home MUSIC, SCOOP แว่วเสียงแรกแห่งอนาคต ‘ฮัตสึเนะ มิคุ’ และผองเพื่อน ‘VOCALOID’

แว่วเสียงแรกแห่งอนาคต ‘ฮัตสึเนะ มิคุ’ และผองเพื่อน ‘VOCALOID’

ไม่ว่าคุณจะผู้ติดตามการ์ตูนญี่ปุ่นหรือชื่นชอบวัฒนธรรมป็อปของญี่ปุ่น คุณย่อมคุ้นเคยกับชื่อของ “ฮัตสึเนะ มิคุ” ตัวละครสาวน้อยผมทวินเทลสีเขียวเจ้าของเสียงเพลงป็อปสดใส และชื่อของ “VOCALOID” หรือ “โวคัลลอยด์” ซึ่งอธิบายง่ายๆ ก็คงเป็นชื่อวงของมิคุและผองเพื่อนของเธอ

วันนี้…เรามารู้จักพวกเธอให้มากขึ้นกันเถอะ!

 

ก่อกำเนิด VOCALOID

149

โวคัลลอยด์ คือชื่อของโปรแกรมเสียงสังเคราะห์ที่เลียนเสียงของมนุษย์ซึ่งเปิดให้ผู้ใช้ผสมหน่วยเสียงขึ้นมาเป็นพยางค์ ไล่เรียงบนบรรทัดที่คล้ายแป้นเปียโนเพื่อให้ได้เสียงสูงต่ำเหมือนการร้องเพลงของมนุษย์จริง แล้วนำไปประกอบกับทำนองดนตรีได้ออกมาเป็นเพลงที่มีเนื้อร้อง โปรแกรมโวคัลลอยด์มีเสียงให้เลือกหลายรุ่น เช่น ชาย หญิง เด็ก ผู้ใหญ่ เสียงใส เสียงนุ่ม เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเลือกบุคลิกให้ตรงกับอารมณ์ของเพลง

143เรื่องราวของโวคัลลอยด์คงจะไม่เกิดขึ้นหากปราศจาก เคนโมจิ ฮิเดกิ  หัวหน้าศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีเสียงแห่งยามาฮ่า ด้วยความหลงรักในเสียงเพลงและการเขียนโปรแกรมมาตั้งแต่เด็ก เมื่อเขาได้มาร่วมงานกับยามาฮ่า ในปี 2000 เขาก็ได้ริเริ่มโปรเจกต์ที่มีโค้ดเนม เอลวิส ภายใต้การร่วมมือกับมหาวิทยาลัยปุมเปวฟาบรา ในเมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน และได้รับการอัดฉีดเงินทุนโดยยามาฮ่า เอลวิสถือกำเนิดในฐานะโปรแกรมทดลองสร้างเสียงสังเคราะห์เพื่อค้นหาวิธีแปลงเสียงสังเคราะห์ให้ออกมาเป็นธรรมชาติเหมือนเสียงมนุษย์จริงมากที่สุด

แม้ตัวเอลวิสนั้นไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อจำหน่ายในท้องตลาด แต่ยามาฮ่าก็ได้สนับสนุนต่อและก็นำไปสู่การพัฒนาในเชิงพาณิชย์ กลายเป็นโปรแกรม “Daisy” (เดซีย์ | ตั้งชื่อตามเพลง Daisy Bell เพลงอมตะซึ่งแต่งโดย แฮร์รี ดาร์ค นักประพันธ์เพลงชาวอังกฤษในปี 1892) และเปิดตัวในมหกรรมดนตรีเยอรมันในเดือนตุลาคม 2003 แต่ต่อมาเดซีย์ได้ถูกเปลี่ยนชื่อเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาด้านลิขสิทธิ์ จึงกลายเป็นชื่อ VOCALOID ที่ใช้จวบจนทุกวันนี้

และเคนโมจิ ฮิเดกิ ก็ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นบิดาแห่งโวคัลลอยด์อย่างไม่ต้องสงสัย

 

VOCALOID ในยุคเริ่มแรก

แม้จะเป็นผู้พัฒนาขึ้น แต่ยามาฮ่าทราบดีว่าเฉพาะกำลังของตนอาจไม่สามารถสร้าง Voice Library หรือรุ่นของเสียงที่หลากหลายพอตอบโจทย์ความคิดสร้างสรรค์ของผู้ใช้ จึงดำเนินธุรกิจในลักษณะจำหน่ายลิขสิทธิ์แก่บริษัท 3rd party ไปพัฒนาและทำการตลาดต่อ

144

จนกลายเป็น LE♂N (เลออน) และ L♀LA (โลลา) เสียงคู่แรกของตระกูลโวคัลลอยด์ทั้งมวลก็ถือกำเนิดขึ้นในเกาะอังกฤษโดยฝีมือของ Zero-G ซึ่งเป็นสตูดิโอผู้พัฒนาเสียงในลอนดอน วางจำหน่ายในปี 2004 มีเสียงทุ้มต่ำเหมาะใช้กับเพลงแนวโซล

เลออนและโลลา รวมถึงโวคัลลอยด์ทางฝั่งอังกฤษมีข้อแตกต่างที่สำคัญกับกลุ่มของมิคุที่เรารู้จักกันคือกลุ่มนี้ไม่มีรูปคาแร็กเตอร์แทนเสียงแต่ละรุ่น เนื่องจากทางผู้พัฒนาตั้งใจวางภาพลักษณ์ให้เป็นสินค้าสำหรับผู้ใช้งานระดับมืออาชีพ จึงไม่ได้สนใจการสร้างคาแรคเตอร์และภาพแฟนอาร์ต และหน้ากล่องบรรจุภัณฑ์ของโวคัลลอยด์กลุ่มนี้จึงเป็นเพียงรูปกราฟิกธรรมดา นอกจากนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยเจ้าของเสียงของเลออนและโลลา ทราบเพียงว่าเป็นนักร้องผิวสีแนวเพลงโซลในเกาะอังกฤษเท่านั้น

 

โวคัลลอยด์ในดินแดนญี่ปุ่น

ทางด้านญี่ปุ่นก็มี MEIKO (ให้เสียงโดยเมย์โกะ ไฮโกะ) และ KAITO (ให้เสียงโดยฟูกะ นาโอโตะ) เป็นโวคัลลอยด์รุ่นแรกในฝั่งญี่ปุ่น ทั้งสองถูกพัฒนาโดยยามาฮ่าและจัดจำหน่ายโดย Crypton Future Media ในปี 2006 มีเสียงแบบผู้ใหญ่ซึ่งเหมาะกับเพลงแนวแดนซ์ แจส และบัลลาด

ดังที่ได้กล่าวไว้ว่าโวคัลลอยด์ฝั่งญี่ปุ่นแตกต่างจากฝั่งอังกฤษอย่างชัดเจนที่การมีภาพคาแร็กเตอร์บนหน้ากล่อง เมโกะและไคโตะได้รับเสียงตอบจากตลาดอย่างคึกคักกว่าฝั่งอังกฤษมาก เป็นเหตุให้คริปตอนเกิด “ติดใจ” ในโวคัลลอยด์รุ่นที่ 2 ซึ่งคริปตอนพัฒนาเอง บริษัทก็ได้สร้าง “คาแร็กเตอร์” ขึ้นมาเป็นมาสค็อตแทนเสียงแต่ละรุ่น และกลายเป็นกลุ่มของตัวละครที่มีชื่อเสียงลือลั่นอย่างที่เรารู้จักทุกวันนี้

145 146

 

 

 

 

 

 

ทั้งนี้ ภายหลังคริปตอนได้ออกมาเปิดเผยว่า ภาพคาแร็กเตอร์ของเมโกะที่เป็นหญิงสาวผมสั้นใส่ชุดรัดรูปสีแดง และไคโตะในชุดโค้ทยาวและผ้าพันคอสีน้ำเงิน เป็นเพียงดีไซน์เพื่อใช้บนบรรจุภัณฑ์เท่านั้น ไม่ใช่ความตั้งใจสร้างบุคลิกและอิมเมจของเสียงนี้แต่อย่างใด …กระนั้นแล้วคาแร็กเตอร์ของทั้งสองคนนี้ก็ถูกใช้อย่างเป็นทางการเรื่อยมา

 

แว่วเสียงแรกแห่งอนาคต ฮัตสึเนะ มิคุ

147หลังยามาฮ่าได้พัฒนาโปรแกรมเป็น VOCALOID 2 ซึ่งผ่านการยกเครื่องครั้งใหญ่ โดยเปลี่ยนระบบจากการวิเคราะห์เสียงของมนุษย์แล้วสังเคราะห์เป็นเสียงใหม่ เป็นการ sampling (นำเสียงที่อัดไว้มาประกอบกันเป็นประโยคหรือเพลง) พร้อมปรับปรุงอินเทอร์เฟซที่เป็นมิตรกับผู้ใช้ยิ่งขึ้น ในวันที่ 31 สิงหาคม 2007 โวคัลลอยด์ “Hastune Miku” หรือ “ฮัตสึเนะ มิคุ” ก็ได้ออกวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เนื่องจากเธอเป็นรุ่นแรกในชุด “Character Voice Series” หรือโวคัลลอยด์ที่คริปตอนตั้งใจสร้างคาแร็กเตอร์ไปพร้อมกันด้วย เธอจึงได้รับโค้ดเนม CV01 ส่วนชื่อฮัตสึเนะ มิคุ ของเธอมีความหมายว่า “เสียงแรกแห่งอนาคต” (ฮัตสึ (初, แรก) +เนะ (音, เสียง) + มิคุ (ミク อนาคต)) ซึ่งมาจากคอนเซปต์ที่ว่าเธอเป็นดีว่าแอนดรอยด์จากโลกอนาคตที่บทเพลงได้สาบสูญไปแล้ว

เพลง みくみくにしてあげる♪ (Miku Miku ni shite ageru) เพลงแรกของมิคุที่ทำยอดเข้าชมเกิน 1 ล้านวิวใน Nico Nico ภายในไม่ถึงเดือน

150

เสียงของมิคุเป็นเสียงใสและหวานแบบเด็กสาววัยรุ่น ซึ่งเหมาะกับเพลงแนวป็อป ไอดอลป็อป และแดนซ์ป็อป

เสียงต้นแบบของมิคุเป็นของ ฟูจิตะ ซากิ (ผู้ให้เสียงพากย์ในอนิเมะหลายเรื่อง เช่น Shuffle!, Durarara!! โลกบิดเบี้ยวที่อิเคบุคุโระ, Working!! ปิ๊งรักสาวนักเสิร์ฟ, Assasination Classroom) ส่วนคาแร็กเตอร์ของเธอได้รับการออกแบบและวาดเป็นครั้งแรกโดย KEI โดยสีฟ้าอมเขียวของเธอมาจากสีอันเป็นเอกลักษณ์ของคีย์บอร์ดรุ่น DX-100 ของยามาฮ่า ลวดลายบนกระโปรง รองเท้า และปลอกแขน แทนเครื่องมือและบาร์เสียงภายในโปรแกรม และที่รัดผมเป็นริบบิ้นจากโลกอนาคตที่สามารถรัดและคงทรงผมทวินเทลของเธอโดยที่มันลอยอยู่กลางอากาศและไม่ต้องสัมผัสโคนผม

นอกจากนี้ ทรงผมทวินเทลอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอได้รับการยกย่องเป็นทวินเทลดีเด่นแห่งทศวรรษ 2000’s อีกด้วย

การตอบรับ

การวางแผงของโวคัลลอยด์ ฮัตสึเนะ มิคุ ถือเป็นประวัติการณ์ไม่เพียงเฉพาะในหมู่โปรแกรมเสียงสังเคราะห์ แต่ทั้งอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ดนตรีของญี่ปุ่น ภายใน 12 วันแรก มียอดจำหน่ายมากกว่า 3,000 ชุด และเฉพาะในเว็บไซต์ amazon.co.jp มิคุได้ทำยอดขายมากกว่า 57.5 ล้านเยน (ประมาณ 19.9 ล้านบาท) และในปีแรกของเธอได้ทำยอดขายมากกว่า 60,000 ชุด เมื่อเทียบกับโปรแกรมเสียงสังเคราะห์อื่นๆ ที่ขายได้ 1,000 ชุดก็ใช้ได้แล้ว เธอคืออันดับ 1 ของแผงจำหน่ายซอฟต์แวร์ในขณะนั้นโดยไม่ต้องสงสัย

ด้วยยอดขายถล่มทลายขนาดนี้ ประกอบความดังระเบิดในโลกออนไลน์ ทำให้คริปตอนถึงขั้นพลิกแผนการตลาดขึ้นใหม่เพื่อเธอ จากเดิมที่บริษัทได้ตั้งกลุ่มเป้าหมายของเธอเป็นโปรดิวเซอร์เพลงมืออาชีพเช่นเดียวกับโวคัลลอยด์รุ่นอื่นๆ คริปตอนได้ออกหนังสือไกด์บุ๊กสำหรับโปรดิวเซอร์มือสมัครเล่นและพาเธอออกนิตยสารเพื่อจับกลุ่มโอตาคุ ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังครองอันดับยอดขายสูงสุดตลอดกาลของคริปตอน และเป็นหัวหอกของการทำการตลาดของบริษัทเรื่อยมา

 

ผองเพื่อนของมิคุ

นอกจากมิคุแล้ว คริปตอนยังได้ปล่อยโวคัลลอยด์ซีรีส์ Character Vocal อีก 2 รุ่น 3 ตัวละครตามมาเป็นเพื่อนของเธอด้วย

CV02 คากามิเนะ ริน / เลน151

วางจำหน่ายในวันที่ 27 ธันวาคม 2007 หรือเพียงไม่ถึงสองเดือนหลังมิคุ เดิมทีคริปตอนตั้งใจให้วางจำหน่ายเสียงของเด็กสาวตามหลังมิคุ แต่เพราะมีเสียงเรียกร้องให้มีเสียงของเด็กผู้ชายด้วย จึงกลายเป็นแพ็คคู่ของรินและเลน ซึ่งให้เสียงโดยชิโมดะ อาซามิ (ผู้พากย์ The IDOLM@STER, Cardfight!! Vanguard, ฯลฯ) ผู้ที่คริปตอนเห็นว่าสามารถให้เสียงได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย

รินมีเสียงห้าวสไตล์สาวแก่น เหมาะกับเพลงอิเล็กโทรป็อป, เอ็นกะ, ป็อป, ร็อก ส่วนเลน เป็นเด็กชายที่เสียงยังไม่แตกหนุ่ม จึงมีเสียงสูง แต่ก็แฝงความนุ่มลึกอยู่ด้วย เหมาะกับเพลงแดนซ์, เอ็นกะ, ป็อป และร็อก

152CV03 เมกุริเนะ ลูกะ

แรกเริ่มเดิมที ลูกะคนนี้เกือบเป็นฮัตสึเนะ มิคุที่เรารู้จักในปัจจุบัน เพราะตอนแรกคริปตอนต้องการให้ฮัตสึเนะ มิคุ ร้องได้ 2 ภาษา นั่นคือภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ คริปตอนจึงได้สรรหาผู้ให้เสียง จนได้อาซากาวะ ยู นักพากย์ผู้คล่องแคล่วทั้งภาษาญี่ปุ่นและอังกฤษ แต่เนื่องจากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถจัดตารางงานตรงกันได้ แผนของโวคัลลอยด์สองภาษาของคริปตอนจึงต้องเลื่อนไปก่อน จึงกลายเป็นมิคุภาษาเดียวที่เรารู้จัก

แม้ว่าในทางเทคนิก ผู้ใช้สามารถพิมพ์เนื้อร้องเพลงภาษาอังกฤษด้วยตัวคาตาคานะของญี่ปุ่น แต่เนื่องจากข้อจำกัดของภาษาญี่ปุ่นที่มีเสียง สระ วิธีการผสมเสียง และรายละเอียดต่างๆ น้อยกว่าภาษาอังกฤษ  แต่จะมีบางคำที่ไม่ว่ามิคุ ริน หรือเลนก็ออกเสียงเหมือนภาษาอังกฤษไม่ได้ เช่น “it” อ่านว่า “อิตโตะ (イット)” แทนที่จะเป็น “อิท” หรือ “the” อ่านว่า “สะ(ざ)” หรือที่เราเรียกว่า Jinglish หรือภาษาอังกฤษสำเนียงคนญี่ปุ่นนั่นเอง

ลูกะจึงกลายเป็นโวคัลลอยด์ที่ได้รับการพัฒนาให้ก้าวข้ามข้อจำกัดดังกล่าวและออกเสียงภาษาอังกฤษได้ชัดเจนที่สุดในหมู่ผองเพื่อนของเธอ เธอออกวางจำหน่ายในเดือนมกราคม 2009 เสียงของลูกะเหมาะกับเพลงแนวฮิปฮอปญี่ปุ่น แดนซ์ และอิเล็กโทรนิก

กล่าวกันว่าคริปตอนมีแผนพัฒนาคาแรคเตอร์เพศชายเป็น CV04 แต่เมื่อยามาฮ่าได้พัฒนาเอ็นจิน VOCALOID3 คริปตอนก็ได้หันมาทุ่มเทกับพัฒนาเสียงของคาแรคเตอร์ที่มีอยู่เดิมทั้งสี่ ให้มีรูปแบบหลากหลายที่ตอบรับการแต่งเพลงแนวอื่นๆ มากยิ่งขึ้น และภายหลังคริปตอนก็ออกมายืนยันลูกะเป็นคาแรคเตอร์คนสุดท้ายของซีรีส์ CV จึงเป็นการสรุปว่าในปัจจุบัน สมาชิกโวคัลลอยด์ของคริปตอนประกอบด้วยมิคุ ริน เลน ลูกะ บวกกับเมโกะและไคโตะ รวมทั้งหมด 5 คนด้วยประการนี้

รู้ไหมว่า?

คริปตอนค่อนข้างเปิดโอกาสให้แฟนๆ นักวาดได้มีส่วนร่วมสร้างผลงานแฟนอาร์ตของมิคุและเพื่อนๆ มากทีเดียว โดยให้คาแรคเตอร์ในเครือทั้ง 5 เป็นลิขสิทธิ์แบบ Creative Common Attribution-NonCommercial, 3.0 Unported (CC- BY-NC)  คือสามารถวาดใหม่ ดัดแปลง ทำซ้ำ และเผยแพร่โดยไม่ต้องขออนุญาตคริปตอนล่วงหน้า แต่ต้องไม่ใช่วัตถุประสงค์เชิงพาณิชย์นะ และไม่รวมถึงเพลงที่สร้างจากโวคัลลอยด์ของคริปตอน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่

โวคัลลอยด์จากค่ายอื่นๆ

แม้จะเป็นที่ยอมรับกันว่าฮัตสึเนะ มิคุ เป็นตัวแทนของโวคัลลอยด์ เนื่องจากเธอมีชื่อเสียงและได้รับความนิยมสูงสุด แต่คริปตอนก็ไม่ได้เป็นผู้พัฒนาเสียงของโวคัลลอยด์เพียงรายเดียวในประเทศญี่ปุ่น หากแต่มีรายอื่นๆ ที่พัฒนาเสียงและทำการตลาดด้วยคาแรคเตอร์ในแบบคล้ายคลึงกัน และมีที่ประสบความสำเร็จและโด่งดังมากอีกหลายคนเลยทีเดียว

154Camui Gakupo (GAKUPOID)

โวคัลลอยด์รุ่นแรกจาก Internet Co.,Ltd. ซึ่งวางจำหน่ายสำหรับ VOCALOID2 เมื่อเดือนกรกฎาคม 2008 และยังเป็นรุ่นแรกในซีรีส์ “VOCALOID Artist” ที่อินเทอร์เน็ตต้องการนำเสียงของนักร้องดังมาทำเป็นโวคัลลอยด์ ประเดิมด้วยเสียงของ GACKT ศิลปินดังของญี่ปุ่นที่ให้เสียงซึ่งกลายมาเป็นกาคุโปคนนี้

แม้ว่าในแรกเริ่มวางแผง กาคุโปไม่ได้รับความนิยมแบบเปรี้ยงปร้างเหมือนโวคัลลอยด์รุ่นก่อนหน้า เพราะในตอนนั้นโวคัลลอยด์เพศชายยังไม่ค่อยได้รับความนิยมนัก แต่ต่อมากาคุโปก็เริ่มเป็นที่รู้จักตามลำดับ กลายเป็นโวคัลลอยด์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดอันดับ 2 ของค่ายอินเทอร์เน็ต และเป็นขวัญใจของชาวเน็ตที่มักนำกาคุโปมาฟีทเจอริ่งข้ามค่ายกับโคโตะของคริปตอนเป็นประจำ

GUMI (MEGPOID)153

โวคัลลอยด์รุ่นที่สองจากค่ายอินเทอร์เน็ต วางจำหน่ายสำหรับ VOCALOID3 เมื่อเดือนมิถุนายน 2009 ให้เสียงโดยนากาจิมะ เมกุมิ นักร้องและนักพากย์ (มาครอส ฟรอนเทียร์)

แม้ว่าจะต้องแข่งขันอย่างดุเดือนกับโวคัลลอยด์ของฝั่งคริปตอน แต่กุมิก็ครองตำแหน่งโวคัลลอยด์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดของค่ายอินเทอร์เน็ต และเคยได้รับโหวตให้เป็นโวคัลลอยด์ยอดนิยมอันดับ 2 แห่ง Nico Nico ทั้งยังมียอดผู้เข้าชมคลิปเพลงของเธอโดยเฉลี่ยสูงสุดเป็นอันดับ 2 เคียงคู่กับคากามิเนะ ริน และ เลน อีกด้วย

155IA

โวคัลลอยด์รุ่นแรกจากค่ายหน้าใหม่ 1st PLACE Co.,Ltd. ออกวางจำหน่ายสำหรับ VOCALOID3 เมื่อเดือนมกราคม ปี 2012

เสียงของ IA (อ่านว่า เอีย) ให้เสียงโดย Lia นักร้องและนักแต่งเพลงเจ้าของผลงาน Tori no Uta อันโด่งดัง เธอถือเป็นหนึ่งในโวคัลลอยด์น้อยรุ่นที่เปิดตัวได้อย่างน่าประทับใจ ภายใน 6 เดือนแรกหลังวางแผง หลายเพลงของเธอมียอดวิวใน Nico Nico แตะหลักล้าน ซึ่งไม่มี VOCALOID3 คนใดตีสถิตินี้แตกได้ร่วม 2 ปี ทั้งจำนวนนี้ยังมากระดับเดียวกับช่วงที่ VOCALOID2 ดังระเบิด ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังทำสถิติยอดวิวรวมเกิน 100 ล้านวิวภายใน 3 ปีอีกด้วย

กล่าวกันว่าส่วนหนึ่งของความนิยมของเธอมาจากความเปิดกว้างด้านลิขสิทธิ์ที่แตกต่างจากโวคัลลอยด์ค่ายอื่นๆ โปรดิวเซอร์สามารถใช้คาแรคเตอร์บนผลิตภัณฑ์ CD ในเชิงพาณิชย์โดยไม่ต้องขออนุญาต ขณะที่ค่ายอื่นจะอนุญาตเฉพาะงานแฟนดอมที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์เท่านั้น

 

สู่โลกแห่งความจริง และการเป็นขวัญใจของคนทั่วโลก

คงจะไม่เป็นการกล่าวเกินไปหากเราจะพูดว่าโวคัลลอยด์คือปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ของโลกป็อปคัลเจอร์ เราคงไม่เคยนึกภาพว่า “ซอฟต์แวร์” เสียงสังเคราะห์จะกลายเป็น “ไอดอล” ที่อยู่ในดวงใจของผู้คนทั่วทุกมุมโลก มีแฟนคลับ มีสินค้า มีการปรากฏตัวในสื่อต่างๆ มากมายราวกับเป็นบุคคลผู้มีชื่อเสียงที่เป็นมนุษย์จริงๆ

รับรองด้วยจำนวนเพลงโวคัลลอยด์ที่ถูกแต่งโดยโปรดิวเซอร์รายใหญ่และรายย่อยรวมกว่า 64,000 เพลง (สถิติจาก vocadb.net) ภายใน 10 ปีที่ผ่านมา โปรเจกต์ร่วมกับองค์กรขนาดใหญ่ อาทิ โตโยต้า จังหวัดฮอกไกโด และยอดขายมากกว่า 10,000 ล้านเยน (ประมาณ 3,400 ล้านบาท) ในปี 2007-2012 ของสินค้าแบรนด์ฮัตสึเนะ มิคุ แบรนด์เดียวเท่านั้น ความประสบความสำเร็จนี้ถึงขั้นเป็นกรณีศึกษาของศูนย์สื่อพลเมืองแห่ง MIT และสถาบันการศึกษาขนาดใหญ่ในหลายประเทศทั่วโลกทีเดียว

Hatsune Miku: Project Diva

เกมแนวริธึ่มซึ่งพัฒนาโดย SEGA ภายในเกมประกอบด้วยเพลงของโวคัลลอยด์ในค่ายคริปตอนซึ่งผู้เล่นต้องกดปุ่มให้ตรงจังหวะบนหน้าจอเพื่อให้ได้คะแนนพอปลดล็อกเพลงต่อไป โปรเจกต์ดีว่าออกจำหน่ายเวอร์ชันแรกสำหรับเครื่อง Play Station 3 และ Play Station Portable ในปี 2009 และออกเวอร์ชันใหม่เรื่อยมาราวปีละ 1 เวอร์ชัน ปัจจุบันมีอีกเกมสำหรับเล่นในเครื่อง Nintendo 3DS ชื่อเกม Hatsune Miku: Project Mirai ซึ่งมีเพลงคนละชุดกับโปรเจกต์ดีว่า และอิงโมเดลตัวละครจากฟิกเกอร์ Nendoriod ของ Goods Smile Company, Miku Flicks สำหรับเล่นบน iOS และ Hatsune Miku: Project Diva Arcade ซึ่งเป็นเกมตู้

คอนเสิร์ต

ปี 2009 ฮัตสึเนะ มิคุ และผองเพื่อนโวคัลลอยด์จากค่ายคริปตอนได้ปรากฏตัวให้แฟนๆ ยลโฉมกันสดๆ ในคอนเสิร์ต Animelo Summer Live ซึ่งเป็นมหกรรมอนิซองงานใหญ่ของปีในญี่ปุ่น โดยใช้เทคโนโลยีโฮโลแกรมฉายภาพเข้ากับฉากรับแสงชนิดพิเศษ ปรากฏเป็นเหล่าโวคัลลอยด์ที่เหมือนยืนร้องเพลงบนเวที ประกอบกับเทคโนโลยีแสงสีเสียง และวงดนตรีที่มาบรรเลงสดพร้อมกับการร้องเพลงของมิคุ

นับแต่นั้น มิคุก็ได้ออกทัวร์คอนเสิร์ตเป็นประจำทุกปี ไม่เพียงเฉพาะในญี่ปุ่น พวกเธอยังได้ตระเวนไปหาแฟนๆ โวคัลลอยด์ในต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ไต้หวัน สหรัฐอเมริกา ฯลฯ คอนเสิร์ตของพวกเธอจึงเป็นอีเวนต์สำคัญของปีที่แฟนตัวยงของโวคัลลอยด์ตั้งหน้าตั้งตารอคอย และไม่ใช่แค่โวคัลลอยด์ของคริปตอนเท่านั้นที่มีคอนเสิร์ตของตนเอง ค่ายอื่นๆ ก็ส่งโวคัลลอยด์ของตนมาพบกับแฟนๆ เช่นกัน และบ่อยครั้งที่โวคัลลอยด์มีการฟีตเจอริ่งข้ามค่ายมากอดคอร้องเพลงด้วยกัน และสร้างความอิ่มเอมแก่แฟนๆ ถ้วนหน้า

กระทบไหล่ศิลปินระดับโลก

นอกจากจะมีการออกผลงานร่วมกับโวคัลลอยด์ของผู้พัฒนารายอื่นๆ ฮัตสึเนะ มิคุ ยังได้สร้างประวัติการณ์คือการร่วมผลงานกับศิลปินชื่อดังทั้งภายในประเทศญี่ปุ่นและต่างประเทศ เช่น ออกเพลง ray ซึ่งฟีทเจอริงกับ BUMP OF CHICKEN วงนักร้องหนุ่มระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น (ปี 2014), กับ Zedd ศิลปินเพลง EDM ระดับโลก (ปี 2013) และร้องเพลงเปิดคอนเสิร์ตของ Lady Gaga ในการทัวร์คอนเสิร์ต The ARTPOP Ball Tour ที่ซาน ดิเอโก (ปี 2014)

นี่เป็นเพียงตัวอย่างส่วนหนึ่งเท่านั้น นอกจากนี้มิคุและเพื่อนร่วมค่ายคริปตอนก็มีสินค้าสะสมและโปรเจกต์ร่วมกับศิลปินและบริษัทขนาดใหญ่อื่นๆ อีกมากมาย และถึงแม้ว่าบทความนี้จะเน้นที่มิคุและเพื่อนของเธอ แต่โวคัลลอยด์จากค่ายอื่นๆ ก็มีสินค้าและการออกสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเกม เพลง คอนเสิร์ต ฯลฯ เหมือนกัน เพียงแต่จะมีความยิ่งใหญ่ ความเป็นทางการ และระดับความนิยมแตกต่างกันไป

 

สู่ดวงใจของแฟนๆ ชาวไทย

แม้โวคัลลอยด์จะไม่ได้มีชื่อเสียงจากสื่อการ์ตูนโดยตรง แต่ในประเทศไทยก็มีแฟนๆ โวคัลลอยด์อยู่เป็นจำนวนมาก มีโปรดิวเซอร์ที่สร้างเพลงจากโวคัลลอยด์ รวมถึงโวคัลลอยด์ก็มีโปรเจกต์อย่างเป็นทางการร่วมกับภาคธุรกิจในประเทศไทยอยู่ไม่น้อย

โวคัลลอยด์ภาษาไทย

มีโปรดิวเซอร์ชาวไทยหลายรายที่จัดแจงให้มิคุและผองเพื่อนโวคัลลอยด์มาจับไมค์ร้องเพลงภาษาไทย อย่างในตัวอย่างนี้คือเพลง “จนสุดใจ” ซึ่งเป็นผลงานจากแฟนเพจการ์ตูนขนาดใหญ่ “เพราะชั้นจนไงล่ะ” ถึงแม้ปัจจุบันโวคัลลอยด์มิคุจะรองรับได้เฉพาะภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ แต่การเอามาร้องเพลงภาษาไทยก็ยังพอฟังรู้เรื่องอยู่นะ


Snow Miku Cafe

ธีมคาเฟ่โดยบริษัท Link (Thailand) Co.,Ltd. เปิดให้บริการในเดือนเมษายน 2015 – มิถุนายน 2016 ณ ลานหิมะ SNOW TOWN BANGKOK ศูนย์การค้าเกตเวย์ เอกมัย มีอาหารและเครื่องดื่มในธีมสโนวมิคุจำหน่าย จัดแสดงสินค้าและของสะสมของโวคัลลอยด์ และมีกิจกรรมประกวดคอสเพลย์และภาพประกอบของโวคัลลอยด์เป็นระยะๆ

300059_249672648412552_215896684_n

Hatsune Miku Live in Bangkok (2011)

คอนเสิร์ตของมิคุและผองเพื่อนครั้งแรกในประเทศไทย เป็นการฉายเทปบันทึกคอนเสิร์ต MikuPa 2011 LIVE IN SAPPORO ในโรงภาพยนตร์ SF World CINEMA ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวิลด์ พลาซา เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2011 และบัตรจำนวน 340 ที่นั่งถูกจำหน่ายหมดอย่างรวดเร็วภายในวันเดียว ภายในงานอนุญาตให้ผู้ชมใช้แท่งไฟและส่งเสียงเชียร์เหมือนอยู่ในคอนเสิร์ตจริงได้ด้วย

การประกวดมาสคอตอย่างเป็นทางการ

โปรเจกต์ร่วมระหว่างอีเวนต์ขาประจำของคอการ์ตูนชาวไทย COSCOM ร่วมกับ exit tunes ซึ่งเป็นค่ายเพลงในเครือของ Pony Canyon และเป็นผู้พัฒนาเสียงโวคัลลอยด์ MAYU จัดการประกวดหาคอสเพลเยอร์ซึ่งจะเป็นมาสคอตอย่างเป็นทางการของ exit tunes ภายในประเทศไทยภายในงาน COSCOM extra : Matsuri ในเดือนมิถุนายน 2015

การจัดแสดงสินค้าร่วมกับ 1st PLACE Co.,Ltd.

ในงาน AFATH2016 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ข่าวสารอนิเมะรายใหญ่อย่าง Akibatan.com ได้ร่วมกับ 1st PLACE Co.,Ltd. ผู้พัฒนาเสียงโวคัลลอยด์ IA ในการจัดจำหน่ายสินค้าอย่างเป็นทางการของ IA ภายในบูธ และยังมีกิจกรรมให้แฟนๆ ได้พบกับ Lia นักร้องชื่อดังจากญี่ปุ่นผู้ให้เสียงของ IA อย่างใกล้ชิดอีกด้วย


ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของโลกใบใหญ่ของโวคัลลอยด์เท่านั้น แต่เป็นส่วนสำคัญที่ชี้ให้เห็นของพลังของ “คาแร็กเตอร์” ที่พลิกซอฟต์แวร์ธรรมดาให้กลายเป็นผู้ทรงอิทธิพลแห่งวัฒนธรรมป็อปของญี่ปุ่นและแพร่ขยายไปทั่วโลกอย่างคาดไม่ถึง หากในวันนั้นคริปตอนไม่ตัดสินใจใส่รูปคาแร็กเตอร์ลงบนกล่องของโวคัลลอยด์ MEIKO และ KAITO โวคัลลอยด์อาจเป็นเพียงซอฟต์แวร์สำหรับผู้ใช้งานเฉพาะกลุ่มต่อไป และโลกแห่งเสียงของเวอร์ชวลไอดอลอาจไม่ผลิบานอย่างที่เราเห็นทุกวันนี้ก็เป็นได้

บางที นี่อาจเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับนักสร้างสรรค์ ผู้ประกอบการ หรือใครก็ตาม ที่น่าปรับใช้กับผลงานของตัวเองก็ได้นะ!

 

อ้างอิง:

Redbull Music AcademyPiapro, P-tina, vocadb, MIT, UCI, Wikia

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Comment moderation is enabled. Your comment may take some time to appear.