home FEATURED, INTERVIEW [Exclusive Interview] วันวุ่นๆ ของนายหัวยุ่งกับเต้าหู้ ‘ริ ง โ ง ะ’

[Exclusive Interview] วันวุ่นๆ ของนายหัวยุ่งกับเต้าหู้ ‘ริ ง โ ง ะ’

หากคุณเป็นมนุษย์ออฟฟิศคนหนึ่งที่รูดจอมือถืออ่านไลน์เว็บตูนเป็นประจำขณะเดินทางกลับบ้าน ‘นายหัวยุ่งกับเต้าหู้ แมวจอมป่วน’ น่าจะเป็นซีรีส์อันดับต้นๆ ในใจของคุณ ไม่เพียงเพราะโดนใจทาสแมวยุคนี้ หากแต่ยังสะท้อนชีวิตมนุษย์เงินเดือนได้อย่างเจ็บๆ คันๆ อีกด้วย จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่นายหัวยุ่งฯ ครองอันดับท็อป 3 ของไลน์เว็บตูนแน่ะ เบื้องหลังของการ์ตูนสุดมุ้งมิ้งและสุดฮานี้จะเป็นอย่างไร นายหัวยุ่ง ‘ริ ง โ ง ะ’ ผู้นี้จะมาเล่าให้ฟังกัน

IMG_9561

เล่าเรื่องความเป็นมาของการวาดการ์ตูนของริงโงะให้ฟังสักหน่อย และลายเส้นมุ้งมิ้งที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ได้มาจากไหน
คือลายเส้นไม่ได้เป็นอย่างนี้เลยนะตอนแรก เมื่อก่อนวาดทีญี่ปุ่นจ๋าเลย เพราะอ่านพวกดราก้อนบอลเราก็วาดตามนั้น ตอนจะจบม.6 ผมคิดว่าผมจะเข้านิเทศศิลป์ เราไปเรียนทั้งดรอวอิ้ง วาดนู่นวาดนี่ วาด CF Character Fight คือสร้างตัวละครขึ้นมาแล้วเอาตัวละครของแต่ละคนที่เขาออกแบบมาสู้กัน ใส่ท่าบ้าบออะไรงั้นอ่ะ โคตรตลกอ่ะ ก็วาดมาเรื่อยๆ จนถึงช่วงที่ผมสอบเข้านิเทศศิลป์ ผมสอบอยู่ 4-5 ที่ สอบตรงเลยนะ ห้าวมาก ไม่ติดสักที่ ตอนนั้นก็นั่งร้องไห้ คือเราตั้งใจแต่เราฝีมือไม่ถึงเองอ่ะ

ก็มาถึงความผิดพลาดในชีวิตที่คิดว่านิเทศศาสตร์คล้ายกับนิเทศศิลป์ คือเราคิดว่าจะได้ออกแบบ ได้วาดรูปเหมือนกัน โคตรพลาดอ่ะ คือมันเรียนการตลาดล้วนเลย มันมีวิชาออกแบบแต่ก็เป็นพวกกราฟิกดีไซน์ซึ่งเราไม่ชอบอ่ะ กะจะซิ่วไปนิเทศศิลป์ ตอนนั้นปี 2 เทอม 2 ละ ไม่ติดอีก ก็เลยคิดว่าชีวิตนี้ต้องนิเทศศาสตร์ละล่ะ ก็ห่างการวาดรูปไปสักพัก แล้วเริ่มมาชอบอีกครั้งตอนมีแฟน ตอนนั้นเราค่อนข้างไม่มีกะตังค์เท่าไหร่หรอก แต่เราบอกว่าเราอยากได้เม้าส์ปากกา เห็นคนอื่นเขาใช้กัน วันเกิดเขาก็เซอร์ไพรส์ด้วยการซื้อมาให้ ดีใจมากที่ได้กลับมาวาดรูปอีกที

ช่วงนั้นก็นั่งหัดเม้าส์ปากกาทั้งวันทั้งคืนเลย จะบอกว่าการเขียนการ์ตูนเนี่ย ลายเส้นของเราจะเปลี่ยนไปตามการ์ตูนที่เราชอบ ตอนหลังผมเสพย์งานตั้ม พิศุทธิ์ (ผู้วาด hesheit และ มะม่วง) งานแบบนี้ใช่เลย ไม่ต้องอะไรมาก ง่ายๆ เรียบง่าย ก็เลียนลายเส้นเขามา ตอนนั้นเราคิดว่าการที่เราเหมือนไอดอลของเราได้นี่โคตรซึ้งใจ แต่ที่จริงถ้าทำเป็นอาชีพก็ไม่ควรเท่าไหร่นะ เพราะเหมือนเราเอาลายเส้นเขามาหากิน

จนจะจบละ จะสมัครงาน ผมเรียนนิเทศศาสตร์โฆษณา เขาก็จะฝึกงานพวกครีเอทีฟ อาร์ตได AE แต่ผมค่อนข้างแปลกแยกคือหาที่ฝึกงานเอง จะหางานที่ได้วาดรูปทั้งวัน เราเอาพอร์ทงานให้เขาดูแล้วบอกเขาว่าเราอยากวาดภาพประกอบ คิดเรื่องไม่เก่งแต่เราชอบวาดภาพสวยๆ อยากวาดนิทาน เขาก็โอเคนะ ให้เราฝึกงาน นับแต่นั้นก็วาดภาพมาตลอดเลยพอวาดไปวาดมาเรื่อยๆเส้นมันก็กลายเป็นแบบนี้เองเฉยเลย (หัวเราะ)


IMG_9499

พอได้วาดรูปเป็นงานเป็นการแล้วเป็นอย่างไรบ้าง

ก็มีคอมเม้นต์บ้างบางทีว่าตอนแรกคล้ายคนอื่นเกินไป เราก็ปรับๆ และไม่ดูแบบจนชินเป็นลายเส้นของตัวเอง เพราะจริงๆ ตอนแรกผมก็ไม่ได้วาดการ์ตูนแบบสมส่วนอยู่แล้วนะ ชอบวาดแบบหัวใหญ่ๆ ตอนแรกวาดหูเล็กกว่านี้ เส้นก็ยึกยือ แต่หลังๆ วาดบ่อยจนชินมือก็เป็นไปเอง

จากนั้นก็มาเปิดแฟนเพจ คือตอนนั้นผมคิดว่าอยากทำเพจ ตอนนั้นเล่นเฟซบุ๊กเห็นคนทำการ์ตูนทำคอนเทนต์เลยอยากทำบ้าง อยากสร้างเพจที่เราเขียนอะไรก็ได้ตามใจเรา ตอนนั้นก็ไม่คาดหวังอะไรมาก แค่อยากวาดการ์ตูนเกี่ยวกับแมวให้คนที่ชอบแมวอ่าน เพราะผมก็ชอบแมวมากและเลี้ยงแมว ทำเล่นๆ ตอนนั้นก็ทำงานประจำอยู่ด้วย ทำเพจอยู่ด้วย ตอนนั้นเราก็ทำงานวาดภาพประกอบ งานมันก็อีกแบบนึง คนละอย่างกับงานเขียนการ์ตูน จึงอย่าแปลกใจว่าทำไมถึงมีคนที่วาดภาพเป็นแต่เขียนการ์ตูนไม่เป็น ตอนนั้นผมเองก็คิดมุกทีนานเป็นสัปดาห์เลย มันยากจริงๆ นะ แค่สี่ช่องเอง แต่เพราะทำงานประจำด้วยเลยไม่ได้วาดต่อเนื่อง เพจก็เลยโดนดองไป

ตอนนั้นก็มีโอกาสเข้ามา พี่เกาลัดมาชวนวาดสติ๊กเกอร์ไลน์ ผมก็เลยเสนอตัวนี้ไป คือเรามีคาแร็คเตอร์อยู่แล้ว ตอนนั้นยังไม่มีชื่อนายหัวยุ่งนะ ตอนนั้นแค่อยากวาดชีวิตคนวาดแมวที่โดนแมวทำอะไรบ้าง ความสัมพันธ์กับแมวเป็นยังไง ก็โชคดีที่งานเราผ่านได้เป็นสติ๊กเกอร์ไลน์


กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ได้มาวาดเว็บตูนกับไลน์?

ก็อยู่มาวันนึง พี่เกาลัดก็มาชวนให้วาดเว็บตูน ตอนนั้นจริงๆ ผมก็ยังไม่อยากวาดหรอก เพราะยังไม่มั่นใจ ขนาดแค่สี่ช่องเรายังใช้เวลาเป็นสัปดาห์ เราก็ไม่รู้ว่าจะวางช่องยังไง จบจังหวะสุดท้ายยังไง จบเรื่องยังไงให้คนติดตาม กระบวนการคิดมันยุ่งยากนิดหน่อย อาจจะง่ายสำหรับนักวาดการ์ตูนคนอื่นแต่เพราะผมวาดภาพประกอบมาตลอด แถมยังต้องส่งทุกสัปดาห์

ตอนนั้นก็กล้าๆ กลัวๆ แต่สุดท้ายก็ลองทำดู พี่เกาลัดก็บอกว่าเรามีคาแร็คเตอร์ มีสติ๊กเกอร์ไลน์อยู่แล้ว เอามาต่อยอดสิ เราก็เลยลองปรับการ์ตูนสี่ช่องของเราให้ยาวขึ้น และคิดมากขึ้นว่าคนอ่านจะชอบไหม ถ้าวันนึงมุกตันจะทำยังไง ก็ลองวาดส่งดู ตอนแรกก็แนะนำว่าไอ้นี่คือเต้าหู้ กับไอ้นี่ใครไม่รู้ รู้แต่เป็นเจ้าของแมว วาดส่งไปสองตอน เขียนเกี่ยวกับว่าแมวชอบทำอะไร ชอบอยู่ที่สูงๆ เกาะกำแพงเกาะประตูบ้าง ทำไมแมวชอบนอน ชอบนอนเพราะบรรพบุรุษมัน นอนเพราะเพื่อเก็บพลังงาน

ผลก็คือโดนส่งแก้ เขาไม่เอา (หัวเราะ) ก็ร่างส่งไปใหม่ 6 ตอน เขาก็เอ๊ย ลงสีให้ดูหน่อย อยากดู ก็โดนแก้หมด จะว่าท้อก็ท้อนะ แต่ไลน์เขาคอมเมนต์มาว่าแนวเรื่องและวิธีการเล่าเรื่องมันคล้ายกับอีกเรื่องที่มีอยู่แล้ว สุดท้ายหลังจากคิดแนวเรื่องใหม่ให้ชัดเจนและเขียนโครงเรื่องใหม่ สุดท้ายก็ออกมาเป็นนายหัวยุ่งฯ จนได้


IMG_9547

ริงโงะวาดนายหัวยุ่งมา 30 ตอนแล้ว คิดว่าตัวเองได้อะไรบ้างจากการทำงานนี้และอยากพัฒนาด้านใดอีก

สำหรับผมนะ มันได้ประสบการณ์ใหม่ๆ เพราะว่าผมวาดการ์ตูนเป็นเรื่องๆ ครั้งแรก แต่ก่อนวาดเพียงแค่วาดภาพประกอบหนังสือธรรมดาๆ  ผลออกมาคือค่อนข้างน่าพอใจเพราะมีคนสนใจในผลงานเรา เขาอยากรู้เรื่องราวตอนต่อๆ ไป ทำให้ผมอยากพัฒนาตนเองในเรื่องความเร็วในการผลิตผลงาน อย่างที่บอกว่าเราไม่ชินกับการวาดการ์ตูน เราเลยช้าไปบ้างในขั้นตอนการร่างสตอรี่บอร์ด


นายหัวยุ่งฯ เป็นการ์ตูนที่ดึงชีวิตประจำวันธรรมดามาเขียนเป็นเรื่องราว ริงโงะคิดว่าการเขียนการ์ตูนแนวนี้มีสเน่ห์อย่างไรหรือได้เรียนรู้อะไรจากการเอาชีวิตประจำวันมาเขียนการ์ตูนบ้าง

คนรอบตัวเราต่างก็พบกับเรื่องในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว แล้วเรานำมาเขียนในรูปการ์ตูน ซึ่งการ์ตูนมันดีที่ว่าเราสามารถแสดงอารมณ์ได้อย่างตรงไปตรงมา ถ้าเกิดเป็นคนทั่วไปที่เขาใช้ชีวิตตามปกติและเลี้ยงแมวเหมือนกัน เขาก็อาจเคยเห็นโมเม้นต์นี้ แล้วพอเขามาเห็นเรื่องราวในการ์ตูนที่คล้ายกับชีวิตของเขาก็อาจพบว่าเฮ้ย ที่จริงเรื่องแบบนี้มันก็น่าตลกดีนะ เราก็สามารถแสดงอารมณ์ในการ์ตูนให้เขาเห็นว่าชีวิตประจำวันของพวกเขามีคนที่เผชิญเรื่องเดียวกันอยู่อีกหลายคน ไม่ใช่แค่เขาคนเดียวที่เคยเจอเรื่องแบบนี้ ก็จะทำให้เขารู้สึกผูกพันกับเรื่องราวของเรามากขึ้น


คิดว่าการทำให้เรื่องชีวิตธรรมดาๆ กลายเป็นซีรีส์ที่สนุกและชวนติดตามได้มันยากไหม

การเขียนชีวิตประจำวันให้กลายเป็นการ์ตูนสำหรับผมก็ถือว่าเป็นเรื่องยากระดับหนึ่ง แต่อย่างที่บอกว่าชีวิตประจำวันก็คือสิ่งที่คนเราผ่านกันมาตลอด ถ้าได้อ่านเขาก็อาจได้คิดว่าเออ สิ่งที่เราเจอๆ มาเนี่ยมันมีอะไรซับซ้อนกว่าที่เห็นนะ อย่างผมเคยมองย้อนกลับไปว่าตอนเด็กๆ เราเคยทำเรื่องแบบนี้ได้โดยไม่อายเลย ตอนนั้นเราไม่ได้รู้สึกอะไรเลย แต่ตอนนี้โตแล้วพอมานั่งคิดกลับรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องน่าขายหน้าจัง ทำไปได้ไงเนี่ยแล้วก็นั่งหัวเราะอยู่คนเดียว(ฮา) เราก็เลยนำมาเขียนให้ผู้อ่านได้หวนกลับไปมองว่าชีวิตประจำวันของเขาบางที…เรามองไปข้างหน้าอย่างเดียวเสมอ แต่ถ้าได้มองย้อนกลับมาก็อาจคิดว่าเป็นเรื่องน่าตลกดีนะ อย่างโมเม้นต์ของชีวิตช่วงไม่มีตังค์อะไรอย่างงี้


IMG_9508

นอกจากงานที่เขียนให้เว็บตูนแล้ว ริงโงะยังทำสื่ออินโฟกราฟิกและสื่อการเรียนรู้ให้ลูกค้าองค์กรด้วย ช่วยเล่าเรื่องงานแบบนี้ให้ฟังสักหน่อยว่าทำไมจึงจับพลัดจับผลูมาทำงานแบบนี้ด้วยได้

งานเหล่านี้ส่วนใหญ่ได้จากการที่มีคนติดต่อเข้ามาทางแฟนเพจ คือตอนแรกเราก็แค่วาดเล่นๆ ลูกค้าก็คิดว่าเราวาดรูปได้ เราก็น่าจะทำงานอย่างงี้ๆ ได้ เขาก็มาเสนอว่ารับทำงานแนวนี้มั้ย แนวอินโฟกราฟิก ให้ความรู้ เขาก็ให้ข้อมูลมาแล้วเราก็คิดภาพประกอบ
ลูกค้าเหล่านี้มองเพจเป็นช่องทางหลักในการติดต่อ บางเจ้าเขาไม่ได้คิดว่าลายเส้นของเราจะเหมาะอะไรหรือเปล่า แต่เขามองแค่ว่าเราวาดรูปได้ก็น่าจะทำงานของเขาได้ ซึ่งบางทีก็มีปัญหาว่านี่ไม่ใช่ลายเส้นเราแต่เขาอยากได้แบบนั้นแบบนี้ เราก็รับตอนช่วงแรกๆ แต่หลังๆ ถ้าเราเห็นว่ามันยากไปหรือไม่เข้ากับสไตล์ของเราก็จะปฏิเสธ


ถ้าไม่ได้ตั้งใจได้งานประเภทนี้มาแต่แรก มันทำยากไหม

แรกๆ ก็ยากนะ คือเราต้องขอเรฟเฟอเรนซ์เขาก่อนว่าที่คุณอยากได้หน้าตาแบบไหน คือผมจะไม่มานั่งคิดแน่นอนว่าเขาน่าจะชอบไม่ชอบแบบไหน ไม่ค่อยชอบเดาใจลูกค้าเท่าไหร่ จะถามจากเขาก่อนเลยเพื่อให้การทำงานง่ายขึ้นและเป็นผลดีต่อทั้งสองฝ่าย โดยรวมงานแนวนี้ก็ไม่ถือว่ายากสักเท่าไหร่ ถ้าเขาไม่พอใจอะไรเขาก็ให้เราแก้ไป มันจะยากก็แค่ครั้งแรกที่เรายังไม่รู้ว่าต้องถามความต้องการอะไรจากลูกค้าบ้าง


IMG_9504

ทราบมาว่าริงโงะรับงานของลูกค้าต่างประเทศด้วย เล่าให้ฟังสักนิดว่าการทำงานกับชาวต่างชาติเป็นอย่างไร เขาแตกต่างจากลูกค้าชาวไทยอย่างไรบ้าง

ค่อนข้างต่างกันเยอะอยู่นะ เพราะเขาค่อนข้างให้เกียรติงานเรา ยอมรับข้อเสนอเราได้ คือแบบเวลาทำงานพวกนี้เราจะมีกฎเกณฑ์ของเราอยู่ อย่างลิมิตแก้งานได้กี่ครั้ง เขาจะค่อนข้างโอเคไม่เรื่องมากแล้วก็ไม่ต่อรองด้วย คือไม่ได้จะว่าลูกค้าชาวไทยนะ แต่รับงานคนไทยแล้วก็รู้สึกว่าสำหรับเขาคงมองว่าการวาดรูปก็คือการวาดรูป ง่ายๆ ธรรมดาๆ แค่วาดรูปตามสั่งแล้วส่งมา บางทีก็ส่งงานตัวสำเร็จไปแล้วตีกลับมาให้แก้ก็มี แถมมีต่อรองด้วยนู่นนี่ด้วย(หัวเราะ) แต่กับลูกค้าต่างชาติจะไม่มีแบบนี้เลยเค้าจะแฟร์ๆ กับเรามาก


หลังจากนี้ริงโงะมีความใฝ่ฝันเกี่ยวกับเส้นทางอาชีพอย่างไร

ผมว่าถ้าทำไปได้เรื่อยๆ โดยไม่มีอะไรติดขัดและไม่มีอะไรมาเปลี่ยนชีวิตก็จะทำต่อไป นี่ก็คือสิ่งที่ผมทำได้แหละครับ (หัวเราะ) เพราะว่าเรามาทางนี้แล้ว เราตั้งใจมาขนาดนี้แล้ว ถ้าจะให้เลิกเขียนการ์ตูนแล้วไปทำอะไรอย่างอื่นดีกว่าก็คงไม่ใช่แล้ว เพราะว่าเรามีผลงาน เราทำอะไรมามากก็จะไปอะไรให้สุด เว้นแต่ว่ามีอะไรเข้ามาในชีวิตแล้วทำให้ทุกอย่างชะงักอันนี้ก็ต้องดูกันไป (หัวเราะ)


ในฐานะที่ริงโงะเรียกตัวเองว่าเป็นคนที่เริ่มต้นวาดการ์ตูนจาก 0 ถ้ามีน้อง ๆ ที่อยากทำอาชีพด้านการ์ตูนเหมือนกันแต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร จะแนะนำให้เขาเริ่มจากอะไร

ต้องชอบการวาดก่อน ต้องวาดบ่อยๆ ศึกษาเยอะๆ จากผลงานของคนอื่น ผมว่าอันนี้มีส่วนช่วยมากในการผลักดันให้เราไปข้างหน้า ไม่ย่ำอยู่กับที่ ลองศึกษางานหลายๆ แนวดู ไม่ใช่ว่าเราชอบงานแนวนี้เลยศึกษาแต่งานแนวนี้ จริงๆ มันก็ได้ แต่ว่าถ้าเราเป็นหลายอย่าง เห็นมุมมองหลายๆ เรื่อง เราก็สามารถคิดงานได้มากกว่า

ผมเคยทำงานฟรีแลนซ์รับงานอินโฟกราฟิกบ้าง ทำสื่อการสอนเด็กบ้าง ผมก็ต้องไปดูงานสำหรับเด็กเล็กๆ ก็ต้องไปร้านหนังสือ ไปหาตัวอย่างมาดูว่าเขาสื่อเรื่องยังไงให้เด็กเข้าใจ ถึงตรงนั้นเราก็ต้องมองจากมุมมองของเด็ก คือเราเป็นผู้ใหญ่เราอาจจำไม่ได้แล้วว่าตอนเราอยู่ในวัยนั้นเราเรียนรู้จากอะไรยังไง เมื่อศึกษาไว้หลายทาง พอมีงานเข้ามาเราก็สามารถตอบรับความต้องการของลูกค้าได้ทุกรูปแบบ


IMG_9549

โดยสรุปแล้ว ริงโงะคิดว่าอาชีพนักเขียนการ์ตูนเป็นอาชีพที่น่าทำจริงๆ หรือไม่

อันนี้ขึ้นอยู่กับความตั้งใจของน้อง ผมจะไม่แนะนำว่าควรไม่ควร คือเมื่อเขาบอกว่าอยากจะเป็น แปลว่าเขาตั้งใจที่จะเป็นแล้ว ผมคิดว่าทุกอาชีพมันไม่มีอดตาย มันอยู่ที่ว่าเราชอบทำไหม ผมเคยเห็นเพื่อนที่เขาชอบวาดรูปมาก ถึงทุกวันนี้เขาจะไม่ได้ทำงานเกี่ยวกับทางสายอาชีพนักเขียนการ์ตูนแต่เขาก็ยังทำอยู่เรื่อยๆ ผมมองว่ามันเป็นความสุข เขาทำแล้วบอกว่า ไม่ได้เงินไม่เป็นไร แต่เออ ทำแล้วมันสนุก ก็ยังคงทำต่อไป

และผมมองว่ามันไม่จำเป็นเสมอไปว่าจะต้องทำเป็นอาชีพก็ได้ ถ้าเราชอบ บางทีเราอาจจะวาดเป็นงานอดิเรก ทำเป็นงานฟรีที่ทำแล้วมีความสุขก็ว่าไป มันมีโอกาสและทางเลือกอยู่มากมาย มันน่าจะอยู่ที่ว่าเราหวังอะไรจากการเขียนการ์ตูนมากกว่า


ฝากอะไรให้น้องๆ เป็นการทิ้งท้ายสักหน่อย

ถ้าชอบ อยากจะทำจริงจังก็ศึกษาให้เยอะ ๆ ต้องกล้าด้วย ถ้าโอกาสเข้ามาโดยที่ตัวเองคิดว่ายังทำไม่ได้ก็ต้องลองคว้าโอกาสนั้นดู ผมว่ามันไม่ยากหรอก เพราะว่าผมก็เคยผ่านมาแล้ว จุดที่เราไม่กล้า เรากลัว เพราะเราไม่เคยทำแต่อยู่ดีๆ ต้องมาทำ ผมว่างานมันใหญ่นะ ไลน์เว็บตูนมันยิ่งใหญ่มากสำหรับผม เราไม่ใช่แฟนเพจที่สามารถวาดตามใจเราแล้ว นั่นแหละ ก็ต้องกล้าไว้ก่อนแหละครับ (หัวเราะ)

IMG_9525


 

0เป็นยังไงบ้างคะ เบื้องหลังชีวิตของคนเขียนนายหัวยุ่งกับเต้าหู้ฯ ดูเหมือนจะวุ่นเหมือนตัวเอกในผลงานของเขาเลย แต่นี่แหละคือที่มาของความสนุกระดับท็อป 3 ของไลน์เว็บตูนล่ะ คุณผู้อ่านท่านไหนสนใจตามติดริ ง โ ง ะ กันต่อ ก็ไปเยี่ยมเยียนเขาได้ที่แฟนเพจริ ง โ ง ะ หรือติดตามซีรีส์ นายหัวยุ่งกับเต้าหู้ แมวจอมป่วน อ่านฟรีที่ไลน์เว็บตูนนะคะ <3

และนี่ก็ถือเป็นการปิดฉากนิทรรศการ World Wide Webtoon ที่จัดแสดงโดยศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีประจำประเทศไทย พร้อมกับชุดบทความสัมภาษณ์สุดพิเศษกับเหล่าศิลปินเว็บคอมิกที่อนิไทม์นำเสนอที่นี่ อนิไทม์ขอขอบคุณเจ้าภาพที่ช่วยประสานงานและให้ความกรุณาแก่พวกเรามาโดยตลอด และขอขอบคุณ Line Webtoon ที่ช่วยจัดสรรการสัมภาษณ์ในครั้งนี้ด้วยค่ะ

แต่เดี๋ยวก่อน! ความสนุกเกี่ยวกับเว็บคอมิกยังไม่จบลง เพราะอนิไทม์จะยกขบวนซีรีส์บทความเว็บคอมิกมาให้ผู้อ่านได้รู้จักรูปแบบใหม่ของการอ่านการ์ตูนเช่นนี้ให้หนำใจกันเลยล่ะ ติดตามเร็วๆ นี้นะคะ

 

และหากคุณอยากย้อนอ่านชุดบทความของนิทรรศการ World Wide Webtoon ทั้งหมดล่ะก็ เรารวบรวมมาไว้ที่นี่แล้วล่ะ!

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Comment moderation is enabled. Your comment may take some time to appear.