home CREATOR, FEATURED, INTERVIEW [talk!] ความเป็นไทยไม่มีตกยุค กับ ‘ณัฐ ยศวัฒนานนท์’ ผู้สร้าง ๙ ศาสตรา

[talk!] ความเป็นไทยไม่มีตกยุค กับ ‘ณัฐ ยศวัฒนานนท์’ ผู้สร้าง ๙ ศาสตรา

ตั้งแต่วันแรกที่เข้าโรงภาพยนตร์เมื่อวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา ๙ ศาสตรา ก็กลายเป็นกระแสแบบดังระเบิดชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นในวงการแอนิเมชันไทย ไม่ว่าจะการเป็นที่จับตามองบนสื่อหลัก การครองโรงในทุกหัวเมือง การบอกต่อในโลกโซเชียลแบบไม่เว้นวัน รวมถึงการ ‘จิ้น’ คู่ตัวละครในเรื่องโดยแฟนๆ ยิ่งโหมความฮิตให้พุ่งกระฉูด

เบื้องหลังของความฮิตนี้คือความคิดอันน่าอัศจรรย์ที่ว่า “ความเป็นไทยไม่ใช่ของตกยุค” ของคุณ ณัฐ ณัฐ ยศวัฒนานนท์ ผู้กำกับมือทองของ Igloo Studio สตูดิโอแอนิเมชันที่สร้างสรรค์ผลงานฟอร์มใหญ่มาแล้วมากมาย และวันนี้อนิไทม์ขอพาคุณผู้อ่านไปพูดคุยกับพวกเขากันค่ะ

ที่มาของการประยุกต์ของไทยๆ กับเซ็ตติ้งแบบแฟนตาซีเป็นอย่างไร

มันเริ่มจากการรีเสิร์ชของเราก่อนครับ พอพี่ได้รับโจทย์มาว่าต้องทำแอนิเมชั่นเกี่ยวกับมวยไทยที่จะต้องโกอินเตอร์ให้ได้ เราก็มาค้นหาว่านอกจากเรื่องศิลปะการต่อสู้แบบมวยไทยแล้ว ยังมีอะไรอื่นๆ อีก ที่คิดว่าชาวต่างชาติเขาชอบและประทับใจ นอกเหนือจากด้านศิลปวัฒนธรรมของไทยแบบเดิมๆ ก็จะมีเรื่องของโลเคชัน สถานที่ต่างๆ ด้วย ที่เรารู้สึกว่าต่างชาติเขาชอบกันแน่ๆ ไม่ว่าเขาจะเคยมาเอง หรือเคยเห็นในภาพถ่ายทางอินเตอร์เนต

หลังจากที่มีข้อมูลต่างๆ จากการรีเสิร์ช เราก็มามองย้อนดูว่าตัวเราเป็นคนแบบไหน เชื่อในอะไร และชอบอะไร เพราะการเขียนบท และกำกับคือการถ่ายทอดเนื้อเรื่องออกมาในมุมมองที่เราเชื่อ เราก็พบว่าเราเป็นคนชอบหนังแอ็กชัน ที่มีความแฟนตาซีผสมกับความแอดเวนเจอร์ แต่เรฟเฟอร์เรนซ์ของแอนนิเมชั่นแนวแอ็กชันของฝรั่งก็มีน้อยมาก ส่วนหนึ่งเลยต้องไปอ้างอิงที่อนิเมะของญี่ปุ่น ซึ่งมีเรื่องราวหลากหลายกว่า พี่ก็จะหาต่อเลยว่ามันมีเรื่องอะไรบ้างที่คนเขาดูกันเยอะ ได้รับความนิยม ที่เห็นได้ง่ายๆ ก็นารูโตะ วันพีซ อะไรพวกนั้นแหละ ซึ่งทั้งหมดมีจุดร่วมเหมือนกันคือการเดินทางของกลุ่มคนที่มีความแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเพศ เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ หรืออะไรก็ตาม แต่ทั้งหมดต้องมีเป้าหมายเดียวกัน

 

 

พอเริ่มพัฒนาโครงเรื่อง พี่ก็อยากทำให้เป็นโปรเจ็กต์ที่อ้างอิงถึงยุคของกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ที่ดึงอินสไปเรชั่นมาจากเหตุการณ์เสียกรุง งานอาร์ตในเรื่องก็อยากให้เป็นแนวย้อนยุค แต่จะเป็นไปได้ไหมที่เราจะใส่ความเป็นแฟนตาซีลงไป โดยทำให้เป็นอาร์ตที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาใหม่ โดยใช้เส้นสายหรือฟอร์มแบบเดิมแต่เอามาต่อยอดความคิด เพราะถึงเราจะยึดเหตุการณ์เสียกรุงมา เราก็ไม่อยากทำสิ่งที่มันมีประเด็นระหว่างประเทศหรือเชื้อชาติ เพราะมันเป็นเรื่องของประวัติศาสตร์ที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน เราอยากสร้างขึ้นมาใหม่ เป็นโลกในจินตนาการเลย ชื่ออาณาจักรรามเทพก็ตัดเอามาจากส่วนหนึ่งของชื่อเต็มของกรุงศรีอยุธยา กลายเป็นดินแดนของพวกมนุษย์ที่ถูกพวกยักษ์เข้ามารุกรานและยึดครอง

 

 

ตอนที่เราคิดพวกคาแรคเตอร์ที่มาเดินทางร่วมกัน เราก็พยายามคิดว่านอกจากมนุษย์แล้ว มีอะไรอีกที่เป็นตัวละครที่เกี่ยวพันกับคนไทยมาช้านาน ตอนที่ไปเก็บข้อมูล ก็พาทีมงานไปพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ไปเดินดูหลายๆ พิพิธภัณฑ์ รวมถึงวัดพระแก้ว กับวัดต่างๆ ด้วย ก็พบว่าจริงๆ แล้วคนไทยผูกพันกับยักษ์และลิงมากๆ นะ แต่เราจะเอามาเล่ายังไงไม่ให้เหมือนกับที่เราเคยอ่านๆ มา

ยิ่งศึกษาลึกลงไปก็เจอว่ายักษ์ไม่จำเป็นต้องมีหน้าตาดุร้ายโหดเหี้ยมหัวหยิกเหมือนที่เราคุ้นเคยกัน เพราะพอค้นคว้าถึงได้รู้ว่ายักษ์ก็มีหลายระดับ ยักษ์ชั้นสูงก็จะมีรูปโฉมงดงามแบบเทวดา เพียงแต่สีผิวจะเข้มไปทางดำ เช่นแดงดำ เขียวดำ เราก็เลยเริ่มได้ไอเดียว่าเราน่าจะสามารถสร้างผู้ร้ายที่คนดูเห็นแล้วรู้สึกว่าเออ หมอนี่เท่ว่ะ หล่อว่ะ ได้ ส่วนลิง เราก็ไม่ให้มันเป็นลิงที่มีสัดส่วนใกล้เคียงคน ให้มันตัวเล็กๆ เป็นตัวโจ๊กในกลุ่ม พอเริ่มวางคาแรกเตอร์ได้ก็เริ่มปูเนื้อเรื่อง

 

ที่พยายามมองหาความเป็นไทยที่ต่างชาติน่าจะชอบ แสดงว่าได้มองถึงการทำตลาดต่างประเทศตั้งแต่แรกอยู่แล้วหรือ

คือจริงๆ แล้ว ทางเอ็กซ์ฟอร์แมตเค้าตั้งเป้าอยู่แล้วว่าจะต้องไปประสบความสำเร็จในต่างประเทศให้ได้ เพราะฉะนั้น มันจึงเป็นโจทย์ตั้งต้นว่าทำยังไงถึงจะไปให้ถึงตลาดโลก และขณะเดียวกัน ถ้าให้คนไทยดูก็ต้องชอบด้วย มีองค์ประกอบอะไรที่ใส่เข้ามาในหนังแล้ว ทำให้ทั้งคนไทยรู้สึกรักในความเป็นไทยมากขึ้น อยากจะกลับไปศึกษาสิ่งที่เกี่ยวกับความเป็นไทยเพิ่มเติม เราก็บรรจงเลือกว่าจะเอาสิ่งไหนมาใส่ในหนังบ้าง

 

แล้วการทำตลาดต่างประเทศมีผลต่อการดีไซน์ตัวละครหรือเปล่า

จะถามถึงเสี่ยวหลานใช่ไหม (หัวเราะ) ที่คนบอกว่าเป็นจีนเพื่อจับลูกค้าจีนหรือเปล่า ตอบเลยว่าใช่ส่วนหนึ่ง เพราะเราอยากให้ลูกค้าจีนรู้สึกอินกับตัวละครหลัก ว่ามีความเกี่ยวข้องกับเชื้อชาติเค้า อันนี้พี่ไม่ปฏิเสธเลย แต่ว่าสิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือ ในประวัติศาสตร์ไทย ชนชาติจีนมีอิทธิพลมานานมากอยู่แล้ว ตั้งแต่ปลายสุโขทัย และในสมัยอยุธยาก็มีคนจีนหลายคนมาตั้งรกราก ที่โอกาสเข้ามารับราชการในไทยจนมีตำแหน่งสำคัญ หรือในปัจจุบันเอง เพื่อนพี่ที่อยู่รอบๆ ตัว ก็เป็นคนไทยเชื้อสายจีน บางคนยังมีชื่อเล่นเป็นภาษาจีนอยู่เลย แต่เราก็อยู่กันกลมกลืนจนเรียกว่าเป็นคนไทยกันหมดแล้ว เลยไม่ได้คิดว่ามันจะเป็นอะไรที่ใส่เข้ามาแล้วจะรู้สึกประหลาด

แถมการมีเสี่ยวหลานยังช่วยเสริมความสนอกสนใจของอ๊อดเวลาที่เขาได้พบกับตัวละครตัวนี้ เพราะเขาโตมากับพวกกลุ่มชนเผ่าทะเลทางใต้ ที่เราอิงมาจากชาวเผ่ามอแกน พอเขามาเจอเสี่ยวหลานซึ่งเป็นผู้หญิง ผิวขาว สวย หมวยแบบที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ก็เกิดความสนใจมากกว่าคนพื้นเพเดียวกันที่เคยเจอ

 

ทำไมจึงเลือกใช้เซ็ตติ้งของเกาะทางภาคใต้

ตามเนื้อเรื่องนะครับ เนื้อเรื่องหลักมันเกิดขึ้นที่ใจกลางอาณาจักรซึ่งเราเปรียบเสมือนว่ามันคือภาคกลาง ทีนี้ตอนที่เราเขียนเรื่องเนี่ย พี่อยากให้เรื่องนี้มันพาคนดูไปเห็นหลายๆ ส่วนในโลกของ ๙ ศาสตรา หรือของประเทศไทยนี่แหละ แล้วโลเคชั่นที่เรารู้สึกว่าต่างชาติน่าจะประทับใจก็คือทะเลใต้ของเรา

อีกอย่างหนึ่งคือ คุณพ่อคุณแม่พี่ก็เป็นคนใต้ทั้งคู่ ตัวเราเองเกี่ยวพันกับความเป็นคนใต้อยู่แล้ว เลยรู้สึกว่ามันก็ไม่เลวนะถ้าเราจะเริ่มต้นจากการที่ตัวพระเอกโดนกระแสน้ำพัดไปที่หมู่เกาะทางใต้ พออ๊อดตั้งต้นจากพื้นที่ห่างไกลมากๆ แล้วก็ค่อยๆ ฝ่าฟันจนถึงศูนย์กลางของอาณาจักร มันก็ช่วยเล่าถึงตัวละครที่มีพัฒนาการขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างการเดินทางด้วย

นอกจากโลเคชันแล้ว งานอาร์ตส่วนใหญ่ในเรื่อง พี่จะเป็นคนสเก็ตไกด์ให้คนในทีมก่อน เพราะเราต้องมีภาพพวกนี้อยู่ในหัวอย่างชัดเจนอยู่แล้วตั้งแต่ตอนที่เขียนบท ว่าสถานที่นี้เป็นยังไง ตัวละครนี้เป็นใครมายังไง เป็นลูกของใคร อย่างเสี่ยวหลานเนี่ย ภาพในหัวชัดมาก ทรงผมจะต้องไถเปิดข้าง เจาะจงเลยว่าชุดเกราะจะต้องดูเซ็กซี่ และเธอมีอาวุธประจำตัวเป็นอะไร เพราะอะไร หรืออย่างยักษ์พี่น้องทั้งสองตัวก็ต้องใช้กระบองเหมือนกันทั้งคู่ แต่สุดท้าย ยังไงกระบองของคนน้องก็ต้องสู้กระบองของพี่มันไม่ได้ นี่คือนัยยะที่เราใส่เข้ามา

 

งานอาร์ตที่ชอบที่สุดของเรื่องนี้คืออะไร

ส่วนตัวที่พี่ชอบมากๆ ในเรื่องคือโลเคชันของเทหะยักษา เพราะตอนที่เขียนเรื่องเนี่ย ตัวละครทุกตัวเราตั้งใจให้มันมีความเป็นมนุษย์ปุถุชนในแบบของตัวเอง อย่างเทหะยักษาเนี่ย แม้จะมีความเหี้ยมโหด ทำสิ่งความเลวร้ายต่างๆ กับเผ่าพันธุ์มนุษย์ แต่ก็มาจากมายด์เซ็ตของมันว่านี่แหละคือสิ่งที่ถูกต้องของเผ่าพันธุ์ยักษ์ที่ควรกระทำ เพื่อรักษาอำนาจของพวกตน ทุกอย่างที่ทำก็มีเหตุผลมารองรับ

 

 

เพราะฉะนั้น อะไรที่อยู่รอบตัวของเทหะยักษาต้องตอบสิ่งพวกนี้หมด อย่างเช่นบัลลังก์หรืออาสนะก็สะท้อนเลยนะว่ายักษ์นับถือศาสนาอะไร ซึ่งก็คือเทพอัคคี เราเลยจะเห็นรูปสลักเทพอัคคียืนตระหง่านด้านหลัง โพสท่าเหมือนโขนโบราณ ซึ่งอันนี้เป็นสเป็กที่สเก็ตช์ไว้เลยว่าต้องโพสท่าแบบนี้ เพราะว่าพี่รู้สึกว่ามันมีความเป็นไทยและเป็นท่าที่ทรงพลัง ดูคุกคาม ส่วนฐานของอาสนะก็จะเป็นรูปสลักยักษ์อ้าปากเหมือนแยกเขี้ยวคำรามอยู่ ซึ่งยักษ์ตัวนั้นเราก็ได้ไอเดียจากภาพจิตรกรรมรูปหนุมานกลืนกระบวนทัพ

ทั้งหมดนี้ต้องสอดรับทั้งหมด คนดูถึงจะเชื่อว่าตัวละครอยู่ในโลกของมันจริงๆ มันมีชีวิต มีแนวคิดของตัวเอง ของเผ่าพันธุ์มัน เผ่าลิงก็มีของตัวเอง พวกลวดลายบนเกราะก็มาจากพวกเถาต้นไม้ใบไม้ในลายไทย เพราะอาณาจักรของเผ่าพันธุ์ลิงอยู่บนต้นไม้ดึกดำบรรพ์ ส่วนแขนกลของลิงที่ดึงออกมาจากชุดเกราะก็เป็นความตั้งใจเหมือนกัน เพราะในวรรณคดีไทยเราจะเห็นว่าตัวละครที่มีอิทธิฤทธิ์และมีอำนาจจะมีจำนวนหน้าและจำนวนแขนที่เยอะ พอเป็นเรื่องของเรา เมื่อลิงจะแสดงพลังสูงสุดก็จะใช้แขนกลวิเศษของชุดเกราะเหมือนแยกแขนออกมาเพิ่ม เพื่อแสดงว่าตัวนี้อยู่ระดับบนสุดของอาณาจักรแล้ว

 

ในเมื่อทุกองค์ประกอบถูกออกแบบให้มีรายละเอียดมากขนาดนี้ มีวิธีสื่อสารแก่ทีมงานนับร้อยคนให้เห็นภาพตรงกันได้อย่างไร

นั่นเป็นหนึ่งในความยากของโปรเจ็กต์นี้ เพราะเรามีทีมงานจากภายนอกมาช่วยเยอะมาก แต่ละคน แต่ละทีมก็มีสไตล์ของตัวเอง มีความถนัดที่ไม่เหมือนกัน บางคนสามารถถ่ายทอดความเป็นไทยออกมาได้ดีแต่เป็นคนละสไตล์กับเรา หรือบางคนติดสไตล์แบบฝรั่ง เพราะเคยทำงานที่ต่างประเทศมา พี่เลยต้องนั่งหาไดเร็กชันกับอาร์ตติสที่อิกลูแล้วค่อยส่งตัวอย่างไปให้พวกเขาดูว่าความเป็นไทยแบบที่เราอยากได้เป็นยังไงกันแน่

ยิ่งการอนิเมท ยิ่งเป็นสิ่งที่ยากที่สุด เพราะองค์ความรู้ของเรามาจากต่างประเทศ เป็นแบบที่เค้าประสบความสำเร็จมา แบบที่ทีมงานเคยชินก็จะออกมาในแบบของฝรั่ง ทั้งภาษากายและการเคลื่อนไหว เช่นมันมีการเคลื่อนไหวที่เป็นเส้นโค้ง ดูสวยงาม แต่มันดูไม่ใช่ไทย ยิ่งเป็นแอ็กชันแบบมวยไทยแล้ว เราต้องการการเคลื่อนไหวที่ดูแล้วอิมแพ็กต์ มีพลัง เราทำหนังแอ็กชัน ต้องตอบโจทย์ให้ได้ว่าคนดูต้องรู้สึกเหมือนดูมวยจริง ต้องมีความดิบและดุ ตอนสู้นี่ต้องสู้แบบรู้สึกว่าสู้กันจริง ให้ลุ้นกันมือจิกเบาะเลย

เพราะงั้นคำตอบสำหรับงานทุกอย่างก็คือการใช้พลังกายพวกเรานี่แหละเข้าไปแลก (หัวเราะ) คือตลอดเกือบสี่ปี ทีมงานเราละเอียดกันทุกขั้นตอนจริงๆ ไม่ได้ปล่อยผ่านกันง่ายๆ เลย สำหรับพี่จะถือคติในการทำงานว่าไม่ว่าจะทำอะไรออกมาก็จะทำให้มันดีที่สุดไปเลย ตัวพี่เองก็จะมีคิวตารางการตรวจงานของทุกแผนกนะ คืออาทิตย์นึงพี่ต้องได้เจอโปรดักชั่นครบทุกแผนก ทุกวันจะต้องนั่งประจำอยู่ที่ห้องประชุม คอยตรวจงาน ให้คอมเมนต์ แก้ ปรับ และในขณะเดียวกันก็ต้องคอยรักษากำหนดการที่โปรดิวเซอร์วางไว้ด้วย เพราะมันมีเรื่องของเดดไลน์และงบประมาณที่เขาต้องดูแลด้วย

 

 

ทีมงานมีวิธีบาลานซ์ความเป็นไทยดั้งเดิมกับจินตนาการที่สร้างใหม่อย่างไร

อย่างที่บอกว่าสิ่งที่เราเห็นในหนังทั้งหมดมาจากการอ้างอิงของศิลปะไทยแต่เอามาเขียนใหม่หมด บางอย่างเราก็ต้องตัดทอน เลือกเก็บเฉพาะบางส่วน เช่นคงฟอร์มที่มันใหญ่ๆ เห็นได้ชัดๆ หรือบางอย่างก็ดันให้มันออกมาโอเวอร์ไปเลย แต่ทั้งหมดนี้ ต้องคอยคุมโทนให้อยู่ภายใต้ความเป็นไทยแบบใหม่ให้ได้

ในช่วงเริ่มต้น ก็จะมีพี่ ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี ซึ่งเป็นศิลปินคนไทยที่มีชื่อเสียงมากอยู่แล้วมาช่วยดูให้ ทุกครั้งที่พี่เขามา ก็จะช่วยเช็ก มากระตุ้นทีมว่า เฮ้ย ไม่ได้ ต้องหาของใหม่ให้เจอ พี่ศักดิ์วุฒิคอยช่วยพรูฟจนมาถึงจุดนึงแกบอกว่า โอเค มึงไม่ต้องมาให้ดูแล้ว มึงทำกันได้ งานแบบนี้ต้องใช้สายตาของคนแบบนี้มาช่วย เพื่อสร้างความแน่ใจว่างานของเราต้องมีทั้งความเป็นตัวของตัวเอง รักษาความเป็นไทย แล้วก็มีความเป็นสากลอยู่ในนั้นด้วย

 

มองว่าการใส่ความเป็นไทยเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการทำแอนิเมชันไทยแค่ไหน

พี่ว่ามันไม่ได้เป็นความจำเป็นของแอนิเมชันไทยนะ แต่อาจจะเป็นความตั้งใจของอิกลูมากกว่า คือสำหรับพี่ที่เรียนสายออกแบบมา สิ่งหนึ่งที่พี่รู้สึกสบายใจที่จะทำคือการสร้างชิ้นงานที่มีรากเหง้าของตัวเราเองอยู่ในนั้น มันช่วยทำให้งานของเรามีความแตกต่าง และโดดเด่นในตลาดสากล นี่คือสิ่งที่พี่พยายามทำมาตลอดในทุกๆ โปรเจ็กต์ เพราะเราคิดว่าความเป็นไทยมันเท่มากเลย แล้วเราก็สังเกตเองด้วย ว่าจริงๆ แล้วชาติอื่นๆ เขาก็มีความภูมิใจในชนชาติของเค้าเองเหมือนกัน

ที่ผ่านมา คนไทยอาจเคยเห็นบางคอนเทนต์ที่เป็นไทยแล้วออกมาไม่เวิร์ก ดูคร่ำครึ แตะต้องไม่ได้ แต่อย่างโปรเจ็กต์นี้เราก็คิดว่าเราจะทำในแบบที่คนไทยทุกคนไม่เคยเห็นนี่แหละ เราอยากจะโชว์ให้เห็นว่ามันสามารถเวิร์กได้ด้วยงาน ๙ ศาสตราชิ้นนี้ อยากให้คนดูเรื่องนี้แล้วกลับไปพร้อมกับความรู้สึกว่าความเป็นไทยมันเท่ว่ะ รักในความเป็นไทยมากขึ้น คือจริงๆ แล้วมันมีความเป็นไทยอีกหลายอย่างที่เล่นได้ แล้วมีศักยภาพพอที่จะทำให้โดดเด่นในเวทีสากลได้ด้วย

 

ในการทำความเป็นไทยดั้งเดิมมาดัดแปลงและแต่งเติมจินตนาการให้เป็นของใหม่ มีแรงกดดันหรือต่อต้านจากคนแบบอนุรักษ์นิยมหรือไม่

ตอนนั้นขอใช้คำว่าปิดหูปิดตาทำดีกว่า (หัวเราะ) คือแค่ทำงานให้มันออกมาดีก็ยากมากอยู่แล้วนะ แล้วเราก็พยายามหาวิธีประนีประนอมแล้วด้วย คือเรื่องนี้มันไม่ได้เกิดขึ้นที่ประเทศไทย แต่มันเกิดขึ้นที่อาณาจักรรามเทพนคร ดินแดนสมมุติที่อ้างอิงศิลปะวัฒนธรรมมาจากกรุงศรีอยุธยาตอนปลายเฉยๆ พี่คิดว่าพอเราเริ่มต้นแบบนี้ เราควรมีสิทธิ์ที่จะตีความใหม่ มีสิทธิ์ที่จะเลือกว่าจะใช้อะไร ไม่ใช้อะไร หรือใส่จินตนาการอะไรลงไป อาจเป็นเพราะคิดแบบนี้เลยลดความกดดันลงไปได้เยอะ

 

๙ ศาสตราเป็นภาพยนตร์เรื่องยาวเรื่องแรกของที่นี่ มันมีความแตกต่างจากงานอื่นๆ ที่อิกลูเคยทำอย่างไรบ้าง

มันไม่เหมือนงานไหนที่เคยทำมาเลยนะ ที่ผ่านมา งานอื่นๆ ของอิกลูก็จะเป็นแอนิเมชันซีรีส์หรืองานเซอร์วิสที่ทำให้กับโฆษณา แต่สำหรับงานนี้เราต้องเอาชีวิตตัวเองเข้าไปแลก อันนี้พูดจริงนะครับ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เราได้รับมอบหมายหน้าที่ที่ใหญ่ขนาดนี้ มันตามมาด้วยเครียดและความรู้สึกว่ามันต้องออกมาดีที่สุด ต้องมีการบาลานซ์ความต้องการของทุกฝ่าย หาวิธีสื่อสารให้ทุกคนเข้าใจ และมองไปในทิศทางเดียวกัน คอยทำให้ชิ้นงานเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายยอมรับ เรียกได้ว่าเป็นภารกิจที่หนักหน่วงมากที่สุด แบบเอาช่วงชีวิต 4 ปีของเราเข้าไปแลกมาเลยแหละ

 

มีความคาดหวังว่าในอนาคต ๙ ศาสตราจะเติบโตไปในทิศทางไหนในตลาดสากล

สำหรับพี่ที่เป็นทีมผลิตแล้ว สิ่งที่เราอยากเห็นที่สุดก็คือความประทับใจของคนดู เราอยากเห็นคนไทยที่ได้ดูแล้วประทับใจ ส่งต่อโอกาส เชิญชวนให้คนไทยคนอื่นๆ เข้ามาดูกันมากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่ดีที่สุดคือต้องการให้มันอิมแพ็กต์กับคนทั้งประเทศ แล้วมันออกไปอิมแพ็กต์ต่อข้างนอกได้ นั่นจะกลายเป็นความสำเร็จมหาศาล พี่เองก็ไม่กล้าจินตนาการว่ามันจะไปได้ถึงไหนนะ แต่อย่างน้อยในประเทศไทยเอง หนังเรื่องนี้มันน่าจะเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างในสังคมไทยเราได้ เช่น แนวคิดต่อผลงานของคนไทยด้วยกันเอง เปลี่ยนแปลงคนไทยบางคน ที่คิดว่าความเป็นไทยมันมีข้อจำกัด มันไม่เท่ หรืออะไรแบบนั้น

สำหรับทางเอ็กซ์ฟอร์แมตที่เป็นเจ้าของโปรเจ็กต์ พี่ก็อยากให้ความสำเร็จที่จะเกิดขึ้น ช่วยพิสูจน์ว่าวิสัยทัศน์ของเค้ามันเวิร์ค ทางพี่ๆ เขาจะได้มีกำลังใจทำโปรเจ็กต์ต่อๆ ไป มันจะเกิดเป็นโอกาสสร้างงานในอุตสาหกรรมแอนิเมชั่นของไทย และโปรดักชันส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกันหมด ไม่ว่าจะเป็น เพลง การแสดง การตัดต่อ  มันก่อให้เกิดอะไรได้อีกเยอะแยะมาก

 

และนี่คือความคิดที่อยู่เบื้องหลังความเป็นไทยโฉมใหม่สุดอลังการอย่าง ๙ ศาสตรา ที่พิสูจน์ว่าเรื่องไทยๆ ก็เท่ได้ และอนิไทม์ก็ขอเชิญชวนให้คุณผู้อ่านทุกท่านได้ลิ้มลองความมันส์ด้วยตนเองในโรงภาพยนตร์นะคะ หรือทดลองอ่านบทรีวิวของเรากันก่อนก็ได้ค่ะ 🙂

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *