เป็นเวลาหลายปีแล้วที่แมวสีม่วงที่มีดวงตาเปล่งประกายเป็นแสงดาวตัวหนึ่งได้ปรากฎตัวอยู่บนเฟซบุ๊กและงานโดจินชิต่างๆ มิสไนท์ คือคาแรคเตอร์แมวที่ใครเห็นเป็นต้องจำได้ และเป็นผลงานของคุณบุ๋ม Cat’seye ART วันนี้เราขอชวนคุณผู้อ่านมารู้จักกับเธอและมิสไนท์กันให้มากขึ้นกันค่ะ

 

ทำไมถึงใช้นามปากกาว่า Cat’seye ART

ที่มาของชื่อแคทอาย ตั้งมาตั้งแต่ประถม หานามปากกามาเขียนการ์ตูน เปิดดิกเจอคำว่าแคทอาย แปลว่าอัญมณีเพชรตาแมว เราชอบมาก เท่ดี ก็เลยเอามาใช้เป็นชื่อ ต่อมาก็พบว่ามีคนใช้ชื่อแคทอายเต็มไปหมด ก็เลยเติม Art ไปด้วย ปัจจุบันอยากเปลี่ยนก็ทำไม่ได้แล้ว กลัวคนจำไม่ได้ ในอนาคตอาจจะรีแบรนด์แล้วใช้ชื่อย่อเอา

 

เล่าความเป็นมาของมิสไนท์ให้ฟังสักหน่อย

ตอนแรกเราวาดเป็นคาแรคเตอร์แมวน่ารักๆ สำหรับเป็นตัวแทนเวลาไปขายของ เราเริ่มจากแมวดำเฉยๆ แล้วคิดไปเรื่อยๆ คิดเป็นปี บางทีก็คิดระหว่างอาบน้ำ กินข้าว เดินทาง นู่นนี่นั่น แต่ไม่ได้คิดเป็นสตอรี่ยาวๆ แค่ตั้งใจให้มิสไนท์เป็นตัวแทนของการมองโลกในแง่ดี ถึงคนทั่วไปจะไม่ชอบแมวสีดำ แต่คนจะชอบมิสไนท์ได้ด้วยการเปิดใจ มองโลกในแง่ดี ต่อมาตอนเรียนนิเทศศิลป์ก็เอามาใช้ในธีสิส โปรเจ็กต์คาแรคเตอร์ดีไซน์

มิสไนท์สมัยเป็นธีสิส

ตอนนั้นก็มีไอเดียสำหรับธีสิสหลายอย่าง จะให้มันเป็นเพื่อนกับคนทำงานกลางคืนดีไหม ต่อมาก็ปรับให้เป็นเพื่อนกับเด็กตอนกลางคืน เป็นหัวข้อคาแรคเตอร์ดีไซน์ที่ช่วยแก้ปัญหาเด็กที่กลัวช่วงเวลากลางคืน เพราะเราสังเกตว่าเด็กจะกลัวการเข้านอนตอนกลางคืนคนเดียว ไปหาข้อมูลว่าทำไมเด็กกลัวช่วงเวลากลางคืน สัมภาษณ์หมอเด็ก ไปโรงเรียนประถมทำแบบสอบถาม ก็ได้รู้ว่าเด็กมีจินตนาการฟุ้งซ่านกว่าผู้ใหญ่ จะนอนทีก็ฟุ้งซ่านว่านอกหน้าต่างมีอะไรหรือเปล่า ใต้เตียงมีอะไรหรือเปล่า ก็เลยเอาคาแรคเตอร์ดีไซน์มาใช้แก้ปัญหาตรงนี้ เป็นมิสไนท์ที่จะคอยช่วยตื่นมาดูแลเด็กๆที่เข้านอน เด็กๆจะได้หลับได้อย่างสบายใจ

แล้วหลังจากนั้นก็ได้ตัวละครใหม่มาสองตัว คือค้างคาวกับกระต่ายแต่เสนอธีสีทไม่ผ่านเพราะมันน่ากลัวเกินไปสำหรับเด็ก เลยได้มาเป็นหนูกับนกฮูก เพราะเด็กกลัวนอกหน้าต่าง ก็เอานกฮูกไว้นอกหน้าต่าง มีหนูไว้บนหลังคาเพราะเด็กกลัวสัตว์ประหลาดบนหลังคา ส่วนมิสไนท์ก็ประจำตำแหน่งอยู่ใต้เตียง

มีทำของเล่นด้วยนะตอนทำธีสิส ทำคทาไว้ไล่ฝันร้าย เป็นดรีมแคชเชอร์ จริงๆ ตอนส่งธีสิสนี่โดนแก้มาเยอะ เพราะอาจารย์ตอนดูแลธีสิสของเราคนแรกลาออก เราก็ได้คนอื่นมาดูแลซึ่งไม่ได้รู้เรื่องคาแรคเตอร์เรื่องการ์ตูนเลย แต่ก็ได้มุมมองอื่นๆ มาหลายอย่างเหมือนกัน ได้มุมมองของคนทั่วไปที่ไม่ได้คลุกคลีอยู่ในวงการการ์ตูน ตอนนี้จบมาหลายปีแล้ว แต่ก็ยังคงทำมิสไนท์ต่อมาเรื่อยๆ ปรับคอนเซ็ปต์มาบ้างเพื่อให้เข้ากับงานปัจจุบัน

 

เบื้องหลังของการดีไซน์ให้มิสไนท์เป็นแมวสีม่วงอย่างทุกวันนี้เป็นอย่างไร

ตอนแรกวาดเป็นแมวดำ แต่สีดำใช้งานยากกับงานเราก็เลยเริ่มคิดใหม่ เรารู้ว่ากลุ่มตลาดที่ติดตามเราเป็นผู้หญิง ก็เริ่มปรับสี เป็นเทาผสมม่วง ม่วง จนปัจจุบันกลายเป็นม่วง คอนเซ็ปต์ของมิสไนท์ตอนนี้เป็นแมวน้อยที่เกิดจากความฝันยามค่ำคืน เป็นแมวสีท้องฟ้าตอนกลางคืน ไม่ใช่แมวสีม่วงนะจะบอกให้! สีเลยเปลี่ยนไปได้เรื่อยๆ ม่วงเข้ม ม่วงอ่อน ฟ้า ดำ นู่นนี่ แล้วแต่จะมิกซ์กับคอนเซ็ปต์อะไร

ส่วนตาเอามาจากดวงตาสีเหลืองของแมวดำ แรงบันดาลใจจากแมวที่นั่งอยู่บนหลังคาตอนกลางคืนซึ่งตัวกลืนไปกับท้องฟ้า มีดวงตาส่องแสงเป็นประกายเหมือนดวงดาว ส่วนกระดิ่งสีทองเพราะชอบโดราเอมอนมาก ก็เลยเลือกใช้สีกระดิ่งสีทองแบบที่โดราเอม่อนใส่ มันเป็นสิ่งที่ทำให้เราระลึกถึงจุดเริ่มต้นของการวาดรูปของเรา

 

ทำไมชอบโดราเอมอน

ชอบมากตั้งแต่เด็ก อ่านหนังสือการ์ตูนโดราเอม่อนเป็นเรื่องแรกในชีวิตเลย อ่านตั้งแต่ยังอ่านหนังสือไม่ออก เราร่างกายอ่อนแอไปเล่นอะไรหนักๆ ไม่ได้ เราก็โตมากับการอ่านการ์ตูน วาดตาม โดยเฉพาะโดราเอมอนซึ่งเราชอบมากเพราะเป็นงานที่ใครก็อ่านได้ อยากจะเขียนงานให้ได้แบบเขาบ้าง เป็นเรื่องที่สอดแทรกอะไรหลายๆ อย่างไว้ในเรื่องเยอะแยะ โดราเอมอนสอนอะไรเราเยอะมาก การสอดแทรกข้อคิดเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ เราอ่านเราก็ซึบซับมันเข้ามาเอง

 

แล้วที่มาของชื่อมิสไนท์ล่ะ

ชื่อมิสไนท์ มาจากตอนแรกจะตั้งชื่อว่ามิดไนท์ (Midnight) ที่แปลว่าเที่ยงคืน แต่ว่าเอามาดัดแปลงนิดหน่อย อยากตั้งชื่อที่ล้อกับคำน่ารักๆ แบบในมายลิตเติ้ลโพนี่ ให้ดูเป็นผู้หญิง เลยเอามิส (Miss) ใส่ลงไปแทนเป็นมิสไนท์ (Missnight)

 

คิดว่าสิ่งสำคัญของการออกแบบคาแรคเตอร์คืออะไร

คาแรคเตอร์ดีไซน์ต้องเป็นที่จดจำ ออกแบบตัวละครที่คนเห็นหน้าแล้วจำได้ ตอบสนองความต้องการของคนได้ เมื่อก่อนคนจะชอบของน่ารัก เฮลโลคิตตี้ มายเมโลดี้ ไรพวกนี้ แต่เดี๋ยวนี้ที่ไหนก็มีของน่ารัก เราก็จะเห็นซานริโอ้หันไปเปิดไลน์ที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคน อย่างไข่ขี้เกียจ หมีริลักคุมะ เพราะรู้สึกเหมือนตัวเอง ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของตัวเอง

ถ้าถามว่ามิสไนท์ตอบสนองไลฟ์สไตล์อะไร เราออกแบบมาเพื่อให้มันเป็นเพื่อนตอนกลางคืน ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อให้มันน่ารักสุด ให้มันมีความร้ายบ้างโดยไม่รู้ตัว ร้ายน่ารักๆ ทุกวันนี้ไปขายตามงานก็มีคนจำได้ มีเด็กมาหยิบบอกนี่มิสไนท์เราก็ดีใจ จำชื่อคาแรคเตอร์เราได้ เลยคิดว่าการเป็นที่จดจำน่าจะเป็นประเด็นหลักที่สุด

 

เป็นคนชอบแมวขนาดไหน

แม้แต่ตอนมานั่งสัมภาษณ์นี้ก็ยังมีขนมแมวอยู่ในกระเป๋า ที่บ้านมีแมว 4 ตัว ชอบตั้งแต่จำความได้ ทำไมชอบก็ไม่รู้ ทั้งที่ตอนเด็กๆ พ่อแม่ไม่ให้เลี้ยง ตั้งแต่เด็กก็วาดแมวมาตลอด ตั้งแต่วาดเล่นกับเพื่อน เมื่อก่อนจะมีวาดหมาบ้าง แต่ตอนนี้เหลือแต่แมว วาดแมวสีม่วงครั้งแรกส่งครูตอนป.6 ส่งการบ้านวิชาภาษาไทย

เลี้ยงแมวตัวแรกตอนประมาณม.3 คือคุณหญิงบัว ตัวเดียวกับในเพจ ‘คุณหญิงแมวกับนางทาส‘ ซึ่งจะเป็นอีกมุมหนึ่งของเราที่ชอบความเป็นไทย ชอบอะไรที่เป็นไทยที่เข้ากับความสากล

คิดว่าตัวเองเป็นทาสแมวไหม

น่าจะเป็นแหละ (หัวเราะ) เพราะแมวจะเอาแต่ใจมาก ใช้คำนี้ตั้งแต่สมัยที่คำนี้ยังไม่บูม ก็วาดให้คุณหญิงบัวใส่ชุดไทย มีสไบคาดแล้ววาดตัวเองเป็นนังทาสในชุดไทย

 

ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ที่บ้านยอมให้เลี้ยงแมว

เป็นแผนของพี่สาว คุณหญิงบัวเป็นของขวัญวันเกิดที่พี่สาวหิ้วเข้ามาเลย พ่อกับแม่ตกใจมาก แต่เราดีใจ วิ่งไปซื้อของเล่น จับถ่ายรูปนู่นนี่ คุณหญิงบัวเป็นแมวตัวแรก สิบกว่าขวบแล้วปัจจุบันก็ยังอยู่

ตัวที่สองคือบราวนี่ สีน้ำตาล ตัวนี้เก็บมาจากปากซอย ตอนแรกก็สงสัยว่าเป็นแมวของบ้านอื่นหรือเปล่า เอาไปโยนไว้บ้านอื่น แต่สุดท้ายพี่สาวก็เก็บกลับมาบ้าน

ตัวที่สามคือแม่แมว น่าจะเป็นแมวเก่าของบ้านแถวนั้นที่เขาย้ายไป แต่เห็นมันมาอยู่แถวบ้าน จนบราวนี่ไปกัดมัน เลยพามันไปหาหมอแล้วก็รู้ว่ามันท้องก็เลยเลี้ยงไป ออกมาเป็นตัวที่ 4 ก็คือเบอร์รี่ ตอนนี้ทุกคนที่บ้านชอบแมวไปหมดแล้ว จนเราต้องกลายเป็นคนห้ามพ่อไม่ให้ของกินแมว ห้ามไม่ให้แม่ไปเก็บแมวมาเพิ่ม

 

 

ตั้งแต่เริ่มต้นทำของมิสไนท์ขาย ครอบครัวว่าอย่างไรบ้าง

พ่อไม่ค่อยชอบให้ขายของ เขาจะไม่พูดว่าห้ามทำ แต่เขาจะบอกอ้อมๆ ประมาณว่า ทำฟรีแลนซ์อยู่บ้านได้เงินเยอะก็ดี ไม่ต้องไปขายหรอก แต่เราก็จะออกไปขายอยู่ดี ส่วนแม่มักจะเอามิสไนท์ไปโปรโมตบ่อยๆ ไปญี่ปุ่นก็เอาผ้าพันคอเราไปพันเดินด้วย

 

นอกจากทำของมิสไนท์แล้วคุณบุ๋มทำอะไรบ้าง

ทุกวันนี้ก็ทำภาพประกอบ โลโก้ เพนต์ผนัง ออกแบบซีไอ ใครจ้างไรมาแล้วมันน่าสนุกเราก็ทำ ทำเกมก็เคยทำ เป็นเกมมือถือ

อีกอย่างก็คือทำเพจ นอกจากเพจหลักแล้วก็มีเพจอื่นๆ สไตล์งานหลากหลาย สนุกดีนะเพราะเราได้ลองทำงานหลายแนว แต่ก็ต้องแยกเพจเพื่อให้คนตามสามารถตามเฉพาะส่วนที่เขาชอบได้ ส่วนตัวเราชอบมิสไนท์มากที่สุด ทิ้งไม่ลง คงจะทำงานอื่นเพิ่มแต่ก็ไม่ทิ้งมิสไนท์

 

ทุกวันนี้เข้าใจจิตใจแมวมากขึ้นหรือยัง

มากขึ้น ตั้งแต่ยังไม่มีแมวเราก็หาข้อมูลแมวเก็บไว้ พอมีเราก็ยิ่งหาข้อมูลมากขึ้น เห็นทุกแง่มุมของแมว จะดีจะชั่วก็รู้หมด แมวมันไม่ได้น่ารักตลอดเวลา เวลามันเหี้ยมันก็เหี้ย

ความน่ารักของแมวนี่นอกจากหน้าตาน่ารักแล้วยังไม่รู้เลยว่ามันน่ารักยังไง (หัวเราะ) แต่เราก็ชอบนิสัยที่มันเป็นแบบนี้แหละ มีความเย่อหยิ่ง มาเฉพาะอยากได้เวลาที่รัก หมดค่าก็ไป แล้วแมวที่เราเลี้ยงมาแต่ละตัวก็มีนิสัยไม่เหมือนกัน พอได้เลี้ยงแล้วมันถึงจะได้สัมผัสถึงรายละเอียดตรงนี้

อย่างที่หลายคนชอบบอกว่าแมวชอบให้เกาคาง แต่ที่บ้านเรามีแค่คุณหญิงบัวตัวเดียวที่ให้เกาคาง ตัวอื่นนี่ไม่ชอบเลย แต่กับคนอื่นคุณหญิงบัวเขาจะหยิ่งมาก จับต้องไม่ได้เลย โดนกัดชัวร์ พาไปหาหมอทีไรหมอเกี่ยงกันฉีดยาให้ทุกที หรืออย่างบะรี่นี่เวลาเรียกมันจะหันแค่ตา ทำให้ถ่ายรูปออกมาแล้วน้องดูตาเหลือกๆ

แต่อยู่กับแมวบ่อยๆ บางทีก็มีข้อเสีย เพราะเราอยู่กับมันทุกวันเราไม่รู้สึกแปลก แต่กับคนอื่นเขาไม่ได้รู้สึกเหมือนกัน ก็ต้องมาปรับจูนกันสักหน่อยว่าสำหรับคนอื่นเรื่องแบบนี้มันแปลกนะ เขาไม่ค่อยได้เจอกัน

 

แปลกที่ว่ามีเรื่องอะไรบ้าง

ความวินาศที่สุดที่เคยเจอคือ บะรี่มันโดดขึ้นไปบนทีวีเพื่อจะนอน แต่ทีวีเป็นจอแบน บะรี่ก็อ้วน ตัวหนัก ทีวีก็ล้มโครม นึกว่าจะต้องซื้อใหม่แล้ว หรือเคยโดนกัดเป็นแผลใหญ่ เพราะบราวนี่มันหงุดหงิดหมา มันจะไปกัดกับหมา เราก็เข้าไปห้าม มันหงุดหงิดมันก็เลยหันมากัดเราแทน

แมวที่บ้านเอาแต่ใจมาก อาจจะเพราะเกิดโตในบ้านเลยไม่รู้ว่าโลกข้างนอกมันโหดร้าย ถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่เคยเลี้ยงมาก่อนคงงงไปแล้วว่าเราจะเลี้ยงแมวทำไมถ้าสร้างแต่ความพินาศขนาดนี้

แย่ที่สุดคือเราเคยเผลอขู่ฟ่อใส่เพื่อนสมัยมัธยม เพื่อนนี่งงไปเลยว่าเราทำอะไร ตอนนั้นอายมาก คือมันเป็นไปเองโดยธรรมชาติเพราะเราอยู่กับแมวมากเกินไปเผลอจำพฤติกรรมแมวมาใช้ ตอนนี้โตแล้วต้องตั้งสติให้ดีๆ จะได้ไม่เผลอทำอีก (หัวเราะ)

เห็นว่าเมื่อไม่นานนี้ออกสินค้าใหม่เป็นไข่แมวสามมิติ คิดว่าไข่แมวเป็นส่วนที่น่ารักที่สุดของแมวรึเปล่า

แมวมันเป็นสิ่งที่น่ารักไปจนถึงไข่เลยนะ สัดส่วนระหว่างตัวกับไข่มันกำลังดี ไม่เหมือนหนูหรือกระรอกที่ตัวนิดเดียวแต่ไข่ใหญ่มาก ใหญ่จนเราไม่อยากยุ่งกับมัน เสียดายแมวที่บ้านทำหมันหมดแล้ว เลยไม่มีไข่แมวให้เล่น

พูดถึงพวงกุญแจไข่แมวแล้วก็มีได้อะไรมาเยอะเหมือนกันจากการลองทำสินค้าตัวนี้ ไข่แมวสามมิติเนี่ยมันเริ่มมาจากแรงบันดาลใจส่วนตัว แล้วเราก็ต้องเลือกวัสดุ อย่างอันนี้เราเลือกใช้ซิลิโคนให้มันหยุ่นๆ ก็ต้องไปศึกษาว่าซิลิโคนมีกี่ชนิด คุณสมบัติต่างกันยังไง ทำแล้วออกมาสัมผัสเป็นยังไง ก็พลอยรู้อะไรหลายอย่างไปด้วย

ทำไมถึงทำสินค้าส่วนใหญ่เป็นงานแฮนเมด ไปหาวิธีทำมาจากไหน

เราสังเกตว่างานที่เราเห็นในตลาดคนการ์ตูนทุกวันนี้ส่วนใหญ่จะเริ่มมาจากฝั่งผู้ผลิตทำอะไรได้บ้าง มีอะไรทำขายได้เด็กก็จะตามไปทำ แต่เราจะเริ่มจากการดูตลาดสินค้าว่าเค้ามีอะไรออกใหม่ๆ มากันบ้างนะ บางทีเราก็ชอบไปเดินดูแผนกซานริโอ้ตามห้าง เดินดูร้านขายของกระจุกกระจิก หาไอเดีย เราอยากทำแบบนี้บ้างเราจะทำยังไง เอามาต่อยอดเป็นไอเดียของคาแรกเตอร์ตัวเอง พอได้ไอเดียก็คิดว่าจะเริ่มทำยังไงให้ได้ชิ้นงานที่ต้องการ เริ่มหาวิธีการทำสินค้า ใช้วัสดุอะไร จะใส่ภาพวาดลงไปบนชิ้นงานยังไง ต้องดีลกับใครบ้าง

สำหรับเรา เราจะพุ่งเข้าหาสิ่งที่อยากได้ จะไม่รอมันเข้ามา อยากทำอะไรก็พุ่งเข้าใส่ ไปหาวิธีทำ แล้วเราก็พยายามจะขยายวงการให้มันหลากหลายไปด้วยแหละ ไม่อยากให้มันมีแต่ของเดิมๆ อย่างพวงกุญแจ สมุด ส่วนใหญ่ก็เริ่มจากแพชชันก่อนแหละ

ลูกค้าหลายคนก็ชอบงานทำมือด้วย ก่อนหน้านี้เรานึกว่าคนทั่วไปจะชอบพวกงานสำเร็จรูปที่ดูเนี้ยบๆ มากกว่า แต่กลายเป็นว่าของสำเร็จรูปนี่ที่ไหนก็มีขาย มีคนชอบของทำมือมากกว่าที่คิด มันมีจำนวนจำกัด มีน้อยชิ้น มีคุณค่าให้สะสม อย่างเราก็เคยเย็บสันด้วยด้ายสีทอง มีไม่กี่เล่ม

อีกอย่างคือเราชอบดูงานของคนอื่น เวลาเราไปอีเวนต์ เราจะมองหาเพื่อนร่วมงานที่ทำงานที่ไม่ใช่สายงานเดียวกับตัวเอง เราไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง หาคนที่เก่งด้านอื่นมาทำในด้านที่เราทำไม่ได้ อย่างพวงกุญแจเซ็ตที่มีดอกไม้ทำจากพลาสติกอบประดับ ก็ทำกับร้านของเพื่อนที่เจอกันจากในงานคอสคอม เห็นเค้าทำงานอบพลาสติกได้ เราก็ลองคิดไอเดียงานของเราที่เข้ากับงานที่เพื่อนทำได้ จ้างเพื่อนทำเพื่อนก็ดีใจ เราก็ดีใจ

ทำของมาหลากหลายรูปแบบแล้วยังมีอะไรที่อยากทำแต่ทำไม่ได้อยู่ไหม

มีตุ๊กตา เคยเย็บเองได้แล้วตัวนึง แต่ลำบากมาก เบี้ยวแล้วเบี้ยวอีก พังไปเยอะมาก เราเลยทำขายเองเยอะๆ ไม่ได้ แต่จะสั่งโรงงานจำนวนมันก็เยอะไป ขั่นต่ำสั่งมาที 500 ตัวคงจะขายเองไม่หมด ไม่เหมือนพวกพวงกุญแจอะไรพวกนี้ที่เราทำเองได้

ตอนนี้กำลังจะทำกระเป๋า อยากจะขายของให้มันกว้างขึ้น เคยลองไปออกร้านขายที่สยามปรากฎว่าคนทั่วไปไม่ซื้อ ไม่มีใครซื้อพวงกุญแจราคา 70 บาท ตลาดที่เราขายทุกวันนี้คือทุกคนรู้ว่าต้นทุนมันสูง ทำจำนวนน้อยมันก็แพง ซื้อด้วยความเห็นใจด้วย แต่คนนอกเขาไม่รู้ ของชิ้นเล็กราคานี้เขาไม่ซื้อ เลยอยากจะปรับทำของชิ้นใหญ่ขึ้น ทำกระเป๋า เครื่องเขียน ทำอะไรที่เข้าถึงคนได้มากขึ้น

แล้วก็มีสติกเกอร์ไลน์ที่เราก็อยากทำอยู่ แต่รอให้มิสไนท์ดังกว่านี้ ไม่งั้นปล่อยสติกเกอร์มามันก็ไม่มีคนโหลดแล้วสติกเกอร์เราก็จะตกอันดับอย่างรวดเร็ว

 

มีอะไรที่ทำออกมาแล้วขายดีมาก

พวงกุญแจหางมิสไนท์ อันนั้นขายดีมาก ทำเท่าไหร่ก็ขายหมด แต่ทำไม่ไหว มันเป็นไหมพรมรวบเป็นกำ แล้วใช้แปรงขนแมวสางเป็นเส้นย่อยๆ ต้องทำตั้ง 30-40 กำกว่าจะรวบได้เป็นหนึ่งชิ้น ทำจนเจ็บมือก็เลยเลิกทำเพราะทำไม่ไหว กว่าจะได้แต่ละชิ้นมันนาน แต่อีกมุมหนึ่งนี่ก็คงเป็นจุดเด่นของเราที่งานของเราทำแฮนด์เมดทุกชิ้น ขนาดนี่พยายามจะเก็บไว้เป็นตัวอย่างให้ครบทุกรุ่น แต่บางอันก็ขายไปหมดหมดจริงๆ ขนาดคนทำยังไม่มีเก็บกับตัว

 

ออกอีเวนต์มีเหตุการณ์อะไรประทับใจไหม

มีคนมาซื้อของเราทุกออย่างอย่างละชิ้นเลย ลายซ้ำแต่สีต่างก็เอา ถามกระทั่งว่าตุ๊กตาไม่ทำขายด้วยหรอ ลงทุนให้เอาไหม แต่ตอนนั้นไม่ได้ตอบตกลงไปเพราะเราคิดว่าตอนนั้นยังเด็กอยู่ ตอนนี้เสียดายนิดหน่อย (หัวเราะ) หรือมีลูกค้าจำนวนนึงในเพจที่จะขอให้เก็บของไว้ให้อย่างละชิ้นเวลาเราออกเซ็ตใหม่เสมอๆ ด้วย ต้องขอบคุณที่ติดตามผลงานโดยที่ไม่ทิ้งกันไป ดีใจมากๆ

 

 

เคยพามิสไนท์ไปออกงานต่างประเทศพบข้อแตกต่างอะไรบ้าง

สิงคโปร์ชอบงานที่เป็นออริจินัลมากกว่า แต่ไทยกับมาเลย์ชอบงานแฟนอาร์ตมากกว่า ล่าสุดมิสไนท์ไปงานที่มาเลเซีย พบว่ามีกลุ่มลูกค้าผู้ชายที่ชอบของน่ารักๆ มาซื้อด้วย อันนี้เซอร์ไพรส์มาก ตอนแรกก็อยากไปตลาดต่างประเทศเอง แต่เราโง่ภาษาอังกฤษมาก อ่านแทบไม่ออกพูดไม่ได้เลย ชีวิตนี่เหลือสกิลแค่วาดรูปอย่างเดียว สกิลอื่นไม่ได้เลย (หัวเราะ) โชคดีที่ได้อาศัยคอนเนกชันพี่ๆ คนอื่นติดสอยห้อยตามไปด้วย ก็เป็นการทำงานร่วมกันอีกแบบ ฝากพี่เม่น Secret Garden ไปขายบ่อยๆ ได้ทาสแมวเป็นคอนเนกชันเยอะมากเพราะคนชอบแมวเยอะ สนิทกันง่าย

คิดว่าทำไมนักเขียนหลายคนชอบเลี้ยงแมว

เพราะนักเขียนน่าจะชอบสันโดษ ชอบอยู่คนเดียว หรือไม่ก็ต้องการสมาธิทำงาน ในขณะที่หมามันต้องดูแลเยอะกว่า ต้องพาไปเดินเล่น แมวมันไม่ต้องดูแลมาก ต่างคนต่างมีเวลาส่วนตัว นิสัยน่าจะเข้ากับนักเขียนที่ชอบอยู่คนเดียวมากกว่า

บางทีแมวมันก็กวนเวลาทำงานเหมือนกัน มานอนทับเมาส์ปากกา เราก็ต้องพักไปเล่นด้วยแป๊บนึง ซึ่งดี เพราะทำให้เราได้ลุกจากคอมมาบ้าง เล่นแป๊บเดียวแมวมันก็เบื่อ เราก็ได้กลับมาทำงาน มันก็พอดีสำหรับเรา สำหรับเราถ้าเป็นหมามันก็มากเกินไป ในขณะที่แฮมสเตอร์หรือปลามันก็น้อยไป แมวนี่แหละกำลังดีกับชีวิตแล้ว

 

มีความใฝ่ฝันเกี่ยวกับมิสไนท์อย่างบ้าง

เราอยากเป็นแบรนด์คาแรคเตอร์เป็นแมว มีแมวหลายๆ แมว ไม่ได้มีแค่มิสไนท์ อยากให้มิสไนท์มันสามารถเป็นแมสโปรดักด้วย อันนี้คือที่ฝันไว้แต่ไม่รู้จะทำได้ไหม เพราะน่าจะทำเองคนเดียวไม่ไหว ต้องมีนายทุน ต้องมีทีม แล้วตลาดก็ต้องพร้อมต้อนรับด้วย แต่ในขณะเดียวกันเราก็อยากให้มันมีส่วนแฮนเมดด้วย อยากให้มีคนมาซื้อจากเราโดยตรง ให้มันพิเศษกว่าซื้อจากห้าง กำลังหาจุดที่พอดีสำหรับงานตัวเองอยู่

เรายังไม่พอใจกับมิสไนท์ ยังไม่คิดว่ามันประสบความสำเร็จ เพราะมันน่าจะไปได้อีก ยังโตได้มากกว่านี้ เป็นเกม เป็นหนังสือ เป็นสินค้าต่างๆ เราอยากเอางานไปโชว์ที่ญี่ปุ่น เราไม่ได้อังกฤษเราก็จะพยายามให้ได้ญี่ปุ่นดู ตอนนี้ที่ใกล้ที่สุดคือมีแผนจะพามิสไนท์ไปลงตลาดมาเลเซีย อินโดนีเซีย และ สิงคโปร์

ตอนนี้ก็มีโอกาสดีๆ เข้ามา ช่วงกลางปีนี้จะมีงานรูปแบบใหม่ๆ ของมิสไนท์ที่ได้ร่วมงานกับทีมอื่นๆ ออกมาให้ชมกันด้วย เป็นงานที่ใหญ่เหมือนกันแต่ยังบอกไม่ได้ แฮ่ ฝากติดตามกันด้วยนะคะ

 

ถ้าชีวิตไม่มีแมวแล้วหรือเลี้ยงแมวไม่ได้ ทำยังไง

ถ้าหนูบัวเสียเราก็คงเฟลไปเหมือนกัน แต่คงไม่หยุดวาด คงหันไปวาดสัตว์สักชนิดแทน อาจจะเป็นกระต่ายเพราะนุ่มเหมือนแมว เราชอบสัตว์มาตั้งแต่เด็กแล้ว วาดคนก็จะเติมหูให้ วาดไข่มุก (BNK48) ก็เป็นเพนกวิน เดี๋ยวนี้เราก็พยายามแตกสายไปวาดแฟนอาร์ตมากขึ้น ให้กว้างขึ้น 

 

เคยจินตนาการไหมว่าถ้าไม่ได้วาดรูป จะไปทำงานอะไร

น่าจะเรียนทำอาหารทำขนม เพราะตอนนี้งานอดิเรกคือทำขนม เมื่อก่อนเรียนหนังสือมีงานอดิเรกเป็นวาดรูป เดี๋ยวนี้วาดรูปกลายเป็นงานหลัก เลยต้องหางานอดิเรกอื่น ก็ทำขนม ไม่ก็เย็บเสื้อผ้า ไม่มีทางไปสายวิทย์แน่ๆ

อยากบอกว่าเราชอบท้องฟ้า ชอบอวกาศ ชอบดาราศาสตร์มาก เรื่องราวของมิสไนท์เราก็อิงมาจากดาวในอวกาศหมดเลยนะ อย่างคอลเล็กชันสปิก้า มาจากดาวคู่ในราศีกันย์ซึ่งคอลเล็กชันนี้ทุกปีก็วางขายในเดือนกันยายนพอดี ใจชอบทางดาราศาสตร์แต่เราเรียนไม่ได้ เราได้ท็อปวิทยาศาสตร์ แต่เราตกเลขตลอดมาตั้งแต่ประถม ก็เลยรู้ตัวละ อ๋อ เรียนสายนี้ไม่รอด (หัวเราะ)

เอาจริงๆ ตอนจนๆ ก็มีคิดอยากเลิกทำงานวาดนะ ไม่มีกระทั่งตังค์จ่ายค่าไฟ แต่ต่อให้เลิกแล้วก็ไม่รู้จะไปทำอะไรเพราะชีวิตทำได้แต่วาดรูปอ่ะ (หัวเราะ) จากการทำงานเป็นฟรีแลนซ์ก็ได้รู้ว่างานมันมาเป็นช่วงๆ บางช่วงก็งานหนักทำไม่ทันถึงขั้นต้องจ้างเพื่อน ดูว่าใครทำงานอะไรเก่งก็แบ่งงานไป แต่ช่วงที่ว่างก็ว่างเลย ไม่มีงานไม่มีเงินเลย เราได้รู้ว่าเออ ฟรีแลนซ์มันไม่แน่นอน ต้องมีเงินเก็บบ้าง ใครที่อยากทำทางนี้ต้องวางแผนดีๆ

 

แล้วคิดไว้ว่าจะวาดรูปต่อไปอีกนานแค่ไหน

อีกสัก 10 ปีก็คงจะยังวาดรูปอยู่ แต่งานอาจจะเปลี่ยนไปตามยุคสมัยตามเงินที่ต้องใช้ แต่คงจะไม่ทิ้งมิสไนท์หรืองานที่ทำอยู่ปัจจุบัน เพราะส่วนนึงมันก็เป็นงานที่เราอยากทำ ก่อนหน้านี้ที่ทำคือมันเริ่มมาจากความอยากของเรา

ทุกวันนี้เราทำงานเพื่อสนองนี้ดตัวเองเป็นหลัก ถ้าไม่มีงานศิลป์ที่อยากทำเราก็คงจะเหี่ยว มันเหมือนเป็นตัวตน เป็นการแสดงจุดยืนของเราที่เราติดต่อกับโลกใบนี้ ใช้งานศิลป์เป็นสื่อ

สุดท้ายแล้ว คุณบุ๋มมีคำแนะนำให้คนที่อยากลองเข้ามาในวงการนักวาดอย่างไร

เราว่าเด็กรุ่นใหม่ๆ โตง่ายขึ้น เดี๋ยวนี้มีร้านทำสำเร็จรูปเยอะ เมื่อก่อนพวงกุญแจต้องทำเอง หนังสือก็ต้องเย็บมือเอง เดี๋ยวนี้มีช่องทางมากขึ้น ทำอะไรหลายอย่างง่ายขึ้น โรงพิมพ์ใหญ่ก็มาเปิดรับงานเล็ก พิมพ์เทคนิกพิเศษได้แล้ว ทำให้เราสามารถทำไอเดียใหม่ๆ ได้เยอะมาก อาจจะเป็นเพราะคนการ์ตูนรุ่นแรกๆ โตแล้ว ก็เริ่มกลายมาเป็นผู้ผลิตเองด้วย มาสนับสนุนตรงนี้ ก็เป็นโอกาสดีมากสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้น

คิดว่าทุกวันนี้มีคนเข้ามาวาดการ์ตูนเยอะขึ้น บางคนยังคงไม่มีสไตล์ไม่มีเอกลักษณ์ประจำตัวเท่าไร แต่เอกลักษณ์นี่แหละคือสิ่งสำคัญที่คนจะให้คุณค่าและรายได้กับเรา ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลากว่าจะหาเจอ อย่างน้อยมือใหม่ควรจะออกอีเวนต์เยอะๆ เพื่อให้คนจำได้ เพราะคนมันเยอะ ยิ่งเราเข้าถึงคนอื่นมากแค่ไหนคนก็จำเราได้มากขึ้น แค่นั่งอยู่หน้าเฟซบุ๊กเฉยๆ มันยาก ไม่จ่ายโฆษณามันก็ไม่ขึ้น แล้วเดี๋ยวนี้งานอีเวนต์ก็จัดถี่กว่าเมื่อก่อนมาก มีโอกาสก็คว้าไว้ให้เยอะๆ


และนี่ก็คือเบื้องหลังความตั้งใจและความน่ารักของมิสไนท์ ใครหลงรักแมวสีม่วงตัวนี้แล้วไปติดตามต่อที่เพจ Cat’seye ART ได้เลยค่า

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *