หากได้ยินคำว่า เมดคาเฟ่ ทุกคนคงคิดถึงจำพวกร้านอาหารหรือร้านกาแฟที่มีพนักงานสาวแต่งชุดเมดมายืนต้อนรับหน้าร้าน แต่รู้หรือไม่ว่านอกเหนือจากนั้นมันมีอะไรน่าสนใจมากกว่าที่คิด ไม่ว่าจะที่มาของร้าน ชุดเมดหรือกระทั่งการบริการก็มีเรื่องราวในแบบที่เราอาจคาดไม่ถึง

เมดคาเฟ่ เป็นประเภทย่อยของร้านอาหารหรือร้านกาแฟคอสเพลย์ ซึ่งส่วนใหญ่จะพบได้ทั่วไปในประเทศญี่ปุ่น โดยในร้านจะมีพนักงานเสิร์ฟที่แต่งกายด้วยชุดเมดทำหน้าที่คอยรับใช้และปฏิบัติต่อลูกค้าในฐานะ เจ้านาย หรือ ผู้เป็นที่รัก เสมือนว่าพวกเขากำลังอยู่ใน บ้านส่วนตัว มากกว่าจะเป็นลูกค้าในคาเฟ่ โดยเมดคาเฟ่จะแบ่งหลักๆ ได้สามแบบ คือ

แบบคลาสสิก

เหมาะสำหรับใครที่อยากสัมผัสประสบการณ์เมดคาเฟ่แบบจุใจในร้านที่เงียบๆ และไม่มีผู้คนมากนัก เน้นการรออาหารและเครื่องดื่มอย่างใจเย็น โดยความสนุกจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ

 

 

แบบเอนเตอร์เทน

นอกจากได้ทานอาหารหน้าตาน่ากินแล้วยังได้พูดคุยกับเมดหน้าตาน่ารัก รวมถึงสามารถถ่ายภาพร่วมกันและเล่นเกมได้อีกด้วย เหมาะกับคนที่ชอบบรรยากาศสนุกสนานแบบงานปาตี้

 

 

แบบบาร์

ปกติแล้วก็จะเหมือนบาร์ทั่วไป แต่ที่พิเศษกว่าก็คือพนักงานเสิร์ฟแต่งตัวเป็นเมดมาคอยให้บริการ เหมาะกับคนที่มีรสนิยมแบบผู้ใหญ่หน่อย บรรยากาศค่อนข้างสงบและทางการมากว่าสองแบบที่กล่าวมา

 

 

 

ต้นกำเนิดของพนักงานเสิร์ฟสวมชุดเมดนั้นมาจากผลสำรวจของโอตาคุ

เมดคาเฟ่แห่งแรกนั้นถูกก่อตั้งขึ้นในปี 2001 ใน อากิฮาบาระ ย่านท่องเที่ยวของโตเกียว ชื่อร้านคือ Cure Maid Cafe ซึ่งเริ่มมาจากการที่บริษัทเสื้อผ้าญี่ปุ่นที่เชี่ยวชาญในการผลิตเครื่องแต่งกายคอสเพลย์สำหรับฐานแฟนคลับโอตาคุอย่าง COSPA ได้ทำวิจัยตลาดจนได้ผลว่าตัวละครเมดและพนักงานเสิร์ฟได้รับความนิยมสูงมาก พวกเขาจึงได้รวมทั้งสองอย่างไว้ด้วยกันจนกลายเป็นเมดคาเฟ่ในที่สุด

Cure Maid Cafe เป็นเมดคาเฟ่แห่งแรกที่สร้างมาตอบโจทย์ลูกค้าที่เป็นโอตาคุโดยเฉพาะ โดยเป็นร้านกาแฟสไตล์ยุโรปคลาสสิกที่ให้บรรยากาศอันแสนสงบรายล้อมไปด้วยเมดที่มีกริยาท่าทางสุภาพเรียบร้อย แม้ร้านจะเปิดมานานแล้วแต่ปัจจุบันก็ยังคงได้รับความนิยมเช่นเดิม อีกทั้งร้านนี้ยังเคยโผล่ไปในอนิเมะหลายต่อหลายเรื่อง อย่างเรื่อง Love Live! เป็นต้น

 

การบริการสุดประทับใจ แจกความสดใสจนต้องกลับมาอีก

เมดคาเฟ่ ในยุคปัจจุบันนั้นได้เน้นไปที่ตัวของเมดในการสร้างบรรยากาศสดใสและเป็นกันเองแทนความหรูของร้านเหมือนในยุคแรก เมดส่วนใหญ่จึงมีออร่าเหมือนๆ กันคือ สดใส ร่าเริง คุยเก่งและอยู่ในธีม โมเอะ ที่จะมอบความสุขทางใจให้แก่เจ้านายของพวกเธอ ซึ่งร้านแต่ละแห่งนั้นก็ได้คิดค้นเกมและกิจกรรมต่างๆ เพื่อที่จะทำให้เราสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับตัวเมดมากขึ้นนอกเหนือจากการเดินมาเสิร์ฟของบนโต๊ะแล้วเดินจากไป โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญเพื่อทำให้เราอยากกลับมาใช้บริการของทางร้านอีกครั้งนั่นเอง

นี่เป็นครั้งแรกที่กลับมาบ้านเหรอคะ จะเป็นคำพูดในแบบของคาแรกเตอร์เมดแรกสุดที่พูดกับเราหากนั่นเป็นการมาที่ร้านครั้งแรก

เมื่อเข้ามาในร้านเราจะกลายเป็น นายท่าน หรือ คุณหนู ของบ้านหลังนั้นไปโดยทันที สิ่งที่ต้องทำก็แค่ผ่อนคลายไปกับรอยยิ้มและท่าทางของเมดสุดน่ารักเพื่อเปลี่ยนบรรยกาศจากชีวิตประจำวันเดิมๆ เท่านั้นพอ แล้วเมื่อใดที่กลับมาใช้บริการที่ร้านนี้อีกครั้งก็จะได้รับคำพูดต้อนรับสุดคลาสสิกอย่าง ยินดีต้อนรับกลับมาค่ะนายท่าน/คุณหนู อันหมายถึงคุณนั้นเป็นขาประจำของร้านนี้แล้ว

Omu Rice เมนูข้าวไข่เจียวสุดโด่งดัง

ขาดไม่ได้เลยกับเมนูข้าวไข่เจียวที่เหมือนจะกลายเป็นเมนูประจำเมดคาเฟ่ไปเสียแล้ว โดยจุดสำคัญอยู่ตรงที่หากสั่งเมนูนี้แล้วจะมีเมดมาร่ายเวทย์มนต์เพื่อทำให้อร่อยมากขึ้นอย่าง โออิชิคุนาเระ โมเอะ โมเอะ คิวท์ !!! พร้อมราดซอสเป็นคำพูดหรือลวดลายต่างๆ ตามแต่จะขอ ซึ่งทางกายภาพมันคงไม่อร่อยขึ้นหรอก แต่ทางจิตใจก็คงแล้วแต่ตัวบุคคล

 

 

Cheki ถ่ายภาพกับเมดแบบมีสไตล์

หลายคนคงอยากถ่ายภาพกับเหล่าเมดในคาเฟ่ แต่ใช่ว่าจะสามารถถ่ายรูปได้เลยนะ ทุกคนต้องเรียกใช้บริการที่เรียกว่า เชกิ นั่นคือการถ่ายรูปกับเมดด้วยกล้องโพลารอยด์ของทางร้าน เพราะข้อห้ามของเมดคาเฟ่หลักๆ คือห้ามแตะต้องตัวเมด ขอข้อมูลส่วนตัว รวมถึงการถ่ายรูปโดยที่พวกเธอไม่อนุญาต เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มนิดหน่อยก็ได้ถ่ายภาพคู่กับเหล่าเมดในรูปแบบของความทรงจำนับว่าคุ้ม หากใครอยากรู้เรื่องของเชกิมากขึ้นทางอนิไทม์ก็เคยเขียนบทความไว้แล้วด้วยนะ ใน ของมันต้องมี ‘เชกิ’ แชะประทับใจที่แฟนเกิร์ลลืมไม่ลง

 

ส่วนเกมก็แล้วแต่ร้านนั้นๆ ซึ่งส่วนมากจะเป็นเกมเล็กๆ อย่าง Jenga หรือที่เราเรียกว่าเกมตึกถล่มเป็นต้น บางร้านที่มีพื้นที่มากหน่อยก็อาจจะมีอีเว้นท์ร้องเพลงคู่กับเมดได้ เรียกได้ว่าตอบโจทย์ลูกค้าในหลายๆ แบบเลยทีเดียว

 

ภายใต้ชุดเมดแสนน่ารักนั้นมาจากการแก่งแย่งชิงดีกัน

พูดถึงการให้บริการของเมดมามากพอแล้ว เรามาพูดถึงชุดเมดที่สวมกันทั่วบ้านทั่วเมืองบ้าง แรกเริ่มเดิมทีชุดเมดนั้นก็ไม่ได้มีต้นแบบจากญี่ปุ่นแท้ๆ อีกทั้งยังมีปัจจัยหลายๆ อย่างกว่าจะได้สวมชุดเมดมายืนต้อนรับนายท่านอย่างที่ได้เห็นกันนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

ชุดเมดดั้งเดิมนั้นมาจาก สหราชอาณาจักรอังกฤษ เข้ามาในประเทศญี่ปุ่นครั้งแรกในปี 1920 ซึ่งพนักงานร้านอาหารสไตล์ตะวันตกนิยมใส่กัน เมื่อชาวญี่ปุ่นเห็นว่าชุดนี้น่าสนใจจึงนำมาปรับเข้ากับวัฒนธรรมของตัวเองอย่างรวดเร็ว โดยผสมผสานกับชุดดั้งเดิมที่ใส่กันตอนทำงานบ้านจนกลายมาเป็นชุดเมดฉบับญี่ปุ่นที่เราคุ้นตากัน

ใช่ว่าน่ารักอย่างเดียวจะสวมชุดเมดได้

การจะเข้าทำงานเป็นเมดได้นั้นต้องผ่านการคัดแล้วคัดอีก โดยทางร้านจะมีทั้งคัดจากเอกสารและการสัมภาษณ์ ซึ่งจะมีการอบรมการทำงาน บางร้านถึงกับเรียกเมดมืออาชีพมาดูการทำงานแล้วจึงสอบสัมภาษณ์อีกครั้งก่อนจะเซ็นสัญญาเป็นเมดของร้านนั้นๆ อย่างเป็นทางการ เรียกได้ว่าต้องมีทั้งบุคลิกที่ดีและความสามารถที่สูงพอตัวในการมาทำงานในเมดคาเฟ่

ยิ่งมีความนิยมมากเท่าไร ชุดยิ่งสวยขึ้น

เป็นระบบจากทางญี่ปุ่นที่จะมีการโหวตคะแนนให้เมดมีอันดับสูงขึ้นภายในร้าน ซึ่งคะแนนโหวตก็มาจากการสั่งซื้ออาหารหรือสินค้าภายในร้านอีกที แม้ไม่ใช่ทุกร้านที่ทำแบบนี้แต่โดยส่วนใหญ่เมดคาเฟ่จะแบ่งอันดับตั้งแต่ Regular น้อยสุดไป Master และไปจนถึง Leader ที่เป็นอันดับสูงสุดภายในร้าน สิทธิพิเศษคือการได้ขึ้นปกแนะนำของคาเฟ่ ชุดเมดที่สวมก็จะอลังการกว่าคนอื่นนิดหน่อย

แถมบางร้านพนักงานใหม่กับเมดมืออาชีพก็ได้สวมชุดที่ต่างกันอีกด้วย แม้ว่าจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของร้านแต่ละแห่ง แต่ใครก็คงอยากให้คนที่เก่งกว่าออกมาหน้าร้านทั้งนั้น พูดได้ว่าหากอยากสวมชุดเมดสวยๆ ก็ต้องไต่ความนิยมขึ้นมาให้ได้

 

เมดคาเฟ่แหล่งรวมรสนิยมอันหลากหลายจนนับไม่หมด

นอกเหนือจากการเสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่ม สาวเมดคาเฟ่ยังถูกเรียกร้องให้บริการลูกค้าเพื่อให้พวกเขาได้รับความพึงพอใจมากที่สุด อย่างการมานั่งพูดคุยหรือเล่นเกมด้วยกัน

หากเมดเป็นฝ่ายเล่นแพ้ก็ต้องทำตามที่ลูกค้าสั่ง ซึ่งส่วนมากจะเป็นการขออะไรเล็กน้อยที่ไม่ขัดกับกฎของร้านที่ห้ามล่วงเกินเมดอย่างการขอให้ ร้องเพลง เต้น ป้อนข้าว แสดงเป็นน้องสาวหรือลงท้ายหางเสียงด้วยคำน่ารักๆ เป็นต้น 

 

แต่บ่อยครั้งที่เมดได้พบพฤติกรรมประหลาดของลูกค้า อย่างการที่ลูกค้าได้เรียกร้องให้ตบตีโดยไม่สำคัญว่าจะเล่นเกมแพ้หรือชนะ ตั้งแต่ ตบหน้า ไปจนถึง เตะก้น โดยพวกเขาบอกว่าพึงพอใจมากที่ได้เจ็บตัวจากน้ำมือของสาวสวย

พฤติกรรมแปลกประหลาดต่างๆ นั้น เกิดขึ้นเพราะลูกค้าส่วนใหญ่ของเมดคาเฟ่เป็นชายหนุ่มประเภทที่ไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม รวมทั้งไม่กล้าที่จะจีบสาวหรือคบเพื่อนผู้หญิง การไปเมดคาเฟ่จึงเป็นเหมือนการปลดปล่อยตัวเอง ถึงแม้เรื่องทั้งหมดจะเป็นเพียงการ ซื้อความฝัน เท่านั้นก็ตาม

 

 

เส้นทางในอนาคตของเมดคาเฟ่

ปัจจุบันเมดคาเฟ่นั้นผุดขึ้นมาอย่างกับดอกเห็ด ทำให้เกิดการแข่งขันทางการตลาดที่สูงมาก จากแต่เดิมเป็นเพียงร้านอาหารหรือร้านกาแฟธรรมดาก็ได้ก้าวสู่การปรับตัวทางธุรกิจกันมากขึ้น แต่ละร้านจึงต้องหาความแปลกใหม่อย่างการแต่งชุดเมดให้ต่างจากเดิม เช่นการเพิ่มอุปกรณ์เสริมอย่าง หูสัตว์ หรือ แว่นตา เป็นต้น

และเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ก็มีศัพท์ใหม่อย่าง Maidols ปรากฏขึ้นมา โดยหมายถึงการรวมเมดและไอดอลเข้าด้วยกัน ซึ่งใช้เรียกการจัดอีเว้นท์ร้องเพลงของเมดบนเวทีที่ร้านได้จัดเตรียมไว้ให้คล้ายคอนเสิร์ต ซึ่งการกระทำเช่นนี้ก็เป็นการเพิ่มทั้งเม็ดเงินของทางร้านและมูลค่าของตัวเมดเองไปพร้อมๆ กัน

เรียกได้ว่าเมดคาเฟ่ยังคงได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ แม้เปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอให้เข้ากับสังคมสมัยใหม่แต่ยังคงอยู่ภายใต้ชุดเมดอันทรงสเน่ห์เหมือนเดิม ไม่แปลกใจที่ไม่เพียงแค่ประเทศญี่ปุ่นแต่ยังขยายสาขาไปต่างประเทศด้วย ทำเอาอยากไปเปลี่ยนบรรยากาศเป็นเจ้านายในเมดคาเฟ่กันสักครั้งเลยทีเดียว

 

อ้างอิง

en.wikipedia.org

tsunagujapan

web.archive.org

mgronline

 

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *