home INTERVIEW เจาะสมการลึก-ลับ-หลอน เบื้องหลัง “การิน ปริศนาคดีอาถรรพ์” การ์ตูนผีไทยในใจทุกคน

เจาะสมการลึก-ลับ-หลอน เบื้องหลัง “การิน ปริศนาคดีอาถรรพ์” การ์ตูนผีไทยในใจทุกคน

GarinBlaCX03_2013121193606000000“การิน ปริศนาคดีอาถรรพ์” เรื่องราวของ “การิน” เด็กหนุ่มผู้คลั่งใคล้ไสยศาสตร์ที่พยายามจะก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ กับ “ลัลทริมา” เด็กสาวต้องสาปผู้มักจะมีเหตุให้ต้องเข้าไปพัวพันกับอาถรรพ์และความมืดอยู่เสมอนั้น ต่อให้ไม่ใช่แฟนๆ ที่ติดตามไม่เคยห่าง ก็จะต้องเคยเห็นอยู่ตามแผงหนังสือไม่เคยขาดอย่างแน่นอน นั่นก็เพราะนี่คือซีรีส์การ์ตูนและนิยายไทยที่อาจจะเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จสูงที่สุดมาเป็นเวลายาวนานกว่า 7 ปีแล้ว

หากจะเล่าถึงประวัติของการินก็ต้องเล่าถึง “พูนิก้า” สำนักพิมพ์โลโก้ผลทับทิมสีชมพูเข้มซึ่งเกิดขึ้นมาจากผู้ร่วมอุดมการณ์ 4 คนที่รักการ์ตูน เติบโตมากับการ์ตูน เชื่อมั่นในการ์ตูน และต้องการจะสร้างคอนเทนต์การ์ตูนแบบไทยๆ ขึ้นมา แม้ในช่วงที่ผละไปก่อตั้งสำนักพิมพ์การ์ตูนความรู้สำหรับเด็กอย่าง อี. คิว. พลัส พวกเขาก็ไม่เคยลืมแรงผลักดันที่ต้องการจะผลิตคอนเทนต์การ์ตูนสำหรับเด็กโตและวัยรุ่น ประจวบจนได้ผู้ร่วมอุดมการณ์คนที่ 5 ซึ่งมีแพสชั่นกับการสร้างนิยายไทย พูนิก้าก็สามารถวางแผงหนังสือเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2551

 

1 + 1 = 3

“เราเชื่อว่าพื้นฐานการ์ตูนที่ดีควรจะมาจากเนื้อเรื่องที่ดี” ตติยะ ศรียะพันธ์ บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์พูนิก้า กล่าวกับทีมงานอนิไทม์ถึงแนวคิดสำคัญที่ก่อให้เกิดอีกหนึ่งสำนักพิมพ์การ์ตูนไทยที่เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จมากที่สุดในยุคนี้ แนวคิดของพูนิก้าคือถ้าสามารถควบคุมนิยายให้มีคุณภาพดีได้ ก็จะมีเนื้อเรื่องที่ดีมาเป็นพื้นฐานในการสร้างการ์ตูนที่ดี การ์ตูนจะเติมเต็มอรรถรสในนิยาย ส่วนนิยายก็เติมเต็มจินตนาการของการ์ตูน “อ่านนิยายก็สนุกได้ 100 เปอร์เซ็นต์ อ่านการ์ตูนก็สนุกได้อีก 100 เปอร์เซ็นต์ และเมื่ออ่านประกอบกันก็จะสนุกได้ถึง 300 เปอร์เซ็นต์ คือสมการ 1+1=3 ซึ่งพูนิก้ายึดถือ” ตติยะกล่าว

DSC_6976

คู่ปริศนา1“ลึกลับ หลงใหล ระทึกใจ” คือหัวใจของคอนเทนต์แบบ “แบล็กแฟนตาซี” ของพูนิก้า แนวทางซึ่งได้มาจากการศึกษาตลาดในเอเชีย ทั้งไต้หวัน จีน ฮ่องกง จนได้พบกระแสคอนเทนต์แนวสยองขวัญสั่นประสาทซึ่งกำลังเป็นที่นิยม แถมเรื่องผีๆ ไสยๆ นั้นก็เป็นรสชาติที่คุ้นลิ้นชาวไทยอยู่แล้ว จึงเกิดเป็นแนวคิดที่จะพัฒนาคอนเทนต์สยองขวัญของไทยขึ้นมาเอง และภาพในอุดมคติของทีมงานพูนิก้าเรื่องนั้นก็คือ “การิน ปริศนาคดีอาถรรพ์” แม้ว่าช่วงเวลาที่การินออกวางจำหน่ายนั้นจะตามหลังซีรีส์ “คู่ปริศนา” และ “คนรวมวิญญาณ” ซีรีส์ลิขสิทธิ์จากไต้หวันที่ทางสำนักพิมพ์นำเข้ามาทำตลาดอยู่เป็นเวลาร่วมปีก็ตาม

23202549เมื่อถามว่าอะไรคือนิยามของการ์ตูนไทยในทรรศนะของเขาผู้อยู่กับวงการนี้มาไม่ต่ำกว่า 15 ปี เขาตอบว่า “มีคนพูดเยอะว่าลายเส้นการ์ตูนไทยต้องเป็นแบบนั้น แบบนี้ แต่หากศึกษากันดีๆ ก็จะเห็นว่าสมัยก่อนลายเส้นการ์ตูนไทยก็มาจากการ์ตูนดิสนีย์ บางยุคก็เอามาจากการ์ตูนยอดมนุษย์ของญี่ปุ่น แม้แต่การ์ตูนญี่ปุ่นในยุคแรกก็เอาลายเส้นมาจากการ์ตูนฝรั่ง ฉะนั้นลายเส้นจะเป็นยังไงก็ได้ ไม่ว่าจะลายเส้นแบบไหนมันก็มีคนถูกใจไม่ถูกใจอยู่แล้ว เพราะมันเป็นรสนิยมทางศิลปะ แต่ถ้าเป็นเรื่องวัฒนธรรมไทย คุณจะไปอ่านที่ไหนก็ไม่ได้ คนญี่ปุ่นก็เขียนไม่ได้ เพราะต่างประเทศเขาเขียนไม่ได้ ถ้าเราเล่าได้ถูกจริตคนไทย คนไทยก็พร้อมสนับสนุนทันที”

 

ของไทย ≠ ความโบราณล้าสมัย

DSC_6966“คนไทยไม่ได้แอนตี้ของไทย เขารอของไทยที่เขาอยากได้ ของไทยที่มันอินเทรนด์” ตติยะกล่าวถึงความมั่นใจในคอนเทนต์แบบไทยๆ ซึ่งมักจะถูกปรามาสและต่อต้าน มุมมองทางวัฒนธรรมคือสิ่งที่เขามองว่าเป็นส่วนประกอบสำคัญและจุดเด่นที่จะขาดไปเสียไม่ได้หากจะเขียนการ์ตูนไทย “ฝรั่งเขาก็เขียนแบทแมนโดยสะท้อนสังคมของเขา ถ้านักเขียนไทยไปเขียนการ์ตูนญี่ปุ่น ยังไงเราก็เป็นเบอร์สอง เราจะเขียน ลอร์ด ออฟ เดอะ ริง ได้ยังไง ถ้าเราไม่ได้เติบโตมาท่ามกลางปราสาทอิฐ เกราะ ดาบ คนญี่ปุ่นก็โตมากับการเดินเข้าศาลเจ้า ไหว้เทพเจ้า เราก็ต้องเขียนเรื่องเดินเข้าวัด หรือความเชื่อของบ้านเราที่มันน่าสนใจ”

“ต้องยอมรับว่าบ้านเราเป็นเมืองพุทธ ถึงเราจะไม่ได้ระบุว่าพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ แต่ความเชื่อทางพุทธศาสนาฝังรากลึกอยู่ในสังคมเรา ฉะนั้นเรื่องบาปกรรม ภพชาติ จึงมีแง่มุมที่เข้ากันได้กับคนไทยทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่เชื่อเรื่องไสยศาสตร์อย่างจริงจัง หรือมีเหตุผลเชิงวิทยาศาสตร์จัดๆ ก็สามารถที่จะเชื่อ และสนุกไปกับการินได้ในเวลาเดียวกัน” บรรณาธิการหนุ่มกล่าวถึงที่มาของการ์ตูนไสยศาสตร์ที่ปัจจุบันได้เสกตัวเองเข้าหัวใจชาวไทยหลายๆ คนไปแล้วเรื่องนี้

117871562

เพื่อให้อุดมคติกลายเป็นความจริง ทีมงานจึงต้องมาศึกษา ทดลอง และพัฒนาใหม่กันเองทั้งหมด ทั้งเนื้อเรื่อง ลายเส้น และการออกแบบอื่นๆ เนื่องจากไม่มีองค์ความรู้ที่นำมาปรับใช้ได้ ซึ่งผู้ที่ถูกเลือกเข้ามารับผิดชอบฉบับนิยายและเนื้อเรื่องของฉบับการ์ตูนก็คือนักเขียนลึกลับนามว่า “อัยย์” ส่วนงานภาพที่มีเสน่ห์เป็นจุดเด่นของการินนั้นได้ “แบล็กโทฟุ” (Back Tohfu) ทีมรวมนักวาดที่แฟนๆ อี. คิว. พลัส ยุคเก่าคุ้นเคยลายเส้นกันดีซึ่งร่วมงานกันมาตั้งแต่สมัยยังทำนิตยสาร คอมิก เควสต์ เข้ามารับหน้าที่

ตติยะพูดถึงปรัชญาการสร้างสรรค์ซึ่งเขาค้นพบว่าได้ผลและยึดถือมาตลอดไม่เปลี่ยนแปลงตั้งแต่ 5 ปีแรกที่เขาย่างกรายเข้ามาในวงการการ์ตูนว่า ต้องทำสิ่งที่ “นักเขียนอยากเขียน คนอ่านอยากอ่าน คนทำงานอยากทำ” หากสามเหลี่ยมนี้ไม่แข็งแรงก็ย่อมไม่สามารถสร้างสรรค์ผลงานที่ดีได้ และหน้าที่ของกองบรรณาธิการพูนิก้าในมุมมองของเขาก็คือการนำพาคนจากทั้งสามช่องทางนี้มาพบเจอกัน พูดคุยกัน จนเกิดเป็นความผูกพันที่แน่นแฟ้นยากจะตัดขาด

 

ปริศนา + ไสยศาสตร์ = ทฤษฎีสมคบคิดแบบไทยๆ

web_middleฟอร์มทีมสำเร็จก็เข้าสู่การวางโครงเรื่อง เพราะเกิดขึ้นมาในยุคเฟื่องฟูของ “ทฤษฎีสมคบคิด” หรือความพยายามอธิบายเชื่อมโยงว่ามีกลุ่มหรือองค์กรใดๆ อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งถูกจุดประกายขึ้นมาโดยนิยายชื่อก้องอย่าง รหัสลับ ดาวินชี (The Da Vinci’s Code โดย แดน บราวน์) ที่เชื่อมโยงเหตุฆาตกรรมเข้ากับประวัติศาสตร์ของคริสตศาสนาได้อย่างสนุกและน่าเชื่อถือ และเพราะไม่ต้องการจะนำเสนอ ไสยศาสตร์ในการินจึงไม่ได้ถูกนำเสนอแบบบ้านๆ อย่างที่เคยถูกนำเสนอตลอดมา หากแต่ถูกนำมาเชื่อมโยงผูกพันเข้ากับปริศนาลึกลับที่ให้กลิ่นไอการสืบสวนสอบสวน แต่ก็ไม่ลืมสิ่งสำคัญคือคนไทยจะยังต้องเข้าใจได้ง่าย คดีเปิดตัวของการินจึงเกิดขึ้นในประเพณีไทยที่ไม่ต้องอธิบายให้มากความในชื่อตอน “คืนลอยกระทงสีเลือด”

“มีประโยคจากกลอนญี่ปุ่นเขาเขียนว่า “ความจริงเป็นยังไง ไม่สำคัญเท่าคุณเขียนให้เขาเชื่อได้ยังไง” มันถึงเรียกว่าทฤษฎีสมคบคิด มันเป็นเรื่องปกติที่คนเราจะมีความเชื่อที่แตกต่างกัน แต่เราจะสร้างความเชื่อให้คนเชื่อได้อย่างไรนั้นสำคัญกว่า” งานหนักที่สุดเมื่อต้องทำงานกับเรื่องราวของความเชื่อสำหรับตติยะก็คือการปรับความเชื่อของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักเขียน นักวาด ทีมงาน กองบรรณาธิการ รวมไปถึงคนอ่าน ที่มีความคิด ความเชื่อ แตกต่างกันออกไปมากมายให้เป็นไปในทางเดียวกัน

garin10เพื่อให้เรื่องราวแฟนตาซีมีความน่าเชื่อถือสมจริง การหาข้อมูลจึงเป็นหนึ่งในสิ่งที่ทีมงานการินให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าบางส่วนจะสามารถศึกษาจากอินเทอร์เน็ตหรือหนังสือ แต่คดีส่วนใหญ่ก็ได้มาจากการต้องลงลึกหาข้อมูลถึงพื้นที่จริง โดยเฉพาะตอนที่เกี่ยวกับความเชื่อพื้นบ้านในท้องถิ่นต่างๆ อย่างตอน “สะพานข้ามอัสดงแห่งความตาย” ในจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งการินและลัลทริมาหลุดกลับไปอยู่ในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 และตอน “ตุงหนังมนุษย์” ที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเกิดคดีพัวพันกับความเชื่อพื้นบ้านของทางเหนือ

การลงพื้นที่เก็บข้อมูลนี้ยังทำให้ทีมงานการินได้พบกับเรื่องราวเกี่ยวกับไสยศาสตร์อีกมากมายที่น่าสนใจแต่กลับไม่ค่อยได้รับการพูดถึง เช่นเรื่องลักษณะของแมวมงคลและแมวอัปมงคลในตอน “กวีวิฬาร์อาฆาต” หรือแง่มุมต่างๆ ของโทษประหาร นักโทษประหาร และเพชรฆาต ในตอน “โทษประหารวิญญาณ” ซึ่งทีมงานต้องไปสเก็ตช์ภาพทุกสิ่งทุกอย่างจากพิพิธภัณฑ์ราชทัณฑ์ที่บันทึกเรื่องราวของโทษประหารในประเทศไทยตั้งแต่อดีตกันด้วยมือตัวเอง แต่ก็เป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่งที่ด้วยข้อจำกัดของหนังสือการ์ตูน พวกเขาจึงจำเป็นต้องคัดมานำเสนอเฉพาะเรื่องที่เข้าใจได้ง่ายเท่านั้น

9i536นอกจากคอนเซ็ปต์และเนื้อเรื่องที่วางแผนกันมาอย่างแน่นปึ้ก ตัวละครเอกพ่อหนุ่มผู้รักไสยศาสตร์คนนี้ก็เป็นอีกสิ่งที่ทำเอาทีมงานปวดหัวตั้งแต่ขั้นตอนคิดชื่อ เพราะต้องการชื่อภาษาไทยที่มีความทันสมัย เป็นอักขระสากล ออกเสียงง่ายทั้งสำหรับคนไทยและในภาษาอื่นๆ และยังต้องสามารถกลายเป็นชื่อเรื่องที่ติดหูได้ ชื่อ “การิน” จึงถูกเลือกขึ้นมาจากผู้เข้าประกวดอีกกว่า 50 ชื่อ ไม่ใช่เพียงเพราะตอบโจทย์เรื่องการออกเสียงจนผู้อ่านหลายคนต้องถามว่ามันเป็นภาษาไทยหรือเปล่าเท่านั้น ชื่อนี้ยังมีความหมายที่ยิ่งใหญ่เหมาะกับตัวพระเอกหนุ่มจอมโอหังของเราอย่าง “ผู้สร้าง” อีกด้วย

“ตอนนั้นไม่มีใครนึกหน้าการินออกเลย คนวาดก็นึกไม่ออก คนเขียนก็นึกไม่ออก ผมก็นึกไม่ออก ใครก็นึกไม่ออกว่า เฮ้ย เด็กม. ปลายที่ชอบไสยศาสตร์มันต้องหน้าตายังไง ตอนนั้นแอล (เดธโน้ต) กำลังดัง หลายคนก็บอกว่าการินเหมือนแอล แต่จริงๆ ไม่ใช่ ต้นแบบของการินนั้นได้มาจาก โซอิจิ ตัวละครเด็กคาบตะปูจากการ์ตูนเรื่องคลังสยองขวัญลงหลุมของจุนจิ อิโต้ เด็กประหลาดสุดแปลกที่อิมแพ็กต์คุณได้ ต่างกันแค่ว่าโซอิจิเนี่ยมันไม่หล่อ ถ้าจะขายได้เนี่ยมันจะอิมแพ็กต์อย่างเดียวไม่ได้ มันต้องน่าหลงใหลด้วย เพราะอย่างนั้นก็ต้องหาวิธีให้มันหล่อให้ได้” ตติยะกล่าวถึงเรื่องราวเบื้องหลังการออกแบบเจ้าหนุ่มมนตร์ดำ

105757727เมื่อมีพระเอกแล้วก็ต้องมีนางเอก ชื่อ “ลัลทริมา” นั้นเกิดขึ้นมาจากความคิดที่ว่าผู้อ่านนั้นคงจะเรียกชื่อการินสั้นๆ ว่า ริน ดังนั้นตัวละครที่จะมาคู่กับรินก็ควรจะเป็น ลัล ให้ผู้อ่านเรียกคู่นี้ง่ายๆ ได้ว่า ริน-ลัล ซึ่งแม้จะเป็นคำที่หายากในภาษาไทย แต่กองบรรณาธิการก็ได้ชื่อ “ลัลทริมา” ชื่อเพื่อนสมัยเด็กของหุ้นส่วนคนหนึ่ง ซึ่งมีความหมายดีๆ อย่าง “หญิงสาวผู้งดงาม” มาด้วยความบังเอิญ ชื่อนี้ยังไปกันได้อย่างเหมาะเจาะกับตัวละครที่มีวันเกิดคาบเกี่ยวระหว่างราศีสิงห์และราศีกันย์ หรือความแข็งแกร่งกับความงดงาม ตรงข้ามกับการินซึ่งเกิดในวันก่อนวันแห่งความรักจึงเปรียบเสมือนเด็กที่ไม่ได้รับความรัก และผู้อ่านก็เรียกเธอจนติดปากว่า “ลัล” กันตามคาดอีกด้วย ทว่าบรรณาธิการเบื้องหลังชื่อก็แอบตัดพ้อว่า จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีใครเรียกการินว่า “ริน” เลย (หัวเราะ)

 

การ์ตูน + นิยาย < คอนเทนต์

BlaCX-Cover-Vol-03-1Xความสำเร็จอย่างล้นหลามของการินเป็นจุดเริ่มต้นของความมั่นใจที่จะสรรสร้างและผลักดันคอนเทนต์ใหม่ๆ อีกมาย เช่น แบล็กซ์ (BlacX) นิตยสารการ์ตูนแนวแบล็กแฟนตาซีเล่มหนาที่เกิดขึ้นมาสานต่อปนิธานของนิตยสารการ์ตูน คอมิก เอ็กซ์ตรีม (CX) ที่เขาเริ่มไว้เมื่อสิบกว่าปีก่อนอีกครั้ง ซึ่งนอกจากจะได้รับเสียงตอบรับที่ดีถึงขั้นที่บางฉบับมียอดพิมพ์ทะลุสามหมื่นเล่ม ค้านกับอาถรรพ์ของตลาดนิตยสารที่หดตัวอย่างต่อเนื่อง และเป็นการแนะนำการ์ตูนเรื่องใหม่ๆ ซึ่งกลายเป็นการ์ตูนฮิตเทียบเท่าการินได้อีกหลายเรื่องแล้ว แบล็กซ์ยังเป็นนิตยสารที่เรียกได้ว่าอยู่ยงคงกระพันด้วยยอดขายล้วนๆ อย่างแท้จริง เพราะภายในเล่มไม่มีโฆษณาเลยแม้แต่หน้าเดียว!

ความฮอตของพ่อหนุ่มขอบตาคล้ำคนนี้ยังถึงขั้นที่เคยถูกสำนักพิมพ์จากประเทศมาเลเซียซื้อไปแสดงอิทธิฤทธิ์มาแล้ว ท่ามกลางความกังวลว่าผู้อ่านชาวมาเลเซียซึ่งนับถือศาสนาอิสลามไปแล้วกว่า 70 เปอร์เซ็นต์นั้นจะไม่เข้าถึงการ์ตูนที่มีพื้นหลังเป็นวัฒนธรรมและความเชื่อทางพุทธศาสนา แต่ผู้อ่านชาวมาเลเซียหลายคนก็กลายมาเป็นแฟนคลับของการิน ทีมแบล็กโทฟุ และสำนักพิมพ์พูนิก้าอย่างเหนียวแน่นเหมือนโดนของเข้าตัว

DSC_6960

DSC_6990ตติยะพูดถึงปรากฏการณ์มนตร์ดำโกอินเตอร์นี้ว่าแม้แต่สำนักพิมพ์จากประเทศที่มีวัฒนธรรมการ์ตูนแข็งแกร่งอย่างญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน เองก็ยังยอมรับว่าการินเป็นคอนเทนต์ที่น่าสนใจ ติดอยู่เพียงเรื่องของปริมาณการ์ตูนที่พูนิก้าถืออยู่ในช่วงเวลาหนึ่งๆ นั้นยังมีน้อย ทำให้ตัดสินใจซื้อขายลิขสิทธิ์ยาก และปัญหาสำคัญก็คือกำแพงทางภาษา เพราะการหานักแปลภาษาไทยในต่างประเทศนั้นเป็นเรื่องยาก จึงยังอยู่ในขั้นตอนเจรจาหาแนวทางแก้ปัญหาต่อไป รวมถึงมีความเป็นไปได้ที่ทางสำนักพิมพ์จะเป็นผู้จัดทำอีบุ๊กในภาษาต่างประเทศเอง

ความสำเร็จของการินยังไม่จบเพียงแค่หนังสือการ์ตูนหรือนิยาย แต่ยังถูกทำเป็นฉบับภาพยนตร์คนแสดงถึง 2 ครั้ง มองเห็นถึงความเป็นไปได้ผนวกกับเสียงเรียกร้องจากแฟนคลับที่มีเพิ่มมากขึ้น “ลองลูกบ้า” คือคำที่เขาเลือกใช้สำหรับการตัดสินใจทำภาพยนตร์การินขึ้นมา โดยใช้พลังของแฟนคลับเข้ามาทดแทนเรื่องของงบประมาณ ซึ่งแม้ว่าภาพยนตร์ภาคแรกจะได้เสียงตอบรับที่ดีจากแฟนคลับ แต่ทางทีมงานทุกคนก็ยังรู้สึกว่ายังต้องพัฒนาคุณภาพให้มากกว่านี้อีก เพื่อไม่ให้แฟนๆ การินต้องผิดหวัง

DSC_6961

ความตั้งใจของทีมงานและแฟนคลับก่อให้เกิดภาพยนตร์ภาคสอง “Garin X Guardian ภาค : อสูร X ผู้พิทักษ์ X อาถรรพ์” ซึ่งเป็นการครอสโอเวอร์ระหว่างการินกับ “Guardian Corporation บริษัทพิทักษ์คุณหนู” การ์ตูนดังอีกเรื่องของพูนิก้า โดยภาคนี้มีการใช้คอมพิวเตอร์กราฟิกและสเปเชียลเอฟเฟกต์เข้ามาทำให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้นในจุดต่างๆ เขามองว่าความสำเร็จของภาพยนตร์ทั้งสองภาคอาจไม่ใช่ความสำเร็จในด้านรายได้ แต่เป็นการสร้างโอกาสต่อยอด จนถึงขั้นได้ติดต่อขายลิขสิทธิ์กับต่างประเทศ และที่สำคัญที่สุดคือการได้องค์ความรู้ไว้ใช้ในอนาคต โดยปัจจุบันทางพูนิก้าเองก็ได้เตรียมความพร้อมในการสร้างทีมภาพเคลื่อนไหวทั้งในรูปแบบภาพยนตร์และซีรีส์ไว้ในอนาคต

009040-coverไม่ใช่แค่กับวัยรุ่น เพราะเพื่อป้องกันไม่ให้ฐานแฟนคลับเติบโตขึ้นและสูญหายไปตามกาลเวลา ตติยะซึ่งยังคงควบตำแหน่งที่ปรึกษาของอี. คิว. พลัส อยู่ด้วยจึงผุดโครงการ “การินจูเนียร์” หรือการ์ตูนความรู้เรื่องไสยศาสตร์ฉบับเด็กๆ ขึ้นมาเพื่อสร้างฐานแฟนคลับรุ่นใหม่ๆ  ขึ้นมาซึ่งโครงการนี้ก็มีเสียงตอบรับที่ดีทั้งในหมู่ผู้อ่านเด็กๆ และแฟนการินยุคเก่า โดยภายในปีนี้ การิน จูเนียร์ ก็จะมีภาคใหม่ออกมาโลดแล่นบนแผงหนังสืออีกด้วย

“อี. คิว. พลัส นั้นมีนักอ่านตั้งแต่ระดับปฐมวัย เมื่อโตขึ้นมาก็มีพูนิก้ามารองรับ การได้เติบโตขึ้นมาโดยเคยชินกับการถูกแวดล้อมด้วยการ์ตูนแบบนี้เป็นการสั่งสมกระแสให้คนใหม่ๆ เข้ามาในตลาดง่ายขึ้น เพราะทุกคนเข้าใจแล้วว่าการ์ตูนไทยเป็นอย่างไรโดยไม่ต้องแนะนำแล้ว หากเปรียบเทียบกับเมื่อ 20 ปีก่อน ที่การ์ตูนไทยหน้าตาเป็นอย่างไรไม่มีใครรู้จัก” ตติยะพูดถึงโครงการการินจูเนียร์ ที่ปั้นผู้อ่านหน้าใหม่ๆ ขึ้นมาให้วงการการ์ตูนไทยตั้งแต่ยังเด็ก

เมื่อถามถึงอนาคตของการินและพูนิก้า ตติยะตอบว่าด้วยสภาพตลาดหนังสือที่หดตัว แม้ว่าจะมีสิ่งที่อยากทำอีกมากมาย แต่ตนให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรขึ้นมาเพื่อจัดการเรื่องใดเรื่องหนึ่ง มากกว่าความหวือหวาในแง่สายผลิตภัณฑ์หรือชื่อเสียงของสำนักพิมพ์ ยุคต่อไปของพูนิก้าจึงจะเป็นการขยับรูปแบบแพลตฟอร์มให้ไม่ใช่แค่เรื่องของหนังสือ โดยเตรียมพร้อมไว้แล้วทั้งในรูปแบบอีบุ๊ก แชนแนลยูทูบ และแอปพลิเคชันเกมในโทรศัพท์มือถือ “เราอาจจะเป็นสำนักพิมพ์ที่แปลกหน่อย ทำทั้งหนัง เพลง เกม จนคนถามว่านี่เป็นสำนักพิมพ์จริงหรือเปล่า แต่เราเป็นคนทำคอนเทนต์ เราต้องไม่หยุดแค่สื่อสิ่งพิมพ์” บรรณาธิการอารมณ์ดีกล่าว

87756_Garin_Game

สำหรับความเคลื่อนไหวเรื่องอื่นๆ ในปีนี้ ทีมแบล็กโทฟุก็จะขยับบทบาทจากการเป็นนักเขียนการ์ตูนขึ้นมาเป็นผู้อำนวยการสร้าง เพื่อปั้นผลงานใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมา เช่น “ภาม คนรับจ้างตาย” ฉบับการ์ตูน ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าเราจะได้อ่านกันในงานหนังสือเดือนตุลาคมนี้ พร้อมกับผลงานใหม่ๆ อีกมากมายของทางพูนิก้า

DSC_6988

“คนไทยรอคอยคอนเทนต์ไทยๆ เหล่านี้มาตลอด แต่มันไม่มีผลิตภัณฑ์ที่เขาพร้อมจะยอมรับ จริงๆ กระแสมีอยู่เรื่อยๆ แต่มันมาจากแค่คนหนึ่งคนหรือค่ายหนึ่งค่ายไม่ได้ เราต้องเอากระแสเล็กๆ เหล่านี้มาเรียงร้อยกันให้เป็นกระแสที่ใหญ่ขึ้น” มุมมองของตติยะผู้คร่ำหวอดล้มลุกคลุกคลานอยู่ในวงการนี้มากว่า 15 ปีคือการ์ตูนไทยนั้นไม่เคยซบเซา แต่ดีขึ้นเรื่อยๆ และยุคนี้ก็คือยุคที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา “การ์ตูนไทยเป็นมหาขุมทรัพย์ ถ้าใครหาช่องทางได้ แต่ก็ต้องใช้ความเข้าใจ แพสชั่น ความรู้เชิงธุรกิจ และต้องพัฒนาตามโลกให้ทัน” ตติยะกล่าว

แม้ว่าโลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร วิถีชีวิต หรือทัศนคติของผู้คนจะเปลี่ยนไปแค่ไหน โลกแบล็กแฟนตาซีสุดลี้ลับของพูนิก้าก็จะไม่มีวันหายไปจากสังคมไทย ไม่ใช่ในฐานะของความเชื่อปรัมปรางมงายรอวันล้าสมัย แต่เป็นไสยศาสตร์สุดป๊อปซึ่งมีแง่มุมน่าสนใจ แถมยังสนุกจนเลิกติดตามไม่ได้ นั่นก็เพราะปรัชญาในใจของจอมขมังเวทผู้นี้ “นักเขียนอยากเขียน คนอ่านอยากอ่าน คนทำงานอยากทำ” หากยังคงยึดถือแก้วสามประการของการสร้างคอนเทนต์นี้ไว้ในใจ เราก็เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าอาถรรพ์ใดๆ ก็ไม่สามารถลบล้างมนตรานี้ให้สูญสลายได้ตราบนานเท่านาน

Anitime

ติดตามข่าวสาร บทความ สัมภาษณ์ และเรื่องราวต่าง ๆ มากมายในวงการการ์ตูนแบบสดใหม่ได้ทุกวันที่นี่!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Comment moderation is enabled. Your comment may take some time to appear.

ความคิดเห็น