป็นอันตรายกับประชาชนในเมือง อย่างเช่นหิมะโค่นทับคนเวลาคนเดินหรือสัญจร

ตอนนี้จึงมีความคิดที่จะทำสวนศิลป์ในสุรินทร์ คือทำผลงานให้เหมือนกับตอนที่ไปแข่งขนาดจริงเลย 3 X 3 เมตร อาจจะปั้นปูนแล้วพ่นทรายขาวจะได้คล้ายกับหิมะ ในคอนเซปต์ที่ว่าหิมะไม่ละลายที่โนนนารายณ์ เพราะผมเป็นคนสุรินทร์ ถ้ามันสำเร็จทั้งโครงการก็น่าจะแหล่งท่องเที่ยวใหม่ได้น่ะนะ แต่มันก็ใช้ทุนสูงอยู่ ถ้าไม่มีหน่วยงานหรือองค์กรอะไรเข้ามาช่วยเราก็ใช้ทุนของเราคนเดียวแล้วก็จะไปของเราเรื่อยๆ

 

โมเดลรถตุ๊กตุ๊ก

 

 

ไม่น่าเชื่อเลยว่างานแกะสลักหิมะที่ประณีต และอลังการจะมาจากมือของคนเพียงสามคนที่ต้องลงแรงลงใจกับงานเป็นอย่างมาก ต่อสู้กับอุปสรรคด้านสภาพอากาศและจิตใจเพื่อที่จะนำเสนอผลงานอันสมบูรณ์ที่แสดงถึงความเป็นไทยให้ชาวต่างชาติได้รู้จัก

เชื่อว่าคนไทยหลายคนคงรู้สึกภูมิใจไม่น้อยที่ความเป็นไทยของเราได้ไปปรากฏในต่างแดน และได้เป็นที่ประจักษ์ในเรื่องศิลปะของไทย ผ่านการสร้างสรรค์งานจากทีมนักแกะสลักหิมะชุดนี้

กำลังใจเล็กๆ น้อยๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญ ใครที่ไปญี่ปุ่นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถ้ามีโอกาสก็แวะไปให้กำลังใจพี่ๆ นักแกะสลักกันนะคะ

 

ขอบคุณภาพจาก

อ้างอิง1

 

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *