ทั้งที่เป็นพัดไม้ไผ่ทรงโบราณที่ไม่มีใครนิยมใช้พัดเพื่อคลายร้อนแท้ๆ แต่พัดญี่ปุ่นที่เรียกว่า ‘อุจิวะ’ กลับปรากฎตัวอยู่ตามคอนเสิร์ตของศิลปินชาวญี่ปุ่นอยู่ทั่วไปจนกลายเป็นสีสันที่ขาดไม่ได้ ทำไมกันนะ? เราไปตีแผ่ไขข้อข้องใจกับพัดญี่ปุ่นอย่างอุจิวะกันดีกว่าค่ะว่าทำไมคนญี่ปุ่นถึงเอาพัดมาโบกในคอนเสิร์ตกัน

พัดที่ไม่ใช่แค่พัด

อุจิวะ ที่ว่านี้ไม่ใช่ อุจิวะ ซาสึเกะ ตัวละครจากเรื่องนารูโตะแต่อย่างใด แต่เป็นพัดชนิดหนึ่งของญี่ปุ่น มีรูปร่างกลมและขนาดใหญ่กว่าพัดกว่าปกติ ตัวด้ามจับจะรองรับกับอุ้งมือได้ดี สมัยโบราณในเริ่มแรกอุจิวะทำมาจากไม้ ขนนก ต้นปาล์ม หรือใบตอง ใช้สำหรับโบก พัด ชู ในงานพิธีมงคล, การสวดอธิษฐาน, พัดนำทัพในสงคราม, พัดที่ใช้ตัดสินในกีฬาซูโม่, พิธีสำคัญในศาสนา หรือแม้กระทั่งการทำนายดวงชะตา

ต่อมาวัสดุที่ใช้ในการทำก็ถูกพัฒนามาเป็นไม้ไผ่และกระดาษแทน เพราะมีน้ำหนักเบาและใช้ง่าย เมื่อเข้าสู่สมัยเอโดะวัฒนธรรมของการใช้พัดนี้ได้เผยแพร่ไปยังชาวเมืองทุกคน และถูกนำมาใช้ในโอกาสต่างๆ เช่น การหุงหาอาหาร, เครื่องประดับ, ใช้จับหิ่งห้อยและแมลง และอื่นๆ แล้วแต่สถานการณ์

ในยุคเมจิ พัดที่มีแบบลายสวยงามนั้น ได้ถูกส่งออกไปยังต่างประเทศ ทำให้ความต้องการของพ่อค้าเพิ่มขึ้นสูงเรื่อยๆ รวมถึงใช้เป็นสื่อโฆษณาต่างๆ มากมาย

หลังจากนั้นในช่วงยุคโชวะที่ 40 พัดลมหรือคูลเลอร์ ก๊าส,ไฟฟ้า และเตาแก๊สนั้นแพร่หลายมากขึ้นทำให้การใช้ประโยชน์จากพัดจริงๆ ลดน้อยลง ปัจจุบันอุจิวะจะถูกนำไปใช้ในช่วงหน้าร้อน อย่างช่วงเทศกาลงานดอกไม้ไฟ หรือใช้ในการโฆษณาโดยนำอุจิวะพิมพ์ลายสินค้ามาแจกตามสถานีรถไฟเสียมากกว่า

 

จากพัดในชีวิตประจำวันสู่วัฒนธรรมในโลกคอนเสิร์ต

จากเดิมที่พัดญี่ปุ่นนี้ถูกใช้พัดเพื่อคลายร้อนและใช้ประกอบพิธีกรรมต่างๆ ปัจจุบันนี้อุจิวะก็ถูกใช้ในคอนเสิร์ตหรืออีเวนต์พบปะศิลปินไอดอลอย่างแพร่หลาย โดยเจ้าพัดนี้จะทำหน้าที่เหมือนกับป้ายไฟในคอนเสิร์ตบ้านเราที่เขียนชื่อศิลปินที่ชอบลงไปให้เขาเห็น แต่มีขนาดกะทัดรัดทั้งยังมีด้ามจับที่พกพาสะดวก

อุจิวะในงานคอนเสิร์ตจะไม่ใช่แค่พิมพ์ลายสำเร็จรูปจากโรงงานเท่านั้น เพราะเพื่อดึงดูดสายตาให้ศิลปินมองมาทางผู้ถือพัด หรือกระทั่งเห็นความตั้งใจว่าเจ้าของพัดลงทุนลงแรงกับอุจิวะมากเพื่อมาเป็นกำลังใจให้เขา บรรดาแฟนคลับก็มักจะครีเอตอุจิวะด้วยเทคนิกส่วนตัวต่างๆ สุดความสามารถ เราจึงแทบจะไม่เห็นอุจิวะที่หน้าตาเหมือนกันเพราะล้วนเป็นของตกแต่งด้วยมือ ติดกระดาษสี โฟม หรือโบว์ จวบจนไปถึงสายรุ้งตามความนิยมและทักษะของแต่ละคน

ส่วนใหญ่เราจะเห็นพัดนี้ในคอนเสิร์ตที่ไอดอลเป็นผู้ชาย สาวๆ จะถือเข้ากันแทบทุกคน (แต่ไม่ใช่ว่าแฟนบอยจะไม่ใช้นะคะ ก็มีอยู่เหมือนกัน) และหลายคนก็ไม่ได้พกไปแค่เล่มเดียวเท่านั้นแต่แบกไปเยอะมาก เพราะข้อความที่เขียนบนพัดไม่ใช่แค่ชื่อศิลปินไอดอล แต่มีทั้งคำต่างๆ เพื่อสื่อความรู้สึกจากแฟนคลับไปถึงไอดอล ไม่ว่าจะบอกรัก บอกคิดถึง หรือแม้กระทั่งคำที่ให้ไอดอลแฟนเซอร์วิสให้กับเรา แถมบางค่ายยังนำภาพไอดอลสกรีนลงบนอุจิวะอีกด้วย พัดอุจิวะจึงกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในคอนเสิร์ตไม่แพ้แท่งไฟเลย

ยกตัวอย่างคำที่นิยมเขียนบนอุจิวะ มีดังต่อไปนี้

คำศัพท์ คำอ่าน คำแปล
指さして Yubisashite ชี้นิ้ว (มาทางนี้ที)
こっち見て Kocchimite มองมาทางนี้
大好き Daisuki รักนะ
ピースして Pi-sushite ชูสองนิ้วที
投げCHUして Nage CHU shite ส่งจูบ (มาทางนี้ที)
ハート作って Ha-to tsukutte ทำมือเป็นรูปหัวใจที
エアハグして Air hagushite ทำท่ากอดที
バーンして Banshite ทำท่ายิงที
手を振って Te wo futte โบกมือ (มาทางนี้ที)
じゃんけんして Jan ken shite เป่ายิ้งฉุบกันที

ใส่จิตวิญญาณลงในพัด!

เมื่อเราเลือกคำที่เราอยากเขียนลงบนพัดได้แล้ว ก็ได้เวลาสร้างสรรค์ผลงานและใส่จิตวิญญาณความรักความรู้สึกที่มีต่อศิลปินลงไป การที่ตกแต่งพัดด้วยตัวเองจะรู้สึกภูมิใจและมีความสุขในการทำ ถึงแม้ว่าจะต้องใช้ระยะเวลาแรมวันก็เถอะ วิธีการตกแต่งพัดนั้น จะตกแต่งด้วยกระดาษที่มีสีสันโดดเด่น สีแสบตากว่าปกติ ที่แม้ว่าจะอยู่ในคอนฯ ที่มีไฟสลัวก็ยังเห็นมาแต่ไกล ตกแต่งด้วยลวดลายดาว หัวใจ สัญลักษณ์เครื่องหมายต่างๆ หรือถ้ายังไม่พอแนะนำให้ติดสายรุ้งหรือโบว์ลงไปด้วยเพื่อเพิ่มความน่ารักให้แก่อุจิวะของเรา

ยิ่งเราตกแต่งประดับประดาให้สวยมากเท่าไร ไอดอลก็จะเห็นความตั้งใจของเราผ่านพัดอันนั้นด้วย และที่สำคัญจะต้องตกแต่งไม่ให้เกินขอบพัดหรืออลังการเวอร์วังจนเกินไป เพื่อที่เวลาโบกในคอนเสิร์ตจะได้ไม่ไปเกะกะคนอื่น เสริมอีกนิดว่าเวลาโบกพัดให้ไอดอลเห็นเราจะต้องไม่โบกแรงหรือชูสุดมือจนไปรบกวนคนรอบข้างด้วยนะจ๊ะ ถือเป็นมารยาทที่ชาวญี่ปุ่นเคร่งมากๆ

 

ฮ็อตฮิตจนมีร้านจำหน่ายทั่วประเทศ

Mojipara

ความฮ็อตฮิตของอุจิวะนั้นมีมากจนถึงขนาดถือกำเนิดร้านที่นำพาความสะดวกสบายมาให้สาวกติ่งไอดอล ซึ่งปัจจุบันนี้มีร้านที่จำหน่ายวัสดุอุปกรณ์เกี่ยวกับการสร้างสรรค์ตกแต่งอุจิวะขึ้น อย่างร้าน โมจิพาระ ที่ไม่ว่าจะเป็นสติ๊กเกอร์หรือแผ่นโฟมหลากสีที่ตัดชื่อตัวคันจิ หรือสัญลักษณ์เป็นแบบสำเร็จรูป ส่วนใหญ่จะแบ่งเป็นหมวดกลุ่มศิลปินไว้อยู่แล้ว เพียงแค่นำไปติดบนพัดก็เสร็จเรียบร้อย! สะดวกสบายใช้เวลาแค่แปปเดียว โดยไม่ต้องมานั่งกรีดนั่งตัดเอง

แต่สำหรับคนที่ชอบประดิษฐ์เองตั้งแต่ต้นยันจบทางร้านก็จะมีมุมจำหน่ายกระดาษสีไว้ให้ รวมไปถึงสีของพัดอุจิวะนั้นก็ยังมีหลากสีไว้ให้เลือกกันอีกด้วย เรียกได้ว่าร้านนี้เกิดมาเพื่อติ่งไอดอลกันโดยเฉพาะ ทั้งประหยัดเวลา และสวยงามไปในตัวเลยทีเดียว ซึ่งร้านโมจิพาระนี้มีทั้ง 5 สาขาในญี่ปุ่น ฮาราจูกุ ชิบูยา โตเกียวโดม โอซากา และนาโกยา

 

DAISO

ร้านที่มีสัญลักษณ์สีชมพูที่เราคุ้นหูคุ้นตาดีอย่าง ไดโซ ก็เป็นอีกหนึ่งร้านที่มีอุจิวะสำหรับเชียร์จำหน่าย รวมไปถึงพวกอุปรณ์ตกแต่งด้วย หลายคนจะนิยมซื้อจากร้านนี้เพราะแน่นอนว่า ถ้าพูดถึงไดโซ ราคาจะถูกมาก ในญี่ปุ่นตกราคาชิ้นละ 30 กว่าบาท (รวมภาษี) แต่จะมีให้เลือกน้อยกว่าร้านโมจิพาระ เพราะไดโซเป็นร้านขายของใช้ทั่วไป โดยอุจิวะนี้จะอยู่มุมเครื่องเขียนหาได้ไม่ยาก แถมร้านนี้ยังมีขายอยู่ทั่วประเทศในญี่ปุ่นอีกด้วย รวมไปถึงไดโซสาขาประเทศไทยบางแห่งก็มีอุปกรณ์อุจิวะจำหน่ายเช่นเดียวกันค่ะ

 

3 Coins

ร้านที่จะแนะนำต่อไปนี้ไม่ใช่ร้านจำหน่ายอุจิวะแต่อย่างใด แต่เป็นร้านที่จำหน่ายอุปกรณ์ที่ปกป้องอุจิวะของเรา!? ใช่แล้วค่ะ ตราบใดที่อุจิวะที่ทำจากกระดาษย่อมพังง่ายไปตามแรงโบกและตามกาลเวลา ร้าน 3coins หรือร้านสามเหรียญ จึงมีการผลิตคิดค้นซองโคฟเวอร์ที่ช่วยป้องกันพัดเราจากรอยขีดข่วนต่างๆ รวมไปถึงฝุ่นด้วย ซึ่งร้านสามเหรียญนี้สินค้าทุกอย่างภายในร้านราคา 300 เยนทั้งหมด (ไม่รวมภาษี) ล่าสุดทางร้านได้ออกสีของซองโคฟเวอร์มาเพิ่มอีก 9 สี จากตอนแรกที่มีแค่ขาวกับดำเท่านั้น นอกจากจะเก็บอุจิวะให้ได้นานขึ้นแล้ว ยังสามารถเลือกสีตามใจชอบเราได้ด้วย

 

เป็นยังไงกันบ้างคะ กับอีกหนึ่งวัฒนธรรมน่ารักๆ เอาใจแฟนคลับของคนญี่ปุ่น ที่สามารถนำพัดคลายร้อนธรรมดาๆ ในอดีต มาดัดแปลงเป็นอุปกรณ์สัญลักษณ์แทนใจที่ใช้ในคอนเสิร์ตได้ เราไม่ต้องเอ่ยคำใดๆ เพียงแค่โบกพัดที่ตั้งใจทำ ไอดอลก็จะรับรู้ความรู้สึกเราได้ทันที นับว่าเป็นไอเดียดีๆ จากประเทศเจ้าแห่งความคิดอย่างญี่ปุ่นจริงๆ ถ้าเพื่อนๆ มีไอดอลที่ปลิ้มล่ะก็ ลองตกแต่งอุจิวะแล้วเอามาอวดกันให้ดูด้วยน้าาา ~

 

อ้างอิง

 

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *