ว่ากันว่านิ้วก้อยข้างหนึ่งของคนเราจะมีด้ายแดงแห่งรักที่มองไม่เห็นผูกเอาไว้อยู่

และปลายทางของเส้นด้ายนั้นก็คือ นิ้วก้อยของคนอีกคนที่เป็นคู่แท้ของเรานั่นเอง

ด้ายแดงแห่งรัก หรือด้ายแดงแห่งโชคชะตา (運命の赤い糸) ในภาษาญี่ปุ่น มีต้นตอความเชื่อมาจากประเทศจีนและส่งต่อมายังประเทศในแถบเอเชียตะวันออก

เรื่องเล่าของด้ายแดง

เรื่องมีอยู่ว่า ในสมัยราชวงศ์ถังระหว่างที่ชายหนุ่มนาม อิโคะ ผู้พลาดจากการสู่ขอหญิงสาวมาอย่างต่อเนื่องกำลังเดินทางท่องเที่ยวก็ได้พบกับชายชราท่าทางแปลกๆ คนหนึ่งกำลังอ่านหนังสือเกี่ยวกับปรภพอยู่หน้าทางเข้าวัดภายใต้แสงจันทร์ พร้อมกับถือถุงใบใหญ่ที่ใส่เส้นด้ายสีแดงไว้ข้างใน ครั้นเข้าไปถามชายชราก็บอกว่า

หน้าที่ของเขาคือการทำให้ผู้คนบนโลกแต่งงานกัน โดยด้ายสีแดงที่ไม่มีวันตัดขาดในถุงใบนี้จะผูกอยู่ที่ข้อเท้าของชายหญิง เมื่อด้ายผูกเชื่อมกันแล้ว ไม่ว่าทั้งคู่จะห่างไกลกันแค่ไหนโชคชะตาก็จะพามาพบกันอยู่ดี

ได้ยินเช่นนั้น อิโคะก็เอ่ยถามกับชายชราว่าการสู่ขอครั้งล่าสุดของเขานั้นจะเป็นไปได้ด้วยดีหรือเปล่า แต่ชายชรากลับตอบว่า ด้ายสีแดงผูกเขาไว้กับผู้หญิงอีกคนหนึ่งแล้ว ให้ยกเลิกการเจรจาหมายหมั้นไปซะ อิโคะจึงถามต่อ “ถ้าเช่นนั้นแล้วด้ายแดงอีกฝั่งผูกติดอยู่กับใคร” ก็ได้คำตอบว่าเธอคนนั้นเป็นเด็กหญิงอัปลักษณ์วัย 3 ปีที่ถูกเลี้ยงมาโดยหญิงชราขายผักในเมือง อิโคะฟังแล้วก็รู้สึกโกรธ จึงสั่งข้ารับใช้ให้ไปกำจัดเด็กหญิงทิ้ง ทว่าแผนไม่สำเร็จ เพราะข้ารับใช้ลงมือฟาดดาบเข้าบริเวณคิ้วของเด็กหญิงก่อนจะหลบหนีไปโดยที่ไม่รู้ว่าเธอยังไม่ตาย

กาลเวลาผ่านไป ความรักของอิโคะก็ไม่เคยสมหวังจนกระทั่งล่วงเลยมา 14 ปี อิโคะที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐได้รับการแนะนำให้แต่งงานกับลูกสาวแสนสวยวัย 17 ปีของหัวหน้า และเธอคนนั้นก็มีแผลเป็นอยู่บริเวณคิ้ว หญิงสาวเล่าให้ฟังว่าสมัยเด็กๆ เธออาศัยอยู่กับแม่นมที่เป็นคนขายผักในตลาด อยู่มาวันหนึ่งโดนอันธพาลใช้ดาบฟันเข้า เลยเป็นแผลเป็นที่คิ้วมาจนถึงทุกวันนี้ อิโคะได้ฟังดังนั้นเรื่องราวเมื่อ 14 ปีก่อนก็ย้อนกลับมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชายชรา ด้ายแดง หรือเรื่องที่สั่งฆ่าเธอ เขาจึงสารภาพสิ่งที่ทำลงไปทั้งหมดให้หญิงสาวฟังและเธอก็ให้อภัยเขา

สรุปได้ว่าแม้เรื่องราวความรักของอิโคะจะเริ่มต้นได้ไม่สวยนัก ซ้ำยังต้องรอนานถึง 14 ปี แต่ท้ายที่สุดทั้งคู่ก็ได้ครองรักกันดั่งคำที่ชายชราใต้แสงจันทร์ว่าไว้จริงๆ

ด้ายแดงแห่งการปกป้องคุ้มครอง

ไม่เพียงถูกเอ่ยถึงแค่ในเรื่องความรักเท่านั้น แต่ด้ายแดงยังถูกเชื่อในแง่ของการคุ้มครองให้อยู่รอดปลอดภัย อย่างเช่น ชาวยิวจะผูกเส้นไหมพรมสีแดงไว้ที่ข้อมือเพื่อคุ้มครองอันตรายจากนัยน์ตาปีศาจที่จะทำให้เกิดภัยพิบัติตามความเชื่อของเขา ที่ญี่ปุ่นเองก็มี เซนนินบาริ หรือเข็มขัดเครื่องรางออกรบที่มีรอยเย็บถึง 1,000 ปม ซึ่งแต่ละปมจะถักโดยผู้หญิงคนละคนกัน เพื่อไว้เป็นเครื่องรางคุ้มภัยให้ผู้ชายที่ออกรบจะได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย

ด้วยความที่ด้ายแดงมีตำนานเล่าขานกันมาอย่างยาวนาน ก็ไม่แปลกเลยที่จะมีคนนำมาพลิกแพลงเล่าเป็นเรื่องสยองขวัญ และ อาจารย์ อิโต้ จุนจิ ผู้วาดการ์ตูนสุดหลอนชื่อก้องโลกเองก็ไม่พลาดที่หยิบประเด็น ด้ายแดง มาเล่นเช่นกันค่ะ

ด้ายแดงสยองของอาจารย์ อิโต้ จุนจิ

“อย่าเข้ามาใกล้ฉันอีกนะ อิชิอิคุง!”

เรื่องเริ่มต้นขึ้นเมื่อเด็กหนุ่มนาม โทโมอุ อิชิอิ ถูกแฟนสาว โมโมโกะ ซากุระ บอกเลิกกะทันหัน ทำให้เขาเสียใจมาก ถึงกับนอนซมอยู่ที่บ้าน 3 วัน พอสภาพจิตใจดีขึ้น โทโมอุก็กลับไปเรียนอีกครั้ง เพื่อนๆ ต่างเข้ามาพูดหยอกล้อว่า “นึกว่าจะกรีดแขนฆ่าตัวตายประชดรักไปแล้วซะอีก” แต่โทโมอุก็ปฏิเสธไปขำๆ ทันใดนั้นเพื่อนคนหนึ่งกลับสังเกตเห็นรอยบางอย่างที่ข้อมือของเขา พอโทโมอุก้มดูข้อมือตัวเองปุ๊บ เขาก็ถึงกับร้องลั่น

“นี่มันอะไรวะเนี่ย!?”

รอยนั้นคือรอยถูกเย็บด้วยด้ายสีแดง

โทโมอุพยายามจะกรีดมันออกด้วยคัตเตอร์แต่ก็ไม่สำเร็จ ทำอย่างไรด้ายเส้นนี้ก็ไม่ยอมขาด จนรอยเย็บประหลาดนั่นลามไปถึงหน้าท้องกับหัวไหล่ ทั้งหมอและครอบครัวต่างสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น เว้นแต่ปู่ของเขาเท่านั้นที่บอกว่ามันคล้ายกับ เซนนินบาริ หรือเข็มขัดเครื่องรางคุ้มภัยที่ผู้หญิงหลายคนมาช่วยกันเย็บด้วยด้ายแดงให้ครบ 1,000 รอยเย็บ เพื่อให้ผู้ชายสวมใส่ไปออกรบ คุณปู่คิดว่าย่าที่เสียชีวิตไปของโทโมอุเป็นคนมาเย็บตัวหลานแน่ๆ บางทีอาจจะเพื่อปกป้องหลานจากหายนะที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า

คืนนั้นขณะที่เขาผล็อยหลับไป โทโมอุฝันว่าย่าพาเพื่อนๆ จากปรโลกมาช่วยกันเย็บใบหน้าของเขา

“มันจะเจ็บนิดหน่อยเท่านั้นแหละ…”

เหล่าคุณย่าพูดก่อนจะรุมแทงเข็มเข้ามาที่ใบหน้าของเขา ด้ายเกือบ 10 เส้นรูดผ่านเนื้อหนังอย่างน่าสยดสยอง ชายหนุ่มกรีดร้องด้วยความทรมานก่อนจะสะดุ้งเฮือก รีบวิ่งไปส่องกระจกแต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาคิดว่าตัวเองฝันไปจึงหลับต่ออีกครั้ง ทว่าเช้าวันรุ่งขึ้นโทโมอุก็ต้องตกใจกับสิ่งที่ปรากฏในกระจก เมื่อรอยด้ายลามไปถึงใบหน้าเขาแล้วจริงๆ เคราะห์ซ้ำกรรมซัด เย็นวันนั้นที่โรงเรียนโมโมโกะเข้ามากล่าวหาว่าเขาจงใจแกล้งเธอ เพราะเขามักจะพร่ำบอกคนอื่นอยู่เสมอว่า “โมโมโกะกับฉันมีด้ายแดงแห่งโชคชะตาเชื่อมกันอยู่”

“เพราะเธอตัดด้ายแดงระหว่างเรา ตอนนี้มันเลยมาพันอยู่ที่ฉันคนเดียว นายต้องการจะบอกคนอื่นแบบนี้ใช่มั้ยล่ะ!”

โมโมโกะตวาดลั่น เธอคิดว่าเขาเอาคืนที่เธอบอกเลิกด้วยการเอาด้ายมาพันตัวเองเพื่อเรียกร้องความสนใจให้ตัวเองดูน่าสงสาร โทโมอุได้ฟังก็ฉุกคิดขึ้นมาว่าจริงๆ แล้วมันอาจไม่เกี่ยวกับเซนนินบาริอย่างที่ปู่เคยพูดไว้ แต่บางทีด้ายที่พันเขาอยู่นี่มันอาจเป็นด้ายแดงแห่งโชคชะตาที่ถูกโมโมโกะตัดทิ้งไปอย่างไม่ใยดีนี่แหละ

พอตื่นขึ้นมาอีกวัน โทโมอุก็พบว่าด้ายแดงได้ลามไปทุกส่วนของร่างกายหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นขา แขน หน้า และนิ้ว แทบไม่เหลือช่องว่างให้เห็นเนื้อหนังมนุษย์ และมันยังยาวขึ้นเรื่อยๆ แถมยังเย็บตาซ้ายปิดไปอีก โทโมอุคิดว่าสิ่งเดียวที่จะช่วยได้ก็คือการกลับไปคืนดีกับโมโมโกะให้ด้ายเชื่อมกันอีกครั้ง

ไม่มีใครฝืนโชคชะตาได้หรอก เขาคิดเช่นนั้นก่อนไปพบโมโมโกะ ทว่ายังไม่ทันได้พูดอะไร ปากของเขาก็โดนเย็บปิดไปก่อน ได้แต่เปล่งเสียงอู้อี้ในลำคอ ด้ายก็ยาวขึ้นๆ พันเสื้อผ้า ขาทั้งสองก็ขยับไม่ได้จนล้มลงไป โมโมโกะมองว่าโทโมอุเป็นปีศาจ น่ารังเกียจ เธอเรียกให้แฟนใหม่ของเธอมาช่วย แต่สุดท้ายเขาก็โดนด้ายดึงเข้าไปรวมกับโทโมอุจนกลายเป็นก้อนด้ายขนาดยักษ์ตั้งตระหง่านอยู่กลางโรงเรียน

โมโมโกะยืนมองภาพก้อนด้ายที่ไม่มีทีท่าจะหยุดขยายนั่นอย่างตกตะลึง พลางคิดในใจ ‘ฉันรู้อยู่แล้วว่าด้ายนี่มันต้องนำสิ่งเลวร้ายมาให้แน่ๆ คิดถูกจริงๆ ที่บอกเลิกหมอนั่นไป’

จากนั้นหญิงสาวก็ก้มมองข้อมือตัวเอง

‘ถ้าเทียบกับเขา ของเรามันไม่เห็นจะเป็นไรเลย’

 

จบไปแล้วค่ะกับด้ายแดงสุดสยองเรื่องนี้ ขึ้นชื่อว่าอาจารย์ อิโต้ จุนจิ ก็ต้องมีบทจบปลายเปิดให้เราขบคิดกันเป็นธรรมดา เป็นไปได้ไหมว่าบางทีที่โทโมอุถูกด้ายแดงเล่นงานหนักหนาสาหัสกว่าโมโมโกะนั้น อาจจะเป็นเพราะความรู้สึกรักและยึดติดของเขามีมากกว่าโมโมโกะ หรือในตอนจบที่โมโมโกะมีรอยด้ายอยู่ที่ข้อมือด้วยอาจจะเพราะแฟนใหม่ของโมโมโกะถูกดึงเข้าไปในกองด้าย ทำให้ด้ายระหว่างเธอกับเขาถูกตัดขาดไปเหมือนกัน

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับเรื่องด้ายแดงแห่งรัก ไม่แน่น้า~ ตอนนี้ที่นิ้วก้อยของคุณผู้อ่านอาจจะมีด้ายแดงผูกไว้กับหนุ่มหล่อสาวสวยก็ไหนก็ได้ แต่ก็อย่ารักมากเกินไปจนจากด้ายแดงแห่งรักกลายเป็นด้ายแดงสยองขวัญเหมือนในมังงะของอาจารย์ อิโต้ จุนจิ นะคะ!

 

ที่มา

 

 

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *