home FEATURED, INTERVIEW [Exclusive Interview] พูดคุยกับสองหัวหอกผู้อยู่เบื้องหลัง ‘Maruya’ งานการ์ตูนที่อยู่คู่วงการการ์ตูนไทย

[Exclusive Interview] พูดคุยกับสองหัวหอกผู้อยู่เบื้องหลัง ‘Maruya’ งานการ์ตูนที่อยู่คู่วงการการ์ตูนไทย

แม้ผ่านพ้นไปแล้วอีกงาน แต่ความสนุกของผู้เข้าร่วมงานครั้งนี้จะถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้นที่จะได้รองานครั้งต่อไป เพราะ ‘มารุยะ’ ซีรีส์งานอีเวนต์ที่อยู่เคียงคู่วงการการ์ตูนบ้านเรามาอย่างยาวนานนั้นมีคำมั่นสัญญาว่าจะโคจรกลับมาพบและมอบความสนุกแก่ชาวการ์ตูนทุกคนทุก 2 เดือน

วันนี้ อนิไทม์ได้มีโอกาสพูดคุยกับเบื้องหลังของงานมารุยะ คือคุณโอ๋ ชยานิษฐ์ และคุณแบงค์ กิตต์โภคิน  ออแกไนเซอร์มือทองที่ได้พามารุยะมาไกลถึง 14 ครั้งถ้วนสดๆ ร้อนๆ ทั้งยังเป็นเป็นผู้รังสรรค์ความสำเร็จของงานอีเวนต์ด้านการ์ตูนทั้งน้อยใหญ่มาแล้วมากมาย มารุยะมาถึงวันนี้ได้อย่างไร และฉากหลังของงานนี้เป็นอย่างไรบ้าง ทั้งสองท่านจะมาเล่าให้ฟังในวันนี้

IMG_9796

มารุยะเกิดขึ้นได้อย่างไร มีที่มาที่ไปอย่างไรจนมาถึงทุกวันนี้

โอ๋: จริงๆ ต้องบอกว่าวงการการ์ตูนในประเทศไทยมีมาอย่างยาวนานละ มารุยะก็เป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์นั้น มารุยะเกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มคนที่ชอบเรื่องเดียวกัน นิยามจริงๆ ของมารุยะไม่ได้เป็นเพียงงานการ์ตูน มันเป็นเรื่องของป็อปคัลเจอร์ของวัยรุ่น แต่แน่นอนว่าเรื่องที่หนีไม่พ้นก็ต้องเป็นการ์ตูนและคอสเพลย์แน่ล่ะ พวกเรารวมตัวกันจากการพบกันในที่ต่างๆ แล้วมีโปรเจกต์ที่ kick off กันว่า พอเรามีคนที่ชอบเรื่องกิจกรรมเวที อยากแสดง มีคนที่มีสินค้าทำมือที่ตัวเองอยากขาย เราก็เลยรวมตัวกัน

เรารวมตัวกันครั้งแรกเป็นจุดเล็กๆ ก่อนที่เซ็นต์หลุยส์ (โรงพยาบาลเซ็นต์หลุยส์) ตอนนั้นเซ็นต์หลุยส์น่าจะเป็นที่เดียวที่เปิดรับรูปแบบของงานสไตล์นี้ เพราะสมัยก่อนงานการ์ตูนมันค่อนข้างอธิบายกับผู้เช่ายากว่าจะเราจะใช้สถานที่ของเขาทำอะไร หลังจากนั้นก็ดำเนินมาเรื่อยๆ โดยเรามีกำหนดว่าทุก 2 เดือนเราจะจัดมารุยะขึ้น 1 ครั้ง เนื่องจากสมัยก่อนงานการ์ตูนมีน้อยมาก เพิ่งจะมีเยอะช่วงปีสองปีหลังๆ นี้เอง พอจัดมาเรื่อยๆ ก็มาถึง 14 ครั้งแล้วอย่างที่เห็นในวันนี้


แล้วชื่อมารุยะมีความหมายว่าอย่างไร

โอ๋: มารุยะมาจากคอนเซปต์ที่เราอยากได้ชื่องาน 3 พยางค์ หลังจากนั้นเราก็มาดูว่า เราจะเล่นอะไรกับคำภาษาญี่ปุ่นได้บ้าง สิ่งที่เราคิดได้คือ เซอร์เคิล เซอร์เคิลคือวงกลม วงกลมก็คือมารุ (丸) ส่วนคำว่ายะ (屋) คือร้านค้า ก็เลยเป็นที่รวมของร้านค้าวงกลมๆ แล้วด้วยมีคนบอกว่าต้องมีมาสค็อตน่ารัก ต้องหยุ่นๆ กลมๆ สอดคล้องกับชื่อด้วย ก็เลยกลายเป็นลูกอ๊อดอย่างที่เห็น นั่นคือมารุตันนั่นเอง


ช่วยเล่าให้ฟังสักหน่อยว่าการจัดอีเวนต์การ์ตูนแต่ละครั้งมีเบื้องหลังอย่างไร มันแตกต่างจากอีเวนต์ทั่วๆ ไปไหม

โอ๋: จริงๆ แล้วการจัดงานการ์ตูนก็ไม่ต่างจากอีเวนต์ทั่วไปที่เราทำเป็นปกติ เป็นสเต็ปง่ายๆ อย่างที่ทุกคนรู้ คือการคิดโปรเจกต์ขึ้นมา คิดว่ากิจกรรมการแสดงจะมีอะไรบ้าง เดินหาสถานที่ ฯลฯ ในแต่ละส่วนของมารุยะจะมีโปรดิวเซอร์ที่ดูแลอยู่ อย่างกิจกรรมเวทีก็จะมีสเตจโปรดิวเซอร์ การเดินหาสปอนเซอร์จะเป็นคุณแบงค์ดูแล

แต่สิ่งที่ยากและท้าทายของมันคือการสื่อให้คนอื่นเข้าใจว่างานมันเป็นยังไง พอเราพูดถึงคำว่างานการ์ตูน สิ่งที่ทุกคนจะคิดคือมันเป็นเรื่องของเด็ก เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องสื่อสารกับสปอนเซอร์ว่างานนี้สำคัญยังไงกับเขา สิ่งที่ทีมงานมารุยะพยายามสร้างกระแสและแสดงให้เห็นคือการสื่อให้ผู้ใหญ่เห็นว่าจริงๆ แล้วน้องๆ ที่มาไม่ใช่เด็กเล็กอย่างเดียว แต่มีช่วงวัยอื่นๆ อีกด้วย

แบงค์: แล้วก็อีกส่วนหนึ่งที่เราต้องทำให้เขาเข้าใจคือนอกจากการ์ตูนแล้วเรายังมีสิ่งที่เรียกว่าป็อปคัลเจอร์เพิ่มเข้ามา ซึ่งอย่างที่บอกตอนต้นว่าเราไม่ใช่งานการ์ตูนอย่างเดียวเท่านั้น แต่เราเป็นงานที่รวมป็อปคัลเจอร์ทั้งหมดเข้าด้วยกัน

DSC_5199

มารุยะจัดขึ้นมาถึง 13 ครั้งแล้ว รวมวันนี้ก็เป็นครั้งที่ 14 เห็นความเปลี่ยนแปลงของการจัดงานอย่างไรบ้าง

โอ๋: สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัดคือกลุ่มสปอนเซอร์ เราจะเห็นว่ามีสปอนเซอร์หลากหลายขึ้น เรามี Consumer Product เช่นงานนี้มีโก๋แก๋ เรามีสถานีวิทยุอย่าง J-Channel และช่วงอายุของผู้มาเดินงานก็กว้างขึ้น เพราะเราจัดงานมาอย่างต่อเนื่องถึง 14 ครั้ง น้องๆ ก็เติบโตขึ้นมาพร้อมกับมารุยะ

แบงค์: ถ้าสังเกตบรรยากาศวันนี้ จะเห็นว่ามีทั้งเจเนเรชันเก่าที่อยู่กับเรามาตั้งแต่ครั้งแรก ตั้งแต่ยุคเซ็นต์หลุยส์ เขาก็ตามมาเรื่อยๆ นะ เคยได้คุยกับน้องเขาเขาก็บอกว่าเขาชอบบรรยากาศความเป็นกันเองของเรา เหมือนเป็นพี่น้อง อันนี้คือสิ่งที่เราพยายามสร้างให้เกิดขึ้นและรักษาไว้

โอ๋: นอกจากนี้ ถ้าเทียบกับครั้งที่ 1 คือครั้งนั้นแทบไม่มีอะไรเลย บนเวทีก็แทบไม่มีอะไร มีการแสดงแค่วงเดียว ไม่มีเกสต์ ไม่มีสปอนเซอร์ เป็นเพียงงานที่เด็กที่ชอบเรื่องด้วยกันแล้วลงขันกันจัด แต่มาถึงวันนี้เรามีสปอนเซอร์ เรามีเกสต์คอสเพลเยอร์ที่ยอมรับวงการในประเทศไทยและยินดีเข้ามามีส่วนร่วม เรามีการแสดงที่พัฒนามากขึ้น น้องๆ ทีมแสดงเองก็โตไปกับเราด้วย


ที่บอกว่าสปอนเซอร์เดี๋ยวนี้มีมากขึ้น หลากหลายขึ้น มารุยะมองว่าภาคธุรกิจในยุคนี้มีมุมมองที่ดีขึ้นต่อการ์ตูนหรือเปล่า

โอ๋: ถูกต้องค่ะ นอกจากงานมารุยะแล้ว ทีมงานของเรายังได้ข้องเกี่ยวกับงานระดับประเทศหลายงาน ไม่ว่าจะเป็น Thailand Comic Con (TCC), Thailand Game Show Big Festival (TGSBIG), Photo Fair (BITEC Bangna) สิ่งที่ผ่านมาทำให้ทีมเรามองเห็นศักยภาพของการจัดงานในปัจจุบันนี้ การเกิดขึ้นของงานระดับใหญ่ก็ดี หรือการเข้ามาของ AFA ที่เป็นยักษ์ใหญ่ของเอเชียก็ดี เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าตลาดในบ้านเราโตขึ้นได้อีกมาก แต่จะโตขึ้นในทิศทางไหนและโตได้อีกมากแค่ไหน อันนี้ยังเป็นคำถามอยู่


แต่ก็เป็นสัญญาณที่ดีว่าวงการบ้านเรากำลังเติบโต

โอ๋: ใช่ค่ะ ถ้าเราได้ตามข่าวของญี่ปุ่นเราก็จะรู้ว่าตอนนี้มีโปรเจกต์ที่ 4 ยักษ์ใหญ่ของที่นั่น คือ ชูเอย์ชะ, โคดันชะ, โชกาคุกัง และ คาโดคาวะ ร่วมกับร้าน Animate จะเข้ามาเปิดตลาดในบ้านเรา นั่นก็เป็นกระแสที่ดี

IMG_9769

แล้วนอกจากสปอนเซอร์ที่มีแนวโน้มที่ดีขึ้น แล้วทางผู้เข้าชมงานของมารุยะเองเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างไร

แบงค์: ก็คงต้องย้อนไปตั้งแต่ครั้งแรกๆ อย่างที่คุณโอ๋บอกว่าตอนแรกเราไม่มีอะไรเลย ก็มีทั้งการเรียกร้องและคำแนะนำว่า “น่าจะมี…” น่าจะมีการแสดงมากขึ้นนะ น่าจะมีเซอร์เคิลหลากหลายขึ้นนะ เราเองก็ไม่อยู่เฉย แต่ก็พัฒนามาเรื่อยๆ ผมก็กล้าพูดนะว่าเราค่อนข้างรับฟังฟีดแบ็คของเพื่อนๆ ที่ช่วยบอกว่าเราเขาต้องอะไรบ้าง

โอ๋: สิ่งนึงที่บอกได้อีกว่าผู้เข้าชมงานก็เปลี่ยนไปคือช่วงอายุ ตอนนี้ชาวมารุยะไม่ได้จำกัดเฉพาะวัยเด็กแล้ว มีตั้งแต่น้องเล็กจนถึงผู้ใหญ่ และปัจจุบันมีอินเทอร์เน็ต มีเทคโนโลยีก้าวหน้าขึ้น ถ้าสังเกตคือเมื่อก่อนเด็กๆ จะฮิตการ์ตูนตามเรื่องที่ฉายทางฟรีทีวี มาอีกยุคหนึ่งเด็กจะฮิตการ์ตูนที่อยู่ในหนังสือ ต่อมาก็เป็นวีซีดี ดีวีดี ตอนนี้มีอินเทอร์เน็ต ต้องบอกว่าเด็กเขารู้เรื่องไปพร้อมๆ กับเรา แล้วมีเด็ก…ใช้คำว่าเกือบครึ่งเลย ของเด็กการ์ตูนที่ฟังและพูดภาษาญี่ปุ่นพอได้ เพราะฉะนั้นตอนนี้ผู้จัดงานเองก็ต้องตอบสนองความสนใจให้ทันที่ญี่ปุ่น


ก็คือเดี๋ยวนี้กระแสความสนใจอัพเดทเร็วมาก

โอ๋: สิ่งที่ออแกไนเซอร์งานการ์ตูนจะต้องพัฒนาตัวเองคือการอัพเดทคอนเทนต์ของตนเอง เพราะวันนี้คุณจะเอาดิจิมอน เอาโดราเอมอนมาจัดมันก็ไม่ใช่ เด็กที่มางานการ์ตูนในลักษณะนี้คือ 70% เขาอัพเดทข่าวตามญี่ปุ่น นี่คือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงที่เราต้องรู้และตามให้ทัน


ระยะหลังๆ นี้มีงานอีเวนต์การ์ตูนจัดถี่ขึ้นและมีผู้จัดรายใหม่เพิ่มขึ้นเยอะมากมาย ทางมารุยะมีมุมมองต่อเรื่องนี้อย่างไร

โอ๋: โอ๋มองในมุมส่วนตัวว่ามารุยะเองก็พัฒนาขึ้น กว่าจะมาถึงวันนี้ที่มารุยะมีมาถึง 14 ครั้งแล้วเราเองก็ผ่านการลองผิดลองถูกมาพอสมควร สำหรับผู้จัดรายอื่นๆ ที่เกิดใหม่มากมาย โอ๋ก็มองว่าเป็นเรื่องดี ยิ่งตลาดยิ่งโต ความต้องการของชาวการ์ตูนก็จะถูกตอบสนองมากขึ้นและดีขึ้นเรื่อยๆ มารุยะเองก็ตั้งใจตั้งแต่เริ่มแรกแล้วว่าอยากให้ตลาดโตขึ้น เพราะฉะนั้นการมีผู้จัดมากขึ้น แสดงถึงกระแสตอบรับที่ดีขึ้น

เมื่อก่อนเราจะเห็นไม่เห็นงานที่จัดโดยสำนักพิมพ์ เพราะเขามองว่าจัดไปก็ไม่ได้อะไร แทนที่เขาจะจัดงานเองและเสียเงินเยอะ สู้มาแจมกับงานเล็กๆ ดีกว่า แต่พอเรามีงานแบบนี้เราก็สามารถทำให้ทุกคนเห็นศักยภาพของตลาด และผู้จัดแต่ละเจ้าก็จะมีแรงผลักดันให้พัฒนาตนเอง

แบงค์: ขอยกตัวอย่างงานในสมัยก่อนที่บางสำนักพิมพ์ก็พยายามจัดงานของตนเองเหมือนกัน แต่ในยุคนั้นมันวัดไม่ได้ชัดเจนว่าการ์ตูนจะมีพัฒนาการไปทางไหน ขนาดไหน เขาเลยต้องล้มเลิกไป แต่มาวันนี้ที่เราบอกไว้ว่าตลาดมันโตขึ้น และพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าคนการ์ตูนมีจำนวนเยอะจริงๆ สำนักพิมพ์เริ่มกลับมาคิดถึงการจัดงานของตนเองเพื่อคอการ์ตูนอีกครั้ง

อีกอย่างในมุมมองของผม คืออยู่มาตั้งแต่รุ่นเราสู้ที่ทั้งปีมีแค่งานเดียว เราอยู่กับความรู้สึกที่ว่าเราอยากให้มีงานแบบนี้เยอะๆ มาตลอด เพราะเราอยากเจอเพื่อน การมีงานเยอะขึ้นแบบทุกวันนี้ ผมก็มองว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะทุกคนจะได้พบกัน


แปลว่ามารุยะเองก็ยินดีมากที่ได้เห็นวงการการ์ตูนบ้านเราโตมาถึงขนาดนี้

โอ๋: ถึงแต่ละงานจะมีรายละเอียดที่ต่างกันยังไง แต่โอ๋มั่นใจว่าทุกงานต่างมีเป้าหมายเดียวกันคือทำให้สังคมของคนการ์ตูนแข็งแกร่งมากขึ้น

IMG_9783

นอกจากการอัปเดตตัวเองให้ทันกระแสนิยมแล้ว มารุยะอยากแนะให้ผู้จัดอีเวนต์รายใหม่ต้องทำการบ้านเรื่องไหนมากเป็นพิเศษ

โอ๋: อันดับแรก ต้องตอบโจทย์ของตัวผู้จัดเองให้ได้ก่อนว่าอยากให้ผู้ร่วมงานได้รับอะไร ของมารุยะคอนเซปต์ก็คือทุกคนที่เข้ามาในงานต้องมีอะไรทำ มีกิจกรรมให้ร่วม และต้องรู้สึกคุ้มค่ามากที่สุด ต่อให้คุณไม่ได้สนใจเรื่องคอสเพลย์คุณก็ต้องมีอะไรอย่างอื่นทำ คุณอาจจะไปดูการแสดงแทน ไปเต้นกับเพื่อนแทน เราพยายามเติมเต็มตรงนี้ตลอด

ทีนี้ เมื่อเราได้โจทย์มาแล้วเราก็ต้องตีโจทย์ต่อว่าจริงๆ แล้วกลุ่มเป้าหมายเขาชอบอะไร ส่วนหนึ่งที่น่าจะทำให้งานบางงานที่เกิดขึ้นไม่นานก็หายไปก็คือไม่สามารถตอบโจทย์ของผู้เข้าร่วมงานจำนวนมากได้ พอบวกกับปัจจัยอื่นร่วม ซึ่งอาจจะแตกต่างกันไปในแต่ละกรณี ก็อาจทำให้เกิดปัญหาขึ้นได้


มีอะไรฝากไปยังเพื่อนร่วมวงการผู้จัดอีเวนต์และชาวมารุยะบ้าง

โอ๋: สำหรับผู้จัดงานทุกคน ขอฝากเป็นกำลังใจ ถึงจะมีอุปสรรคเรื่องการจัดหรือจำนวนผู้เข้างานบ้างก็ตาม บางงานอาจตอบสนองไม่ตรงความต้องการของผู้มางาน ผู้เข้างานบางกลุ่มอาจคาดหวังไว้เยอะแต่เรายังตอบความคาดหวังไม่ได้มากพอ แต่ก็อยากฝากไว้ว่าอย่ายอมแพ้ การจัดงานไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ไม่ได้หมายความว่าเราต้องดันทุรังนะ ถ้าคุณยังไม่พร้อม ไม่ต้องดึงดัน คุณมีเวลาในการเตรียมตัวเสมอ

สำหรับผู้ที่ติดตามงานมารุยะมาโดยตลอด ต้องบอกว่าขอบคุณเป็นอย่างมากที่ให้โอกาสแก่ทีมงาน ให้เราได้นำเสนอสิ่งที่พวกเราคิดอยากทำมานานแล้ว ขอบคุณที่ตอบรับพวกเราเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นท่านผู้เข้าร่วมงาน สปอนเซอร์ วงโคฟเวอร์แดนซ์และทีมผู้แสดงบนเวที เรามีพันธะสัญญาอยู่แล้วว่าทีมงานจะคิดหากิจกรรมให้ทุกคนมีส่วนร่วมมากขึ้น สนุกมากขึ้น และทางมารุยะเองก็จะพยายามให้มากขึ้นต่อไป


และนี่คือเสียงจากผู้จัดงานมารุยะ อีกหนึ่งซีรีส์อีเวนต์การ์ตูนคู่บ้านคู่เมืองของวงการบ้านเรา ฝากถึงชาวมารุยะและเหล่าเพื่อนผู้จัดงานทุกท่าน ในโอกาสนี้ อนิไทม์ขอขอบคุณทั้งคุณโอ๋และคุณแบงค์ที่กรุณาสละเวลามาพูดคุยกับพวกเราหลังเลิกงาน และขอเป็นกำลังใจแก่ชาวการ์ตูนทุกท่านและทุกฝ่ายในการเติบโตไปด้วยกันกับวงการการ์ตูนไทยค่ะ

พบกับมารุยะครั้งต่อไปในเดือนพฤศจิกายน ส่วนอนิไทม์จะพาคุณผู้อ่านทุกท่านไปพูดกับใครต่อนั้น คอยติดตามกันอย่าให้พลาดนะคะ~~ <3

One thought on “[Exclusive Interview] พูดคุยกับสองหัวหอกผู้อยู่เบื้องหลัง ‘Maruya’ งานการ์ตูนที่อยู่คู่วงการการ์ตูนไทย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Comment moderation is enabled. Your comment may take some time to appear.

ความคิดเห็น