หลายครั้งเรามักจะเห็นฉากยามค่ำคืนในมังงะหรือแอนิเมชัน ที่มีเทศกาลดอกไม้ไฟสวยๆ อยู่มากมาย อนิไทม์เลยมีเรื่องเรื่องดอกไม้ไฟมาแนะนำให้กับคุณผู้อ่านกันค่ะ ช่วงเดือนกรกฎาคมของทุกปี หลายๆ จังหวัดของญี่ปุ่นต่างก็มีการจัดงานเทศกาลฤดูร้อน เป็นช่วงที่คนชอบดอกไม้ไฟจะต้องตื่นตาตื่นใจกับการจุดพลุอย่างอลังการ ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นไหนต่างก็หลั่งไหลมางานเทศกาล และยังนิยมสวมใส่ชุดยูกาตะกันอีกด้วยล่ะค่ะ

สามารถอ่านบทความเกี่ยวกับชุดยูกาตะเพิ่มเติมได้ที่  ยูกาตะ’ ชุดที่แฝงกลิ่นอายญี่ปุ่นไว้กว่าร้อยปี

 

งานเทศกาลดอกไม้ไฟใหญ่ๆที่ขึ้นชื่อนั้น ได้แก่

 

งานเทศกาลดอกไม้ไฟแม่น้ำ สุมิดะ ถือเป็นสัญลักษณ์ของโตเกียวและมีผู้เข้าร่วมเทศกาลถึงหนึ่งล้านคน จุดสำคัญคือบริเวณริมแม่น้ำวัดเซนโซจิ และ โตเกียว สกาย ทรี ซึ่งเทศกาลนี้มีประวัติยาวนานตั้งแต่ปี 1733 โดยดอกไม้ไฟที่จุดในงานมีถึงประมาณ 22,500 ดอกเลยทีเดียว

งานเทศกาลดอกไม้ไฟ นากาโอกะ จัดเป็น 1 ใน 3 เทศกาลดอกไม้ไฟที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น เริ่มจัดในปี 1943 มีดอกไม้ไฟที่ใช้จุดในงานราวๆ 20,000 ดอก เป็นงานที่มีทั้งกลางวันและกลางคืน เพราะเทศกาลนี้เกิดขึ้นในช่วงฟื้นฟูประเทศ จึงมีการลอยโคม ซึ่งเป็นพิธีกรรมของชาวญี่ปุ่น เพื่อไว้อาลัยกับวิญาณของเหล่าผู้เสียชีวิต

งานเทศกาลดอกไม้ไฟอาดาจิ เป็นงานที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยถูกจัดขึ้นที่ริมแม่น้ำโดยสามารถเดินจากสถานีรถไฟคิตะ-เซ็นจูได้ ในงานจะมีการจุดดอกไม้ไฟกว่า 12,000 ดอกในงาน

งานเทศกาลดอกไม้ไฟ มินาโตะ โคเบ จัดที่จังหวัดเฮียวโกตรงบริเวณท่าเรือโคเบ โดยจะมีดอกไม้ไฟถูกจุดประมาณ 10,000 ดอก จุดเด่นของสถานที่นี้คือวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของทั้งทะเลและท่าเรือยามที่พลุสะท้อนไปกับผิวน้ำ

เทศกาลหน้าร้อน โอเชียน เอ็กซ์โป จัดขึ้น ณ สวนสาธารณะที่อยู่ติดกับทะเลในโอกินาวา และเป็นเทศกาลที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัด โดยผู้ร่วมงานจะได้เพลิดเพลินไปกับดอกไม้ไฟถึง 10,000 ดอก และมีคอนเสิร์ตภายในงานอีกด้วย

สุดท้ายคือ งานเทศกาลดอกไม้ไฟทะเลสาบโทยะ จังหวัดฮอกไกโด ถึงแม้จะไม่ได้เป็นงานที่ใหญ่แต่ที่นี่เป็นเทศกาลดอกไม้ไฟที่ยาวนานที่สุดในญี่ปุ่น เพราะดอกไม้ไฟ 450 ดอก จะถูกจุดทุกคืนติดต่อกันเป็นระยะเวลา 6 เดือนโดยดอกไม้ไฟจะถูกจุดจากเรือที่แล่นอยู่ในทะเลสาบ จึงสามารถรับชมได้ไม่ว่าจะอยู่ภายในรีสอร์ทหรือห้องอาบน้ำแบบโล่ง

 

ส่วนพลุแบบที่นิยมใช้ในเทศกาลดอกไม้ไฟนั้น จะมีด้วยกันอยู่ 8 ชนิด เริ่มตั้งแต่

 

1.แบบดอกเบญจมาศ มีลักษณะเป็นวงกลมมีจุดอยู่รอบๆ คล้ายกับกลีบของดอกเบญจมาศ และเม็ดสีที่สดใสจะมีประกายไฟเป็นทางยาว

2.แบบต้นหลิว ดอกไม้ไฟชนิดนี้ จะมีแค่สีเงินและสีทอง ลักษณะประกายไฟจะลากเป็นทางยาวคล้ายกับต้นหลิว

3.แบบผึ้ง จะมีลักษณะเป็นลูกไฟขนาดเล็ก ไม่มีทิศทางการวิ่งที่แน่นอน ในบางครั้งอาจมีเสียงแหลมๆ เล็กๆ คล้ายกับฝูงผึ้งในขณะที่ลูกไฟกำลังวิ่ง มักใช้เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ชม

4.แบบพันล้อ ดอกไม้ไฟชนิดนี้ จะระเบิดออกเป็นลูกทรงกลมเล็กๆ เนื่องจากถูกยิงขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้ภาพติดตามเหมือนกับว่ามีลูกไฟจำนวนจำนวนหลักพัน

5.แบบจานบิน เกิดจากการผสมกันของดอกไม้ไฟสองแบบ โดยทั้งคู่จะถูกยิงขึ้นไปในตำแหน่งที่พอดีกันจนเกิดเป็นวงแหวนรอบดวงดาว เมื่อยิงหลายๆ ดวงแล้วคล้ายกับว่ากำลังได้มองภาพกาเล็กซีอยู่

6.แบบรอยยิ้ม ถือเป็นดอกไม้ไฟที่สร้างสีสันและรอยยิ้มให้กับผู้ร่วมงาน โดยชนิดนี้เป็นการผสมผสานดอกไม้ไฟหลากหลายแบบจนออกมาเป็นโครงหน้าวงกลม ดวงตา และปากที่กำลังยิ้ม

7.แบบน้ำตก เราจะได้เห็นพลุที่จุดขึ้นไปไหลลงมาเหมือนกับน้ำตกที่จุดสว่างสุดอยู่ด้านบน และค่อยๆ ตกแตกออกมาเป็นเกล็ดน้ำกระจายในบริเวณข้างล่าง

8.ดอกไม้ไฟแบบชุด เป็นการยิงดอกไม้ไฟทุกแบบพร้อมกัน ถือเป็นภาพที่อลังการตระการตา เมื่อความสวยของพลุแต่ละชนิดได้มาประสานและทับซ้อนกันจนเกิดเป็นภาพคล้ายกับกลุ่มดาวที่ส่องสว่าง

หลังจากได้รู้จักกับพลุหลายๆ แบบไปแล้ว ใครได้มีโอกาสไปท่องเที่ยว ณ ประเทศญี่ปุ่นในช่วงนี้ ก็อย่าลืมหาเวลาออกไปเที่ยวชมกันนะคะ งานเทศกาลดอกไม้ไฟเหล่านี้ มีให้เลือกหลากหลายจังหวัดตามที่สะดวกเลยล่ะค่ะ

 

ที่มา

jnto.or.th

jpninfo.com

ilovejapan.co.th

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *