home FEATURED, INTERVIEW [Exclusive Interview] ความเสื่อมระดับราชา ‘TopGorezilla’ ปะทะ นางฟ้าพญานาก ‘Chellin’ ภาค 2

[Exclusive Interview] ความเสื่อมระดับราชา ‘TopGorezilla’ ปะทะ นางฟ้าพญานาก ‘Chellin’ ภาค 2

73

มหากาพย์การจับเข่าคุยกับ TopGorezilla ปะทะ Chellin ยังไม่จบลง มาต่อกันเลย!

บทสัมภาษณ์นี้แบ่งเป็น 2 ส่วน หากคุณยังไม่ได้อ่านครึ่งแรกสามารถอ่านที่นี่

คุยเรื่องพญานากกันดีกว่า ทำไมถึงได้เขียนเรื่องนี้ขึ้นมาครับ

74เชล: มีเพื่อนติดต่อมาว่าอยากให้เราทำโลโก้เป็นตัวพญานาคให้ เขาก็ถามเรื่องราคามา เพื่อนกันยังไงเราก็คิดตังค์อยู่แล้ว ก็บอกเขาว่า 500 บาท แต่ยังไม่ได้เก็บตังเขานะ ในหัวก็นึกถึงตัวนาก ที่เป็นนางพญา เลยวาดตัวนากใส่ถุงน่องตาข่ายใส่ชุดแบบนางพญาส่งให้เพื่อนดู เพื่อนก็บอกว่า อีม้าล้ม พญานาคของเธอทำไมเป็นแบบนี้ ก็เลยบอกไปว่าแม่บอกว่าพญานาคไม่มีจริง เพื่อนก็บอกว่าแล้วพญานากแบบเธอมีจริงรึไงล่ะ เราก็รู้สึกว่า เฮ้ย! เขามาว่าพญานากของเราไม่มีจริง เราไม่พอใจ (หัวเราะ) เลยเอามาเขียนเป็นการ์ตูนซีรีส์ว่าพญานากมันมีจริงนะ แต่มันแค่อยู่อีกจักรวาลหนึ่งที่ถ้าเธอไม่มีญาณก็ติดต่อพญานากไม่ได้ แล้วมันก็กลายเป็นผลงานที่ดัง มีคนรู้จักเยอะ ขนาดเน็ตไอดอลดังๆ อย่างหมอแมวยังแอดมา ก็เลยยึดเป็นมาสคอตประจำตัวของเราไป

บูมขนาดนี้แล้วได้ไอเดียเนื้อเรื่องมาจากไหน


เชล:
เนื้อเรื่องจะเกี่ยวกับโลก 2 มิติ คือ ภพนี้กับอดีตชาติ สาเหตุที่เขียนเป็น 3 มิติ ความรู้สึกมันต่างกันไป อันหนึ่งคือย้อนอดีตไปเลย อีกอันหนึ่งก็เป็นโลกแฟนตาซีไปเลย อีกอันก็เป็นโลกปัจจุบัน มันทำให้เราสามารถก้าวข้ามตอนไปมาแต่ยังสามารถเอามาเชื่อมโยงเป็นเรื่องเดียวกันได้ มันก็เหมือนกับว่าเราได้เขียนหลายอารมณ์ หลายแนว หลายสไตล์ในเรื่องเดียวกันได้ ตอนนี้เรามีอารมณ์อยากเขียนแนวย้อนยุคก็เขียน ตอนนี้เราอยากเขียนแฟนตาซีก็เขียน

76

แล้วเรื่อง Pop-up ล่ะครับ

เชล: ตอนนั้นเราเพิ่งกลับมาจากอเมริกาแล้วยังไม่มีซีรีส์เป็นของตัวเอง เลยคุยกับรุ่นพี่คนหนึ่งที่ทำเว็บตูนมาก่อน พี่เขาถามว่าอยากลองเขียนดูรึเปล่า ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าจะเขียนอะไร เขาก็เสนอว่าถ้าเขียนแนวรักๆ แล้วมันจะฮิต เราถนัดวาดแนวตลกอยู่แล้ว เลยตัดสินใจจะเขียนเป็นเลิฟคอเมดี้ ก็เลยลองวาดสดกันวันนั้นเลย แล้วพี่เขาก็ช่วยตั้งชื่อเรื่องให้

วาดไปวาดมาปรากฏว่าการ์ตูนรักคนเขาก็ชอบอ่านกันจริงๆ แล้วเหมือนกับมันเข้าถึงคนวัยทำงานด้วย เพราะการ์ตูนรักส่วนใหญ่จะเป็นวัยรุ่น เป็นเด็กนักเรียน-นักศึกษา พอเชลวาดเป็นพนักงานออฟฟิศ ก็จะมีทั้งคนที่แอบรักอยู่กับคนที่ทำงานแล้วมาติดตาม บางคนมีลูกแล้ว เขาบอกว่าอ่านแล้วนึกถึงสมัยที่พี่กับแฟนจีบกันใหม่ๆ แล้วก็ส่งคุกกี้ ส่งของขวัญมาให้ที่บ้าน ถึงมันจะไม่ใช่แนวที่เราถนัดนัก แต่มันเข้าถึงคนอ่านได้ เราก็มีความสุขที่จะเขียน เราก็อยากเห็นตัวละครมันเติบโตไปกับแนวทางที่ผู้อ่านเราอยากให้เป็น

69

อารมณ์หรือความรู้สึกในการเขียนเรื่องนี้มันต่างกันกับตอนเรื่องพญานากไหม

เชล: ก็ค่อนข้างจะคนละแนวนะคะ เรื่อง Pop-up เนี่ย ตอนที่เจอปัญหาด้านอารมณ์หนักๆ ก็เขียนไม่ออกเลย เพราะเรื่องมันค่อนข้างจะฟรุ้งฟริ้ง แต่เรื่องพญานากเนี่ยต่อให้เราเครียดเราก็มีอารมณ์เขียน เพราะมันจะมีด้านมืดอยู่ อย่างตัวละครกาม้าเทพเนี่ยก็จะพูดเรื่องที่สะท้อนสังคม เรื่องความรัก คือคอยให้คำแนะนำ พูดปรัชญาความรักกับคนอ่านไปเรื่อยๆ แอบสอดแทรกตรงนั้นเข้าไป คือเราไม่ได้แค่วาดการ์ตูนอย่างเดียวนะ เราได้เตือนให้คนอ่านตระหนักถึงเรื่องพวกนี้ด้วย

สำหรับคุณท็อป ยังไงก็ต้องพูดถึง “พระแม่คงฮา” เล่าถึงความเป็นมาของเรื่องนี้หน่อย

ท็อป: พระแม่คงฮานี่มาจากเรื่องที่คนเถียงกันในวันลอยกระทง ทั้งปัญหาน้ำเน่า ปัญหาว่าลอยแล้วไปไหน มีเรื่องเด็กเก็บกระทงด้วย เราเห็นแล้วก็รู้สึกว่ามันก็จริง แต่ก็ไม่ได้อะไร ตอนนั้นเพื่อนคนนึงโพสต์สเตตัสว่า “พระแม่คงคาคงด่ามั้ง ว่าเอาขยะมาทิ้งบ้านกู แล้วยังจะมาขอพรกูอีก” เราก็ เออว่ะ…โดนดี เลยเอามาเขียนลงเพจเล่นๆ แล้วก็มีคนชอบเยอะ แชร์เยอะ ก็เลยทำคาแร็กเตอร์นี้ให้จริงจังไปเลย เป็นเจ๊คนหนึ่งที่มีพลังควบคุมน้ำแล้วมีบ้านอยู่ริมตลิ่ง ก็เลยใช้ชื่อพระแม่คงฮา เพราะว่าชอบเขียนมุกตลกกับเรื่องสาวๆ อยู่แล้ว เขียนไปเขียนมาก็สนุกดี ทำเป็นซีรีส์ยาวขึ้น เอามารวมเล่มขายก็รายได้ใช้ได้เลย แล้วก็เอามาลงในอุ๊คบีคอมิกส์นี่แหละครับ

70

หลังจากได้ระบายอารมณ์เกี่ยวกับปัญหาลอยกระทงแล้ว เอาไอเดียอะไรมาเขียนสตอรี่นี้ได้เรื่อยๆ

ท็อป:  มันเป็นชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาที่อยู่บ้านแล้วหาอะไรทำ บางทีมีดราม่าอะไรก็เอามาใส่ ให้รู้สึกว่าพระแม่เนี่ยต่อให้เป็นเทพ บางเรื่องก็ทำไม่ได้นะเว่ย บางทีมีเรื่องสงสัยก็เอามาเล่นมุกกัน มีเพิ่มตัวละครให้มาอยู่บ้านเดียวกันด้วย แต่ตอนนี้ก็ยังไม่มีอะไรมาก เขียนเป็นการ์ตูนแก๊กไปก่อน แต่ที่ลงในอุ๊คบีตอนนี้ก็ไม่เหมือนตอนที่ขาย มีตอนจบคนละแบบกัน แบบใหม่นี้จะเขียนให้พระแม่เป็นตัวละครที่มีมิติขึ้น มีกระแสในอินเทอร์เน็ตก็เอามาเขียนด้วย แต่พยายามเขียนเลี่ยงๆ ไม่ให้มันแรงเกินไป หรือไม่ให้มันมีคำหยาบหรือด่าอะไรมาก ก็รู้สึกโอเคที่มันซอฟต์ได้

ก่อนหน้านี้คุณท็อปบอกว่าวาดแต่ผู้ชาย วาดผู้หญิงไม่เป็น แล้วทำไมถึงมาวาดผู้หญิง เป็นพระแม่คงฮาได้ เป็นเพราะช่วงที่เพื่อนให้วาดการ์ตูนให้ด้วยหรือเปล่า

ท็อป: ช่วงนั้น หลังจากที่เลิกวาดผู้หญิงไป หลายปีต่อมาก็มาเจอกระแสแนวแทรป (การ์ตูนแนวที่ตัวละครผู้ชายสวยจนคนอ่านเข้าใจว่าเป็นผู้หญิง) ก็เลยลองฝึกวาดดู แล้วก็กลับไปดูลายเส้นเก่าๆ สมัยวาดโดจิน เออ.. ก็วาดได้นี่หว่า แต่ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าผมวาดผู้ชายสวยกว่าผู้หญิง

มาถึงเรื่องล่าสุด “พี่กอ” และ “Manly Ultimate” เล่าความเป็นมาของเรื่องนี้หน่อยครับ

75ท็อป: มันเริ่มมาจากเวลาเขียนอะไรลงเพจ เพจนี้รวมหลายซีรีส์ทั้งพี่เอ หนูดี พระแม่ฯ บางทีเราก็อยากเขียนอะไรสร้างสรรค์ บางทีก็อยากเขียนอะไรเสื่อมๆ แต่เวลาเขียนอะไรที่เสื่อมมากๆ ทีนึง คนที่เขาติดตามพระแม่ฯ พี่เอ หนูดี ก็กดอันไลค์เพจไปมหาศาลเลยเพราะเขาไม่ชอบ แต่ก็มีคนกดไลค์กลับมามหาศาลเหมือนกัน ขึ้นสุดลงสุดเลย ก็เลยเปิดอีกเพจหนึ่งไปเลย เป็นเพจที่จงใจทำซีรีส์ออริจินัลแบบเสื่อมๆ ไปเลย เอาตัวละครหนึ่งในเรื่อง MIC ที่เคยเขียนให้เนชั่นมาลง ในนั้นมันชื่อรุ่นพี่เฉยๆ เวลาใครเรียกก็จะเรียกว่ารุ่นพี่ ก็เลยให้เรียกว่าพี่กอ ง่ายดี แล้วมาเปิดได้สวยที่มุกเอานมหนีบปากกา เคยเห็นใช่มั้ยฮะ

เชล: อันนี้ไม่เคยเห็น แต่แค่ฟังก็เริ่มเครียดละ เอาจริงๆ นะ เวลาพูดถึงการ์ตูนเสื่อม ทุกคนจะนึกถึงพี่ท็อป

ท็อป: แนวเสื่อมเนี่ยพูดตรงๆ คือส่วนตัวเราอ่านแล้วชอบ อ่านแล้วมันตลก แต่คนก็ทำท่ารังเกียจ (หัวเราะ) คนส่วนมากจะคิดว่าการ์ตูนเป็นของสำหรับเด็ก จริงๆ มันมีหลายแนว แค่ว่าสิ่งที่ผมเขียนมันเป็นการ์ตูนสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้นเอง ก็รู้สึกว่าเราต้องอะแดปต์มันเข้าด้วยกัน หลังจากนั้นก็ลองเขียนพี่กอโดยใช้มุกโดราเอมอน จนกระทั่งมาบูมที่มุก นั่นก็คือ “ดวงตาเซารอน” ซึ่ง..

71

เชล: อันนี้พี่อาจจะไม่รู้ แต่เขาคุยกันหลังไมค์ “เฮ้ยๆ เห็นที่ไอ้ท็อปมันโพสต์รึเปล่าวะ.. อยากจะอันเฟรนด์มัน” “กูรับไม่ได้”

ท็อป: (หัวเราะ) คือให้คนรู้จักเลยว่าดวงตาเซารอนคือพี่กอ แล้วก็แยกเพจไปซะ โดยให้เพื่อนๆ จากเพจดังๆ มาช่วยเล่นด้วย เช่น เพจสล็อต เพจโลว์คอส ก็เล่นไปกับเขา เฮฮาไป ตอนแรกก็ตั้งใจไว้ว่าเพจพี่กอนี่เราวาดกล้ามเว้ย สาวๆ ต้องชอบแน่ๆ แต่กลายเป็นว่ามีกลุ่มเกย์หลังไมค์มาว่าชอบ ก็เลยมีกลุ่มผู้อ่านใหม่ขึ้นมาอีก

อยากทราบว่าจุดเริ่มต้นของความเสื่อมทั้งหมดทั้งปวงของคุณท็อปนี่มาจากไหนครับ

77-ท็อป: เมื่อก่อนไม่เสื่อมนะ อย่างที่เล่าไป มันมาเริ่มจากการที่ไปอยู่กับเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่งที่เล่นมุกใต้สะดือบ่อยๆ ส่วนมากมุกเสื่อมๆ ทั่วไป ผมก็ได้มาจากทุกคนในเฟซบุ๊กนั่นแหละ สิ่งที่พวกคุณโพสต์สเตตัสบ้าง เอามาโพสต์ในเพจบ้าง คือคนเราเล่นมุกเสื่อมได้หมดเลย ทุกคนพูด หัวเราะ แล้วจบๆ ไป ไม่ได้จำ แต่ผมจำไง ผมเก็บเอามาเล่นต่อ แล้วมันก็สนุกขึ้น และทุกคนก็ชอบ เพราะมันเป็นเรื่องที่ใกล้ตัว มันอยู่ในกมลสันดาน เหมือนเวลาเราเล่นมุกทะลึ่งๆ กับเพื่อนอะ แต่ก็กลายเป็นว่าเราโดนเหมารวมว่าเป็นคนแบบนี้ไป ซึ่งเราก็เป็นคนเลือกเขียนเอง (หัวเราะ)

หลังจากมุกเซารอน จากที่แต่ก่อนเคยรุ่งเรืองก็รุ่งริ่งเลย เคยมีคนมาติดต่อก็หายไปเลย เพื่อนก็เลิกคบ แต่พอผมแยกเพจไป คนก็กลับมาคบเหมือนเดิม ตอนนี้ตั้งใจจะทำอีกเพจเป็นการ์ตูนตลกเฮฮาให้คนทั่วไปอ่าน คือพี่เอ หนูดี พระแม่ จะได้ถ่ายหน้าตัวเองลงได้ ขายงานตัวเองโจ่งแจ้งได้ ส่วนเพจเสื่อมนี่เหมือนเราทำระบายอารมณ์มากกว่า

แล้วตกลงอะไรคือตัวตนที่แท้จริงของคุณท็อปครับ พี่กอหรือเปล่า

ท็อป: จริงๆ พี่กอจะเป็นคนเล่น ส่วนผมจะเป็นคนมองแล้วก็เอามาเขียน เหมือนคนใส่แว่นที่อยู่ข้างๆ พี่กอมากกว่า ผมชอบนะ แต่บางมุกที่ล้ำๆ จริงๆ เนี่ย ผมเล่นอย่างนั้นไม่ได้ (หัวเราะ)

ถ้ามีน้องๆ บอกว่าอยากเขียนการ์ตูน คิดว่ามันเป็นอาชีพที่น่าแนะนำให้ใครสักคนทำไหม

เชล:  ถ้าเขาอยากทำก็ต้องตั้งใจทำจริงๆ บางคนอยากทำเพราะคิดว่ามันสบาย แค่วาดรูปเล่น แต่ถ้าไม่มีวินัย ไม่มีความสามารถ แล้วไม่คิดจะฝึกฝน ยังไงก็ไปได้ไม่ไกล แต่ถ้าตั้งใจจริงๆ มั่นใจว่าทำได้แล้วขยันฝึกฝนก็ทำเลย ถ้าคิดว่าตอนนี้เรายังฝีมือห่วย แบบ เฮ้ย! วาดตายังเบี้ยวอยู่เลย ก็อยากจะบอกว่า จุดที่น้องอยู่ ไอดอลของน้องก็เคยอยู่มาก่อนทั้งนั้น ฉะนั้นอย่าเพิ่งยอมแพ้ตอนนี้

แล้วคุณท็อปล่ะครับ

ท็อป: มนุษย์เราเคยเหยียบดวงจันทร์ ครั้งแรกที่ไปเหยียบมันยากเสมอ..

เอ๋..

ท็อป: การเริ่มต้นมันยากเสมอ เหมือนตอนที่มนุษยชาติส่ง.. ชื่ออะไรนะ

นีล อาร์มสตรอง ครับ

ท็อป: นั่นแหละ นั่นก็เหมือนกัน.. การเขียนการ์ตูนก็เหมือนกัน.. จริงๆ ก็เคยแนะนำน้องหลายคนเพราะตอนเป็นอาจารย์นักเรียนหลายคนก็จะมาถามคำถามเดียวกันหมดเลยว่าอยากเขียนการ์ตูนแต่วาดรูปไม่เป็นจะเขียนได้ไหม ก็ถ้าอย่างนั้นจะมีอาจารย์ไว้ทำสากกะเบืออะไรล่ะ แค่วาดรูปอาจารย์ก็สอนได้ แต่คุณอยากเขียนการ์ตูนจริงๆ ไหม คนที่เขียนเพราะจิ้นก็มี บางคนก็เขียนเพราะเป็นแฟชั่น เขียนเพราะคนอื่นเขียน ทั้งที่จริงๆ แล้วก็ไม่ได้ชอบหรอกแต่แค่อยากทำบ้าง คนเราอยากเขียนการ์ตูนด้วยเหตุผลหลากหลาย แต่ที่ไปถามมาส่วนมากก็จะเห็นว่าเขาเขียนเพราะชอบแล้วรักผลงานจริงๆ อยู่กับมันได้ แค่ชอบไม่พอ ต้องมีแพสชั่นด้วย เพราะการเขียนการ์ตูนไม่ได้สบายอย่างที่คิด

68

คิดว่าอาชีพนักเขียนการ์ตูนเนี่ย นอกจากวาดการ์ตูนแล้ว ยังสามารถสร้างรายได้หรือมีงานอะไรอย่างอื่นบ้าง

เชล: ความจริงแค่วาดรูปสวยไม่จำเป็นต้องเป็นนักเขียนการ์ตูนอย่างเดียวนะคะ มันมีทั้งงานออกแบบโลโก้ ออกแบบลายผ้า ออกแบบลายเสื้อ มันมีหลายด้านมากเลย หลายคนเข้าใจว่าเราชอบวาดการ์ตูนแล้วเราต้องเป็นนักวาดการ์ตูนซึ่งมันไม่ใช่ มันต้องมีสตอรี่ด้วย หากอยากเขียนการ์ตูนเป็นเรื่องจริงๆ ก็ต้องมีคนแต่งสตอรี่ให้ ต่อให้วาดสวยแค่ไหนแต่สตอรี่ไม่โอเคบางทีคนอ่านก็ไม่อยากอ่านเพราะเขาไม่อิน ส่วนคนที่วาดไม่ได้สวยมากแต่สตอรี่ดีคนอ่านก็ติด ถ้าชอบวาดนี่มันมีหลายฟีลด์มาก ต้องไปศึกษาดีๆ ว่าเราชอบอะไรบ้าง

ท็อป: ต้องไปอะแดปต์ด้วย

เชล: (หัวเราะ) ความจริงออกแบบตุ๊กตาหรือสร้างมาสคอตให้เป็นที่จดจำก็ทำได้ ไม่จำเป็นต้องมีสตอรี่ สร้างแต่คาแร็กเตอร์ก็ยังได้ รับวาดรูปลายเสื้อให้นักศึกษาเรียนจบก็ได้ อย่างตอนเชลอยู่อเมริกาก็รับวาดรูปงานพรอมให้เพื่อนที่เขาไปถ่ายรูปกับแฟนมาให้เชลวาดการ์ดให้ วันที่เรียนจบก็วาดรูปให้เพื่อนทั้งห้องเหมือนกัน มันทำได้หลายด้านมาก บางคนอาจจะมองไม่เห็น ก็ต้องไปสังเกตทั่วไป เห็นตัวการ์ตูนตรงไหนนั่นก็เป็นผลงานหนึ่งแล้ว

ท็อป: มันมีอีกเยอะ เช่น ไปทำงานพรีเวดดิ้งก็ได้ หรือไม่ก็เป็นงานออกแบบ โดยเขาจ้างคุณวาดให้แล้วเขาจะเอาไปทำอะไรก็เรื่องของเขา หรือไม่ก็ขายทางอินเทอร์เน็ต ตามเว็บขายภาพ ทำโปสเตอร์ หรือช่วยออกแบบ ไม่จำเป็นต้องเขียนมังงะ เป็นอย่างพวกออกแบบคาแร็กเตอร์ ออกแบบโลโก้ ออกแบบลายสัก

เชล: ลายสักนี่แพงมากนะคะ เพราะคนสักลายใหญ่ๆ ก็เป็นหมื่นแล้วนะคะ ค่าออกแบบลายหนึ่งก็หลายพันแล้ว เชลก็เคยวาดการ์ตูนเป็นลายสักให้นะคะ วาดเป็นหน้าการ์ตูนญี่ปุ่นมีดอกไม้แล้วเขาก็เอาไปสักกลางหลังตัวใหญ่เลย

ท็อป: รูปกามเทพที่มีปีกใหญ่ๆ ของผมเขาก็ยืมไปเป็นต้นแบบลายสัก ก็ถือว่าภาพหนึ่งภาพใช้ได้หลากหลาย จะแตกไปทำอะไรก็ได้

เชล: บางคนเอาไปเพนต์เป็นลายหมวก ลายรองเท้า เคสมือถือ กีตาร์โปร่ง ความจริงเอาไปใส่สิ่งของได้เกือบทุกอย่างเลย

66ถ้าสามารถต่อยอดได้เยอะขนาดนี้ คิดว่าผลงานเราต้องเป็นอย่างไรจึงจะขายได้

เชล: ต้องดูว่าผลงานเราเป็นแนวไหนจึงจะตอบโจทย์ลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมาย ถ้าเกิดเราวาดตามใจอย่างเดียวแล้วไม่ถูกใจกลุ่มเป้าหมายเราก็เท่านั้น ต้องดูว่างานแนวนี้คนกลุ่มนี้จะซื้อนะ ไม่ใช่ไปวาดลายการ์ตูนเด็กประถมบนกีตาร์ราคาเป็นหมื่น

ท็อป: วาดให้โดน.. ให้โดนกลุ่มที่เราเล็งไว้

เชล: มันต่างจากที่เชลตอบยังไง

ท็อป: มันมี 2 แบบ คือ วาดเพื่อหาลูกค้า กับวาดเพื่อเข้าหาลูกค้า การวาดเพื่อหาลูกค้าคือการลองวาดแบบใดแบบหนึ่งออกมา เพื่อดูว่าลูกค้าจะชอบไหม ลูกค้าที่ชอบเป็นแบบไหน เช่น เราวาดพี่กอแล้วได้รู้ว่าคนกลุ่มนี้ชอบนะ ส่วนการวาดเพื่อเข้าหาลูกค้าคือ เราอยากได้ลูกค้ากลุ่มไหน เราก็วาดในสิ่งที่ลูกค้ากลุ่มนั้นต้องการ พอหาสองแบบนี้ได้เราจะเห็นได้ชัดเจนว่าภาพแบบไหนเข้ากับลูกค้ากลุ่มใด อยู่ที่ว่าเราจะอะแดปต์ยังไง

ช่วยเล่าเรื่องการมาลงงานกับอุ๊คบีคอมิกส์หน่อยครับ

ท็อป: สนใจการลงงานออนไลน์ตั้งแต่แรกแล้ว พอเห็นเขาเปิดก็สนใจว่านี่เป็นประสบการณ์ใหม่ นวัตกรรมใหม่ของนักเขียนการ์ตูนหลายๆ คนในไทย อุ๊คบีคอมิกส์นี่น่าจะมาเจ้าแรกๆ เลย เด็กหลายๆ คน ต่อให้เขามีอินเทอร์เน็ตเขาก็ยังรู้แค่ว่า ถ้าอยากเขียนการ์ตูน ต้องเอาการ์ตูนไปส่งสำนักพิมพ์ เขาไม่รู้ว่าเขาสามารถเริ่มต้นง่ายๆ ได้ที่นี่ เพราะที่นี่มีทุกอย่างที่คุณต้องการ ตั้งแต่ผู้อ่านทุกเพศทุกวัย คุณดูได้ว่ามีคนเข้ามาดูกี่คน เขาชอบหรือไม่ชอบ เขาคอมเมนต์ว่าอะไร ซึ่งคุณสามารถลงงานได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าคุณจะวาดเก่งหรือไม่เก่ง แถมยังอาจจะได้งานได้เงินจากลูกค้าที่เขาเป็นแมวมองมามองหาผลงานหรือนักเขียน

ซึ่งหากการ์ตูนคุณบูมก็เป็นโอกาสในชีวิตที่จะต่อยอดไปได้อีก แถมต่อให้คุณป่วย ยุ่ง ไม่ว่าง ไม่สามารถเขียนงานต่อได้ด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม คุณก็ยังคงได้เงินโบนัสจากการที่มีคนมาอ่านผลงานของคุณ สิ่งที่อันตรายสำหรับหลายๆ คนคือความไม่มั่นใจมากกว่า มีคนถามมาหลายคนว่าลงงานแล้วเป็นยังไงบ้าง ไม่มั่นใจในตัวเองเลย แต่ที่นี่มันง่ายมาก ผมทำได้ คุณก็ทำได้ อยากให้ลองมาลงผลงานดู

เชล: เริ่มใช้อุ๊คบีคอมิกส์ในฐานะผู้ติดตาม คือรู้สึกเหมือนเรามีห้องสมุดส่วนตัวที่เราสามารถเก็บเรื่องที่เราติดตามอยู่ได้ มันบันทึกให้เราได้รู้ว่าอ่านถึงตรงไหนแล้ว พอมากดอ่านอีกมันก็จะไปต่อจากตรงนั้นได้ เหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยจะว่างแล้วไม่ต้องมาหาใหม่เวลากลับมาอ่านอีกครั้ง ต่างกับเว็บบอร์ดที่เราต้องไปนั่งหากระทู้ นอกจากนี้เราก็สามารถเข้าถึงผู้อ่านและเพื่อนนักเขียนได้ง่ายขึ้น ทำให้เราได้เพื่อนนักเขียนเพิ่มขึ้นด้วย มันเหมือนได้เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนนักวาดการ์ตูนแห่งแรกของไทยเลย มีทั้งความสนุกและความเป็นกันเองก็ยิ่งมีแรงผลักดันให้เราอยากทำผลงานให้ดีขึ้นด้วย

จุดหมายปลายทางหรือความใฝ่ฝันในอาชีพนักเขียนการ์ตูนของทั้งคู่คืออะไร

ท็อป: ทำการ์ตูนให้เป็นซีรีส์ หรือเป็นหนัง เป็นอนิเมะ..

65

ถ้าพี่กอเป็นอนิเมะนี่ ต้องฉายตอนกี่โมงครับ

ท็อป: น่าจะประมาณตีสอง.. ตอนนี้ก็พยายามทำการ์ตูนที่เข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัย เช่น หนูดี เพราะมันเป็นการ์ตูนคล้ายๆ เด็กที่มีคำถามแล้วก็ถามไปเรื่อยโดยที่ไม่รู้เรื่องอะไรแล้วก็มีผู้ใหญ่แก่ๆ ที่รู้เรื่องทางโลกตามอินเทอร์เน็ตมาตอบ ก็คิดจะทำเป็นพ็อกเก็ตบุ๊กที่ขายตามร้านหนังสืออยู่เหมือนกัน แต่ยังไม่มีเวลาเพราะเขียนงานอื่นด้วยครับ ช่วงนี้ผมก็คงต้องต่อยอดทำเป็นคอมิกส์ไปก่อน หลังจากนั้นถ้ามีช่องทางต่อยอดได้มากกว่านี้ก็จะทำ

เชล: อยากให้ซีรีส์ของตัวเองจบได้สวยงาม ลงตัว สมบูรณ์ที่สุด คนอ่านฟิน เพราะเห็นหลายคนจบแบบครึ่งๆ กลางๆ เลยอยากจบให้มันตรึงใจคนอ่าน ได้อย่างตอนจบของดราก้อนบอลหรือนารูโตะ ให้เขารู้สึกว่าเราได้เติบโตมาพร้อมๆ กับตัวละครนี้นะ แล้วก็อยากจะสร้างผลงานเรื่องใหม่ๆ ออกมาให้ดีขึ้น

ท็อป: ขอแก้ตัวได้ไหม (หัวเราะ) อยากเขียนการ์ตูนให้คนอ่านมีความสุข อยากให้คนอ่านรู้สึกว่าสนุกกับงานของเรา มันเหมือนกับครั้งแรกที่เราเริ่มต้นจับปากกาเขียนการ์ตูนให้เพื่อนอ่านแล้วเห็นเพื่อนสนุก หัวเราะ มีความสุข เราก็ยิ่งมีกำลังใจเขียน พออายุมากขึ้น ทำงานมากขึ้น เดินทางมาไกลขึ้น เราก็พบว่าจุดมุ่งหมายของเรามันก็เหมือนกับจุดเริ่มต้นที่เราเกือบจะหลงลืมไป ซึ่งก็คือการได้ทำให้เพื่อนๆ มีความสุขนั่นแหละ คนอ่านยิ่งชอบ ยิ่งมีความสุข เราก็มีความสุขด้วย

เชล:  เป้าหมายหลักคือให้เรามีความสุขกับสิ่งที่เราทำมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วมันจะมีแรงใจให้เราอยากพัฒนาตัวเองขึ้นไปเอง พอเรามีแรงใจกับสิ่งที่เรากำลังทำ เราก็จะมีแรงบันดาลใจอยากจะแต่งเติมสิ่งที่ทำให้มันดีขึ้นไปเรื่อยๆ

ท็อป: ผมคิดว่าผมพัฒนาต่อได้ไม่สิ้นสุดนะ..

เชล: บอกไปเลย ทุกวันนี้สุดฝีมือแล้ว อย่าเรื่องมาก มีให้อ่านก็บุญแล้ว

ท็อป : ครับ เต็มที่ของผมแล้ว ที่สุดของชีวิตผมก็คือวันนี้ พี่อ่านฟรีจะเอาอะไรมาก.. ไม่ช่ายยยย

พร้อมกัน: (หัวเราะ)

67

ถ้าให้ฝากข้อความอะไรสักอย่างได้ถึงใครสักคน จะฝากอะไรไปให้ใคร

เชล:  อยากฝากถึงลุงตู่ว่า..

เดี๋ยวครับ เดี๋ยววววว

เชล: (หัวเราะ) อยากฝากถึงทุกคนที่อยากจะรู้จักวงการการ์ตูน จริงๆ คำว่าการ์ตูนมันกว้างมาก แต่เพราะวงการการ์ตูนไทยมันเล็ก คนเลยยังเข้าใจว่ามันมีอยู่แค่นี้ จริงๆ แล้วมันต่อยอดได้หลายอย่าง อยู่ที่ว่าคนที่ทำได้ศึกษาอย่างดีและเต็มที่กับมันแล้วหรือเปล่า อยู่ที่ผู้สนับสนุนด้วย หากคุณชอบการ์ตูนหรือชอบการอ่านก็อยากให้สนับสนุนวงการนี้  อย่าทำร้ายวงการด้วยการละเมิดลิขสิทธิ์ ช่วยอุดหนุนคนที่สร้างผลงานเล็กๆ น้อยๆ ก็เป็นสิ่งที่ดี นอกจากสนับสนุนแล้วอย่าไปทำลายกำลังใจของคน การติชมกับการด่ามันไม่เหมือนกันนะ บางอย่างมันเป็นการบั่นทอนกำลังใจ ไม่ใช่ติเพื่อก่อ การทำลายจิตใจเขามันก็ส่งผลต่อการทำงานของเขาด้วย ไม่ว่าจะวงการไหนก็ตามอย่าไปบั่นทอนกำลังใจเขา เพราะทุกคนก็มีจิตใจเหมือนกันหมด

ท็อป: ฝากถึงตัวเองในอนาคต ถึงตอนนั้นเขาก็คงจะมีซีรีส์ยาวที่เขียนแล้วฮิตติดลมบนซะที ถึงตอนนั้นก็อยากจะให้คนอ่านสนุกกับงานของเขาต่อไป ไม่ต้องหัวเราะกับงานของเขามากก็ได้แค่มีความสุขกับงานของเขาก็พอ

เชล: อ้อ อยากฝากถึงคนที่อยากวาดการ์ตูนด้วย คือเราฟังความคิดเห็นของคนอื่นได้ แต่อย่าให้มันมาเป็นตัวชี้นำเรา เราต้องมีความคิดเป็นของตัวเอง ถ้าเราชอบอะไรอย่างนึงแล้วมีคนมาแนะนำให้ทำอีกอย่างก็อย่าพึ่งทำตามไปซะหมด อย่าลืมว่าเราชอบอะไร แล้วก็พัฒนาสิ่งที่ตัวเองถนัดดีกว่าไปเขียนตามที่คนอื่นต้องการ เพราะว่าความเป็นตัวของตัวเองคือจุดขายที่ดีที่สุดของการเป็นนักเขียนการ์ตูน อย่างพี่ท็อปก็ต้องเขียนแนวเสื่อม ถ้ามีคนมาบอกให้พี่ท็อปเขียนแนวอื่นมันก็ไม่ใช่พี่อะ (หัวเราะ)

ท็อป: ขอฝากถึงน้องๆ นักเขียนที่จะเข้ามาในวงการนี้ด้วยคน น้องๆ ส่วนมากจะไม่มั่นใจ ก็ลองทำดูก่อนมันดีหรือไม่ผลมันจะปรากฏเอง อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ต่อให้มันพลาดเป็นสิบๆ ครั้ง สุดท้ายมันก็จะกลายเป็นประสบการณ์ แต่ถ้าไม่เริ่มต้นทำอะไรสักอย่างหนึ่งคุณจะไม่ได้เรียนรู้ ไม่ได้ประสบการณ์ ไม่ได้อะไรซักอย่างเลย

72

ข้อสุดท้าย ไม่ได้คิดไว้ แต่ขออะไรคมๆ ปิดบทสัมภาษณ์หน่อยครับ

เชล: อยากวาดก็วาดเถอะ มันจะดีจะเสีย มันอยู่ที่ว่า คุณจะเอาผลลัพธ์นั้นจะเอามาเป็นบทเรียนให้ตัวเองได้ยังไง

ท็อป: การ์ตูนเป็นสื่อที่เข้าถึงง่ายที่สุดสำหรับคนทุกเพศทุกวัยอยู่แล้ว ภาพการ์ตูนมันสื่อความหมายได้มากกว่าการจะไปจำกัดว่าเป็นของสำหรับเด็ก อยากให้มองว่าการ์ตูนนั้นก็เหมือนกับคน มีความหลากหลาย อยู่ที่ว่าเราและสังคมด้วยว่าจะมองมันยังไง

เชล: เพราะการ์ตูนเป็นสิ่งที่สามารถสะท้อนความคิดของคนเขียนออกมาเป็นชิ้นเป็นอัน..

ท็อป: เพราะการ์ตูนสามารถสะท้อน..

เชล: สันดาน (หัวเราะ)

ท็อป: สะท้อน.. ทุกอย่างแหละ การ์ตูนผมสะท้อนสังคมนะ

เอ๋..

เชล: หนูขอไม่อยู่ในสังคมพี่นะ

ท็อป: ขอบคุณครับ

เชล: ขอบคุณค่ะ


ขอบคุณ Ookbee Comics ที่เอื้อเฟื้อสถานที่สำหรับการสัมภาษณ์ครั้งนี้ สำหรับใครที่อยากติดตามผลงานของทั้งสองท่าน ไปกดไลค์กันได้ที่ Chellin และ TopGorezilla จ้า

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Comment moderation is enabled. Your comment may take some time to appear.