ถ้าพูดถึงตำนานปีศาจจิ้งจอก ส่วนใหญ่คงคุ้นเคยกับตำนานปีศาจจิ้งจอกเก้าหางเป็นแน่ ไม่ก็เรื่องที่ปีศาจจิ้งจอกจำแลงกายมาเป็นหญิงสาวสุดสวยคอยล่อลวงมนุษย์ให้ทำตามความต้องการของตน ทว่ามีอีกหนึ่งเรื่องเล่าที่อาจจะไม่ได้เป็นที่นิยมเล่าสู่กันฟังมากนักแต่น่ารักมากๆ จนอดไม่ได้ที่จะนำมาเล่าให้คุณผู้อ่านฟังค่ะ

คุณจิ้งจอกแห่งร้านโอเด้ง

ทุกๆ คืนที่พระจันทร์เต็มดวง ในสถานที่ที่คนไม่พลุกพล่าน มักจะปรากฎร้านโอเด้งเก่าๆ ที่ดูแล้วไม่น่าเข้าไปนั่งกินเท่าไรนัก แต่ก็เหมือนกับมีเวทย์มนต์ที่ทำให้คนเผลอก้าวเท้าเข้าไปนั่งจนได้

แม้ว่าร้านจะเงียบเหงา แต่เจ้าของร้านก็ยังคงยิ้มแย้มทั้งยังชวนลูกค้าพูดคุยอย่างสนุกสนานไม่มีท่าทีเบื่อหน่ายแม้ว่าจะไม่ค่อยมีใครเข้าร้าน

และเมื่อโอเด้งร้อนๆ มาวางเสิร์ฟตรงหน้า กลิ่นหอมของมันก็เรียกให้เสียงในท้องร้องประท้วงให้รีบกินเร็วๆ ทันทีที่คีบเต้าหู้ทอดในโอเด้งเข้าปาก รสชาติของมันก็ทำให้ลูกค้าหลายๆ คนอดตะโกนคำว่า โออิชิ! ออกมาไม่ได้

ที่น่าแปลกใจก็คือเมื่อต้องการจะกลับไปกินโอเด้งร้านนี้อีกครั้งกลับกลายเป็นว่าไม่มีใครหาร้านนี้เจอเป็นครั้งที่สอง บางคนก็ลืมว่ามีร้านนี้อยู่ทันทีที่ก้าวออกจากร้าน ทำให้เกิดเรื่องเล่าว่าร้านเหล่านั้นอาจจะเป็นจิ้งจอกจำแลงกายเป็นมนุษย์มาขายก็ได้ คนที่ลืมเลือนก็อาจเป็นเพราะถูกจิ้งจอกใช้เวทมนตร์ลบความทรงจำ

อยากอยู่อย่างมนุษย์

ทั้งที่เป็นปีศาจไม่ได้มีความจำเป็นจะต้องมานั่งทำงานในโลกมนุษย์เลยแท้ๆ เพราะขนาดเราเองบางครั้งยังอยากจะเป็นคนรวยที่นอนอยู่บ้านเฉยๆ เลย แล้วทำไมเหล่าปีศาจจิ้งจอกถึงได้ชอบที่จะแปลงกายเป็นมนุษย์มาทำนู่นนี่อย่างมนุษย์กันด้วย? ทั้งๆ ที่การจะแปลงกายเป็นมนุษย์ได้นั้นต้องอาศัยการบำเพ็ญตบะอย่างยาวนาน ไหนจะต้องใช้ชีวิตอย่างหลบๆ ซ่อนๆ ไม่ให้ถูกจับได้อีกว่าไม่ใช่มนุษย์จริงๆ

ที่เป็นเช่นนี้อาจเป็นเพราะปีศาจจิ้งจอกที่บำเพ็ญตบะจนสามารถกลายเป็นมนุษย์ได้แล้วนั้นจะมีความรู้สึกหรือความต้องการคล้ายมนุษย์ทำให้พวกเขามีของที่ชอบกิน มีงานที่อยากทำ อยากเข้าสังคม อยากมีเพื่อนมีคนรัก อีกทั้งเดิมทีพวกเขายังมีสังคมคล้ายคลึงกับมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นสวมใส่เสื้อผ้า กินอาหารเหมือนมนุษย์และยืนด้วยสองขา จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่พวกเขาจะชอบแปลงกายมาใช้ชีวิตปะปนอยู่ร่วมกับผู้คน

ทำไมต้องขายโอเด้ง

ในตำนานกล่าวปีศาจจิ้งจอกปะปนทั่วไปในสังคมของมนุษย์ทั้งที่โรงเรียน ที่ทำงาน แต่ที่ในตำนานหรือในอนิเมะเรามักจะเห็นว่าพวกเขาชอบเปิดร้านขายโอเด้ง จริงๆ แล้วพวกเขาไม่ได้โปรดปรานการกินโอเด้งอะไรขนาดนั้นหรอกนะคะ แต่ว่าชอบทาน อาบูระอาเกะ หรือเต้าหู้ฝานแผ่นบางๆ ทอดด้วยน้ำมันที่อยู่ในโอเด้งต่างหาก

แล้วก็ไม่ได้มีแค่ในโอเด้งนะคะ แต่ในราเมง อุด้ง หม้อไฟก็ใส่เจ้าสิ่งนี้เช่นกัน เรียกได้ว่าอะไรที่มีเต้าหู้ทอดอยู่ในอาหารก็กลายเป็นของโปรดของเหล่าปีศาจจิ้งจอกทั้งหมดเลย

จากตำนานสู่อนิเมะ

“โอเด้งอร่อยมากเลยครับ โดยเฉพาะเต้าหู้ทอด”

“ก็มันเป็นโอเด้งที่จิ้งจอกทำน่ะสิครับ  เรื่องของทอดต้องยกให้พวกเราอยู่แล้ว”

มีอนิเมะหลายเรื่องที่รับเอาจิ้งจอกจำแลงกายไปมีบทบาทด้วย และไม่ได้มีแค่ปีศาจจิ้งจอกที่เข้ามาปะปนในโลกมนุษย์ฝ่ายเดียว แต่บางครั้งคนที่มีพลังวิญญญาณแข่งแกร่งก็สามารถเข้าไปในโลกของเหล่าจิ้งจอกได้เช่นกัน อย่างในเรื่อง XXX Holic ก็ได้นำตำนานนี้มาเล่าในอนิเมะด้วยค่ะ มีอยู่ตอนหนึ่งที่วาตานุกิเดินทางกำลังจะกลับบ้าน แต่กลับหลงเข้าไปในโลกของปีศาจและเข้านั่งในร้านโอเด้งของปีศาจจิ้งจอกโดยที่ไม่รู้ตัว

 

เซ่นไหว้ด้วยเต้าหู้ทอด

ความชื่นชอบเต้าหู้ทอดของปีศาจจิ้งจอกไม่ได้จบแค่ในตำนาน แต่กลายมาเป็นของเซ่นไหว้ที่เหล่าเกษตรกรชอบนำมาถวายตั้งแต่อดีตจนถึงทุกวันนี้

แล้วจิ้งจอกเกี่ยวข้องอะไรกับเกษตรกรล่ะ?

ตั้งแต่สมัยโบราณ ญี่ปุ่นเป็นประเทศกสิกรรมที่ให้ความสำคัญกับการปลูกข้าว คนญี่ปุ่นเชื่อว่าในรวงข้าวจะมีเทพเจ้าแห่งพืชพรรณธัญญาหารอุคาโนมิทามาโนะคามิสถิตอยู่ จึงมีการทำพิธีกราบไหว้บูชากันอย่างแพร่หลายจนกลายมาเป็นศาลเจ้าอินาริที่มีมากกว่า 32,000 ศาล และเรียกเทพเจ้าอุคาโนมิทามาโนะคามิว่าโออินาริซัง หรือ โอคิตสึเนะซัง ที่แปลว่าจิ้งจอก

เหตุผลที่ศาลเจ้าอินาริถูกเรียกว่าโอคิตสึเนะซัง เพราะในสมัยก่อนนั้น สุนัขจิ้งจอกจะโผล่มาให้เห็นตามบริเวณที่มีผู้คนอาศัยอยู่ ชาวบ้านจึงคิดกันว่าเพราะสุนัขจิ้งจอกเป็นผู้รับใช้ของเทพเจ้าอินาริ  บ้างก็ว่าเพราะสุนัขจิ้งจอกมาจับหนูที่คอยกัดกินทำลายพืชพรรณซึ่งก็เป็นคุณต่อเหล่าเกษตรกรเช่นกัน เมื่อรวมกับตำนานของปีศาจจิ้งจอกที่ชอบกินเต้าหู้ทอด ชาวบ้านจึงใช้เต้าหู้ถวายในศาลเจ้าอินาริเพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณ ทำให้แม้ว่าจิ้งจอกจะไม่ใช่เทพเจ้า แต่ภายในศาลเจ้าก็มักมีรูปปั้นสุนัขจิ้งจอกวางไว้อยู่เสมอจนอาจเรียกได้กว่าเป็นบริวารที่ใกล้ชิดเทพเจ้าเลย

ไม่เพียงแค่ศาลเจ้าเท่านั้น แต่อาหารที่ใช้เต้าหู้ทอดเป็นส่วนประกอบก็ถูกนำเอาชื่อของเทพเจ้าอินาริและคิซึเนะ (จิ้งจอก) มาเรียกเป็นชื่อเมนูด้วย อย่างเช่นซูชิที่ห่อด้วยอาบูระอาเกะเรียกว่า อินาริซูชิ  ส่วนอุด้งที่ใส่อาบูระอาเกะก็เรียกว่า คิตสึเนะอุด้ง 

 

เห็นแบบนี้แล้วที่บอกว่าจิ้งจอกแปลงกายมาปะปนกับมนุษย์อาจจะไม่ใช่แค่ตำนานอีกต่อไปแล้วล่ะค่ะ เพราะพวกเขาได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของมนุษย์อย่างแท้จริง จากตำนานปีศาจจิ้งจอกที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนใครเป็นคนเริ่ม สุดท้ายก็กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คนที่แยกออกจากกันไม่ได้เลย

 

ภาพประกอบโดย Chouko

ที่มา ohmatsuri.com, matcha-jp

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *