ถ้าพูดถึงความกลัวแล้วล่ะก็ ไม่มีใครที่จะไม่นึกถึง ผี

และว่ากันว่าผีญี่ปุ่นก็เป็นอีกชาตินึงที่ขึ้นชื่อเรื่องความน่ากลัวขนหัวลุกเสียจนแทบสติแตก ไม่ว่าจะเป็นจูออน ซาดาโกะ สาวปากฉีก หรือแม้กระทั่งผีนับจาน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นผีตัวตนเป็นๆ ทั้งนั้น แต่หารู้ไม่ว่าญี่ปุ่นยังมี ตุ๊กตาผี ที่เป็นแค่ตุ๊กตาแท้ๆ แต่ผมกลับสามารถยาวได้เอง แถมยังยาวขึ้นทุกปี ดังนั้น ต้อนรับวันฮาโลวีนสุดสยองนี้ อนิไทม์เลยมีเรื่องเล่าขนหัวลุกที่อ้างอิงมาจากเรื่องจริงของตุ๊กตาผีตัวนี้ว่าจะน่ากลัวและน่าค้นหาขนาดไหนกัน

ตุ๊กตาแบบนี้น่ารักจริงหรือ?

เรื่องเล่าตุ๊กตาผีสิงที่เป็นที่เล่าขานในญี่ปุ่นกันจนถึงทุกวันนี้คงหนีไม่พ้น ตุ๊กตาโอคิคุ ความสยองของตุ๊กตานี้ปัจจุบันยังคงเป็นปริศนาและไม่มีใครล่วงรู้ได้ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร

ตุ๊กตาโอคิคุถูกตั้งไว้ที่ วัดมังเน็นจิ ในเมืองอิวามิซาวะ จังหวัดฮอกไกโด โดยมีต้นแบบมาจากตุ๊กตาอิชิมัตสึ ซึ่งเป็นตุ๊กตาที่สร้างเลียนแบบเด็กผู้หญิงญี่ปุ่น สวมชุดกิโมโน มีขนาดความสูง 40 เซนติเมตร ดวงตานั้นไร้ตาขาว มีแต่ตาดำซึ่งทำมาจากยางไม้ถมเต็มลูกตา อีกทั้งปากของตัวตุ๊กตายังเผยอออกเล็กน้อย ทำให้เวลามองแล้วรู้สึกเหมือนเธอกำลังยิ้มอยู่ตลอดเวลา

แค่ภายนอกของตุ๊กตายังชวนขนหัวลุกขนาดนี้แล้ว แต่จุดที่ทำให้เป็นตำนานกันจนถึงทุกวันนี้คือ ผมยาวเองได้ ซึ่งมันเป็นเรื่องผิดปกติสำหรับตุ๊กตาอยู่แล้ว ไม่มีตุ๊กตาตัวไหนหรอกที่ผมจะสามารถยาวได้เองราวกับเส้นผมคนจริงๆ และยังยาวขึ้นทุกปีอีกด้วย

จุดเริ่มต้นของความลึกลับ

ที่มาของตุ๊กตาโอคิคุเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยปีโชวะที่ 7 หรือวันที่ 15 สิงหาคม 1918 เริ่มจากที่พี่ชายของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่อว่า ซุซุกิ เอย์คิจิ วัย 17 ปี ได้ไปเที่ยมชมนิทรรศการไทโชที่เมืองซัปโปโร ระหว่างขากลับก็แวะเดินเที่ยวถนนคนเดินทานุกิ และซื้อตุ๊กตาที่ร้านขายของแห่งหนึ่งกลับมาฝากน้องสาว คิคุโกะจัง วัย 2 ขวบของเขา

เมื่อคิคุโกะจังได้รับตุ๊กตานี้ก็ดีใจอย่างมาก เธอเล่นกับตุ๊กตาทุกวัน และต่อมาไม่นานเข้าสู่ปีโชวะที่ 8 วันที่ 24 มกราคม คิคุโกะจังก็ได้เสียชีวิตจากโรคไข้หวัดด้วยวัยเพียง 3 ปีเท่านั้น

ในพิธีงานศพของคิคุโกะจัง ทางด้านพี่ชายในตอนแรกตั้งใจจะใส่ตุ๊กตาลงไปในโลงศพ แต่สุดท้ายไม่รู้ทำไมเขาดันลืมใส่ลงไป หลังจากที่เคลื่อนย้ายโลงศพไปยังสุสานเรียบร้อยแล้ว ตุ๊กตาก็ถูกพบอีกครั้งแล้วถูกนำไปวางไว้บนหิ้งคู่กับกระดูกของคิคุโกะจังภายในบ้าน ทุกๆ วันทางครอบครัวก็จะสวดมนต์และระลึกถึงคิคุโกะจังทุกเช้าเย็น ไม่นานนักที่บ้านก็เริ่มสังเกตได้ถึงความผิดปกติว่าผมของตุ๊กตาก็เริ่มยาวขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่นั้นมาทางบ้านจึงเชื่อว่าตุ๊กตาตัวนี้มีวิญญาณของเด็กน้อยคิคุโกะจังสิงสู่อยู่

5 ปีหลังจากนั้นเข้าสู่ปีโชวะที่ 13 วันที่ 16 สิงหาคม ครอบครัวของคิคุโกะจังมีเหตุที่ต้องย้ายบ้านไปอยู่ที่เมืองฮาซาลิน พ่อแม่จึงฝากตุ๊กตาให้กับทางวัดมังเน็นจิ ต่อมาเข้าสู่ช่วงยุคหลังสงครามโลก พี่ชายเอย์คิจิก็ได้กลับมาเยี่ยมที่วัดอีกครั้งเพื่อทำบุญให้น้องสาวตัวเอง ทันใดนั้น เขาก็ได้สังเกตเห็นว่าผมของตุ๊กตายาวถึงบ่าแล้ว จึงตัดสินใจมอบตุ๊กตาให้กับทางวัดอย่างถาวร ต่อมาหลังจากที่เอย์คิจิตายลง นับแต่นั้นมาตุ๊กตาตัวนี้ก็ถูกเรียกว่า โอคิคุ และถูกตั้งไว้ในโบสถ์ของวัดอย่างเป็นทางการ

แต่หลังจากนั้นผมของตุ๊กตาโอคิคุก็ยังคงยาวอยู่เรื่อยๆ จนถึงเอว จนทางคณะแพทย์ศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฮอกไกโดได้ทำการตัดผมบางส่วนนำไปตรวจสอบและยืนยันว่าเส้นผมของตุ๊กตาโอคิคุนั้นทำมาจาก ผมของมนุษย์ จริงๆ ทางวัดจึงจัดพิธีตัดผมตุ๊กตาโอคิคุทุกๆ 3 เดือน

เมื่อกาลเวลาผ่านไปเข้าสู่ยุคปี 1982 ก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นอีก เมื่อปากของตุ๊กตาโอคิคุนั้นเริ่มเปิดขึ้นเล็กน้อยจนดูน่าขนลุก รวมถึงหน้าตาก็เริ่มเปลี่ยนไปจากเดิมอีกด้วย เวลาเดินไปทางไหนก็รู้สึกเหมือนถูกมองอยู่ตลอดเวลา หรือเวลาถ่ายรูปก็เหมือนกับตุ๊กตากำลังมองแล้วยิ้มให้อยู่ ยิ่งไปกว่านั้นบางทีหน้าเธอก็ดูเศร้าหมองเหมือนกำลังร้องไห้อยู่ก็มี เหมือนกับเวลายิ่งผ่านไปนานเท่าไรตุ๊กตาก็ยิ่งเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ราวกับมีชีวิต

ปัจจุบันหน้าตาของตุ๊กตาถ้าเทียบกับรูปถ่ายภาพแรกกับในตอนนี้ สีหน้าดูมีชีวิตชีวากว่าแต่ก่อนขึ้น เหมือนกับพัฒนาจากวัยเด็กน้อยไปสู่วัยผู้ใหญ่ยังไงยังงั้น

ปัจจุบันนี้ก็ยังไม่มีใครทราบว่าสาเหตุนี้เกิดจากอะไรกันแน่ บ้างก็ว่าเกิดจากกาวที่ติดผมตุ๊กตามีการเสื่อมสภาพตามเวลา เลยทำให้ผมที่ติดอยู่กับบริเวณศีรษะเริ่มคลายและเลื่อนลงมาทีละนิดๆ เหมือนกับว่าผมงอกขึ้นมาได้นั่นเอง แต่ท้ายที่สุดก็ยังไม่มีใครสามารถพิสูจน์ได้จนเกิดเป็นเรื่องราวที่เล่ากันสู่ปากต่อปากกันจนทุกวันนี้

 

บางทีของน่ารัก มักจะไม่น่ารักเสมอไป ลองหันไปดูตุ๊กตาในห้องนอนของตัวเองดูกันบ้างนะคะ ว่าสายตาของเขากำลังจ้องมองเราอยู่ตลอดเวลาหรือเปล่า ไม่แน่นะ อาจจะมีใครบางคนอยู่ในตุ๊กตาของพวกเราอยู่ก็เป็นได้

 

อ้างอิง

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *