เช่นเดียวกับการ์ตูนชื่อดังก้องโลกเรื่องอื่น ๆ ดิจิมอนมีสินค้าสะสมมากมายหลายประเภทแน่อยู่แล้ว แต่ก็มีอย่างหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเรื่องนี้และเป็นสิ่งที่เด็ก ๆ ที่ติดตามดิจิมอนมาตลอดใฝ่ฝันอยากมีไว้ในครอบครองเพราะมันเท่เหลือเกิน นั่นคือ ดิจิไวซ์!! วันนี้อนิไทม์ขอรวบรวมดิจิไวซ์ของแต่ละภาคมาให้เพื่อน ๆ เชยชมกัน พร้อมราคาตลาดในประเทศไทยโดยประมาณเผื่อใครอ่านเล่มนี้จบแล้วคึกอยากตามล่าสะสมให้ครบทุกรุ่น

 01

  1. V-Pet (1993, 2nd 1,600-2,400 บาท)
    รุ่นพ่อทุกสถาบันของดิจิไวซ์ของทุกรุ่นและจุดเริ่มต้นของตำนานดิจิมอน ระบบเกมง่าย ๆ คือเลี้ยง ฝึก เอาไปสู้กับของเพื่อน และรักษา มาพร้อมหน้าจอขนาด 16*16 พิกเซล ไซส์เล็กกระทัดรัดพร้อมที่ห้อยกุญแจที่สามารถพาไปได้ทุกหนแห่ง แต่เขาว่าเปราะมากระดับตกพื้นไม่ได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว02
  2. Digimon Pendulum (1998, 1st 4,000 บาท)
    ไลน์ที่แตกต่อมาจาก V-Pet ซึ่งโดยรวมระบบและหน้าตาก็คล้ายคลึงกัน ต่างกันตรงที่เพิ่มฟังก์ชันนับจำนวนก้าวที่เราเดินไปพร้อมกับที่พกเครื่องนี้ ซึ่งเป็นฟังก์ชันสำคัญที่ส่งผลต่อการเติบโตและเนื้อเรื่องของดิจิไวซ์รุ่นถัด ๆ มา03
  3. Digivice (D1) (1999, 2nd 2,500-3,500 บาท)
    เชื่อว่าเป็นดิจิไวซ์รุ่นที่พวกเราคุ้นเคยและอยากได้มากที่สุด มาจากดิจิมอนภาคแรกนั่นเอง มี 8 สีพร้อมดิจิมอนเริ่มต้น 8 ตัวหลักตามเนื้อเรื่องในอนิเมะ เราจะได้โจทย์ให้ปกป้องโลกดิจิตอล ได้คู่กับดิจิมอนที่เราเลือกและต่อสู้กับศัตรูที่ปรากฏตามทางที่เราเดิน (โดยที่พกดิจิไวซ์ไปด้วย) เป็นรุ่นที่มีในครอบครองแล้วฟินมาก ราคาไม่แพงเกินจ่ายไหวแต่ปัญหาคือไม่ค่อยมีคนปล่อย
    04
  4. Digivice D-3 (2000, 1st 3,400 บาท 2nd 1,500-2,400 บาท)
    จากภาค 02 มี 6 สีพร้อมดิจิมอนเริ่มต้น 6 ตัวตามเนื้อเรื่องเช่นกัน (แต่ยังไงก็จะอันล็อคทั้งหมดได้ทีหลังอยู่ดี ดังนั้นเลือกสีที่ชอบดีกว่า) ฟังก์ชันใหม่ที่น่าสนใจของรุ่นนี้คือมีไข่ดิจิมอนให้เราฟูมฟักด้วย05
  5. D-Ark (2001, 1nd 3,900 บาท 2nd 1,400-1,600 บาท)
    ถึงจะไม่ได้เน้นขายด้วยชื่อการค้าดิจิไวซ์เหมือนเดิมแต่เราก็ยังเรียกดิจิไวซ์ทุกอย่างอยู่ดี รุ่นนี้มาจากภาค 3 (เทมเมอร์) ซึ่งไม่บอกก็คงรู้ว่าจุดเด่นของรุ่นนี้คือฟังก์ชันรูดการ์ด “การ์ดสแลช” เพื่อเพิ่มความสามารถของดิจิมอนและทวีความมันส์เวลาแข่งกับเพื่อนนั่นเอง06
  6. D-Scanner (2002, 2nd 500-1,300 บาท)
    จากภาคฟรอนเทรียร์ ความต่างของดิจิไวซ์รุ่นนี้คือดิจิมอนของเราไม่ได้ปรากฏอยู่บนหน้าจอหลัก แต่เห็นตัวเอกที่ปรากฏในเรื่อง ซึ่งก็สมเหตุสมผลดีเพราะภาคนี้ตัวเอกไม่มีดิจิมอนคู่หูแต่สามารถแปลงร่างได้เองยังไงล่ะ07
  7. Digivice iC (2006, 2nd 1,000 บาท)
    จากภาคเซฟเวอร์ การเล่นต่างจากดิจิไวซ์รุ่นอื่นแต่ไปเหมือนกับตระกูล V-Pet แทนนั่นคือเราจะขุนดิจิมอนโดยที่ไม่มีเควสท์ให้กู้โลก ดิจิไวซ์รุ่นนี้ยังต่างตรงที่สามารถลิงค์กับเครื่องเล่นดิจิมอนตระกูลอื่นที่ไม่ได้ดิจิไวซ์ได้ เช่น Accelerator, Mini และเครื่องดิจิมอน แบทเทิล เทอร์มินัล ซึ่งเป็นตู้เกมอาร์เคดที่มีเฉพาะที่ญี่ปุ่นเท่านั้น08
  8. Xros Loader (2010, 1stจอขาวดำ 900-1,500 บาท จอสี 2,500 บาท)
    มาจากภาคครอสวอร์ส จุดเด่นของรุ่นนี้ที่นอกจากจะเป็นรุ่นแรกที่มีจอสีแล้ว ครอสโหลดเดอร์ยังสามารถชุบเลี้ยงดิจิมอนได้ทีละหลาย ๆ ตัว (สอดคล้องกับเนื้อเรื่องที่ตัวเอกสร้างกองทัพดิจิมอนสู้กับตัวร้าย) ขณะที่รุ่นก่อนหน้าเราสามารถเลี้ยงทีละตัวเท่านั้น แถมยังมีออปชันภายนอกเพิ่มความสนุกได้อีกหลายช่องทาง เช่นอีเวนต์พิเศษของเว็บไซต์ดิจิมอน ดิจิการ์ดที่ช่วยให้ใช้ท่าโจมตีพิเศษได้ และโค้ดคราวน์ ที่ช่วยปลดล็อกโซนใหม่ให้ไปเล่นได้

 

ข่าวดีสำหรับเพื่อน ๆ รุ่นราวคราวเดียวกันก็คือในโอกาสที่ดิจิมอนฉลองครบรอบ 15 ปี บันไดเขาก็ประกาศเปิดจองดิจิไวซ์รุ่นแรกในราคา 9,990 เยนเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ใครที่หมายมั่นปั้นมือจะมีไว้ประดับบารมีสักเครื่องคงมีโอกาสได้หาซื้อในตลาดบ้านเรากัน แต่ถ้าคิดจะเก็บสะสมทั้งตระกูลดิจิไวซ์ล่ะก็…เตือนไว้ก่อนว่าต้องเตรียมทุนหนา ๆ นะจ๊ะ เพราะแต่ละรุ่นก็มีหลายสีและหลายรุ่นย่อย นอกจากนี้ยังมีออปชันและอุปกรณ์เสริมอีกบานเลย

*คำเตือน ดิจิไวซ์เป็นของเล่นที่มีของก็อบเยอะมาก ขอให้เลือกซื้ออย่างระวัง ยิ่งรุ่นเก่ายิ่งหาของใหม่ยาก หากได้สัมผัสเองจะต้องไม่เบาและก๊อกแก๊ก แต่ถ้าซื้อตามอินเทอร์เน็ตให้ประเมินความน่าเชื่อถือของผู้ขายและความสมเหตุสมผลของราคา

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *