ถ้าพูดถึงเกมที่ไว้เล่นสนุกๆ ในงานเทศกาลของญี่ปุ่น นอกจากยิงปืน ช้อนลูกโป่ง จับสลาก ก็มีอีกอย่างหนึ่งที่คนญี่ปุ่นนิยมเล่นกันอย่างมาก ถึงขนาดจัดแข่งขันกันจริงจัง เป็นกิจกรรมระดับชาตินั่นก็คือ การช้อนปลาทอง

ปลามงคลที่มีต้นกำเนิดจากจีน

ปลาทองในญี่ปุ่นว่ากันว่ามีต้นกำเนิดจากประเทศจีนเมื่อ 1700 ปีก่อน ทว่าไม่ได้มีสีทองหรือสีส้มเหมือนอย่างตอนนี้แต่มีสีแดงสด และที่เรียกว่าปลาทองก็ไม่ได้เป็นเพราะตัวมันเป็นสีทอง แต่สีแดงของมันคนจีนถือว่าเป็นสีมงคล เรียกเงินเรียกทองให้โชคจึงนิยมเลี้ยงกันเพื่อความเป็นสิริมงคล ทว่าปลาทองในปัจจุบันมีสีทองและส้มนั้นเกิดจากการที่มนุษย์นำไปผสมข้ามสายพันธุ์จนกลายมาเป็นปลาทองอย่างทุกวันนี้

เลี้ยงเพื่อโชคลาภ ไม่ใช่เพื่อความสนุก

ปลาทองได้เข้าสู่ญี่ปุ่นในยุคมุโระมาจิ (ค.ศ. 1336 – 1573) ซึ่งเป็นยุคที่เศรษฐกิจเจริญรุ่งเรืองมาก เนื่องจากทำการค้ากับจีน โดยนิยมเลี้ยงกันในหมู่ขุนนางที่โอซาก้า

เนื่องจากปลาทองมีราคาสูงมากคนทั่วไปจึงไม่สามารถหาซื้อมาเลี้ยงได้ ทว่าในสมัยเอโดะราคาปลาทองมีราคาต่ำลงเพราะสามัญชนสามารถหาวิธีเพาะเลี้ยงปลาทองกันเองได้ ประชาชนทั่วไปจึงนิยมเลี้ยงปลาทองกัน

แต่ว่าก็ยังไม่นำมาปลาทองมาเป็นหนึ่งในกิจกรรมความสนุกในช่วงเทศกาล เพราะปลาทองในยุคนี้ถือเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ให้ความนับถือด้วยความเชื่อที่ว่า สามารถเรียกโชคลาภเงินทองได้

นอกจากจะเป็นสัตว์เลี้ยงสวยงามแล้ว ปลาทองมักจะไปปรากฏอยู่บนงานศิลปะชั้นสูง พวกเครื่องปั้นดินเผา แจกันเป็นต้น

 

กลายมาเป็นเกม

แม้ว่าจะไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ริเริ่มเกมการช้อนปลาทองขึ้น แต่คาดว่าได้เริ่มต้นในปลายยุคเอโดะ โดยสันนิษฐานมาจากภาพเขียนในสมัยนั้น มีหลักฐานว่าการช้อนปลาทองในสมัยนั้นเป็นการเล่นเพื่อแข่งกันว่าใครจะทำสถิติช้อนปลาได้มากกว่ากัน เมื่อช้อนได้แล้วก็ต้องปล่อยลงอ่างคืนเมื่อเกมสิ้นสุด ไม่สามารถนำกลับไปเลี้ยงที่บ้านเหมือนปัจจุบัน

 

ถึงยุคที่เอากลับไปเลี้ยงที่บ้านได้

ในยุคเมจิได้ถือกำเนิดโปอิขึ้น โปอิเป็นไม้สำหรับช้อนปลาทอง ตัวด้ามทำจากไม้ ส่วนแผ่นที่ใช้ช้อนปลาทำจากกระดาษวาชิซึ่งเป็นกระดาษญี่ปุ่นทำจากเปลือกไม้ มีความเหนียวและไม่เปื่อยยุ่ยง่ายเมื่อถูกน้ำ มักใช้เป็นกระดาษวาดภาพ ห่อของขวัญ

 

ก่อนหน้านี้การช้อนปลาทองจะใช้ไม้ที่เป็นตาข่ายในการช้อนปลา ดังนั้นการช้อนปลาให้ได้เป็นจำนวนมากนั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ยาก ถ้าให้นำปลากลับบ้านได้คนขายก็อาจจะขาดทุน เมื่อเปลี่ยนมาใช้โปอิทำให้การช้อนปลาทองนั้นมีความยากขึ้นเพราะว่าทำมาจากกระดาษจึงขาดง่าย คนที่จะช้อนได้มากๆ จึงต้องมีทักษะและกะจังหวะในการช้อนได้ดี

 

เมื่อการช้อนปลายากขึ้นในยุคนี้จึงให้นำปลาทองกลับบ้านเสมือนรางวัลจากการความพยายามในการช้อนปลาทอง ในยุคนั้นยังไม่มีถุงพลาสติกอย่างปัจจุบัน ผู้คนจึงต้องพกกระป๋องดีบุกมาใส่ปลาและนำกลับบ้านเอง

 

การช้อนปลาทองได้มีการพัฒนาปรับเปลี่ยนรูปแบบเรื่อยๆ จนกระทั่งยุคไทโชนั้นเป็นยุคที่การช้อนปลาทองใกล้เคียงกับปัจจุบันมากที่สุด โปอิในยุคนี้จากเดิมที่ทำจากไม้ก็ได้เปลี่ยนมาเป็นทำด้วยลวดโลหะ พอมาถึงยุคโชวะโปอิได้ถูกเปลี่ยนเป็นทำมาจากพลาสติก และใช้ถุงพลาสติกใสใส่ปลากลับบ้านแทนกระป๋องโลหะ

การช้อนปลาทองได้ถูกยกให้เป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดนาราในปี 1995 และมีการแข่งชิงแชมป์การช้อนปลาทองแห่งชาติด้วยซึ่งเป็นกิจกรรมที่คนญี่ปุ่นและชาวต่างชาติเฝ้ารอทุกปี บอกเลยว่าคนที่มาแข่งนั้นไม่ได้มากันเล่นๆ แต่ทุ่มฝึกซ้อมกันเป็นปีเลยทีเดียวเพื่อที่ทำสถิติเป็นผู้ที่ช้อนปลาทองได้มากที่สุด

ความจริงจังนี้ถึงขนาดมีคนตั้งกระทู้เกี่ยวกับกลเม็ดการช้อนปลาทองกันอย่างมากเลยเลยทีเดียว ในแต่ละปีจะมีผู้ร่วมแข่งขันกว่า 1,000 คน ในการแข่งประเภทบุคคลผู้ชนะช้อนปลาทองได้ถึง 53 ตัว แบบทีมได้ถึง 77 ตัว บางคนเซียนถึงขนาดกระดาษขาดไปแล้วยังสามารถใช้ขอบโปอิช้อนปลาได้อีก

 

ไม่น่าเชื่อเลยนะคะ จากเกมที่เล่นเพื่อความสนุกก็กลายมาเป็นสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและนอกประเทศ รวมถึงทำรายเงินเข้าประเทศได้อย่างมากเลยทีเดียว

 

ที่มา

matcha-jp,  jlearningblog, ja.wikipediagex-fp.co.jp 

wanosutekiwomenkokoroyamachann

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *