home INTERVIEW, WEBCOMIC [TALK!] Zaionic และ Orora&Shota เจ้าของซีรีส์แดงเดือดและเยือกแข็งแห่ง comico Thailand

[TALK!] Zaionic และ Orora&Shota เจ้าของซีรีส์แดงเดือดและเยือกแข็งแห่ง comico Thailand

สำหรับผู้อ่านโคมิโค่หลายท่านคงเป็นแฟนตัวยงที่ติดตาม นิทานภูตหิมะ และ Go! Go! Scoville ซีรีส์สองเรื่องที่มีโทนสีเยือกเย็นและร้อนแรงต่างกันอย่างชัดเจน แต่เหมือนกันคือโดดเด่นทั้งการสร้าง “จักรวาล” ของเรื่องและคาแรคเตอร์ ทั้งยังเป็นผลงานฝีมือนักเขียนชาวไทยอีกด้วย ในวันนี้เราจึงขอพาคุณผู้อ่านไปพูดคุยกับคุณอร Orora&Shota และคุณไซ Zaionic ผู้ให้กำเนิดผลงานทั้งสองเรื่องกันค่ะ

ที่มาที่ไปของการวาดเรื่องนี้คืออะไร

Orora&Shota ตอนแรกอยากจะเขียนออริจินัลของตัวเองสักเรื่องนึง แล้วเป็นคนชอบวาดเด็กผู้ชาย วันหนึ่งเราอยู่ในห้องแอร์แล้วรู้สึกหนาวมาก ก็ได้เป็นน้องภูตหิมะที่เป็นตัวเอก ง่ายๆ ใช่ไหมคะ (หัวเราะ) แต่พล็อตเรื่องนี่ตั้งใจคิดนะ พอเราได้ตัวละครปุ๊บเราก็ตั้งธีมเลยว่าเราอยากได้โลกที่เป็นหิมะ ยุคประมาณไวกิ้งโบราณ แล้วก็นำมาดัดแปลงนิดหน่อย28

Zaionic ส่วนตัวเราชอบวาดการ์ตูนบู๊ และคิดว่าถ้าตัวเอกเป็นเด็กจะวาดง่ายกว่า ทีนี้ในหัวก็มีพล็อตเก่าอยู่พล็อตนึงคือพ่อลูกผจญภัยออกล่ามอนสเตอร์ด้วยกัน แล้วพอเราต้องสร้างจักรวาลขึ้นมาสำหรับเรื่องนี้ เราก็เลย เออ เอาเป็นดาวดวงใหม่ไปเลยละกัน ให้ในเรื่องมีพลังงานอะไรสักอย่าง แล้วมีสัตว์ประหลาดที่เกิดขึ้นจากพลังงานนี้ สองพ่อลูกก็ออกเดินทางปราบปิศาจแล้วไขปริศนาไปเรื่อยๆ ก็มีตัวละครค่อยๆ โผล่มา

แล้วเราก็ชอบความสัมพันธ์ภายในครอบครัวอยู่แล้ว ก็เลยให้ฝั่งพ่อมีพี่น้องและคอยดูแลลูกไปด้วย ก็น่าสนใจดีว่าจะผจญภัยกันไปยังไง12

 

ทั้งสองท่านเขียนโคมิโค่เป็นงานหลักเลยหรือไม่

Orora&Shota ก่อนหน้านี้ก็เคยทำงานประจำ เป็นในบริษัทญี่ปุ่น เป็น 3D Modeler ปั้นพวกโพลิกอน ปัจจุบันออกมาเป็นฟรีแลนซ์ คือทำ 3D โมเดลเหมือนกัน ควบคู่กับวาดให้โคมิโค่ด้วย

Zaionic จริงๆ เราเป็นสถาปนิกนะคะ (หัวเราะ) แต่ช่วงหลังก็ทำโคมิโค่เป็นงานหลักเสียส่วนใหญ่ แล้วก็ทำฟรีแลนซ์รับวาดภาพประกอบไปด้วย หลังจากนี้ก็คิดว่าจะรับวาดคอมิกอื่นๆ ด้วยแต่ขอดูความพร้อมของตัวเองก่อน

 

ต้องควบหลายงานแบบนี้มีการบริหารเวลาอย่างไร

Orora&Shota ก็ต้องจัดตารางไว้เลยว่าช่วงเวลานี้เราทำงานนี้ กี่โมงถึงกี่โมงเราทำงานอะไร แล้วถ้าเรามีเวลาว่างจากอีกงาน เช่นรอเขาตรวจงานอยู่ เราก็ใช้จังหวะนี้แหละปั่นอีกงานนึง

 

ซีรีส์ที่ลงโคมิโค่นี้เป็นผลงานแรกหรือไม่ หรือว่าเคยเขียนซีรีส์ที่อื่นมาก่อน

Orora&Shota ไม่มีเลยค่ะ อันนี้เป็นซีรีส์แรกจริงๆ ที่เขียน ก่อนหน้านี้จะเขียนพวกโดจินซะส่วนใหญ่ เป็นแนวโชตะติงต๊องตลกๆ พอมาเขียนเรื่องนี้ เพื่อนที่อ่านงานเก่าๆ ของเราก็ตกใจ แบบว่า เขียนอะไรของแกเนี่ย!? มู้ดของเรื่องจะต่างจากที่เคยเขียนมาก

Zaionic อันนี้ก็ซีรีส์แรกเหมือนกัน ปกติเขียนแต่โดจินเซนต์เซย่า (หัวเราะ)

24

 

เคยเขียนโดจินชิกันมาแล้ว พอต้องมาเขียนซีรีส์ประจำนี้มีความรู้สึกแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

Orora&Shota โดจินเนี่ย พอเราเขียนที่งานก็จบแล้วก็สตาร์ทเรื่องต่อไป แต่พอเป็นซีรีส์ปุ๊บ นอกจากจะต้องส่งงานให้ตรงเวลาเป็นประจำ เราก็ต้องคิดเรื่องให้ต่อเนื่องไปเรื่อยๆ มันยากกว่าตรงนี้ ต้องใส่ความตั้งใจและรายละเอียดกว่าเดิมขึ้นเยอะ ถ้าไม่ใส่ใจมากพอ เนื้อเรื่องจะไม่ต่อกันแล้วมีปัญหาเอาตอนหลัง

Zaionic โดจินมันง่ายตรงที่มันมีเนื้อเรื่องและคาแรคเตอร์มาให้อยู่แล้ว เราก็ปรับเนื้อเรื่องเป็นของเราไป แต่พอเขียนเรื่องของเรา เราต้องสร้างโลกมาใหม่ทั้งหมดเลย เราเขียนเราก็รู้เองว่าตัวละครแต่ละตัวมีเบื้องลึกเบื้องหลังอย่างไร แต่คนอ่านจะรู้กับเราไหม เราก็ต้องหาทางพรีเซนต์ให้เขารู้

 

การวาดเว็บคอมิกต่างจากการวาดมังงะอย่างไร

Zaionic ถ้าเราอยากวาดรูปใหญ่ๆ ในมังงะเราจะใส่ในหน้าคู่ได้ แต่พอเป็นเว็บคอมิกมันเรียงช่องแบบแนวดิ่ง อ่านไล่ลงมา ถ้าเราวาดรูปใหญ่มันก็จะถูกบีบ เราก็ต้องหาทางตะแคง เอียงช่อง หาทางใส่ให้ได้ แต่ส่วนที่ง่ายก็คือมันไม่ต้องคิดเรื่องการวางกรอบมาก ก็เรียงๆ เป็นแนวตั้งได้เลย

Orora&Shota คิดเหมือนกันเรื่องการเรียงช่อง อย่างที่เรียนมาเขาบอกว่านักเขียนมังงะจะต้องคิดถึงการจัดหน้า การตัดตก วาดถึงขนาดนี้จะถูกตัดขอบหายไปไหม การวางมังงะจึงใช้เวลาจัดวางช่องมากกว่า แต่ส่วนตัวแล้วเป็นคนชอบวาดภาพสีมากกว่าลงสกรีนโทนจึงชอบวาดเว็บคอมิกมากกว่า

 

ทั้งสองต่างสร้างโลกใหม่ของตนเองขึ้นมาเลย มีแหล่งที่มาของไอเดียอย่างไร

Zaionic จริงๆ มันก็เหมือนมาโดยอัตโนมัติน่ะนะ พอเริ่มคิดได้อย่างนึง อย่างอื่นก็จะตามกันมาเรื่อยๆ อย่าง Go! Go! Scoville เนี่ย ตอนแรกก็คิดว่าชื่อตัวละครจะเอายังไง ก็นึกถึงพริกขึ้นมาได้ไงก็ไม่รู้ คงเป็นเพราะความร้อนแรงมั้ง อย่างโลโก้ก็เป็นรูปเปลวไฟ พอเราไปดูว่าพริกมีชื่ออะไรบ้าง ก็นำมาลิสต์เป็นชื่อตัวละครหลักๆ จนใช้เกือบหมดแล้วเนี่ย (หัวเราะ) ตัวละครรองๆ ก็จะเริ่มขยายเป็นชื่ออื่นๆ แต่ก็สนุกดีเพราะเราก็ได้เรียนรู้ระหว่างค้นคว้าไปด้วย26

Orora&Shota เราก็ต้องรีเสิร์ชเองไม่น้อยเพราะเราตั้งธีมไว้ว่าเป็นไวกิ้ง ต้องดูว่าพวกเสื้อผ้า สิ่งก่อสร้าง จะหน้าตาเป็นยังไงถึงจะเข้ากับอาณาจักรที่ตั้งอยู่ในเมืองหนาว ก็ต้องศึกษาประวัติศาสตร์แล้วดัดแปลงมาเป็นโลกของเรา ยกเว้นตัวเอกไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะต้องการสื่อว่าถ้ามีคนใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นอยู่ในกลางดงหิมะแบบนี้แล้ว มันไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน21

 

แล้วที่มาของการสร้างคาแรคเตอร์ล่ะ

22Orora&Shota อย่างภูตหิมะนี่เปิดเรื่องด้วยการที่ตัวเอกตื่นขึ้นมาจากการหลับไหล เลยให้ทรงผมชี้ๆ เหมือนคนเพิ่งตื่นนอน สีผมก็ใช้โทนเย็นๆ ฟ้าๆ เพื่อนก็แซวว่าเหมือนคุโรโกะ (คุโรโกะ นายจืดพลิกสังเวียนบาส | NED) แต่นิสัยไม่เหมือนกันนะ ส่วนเสื้อผ้าก็อย่างที่บอกไปว่าคนธรรมดาแต่งตัวแบบนี้ในหิมะคงตายแน่นอน ไม่งั้นก็ต้องเป็นคนที่ความพิเศษอะไรสักอย่าง

Zaionic ถ้าเป็นการ์ตูนบู๊สมัยก่อนก็ต้องไว้ผมทรงตั้งๆ เราก็ได้แรงบันดาลใจจากตรงนั้น
27แล้วเราก็ตั้งให้เรื่องนี้มีความร้อนแรง ตัวละครก็เลยมีสีผมโทนน้ำตาลแดง แดงอมชมพูอะไรก็ว่าไป ส่วนอุปนิสัยนี่ก็คิดอยู่นานทีเดียว ไม่รู้ว่ามีใครสังเกตไหม แต่ตัวพ่อเนี่ยเหมือนมีความสับสนในชีวิตไม่น้อยเลยทีเดียว อยากให้ลูกได้สิ่งดีๆ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าไอ้สิ่งนั้นคืออะไร ส่วนตัวลูกก็ยังเด็กๆ ใจนึงก็อยากออกไปเผชิญโลกกว่า แต่อีกใจไม่อยากอยู่คนเดียว ก็ขัดแย้งๆ สับสนๆ กันไป นานเข้าคาแรคเตอร์ก็จะเริ่มชัดขึ้นเอง

24ส่วนอาวุธนี่เราก็พยายามให้ดูมีดีไซน์หน่อย ให้คนเห็นแล้วจำได้ว่าเอ๊ย มาจากเรื่องเรานะ แล้วถ้าเราดีไซน์ไว้ละเอียด ตอนหลังๆ เราก็ทำงานง่าย อย่างตอนแรกเราก็ใช้ SketchUp ทำเลยนะ ส่วนอาวุธของพ่อนี่ไม่ได้ใช้เอเนอร์เกียร์ เป็นดาบธรรมดาแต่อยากให้ดูมีคอนเซ็ปต์ เขามีกันเบลด คีย์เบลด เราก็เลยเอาเป็น Plier Blade คือมาจากคีมหนีบนี่แหละ (หัวเราะ) ก็ดูดีไซน์จากหลายๆ เรื่อง ได้ด้าม ได้ปลายดาบต่อๆ กันไปก็กลายเป็นอาวุธของพ่ออย่างที่เห็น

ส่วนค้อนของฮาบาเนโร่มาจากการที่พ่อไม่ให้ใช้ของมีคม พ่อมันจะเขี้ยวมาจากไหนก็ไม่รู้เนอะ (หัวเราะ) ก็เลยเลือกค้อน เป็นเด็กๆ ใช้ค้อนทุบๆ น่ารักดี เหมือนเด็กเล่นเกมทุบตุ่น

 

วางแผนเกี่ยวกับเส้นทางอาชีพนักวาดการ์ตูนไว้อย่างไรไร

Orora&Shota ตอนนี้ก็อยากพัฒนางานภาพให้ดีขึ้น เพราะรู้สึกว่าอะนาโตมียังวาดได้ไม่ค่อยดีอย่างที่อยากให้เป็น แล้วก็การวางภาพ วันนึงที่เรื่องภูตหิมะจบลงก็ยังมีพล็อตเรื่องอื่นๆ ที่อยากเขียนต่อไป

Zaionic อยากปรับปรุงการวาดมือและวาดผู้หญิงให้น่ารัก ส่วนเรื่องอื่นๆ ก็ค่อยเป็นค่อยไป เมื่อก่อนรู้สึกว่าการจัดวางช่องเป็นเรื่องยาก แต่เดี๋ยวนี้ก็พอจับทางได้แล้ว แต่การวาดมือกับผู้หญิงนี่วาดยังไงก็ยังไม่ได้สักที (หัวเราะ) เรื่องของอนาคตก็คล้ายกันคือมีพล็อตเรื่องที่อยากวาดอีกเยอะมาก แต่ตอนนี้ติดที่วางโครงเรื่องให้ Go! Go! Scoville ไว้ยาวมาก (หัวเราะ) ตอนนี้ยังสู้กันบนโลกใช่ไหม เดี๋ยวต่อไปมันจะสู้กันในอวกาศ ประกอบกับเรื่องนี้มีศัพท์เฉพาะค่อนข้างเยอะ จึงใช้เวลาอธิบายและทบทวนให้ผู้อ่านจำได้ค่อนข้างนานสักหน่อย แต่ก็จะตั้งใจเขียนตามที่คิดไว้ต่อไป

23

ฝากอะไรทิ้งท้ายแก่ผู้ติดตามผลงานสักหน่อย

Orora&Shota ก็จะพัฒนาฝีมือและคุณภาพของงานเรื่อยๆ นะคะ ก็ขอให้เป็นกำลังใจและติดตามผลงานกันต่อไปค่ะ

Zaionic อ่านกันเยอะๆ เป็นกำลังใจให้หน่อยนะคะ (หัวเราะ)

 

รู้จักทั้งสองท่านกันพอหอมปากหอมคอแล้ว อย่าลืมไปติดตามนิทานภูตหิมะ และ Go! Go! Scoville กันต่อในโคมิโค่นะ หรือจะติดตามผลงานอื่นๆ ของท่านสองท่านก็กดไลค์เพจ Orora&Shota และ Zaionic กันไว้ได้เลยค่ะ!

05ถ้ายังไม่แน่ใจ? เราเคยแนะนำเรื่อง Go! Go! Scoville เอาไว้แล้วล่ะ
[WEBCOMIC] ‘Go! Go! Scoville’ ซีรีส์ตีมอนใสๆ ไฉไลเลือดสาดจากคอมิโค

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Comment moderation is enabled. Your comment may take some time to appear.

ความคิดเห็น