ถ้ามาพูดถึงการอาบน้ำ สำหรับไทยบ้านเรานั้นจะมีความเขินอายติดตัวกันมาตั้งแต่เด็กจนปกติเราก็คงไม่คิดถึงการเปลือยกายอาบน้ำกับคนอื่นแน่ๆ ไม่ว่าจะคนใกล้ชิดหรือคนแปลกหน้าก็ตาม แต่สำหรับประเทศญี่ปุ่นการอาบน้ำแก้ผ้าเห็นไปต่อไหนถึงไหนนั้นเป็นเรื่องปกติมาก ทั้งๆ ที่คนประเทศนี้ก็ขี้อาย แต่พอเป็นเรื่องอาบน้ำ ไม่ว่าจะเป็นที่โรงอาบน้ำสาธารณะ ออนเซ็น คนญี่ปุ่นมักจะแก้ผ้าอาบน้ำและแช่รวมกับคนแปลกหน้าโดยไม่เคอะเขินกันเลยสักนิด วันนี้เรามาไขข้อสงสัยนี้กันดีกว่าว่าเพราะเหตุใดคนญี่ปุ่นถึงไม่อายเวลาอาบน้ำด้วยกัน

การอาบน้ำคือความเชื่อ

การอาบน้ำของคนญี่ปุ่นเป็นวัฒนธรรมที่สืบต่อกันมาช้านาน ย้อนกลับไปในช่วงศตวรรษที่ 6 หลากหลายศาสนาเริ่มเผยแพร่เข้าสู่ประเทศญี่ปุ่น จึงเกิดหลักคำสอนที่ว่าการอาบน้ำเปรียบเสมือนการชำระล้างสิ่งอัปมงคลออกจากร่างกาย ประกอบกับในสมัยนั้นยังไม่มีค่านิยมว่าการเผยเนื้อหนังให้เพศตรงข้ามหรือคนแปลกหน้าเห็นเป็นเรื่องผิดศีลธรรม ทุกคนในเมืองจึงแก้ผ้าอาบน้ำร่วมกันตามบ่อน้ำพุร้อนตามธรรมชาติเป็นเรื่องปกติ

เมื่อเข้าสู่ยุคสมัยเอโดะ ศาสนาเริ่มเป็นที่ศรัทธาในประเทศญี่ปุ่นมากขึ้น จึงมีการสร้างตู้อบคล้ายๆ ซาวน่าไว้ที่วัดเพื่อชำระล้างร่างกายและจิตใจให้บริสุทธิ์ผุดผ่อง แต่ไม่นานนักเหล่าชาวบ้านในเมืองก็เริ่มมีวัฒนธรรมการสร้างโรงอาบน้ำสาธารณะขึ้น หรือที่เรียกกันว่า เซ็นโต นอกจากนี้ยังมีบริการที่มีรูปแบบคล้ายสปาในปัจจุบันสำหรับเหล่าสุภาพสตรีที่ต้องการคนช่วยถูตัวหรือสระผมให้เพิ่มขึ้นมาด้วย

ต่อมาในปี 1791 จักรพรรดิมัตสึไดระ ซาดาโนบุ ทรงมีพระบรมราชโองการห้ามให้ชายหญิงอาบน้ำร่วมกันอีก และเกิดการควบคุมศีลธรรมในสังคมญี่ปุ่นเกิดขึ้น เพราะมีโรงอาบน้ำบางแห่งแอบเปิดเป็นสถานที่ค้าประเวณีรวมอยู่ด้วย ตั้งแต่นั้นมาโรงอาบน้ำสาธารณะจึงมีการดูแลอย่างเข้มงวดมากขึ้น แต่ก็ยังมิวายมีบางเจ้ายังคงฝ่าฝืนกฎอยู่

นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มลูกเล่นของโรงอาบน้ำมากขึ้น อย่างชั้นสองของโรงอาบน้ำจะเป็นสถานที่เอาไว้พบปะนัดเจอกันและจะมีกระดานหมากรุกไว้ให้เล่นด้วยสำหรับคนอยากจะมาผ่อนคลายหรือมาคบค้าสมาคมกัน ทำให้ในยุคสมัยเอโดะนิยมเปิดโรงอาบน้ำกันอย่างแพร่หลายรวมทั้งสิ้นกว่า 500 แห่งเลยทีเดียว ด้วยความที่มีโรงอาบน้ำเกิดขึ้นเยอะมากการดูแลจึงหละหลวมลงในยุคนี้

ในปี 1853 แมทธิว คัลเบรธ เพร์รี พลเรือจัตวาแห่งกองทัพเรือสหรัฐอเมริกาผู้ชักจูงให้ญี่ปุ่นลงนามในสนธิสัญญาสัมพันธไมตรีกับประเทศสหรัฐอเมริกาได้มาเยือนประเทศญี่ปุ่น และไปเห็นว่าโรงอาบน้ำที่ยังปล่อยให้ผู้หญิงกับผู้ชายอาบน้ำด้วยกันอยู่ สำหรับชนชาติตะวันตกที่ให้ความสำคัญในเรื่องการแบ่งเพศชายและหญิงเป็นเรื่องไร้อารยธรรมอย่างยิ่ง ยิ่งยุคนี้มีชาวต่างชาติเข้ามาในประเทศญี่ปุ่นมากขึ้น พลเรือจัตวาแมทธิวจึงคิดว่าเรื่องนี้ปล่อยไว้ไม่ได้

ต่อมาเข้าสู่ยุคปฏิรูปเมจิ ญี่ปุ่นยิ่งให้ความสนใจกับหน้าตาประเทศมากขึ้น จึงออกกฎหมายเข้มงวดในเรื่องห้ามชายหญิงอาบน้ำรวมกันอย่างจริงจัง ตั้งแต่นั้นมาจึงแบ่งออกเป็นบ่อชายและบ่อหญิงอย่างชัดเจนดังที่เราเห็นในปัจจุบัน จึงเป็นข้อสรุปได้ว่าการอาบน้ำรวมกันโดยไม่เคอะเขินนั้นเป็นวัฒนธรรมที่มีมานับพันปีก่อนจะจารีตและอิทธิพลต่างชาติจะเข้ามานั่นเอง

วัฒนธรรมการอาบน้ำในปัจจุบัน

การอาบน้ำรวมกันมีมาตั้งพันปีก่อนแล้วทำไมคนยุคปัจจุบันถึงยังอาบน้ำโดยไม่อายกันล่ะ? นั่นเป็นเพราะด้วยวัฒนธรรมที่มีการอาบน้ำรวมกันตั้งแต่สมัยก่อน ทำให้คนญี่ปุ่นยังยึดถือปฏิบัติแบบดั้งเดิมอยู่โดยการฝึกให้อาบน้ำรวมกันตั้งแต่เด็ก ในครอบครัวพ่อแม่จะอาบน้ำพร้อมกับลูก หรือบางครอบครัวจะพาลูกไปโรงอาบน้ำตั้งแต่เด็ก ทำให้เด็กๆ ล้วนคุ้นชินกับการอาบน้ำรวมกับคนอื่นและต่อเนื่องมาถึงตอนโต สังคมญี่ปุ่นจึงไม่อายกับการอาบน้ำและสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

ประกอบกับสมัยก่อนหากจะอาบน้ำทีต้องใช้ฟืนไฟต้มน้ำซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้ ส่วนในปัจจุบันแม้จะไม่ใช้ฟืนต้มน้ำกันแล้ว ก็กลายเป็นว่าค่าแก๊สที่ใช้ต้มน้ำก็ค่อนข้างแพง ชาวญี่ปุ่นจึงเลือกที่จะอาบน้ำในโรงอาบน้ำสาธารณะที่มีทั้งน้ำร้อนและอุปกรณ์อาบน้ำต่างๆ ให้พร้อมสรรพ อีกทั้งยังเป็นการผ่อนคลายได้พูดคุยกับคนอื่นอีกด้วย

ส่วนการแช่ออนเซ็นก็เหมือนกับโรงอาบน้ำสาธารณะที่มีแบ่งบ่อชายหญิงแยกกัน แต่ก็ยังมีออนเซ็นบางแห่งที่มีบ่อรวมชายหญิงไว้ให้สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศบ่อน้ำร้อนต้นฉบับ (ซึ่งก็ได้รับการยกเว้นเป็นพิเศษเนื่องจากเป็นสถานที่ท่องเที่ยว) และออนเซ็นบางแห่งในแถบชนบทก็ยังมีบ่อรวมอยู่

ได้ไขข้อสงสัยการอาบน้ำของคนญี่ปุ่นแล้วใช่ไหมคะว่าทำไมพวกเขาถึงไม่อายกัน ซึ่งแตกต่างจากบ้านเราเลยที่ขนาดไปสระว่ายน้ำยังเขิน แต่คนญี่ปุ่นถือว่าเป็นเรื่องปกติ ถ้าใครได้มีโอกาสไปญี่ปุ่นลองไปอาบน้ำสาธารณะหรือแช่ออนเซ็นกันดูนะคะ จะได้สัมผัสถึงวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของคนญี่ปุ่นแบบเต็มๆ กันไปเลยค่า ~

 

อ้างอิง

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *