สมัยที่เราเริ่มอ่านมังงะญี่ปุ่น หลายคนคงจะแปลกใจกันใช่ไหมคะว่า “เอ๊ะ?! ทำไมเหมือนหนังสือมันกลับด้านเปิดจากขวาไปซ้ายกัน อ่านแล้วงง” จนต้องใช้เวลาสักพักทำความเข้าใจได้ว่า “อ๋อ เราต้องอ่านจากขวาไปซ้าย” ซึ่งต่างจากภาษาอังกฤษและภาษาไทยบ้านเราที่ปกติจะอ่านซ้ายไปขวา แต่กลับกันคนญี่ปุ่นจะทำตรงกันข้ามกัน แล้วทำไมเขาถึงเขียนและอ่านแบบนั้นกันล่ะ?

แรกเริ่มเดิมทีนั้นคนญี่ปุ่นจะเขียนหนังสือเป็นแนวตั้ง เพราะได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมมาจากจีน ถ้าเราลองมองไปในสมัยที่ยังไม่มีกระดาษใช้กัน คนจีนจะจารึกตัวอักษรลงบนซีกไม้ไผ่ แล้วค่อยนำไม้ไผ่แต่ละซีกที่จารึกตัวอักษรแล้วมาเรียงต่อกันจากทางขวาไปทางซ้าย จากนั้นนำมาผูกต่อกันแล้วม้วนเป็นเหมือนม้วนคัมภีร์ ด้วยพื้นที่ที่จำกัดของไม้ไผ่ที่มีลักษณะแคบและยาว อีกทั้งตัวอักษรภาษาจีนนั้นมีลักษณะเป็นคำๆ ไม่ต้องผสมพยัญชนะ สระ และตัวสะกด เหมือนอย่างภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ทำให้ไม่ว่าจะเขียนแนวตั้งหรือแนวนอนก็มีความหมายเหมือนกัน แต่การเขียนแนวตั้งจะสะดวกกว่า

 

การเขียนแบบแนวตั้งของญี่ปุ่นจะถูกเรียกว่า ทาเตะคาคิ (縦書き) โดยคำว่า ทาเตะ (縦) แปลว่า แนวตั้ง และ คาคิ (書き) แปลว่า การเขียน เมื่อนำมารวมกันจึงแปลว่าการเขียนแบบแนวตั้ง วิธีนี้คือการเขียนจากบนลงล่างแล้วไล่บรรทัดเป็นแนวตั้งจากด้านขวาไปทางซ้าย เพราะในสมัยเริ่มแรกที่มีการใช้กระดาษ คนญี่ปุ่นจะใช้กระดาษเป็นม้วนและคนส่วนมากก็ถนัดขวา ลองนึกภาพดูนะคะว่าเมื่อเราจะเขียนอะไรสักอย่าง มือขวาที่เราถนัดจะถือพู่กันสำหรับเขียน และมือซ้ายที่ไม่ถนัดก็ใช้จับม้วนกระดาษเปล่าที่ยังไม่ได้เขียน การเขียนจากด้านขวาไปทางซ้ายจะสะดวกกว่าไปเขียนจากซ้ายไปขวา เพราะเมื่อมือขวาเขียนจบบรรทัด มือซ้ายก็สามารถคลี่ม้วนกระดาษไปทางซ้ายเพื่อให้มือขวามีพื้นที่เขียนต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องวางพู่กันหรือเอื้อมมือซ้ายไปทางขวาเพื่อคลี่กระดาษอีก ในปัจจุบันการเขียนแบบนี้จะถูกมองว่าโบราณ นิยมใช้เมื่อต้องการให้รู้สึกถึงความเก่าแก่ เช่น หนังสือประวัติศาสตร์ วรรณกรรม มังงะ หรือบางทีอาจใช้เขียนจดหมาย เขียนโปสการ์ด เป็นต้น

การเขียนแนวตั้งแบบขวาไปซ้ายเป็นการเขียนแบบดั้งเดิมของคนญี่ปุ่นและถือเป็นแบบมาตรฐานที่ใช้กันมาตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง แต่ก็ยังมีบางครั้งที่คนญี่ปุ่นเขียนเป็นแนวนอน เพราะต้องออกแบบให้เข้ากับพื้นที่ขนาดจำกัด จึงจำเป็นต้องใส่ตัวอักษรเป็นแนวนอนแทน ซึ่งจะเป็นแนวนอนในแบบฉบับของญี่ปุ่นเอง ที่ยังคงอ่านจากขวาไปซ้าย อย่างเช่น ป้ายวัด ป้ายร้านค้า

ส่วนการเขียนแบบแนวนอนที่อ่านจากซ้ายไปขวาเหมือนภาษาอังกฤษหรือภาษาไทย เรียกว่า โยโกคาคิ (横書き) โดย โยโก (横) แปลว่า แนวนอน และ คาคิ (書き) แปลว่า การเขียน เมื่อนำมารวมกันจึงแปลว่าการเขียนแบบแนวนอน การเขียนแบบนี้เริ่มใช้กันในญี่ปุ่นตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากทางชาติตะวันตก และใช้แพร่หลายมาจนถึงปัจจุบัน เห็นได้จากหนังสือเรียน หนังสือวิชาการ ข้อความในอินเตอร์เน็ต หรือการเขียนช็อตโน้ตของคนสมัยใหม่

ในปัจจุบันคนญี่ปุ่นยังคงใช้การเขียนทุกแบบ ไม่มีกฎอะไรตายตัวจะเขียนแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับตัวผู้เขียนเองและการเขียนที่หลากหลายของคนญี่ปุ่นนี้ถือเป็นข้อดีสำหรับบรรณาธิการและกราฟฟิกทั้งหลาย เพราะมีความยืดหยุ่นช่วยให้ใช้พื้นที่ที่มีจำกัดได้คุ้มค่า เช่น หนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือโปสเตอร์ ในบางครั้งอาจทำให้ผู้อ่านที่ไม่คุ้นเคยงงและสับสนไปบ้าง แต่ถ้าเข้าใจรูปแบบการเขียนแล้ว เราก็สามารถอ่านหนังสือญี่ปุ่นได้อย่างสนุกแน่นอน

 

อ้างอิง

 

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *