เมื่อวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา ทางทีมงานอนิไทม์ได้มีโอกาสไปงานเปิดตัวภาพยนตร์อนิเมชัน “มิไร มหัศจรรย์วันสองวัย” ที่ทางค่าย M Pictures ได้นำเข้ามาฉายในไทยให้แฟนๆ ได้อบอุ่นหัวใจกัน งานนี้ได้รับเกียรติจากผู้กำกับมากฝีมือ คุณโฮโซดะ มาโมรุ ผู้สร้างอนิเมชันชื่อดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็น The Girl Who Leapt Through Time, Summer Wars และ Bakemono no ko ที่บินตรงจากญี่ปุ่นมาให้สัมภาษณ์ถึงแรงบันดาลใจและที่มาของการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่งบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยแฟนๆ ที่มารอต้อนรับกันอย่างอบอุ่น อนิไทม์จึงได้บันทึกบทสัมภาษณ์ของผู้กำกับมาฝากคุณผู้อ่านที่กำลังลังเลว่าจะไปชมดีไหมหรือคนที่ไปชมแล้วอยากรู้อะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้กันค่ะ

ที่มาที่ไปกว่าจะมาเป็นภาพยนตร์อนิเมชัน “มิไร มหัศจรรย์วันสองวัย” ต้องใช้เวลาในการเตรียมตัวนานแค่ไหน?

ตั้งแต่ผลงานสุดท้ายของผม Bakemono no ko ได้จบลงไปเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว จากนั้นเตรียมตัวที่จะทำเรื่องนี้ต่อเลยครับ

ความยากง่ายในการทำภาพยนตร์เรื่องนี้?

เพราะว่าภาพยนตร์ในครั้งนี้ตัวเอกเป็นเด็กผู้ชายอายุ 4 ขวบ ด้วยความที่เขาเป็นเด็กเล็กมาก ตอนที่ได้ลงมือทำภาพยนตร์กับทางทีมงานก็ต้องพยายามนึกว่าเด็ก 4 ขวบ จะมองโลกด้วยสายตาแบบไหน จะมีความรู้สึกอย่างไร มีความรู้สึกใหม่ๆ ตรงไหนบ้าง ซึ่งการที่จะต้องเข้าให้ถึงความรู้สึกของเด็กเนี่ยเป็นเรื่องที่ยากเหมือนกัน แต่ก็รู้สึกสนุกดีครับ

แรงบันดาลใจในการสร้างภาพยนตร์?

เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับเด็กผู้ชาย แรงบันดาลใจก็เลยมาจากพวกลูกๆ ของผมเอง ตอนนี้ผมมีลูกอยู่ 2 คน คือลูกชายอายุ 5 ขวบ กับลูกสาว 2 ขวบ แต่ตอนนึกถึงไอเดียที่จะมาทำหนังเรื่องนี้ได้นั้น ลูกคนโตเพิ่งอายุ 3 ขวบ และคนเล็กเพิ่งเกิด ในตอนที่ผมพาลูกคนเล็กกลับบ้านมา ผมได้เห็นถึงสายตาของลูกคนโตในฐานะพี่ชายที่กำลังมองไปที่น้องสาว ทำให้ผมรู้สึกว่าเป็นอะไรที่แปลกใหม่มากสำหรับเด็กตัวเท่านี้ ก็เลยรู้สึกว่าลูกคนโตได้เจอกับสิ่งมหัศจรรย์เข้าแล้ว ผมจึงได้ไอเดียมาทำเป็นหนังเรื่องนี้ครับ

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นความสัมพันธ์ระหว่างพี่และน้อง แต่ผลงานเก่าๆ จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับพ่อแม่ ครอบครัว ครั้งนี้ทำไมถึงเลือกความเป็นพี่น้องมาสร้างภาพยนตร์?

เรื่องนี้จะเป็นเรื่องของเด็กผู้ชาย 4 ขวบ ที่ได้พบเจอกับเหตุการณ์มหัศจรรย์แล้วก็ทำให้ได้เห็นอีกมุมมองหนึ่งของสมาชิกต่างๆ ในบ้าน ว่าแม่ที่ขี้บ่นตอนเด็กๆ เป็นยังไง หรือว่าสุนัขที่เลี้ยงไว้ที่บ้าน จริงๆ แล้วมันคิดอะไรอยู่ ซึ่งการที่ได้ถ่ายทอดเรื่องราวพวกนี้โดยมีความสัมพันธ์ระหว่างพี่กับน้องเป็นตัวช่วยเชื่อมให้เรื่องมันดำเนินไปได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากครับ

ภาพยนตร์ มิไร มหัศจรรย์วันสองวัย ได้รับคัดเลือกให้ฉายในช่วง Director for night ที่เทศกาลหนังเมืองคานส์ มีความรู้สึกอย่างไรบ้าง?

เพราะว่างานนี้เป็นงานที่รวมภาพยนตร์จากทั่วโลก อีกทั้งแต่ละเรื่องก็คุณภาพดีทั้งนั้น ตอนที่ได้รับเลือกก็เลยรู้สึกตกใจมากเลยล่ะครับ แต่ว่าหลังจากที่ฉายภาพยนตร์จบ ผมก็ได้รับเสียงปรบมืออย่างอบอุ่นจากนักข่าวและทุกคนที่ทำงานในวงการภาพยนตร์ ก็เลยรู้สึกดีใจมากเลยครับ

หลังจากที่ชมภาพยนตร์จบคิดว่าผู้ชมจะได้รับอะไรจากเรื่องนี้บ้าง?

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับครอบครัว ซึ่งพวกเราทุกคนก็เคยเป็นวัยเด็กกันมาก่อน แล้วก็โตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่แต่งงาน มีลูก แล้วเราก็เลี้ยงลูก ซึ่งลูกเราคนนี้ก็จะโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ แต่งงาน มีลูกต่อ วนซ้ำกันอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ใช่ไหมล่ะครับ ซึ่งจากในเรื่องนี้ก็จะมีเหตุการณ์ต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะย้อนไปอดีตหรือมีเหตุบังเอิญเกิดขึ้น เพราะเหตุการณ์ทั้งหมดเหล่านี้จะมาเชื่อมต่อกันเป็นตัวเราทุกวันนี้ ก็เลยอยากให้ผู้ชมทุกท่านได้ลองมองย้อนคิดถึงครอบครัว คิดถึงตัวเองดูว่าก่อนที่จะมีเราในวันนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง หรือเรื่องบังเอิญหลายๆ เรื่องมาทับซ้อนกันจนเป็นเราในวันนี้ แล้วตัวเราเองก็ยังเชื่อมต่อไปยังอนาคตอีกว่าในอนาคตครอบครัวของเราจะเติบโตขึ้นไปในทิศทางไหน ผมจึงอยากให้ผู้ชมได้รับรู้ถึงการมีอยู่ว่า ถึงแม้เราจะเกิดเป็นครอบครัวเล็กๆ แต่เราก็เป็นส่วนหนึ่งของเวลาที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเราครับ

ทางด้านเพลงประกอบภาพยนตร์ เห็นว่านักร้องคนที่มาแต่งเพลงให้ เคยร่วมงานกันมาถึงสองครั้งในรอบ 9 ปีที่ผ่านมา ระหว่างคุณโฮโซดะ มาโมรุ กับ คุณยามาชิตะ ทัตสึโระ ที่เคยทำงานร่วมกันในภาพยนตร์เรื่อง Summer Wars ทำไมถึงต้องเป็นคุณทัตสึโระที่มาแต่งเพลงให้ในภาพยนตร์เรื่องนี้?

ผมคิดว่าคุณทัตสึโระสามารถแต่งเพลงได้อย่างน่าสนุกและดึงดูดใจของเด็กๆ ได้ และในครั้งนี้คุณทัตสึโระทำเพลงให้ถึงสองเพลงด้วยกัน ซึ่งทั้งสองเพลงเป็นเพลงที่สนุกสนานและน่าฟังมาก ผมรู้สึกขอบคุณเขามากเลยล่ะครับ

มีแผนสำหรับผลงานเรื่องถัดไปบ้างไหม?

มีครับ แม้แต่ตอนที่ผมนั่งสัมภาษณ์อยู่ตอนนี้ ผมก็ยังคิดอยู่ว่าเรื่องต่อไปจะทำเรื่องอะไรดี บางทีอาจจะได้แรงบันดาลใจจากคุณเองก็ได้ (หัวเราะ) ดังนั้น จึงอยากให้ผู้ชมติดตามผลงานของผมต่อไปด้วยนะครับ

ถ้าพูดถึงวงการอนิเมชันนั้นมีการแข่งขันค่อนข้างสูง ในทางญี่ปุ่นเองเป็นอย่างไรบ้าง?

วงการอนิเมชันญี่ปุ่นตอนนี้คึกคักมากและใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ครับ ตอนนี้ก็มีหลายๆ บริษัทเข้ามาร่วมด้วยและทำผลงานหลายเรื่องออกมา ทำให้มีหลายคนสนใจตรงนี้กันมากขึ้น ตอนนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่ดีมากของวงการอนิเมชันครับ

คำถามสุดท้าย ถ้าสมมุติว่ามีไทม์แมชชีนที่ทำให้คุณโฮโซดะ ได้ย้อนกลับไปในอดีตหรือข้ามไปอนาคตได้  อยากจะไปไหนและไปทำอะไร?

ลูกสาวคนเล็กของผมที่ตอนนี้อายุ 2 ขวบแล้ว ผมเลยอยากไปอนาคต อยากไปดูว่าลูกสาวจะเติบโตขึ้นมาเป็นเด็กแบบไหน เป็นผู้ใหญ่แบบไหน อาจจะน่ารักเหมือนมิไรจังก็ได้หรืออาจจะเป็นผู้หญิงที่เก่งสมาร์ทก็ได้ ซึ่งตรงนี้อยากจะลองแอบไปดูชีวิตเขานิดนึงน่ะครับ

ฝากผลงานถึงผู้ชมทุกคน

ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ภาพยนตร์ของผมได้เข้ามาฉายในเมืองไทย เพราะเรื่องนี้เป็นเกี่ยวกับครอบครัวเล็กๆ ของญี่ปุ่น แต่ว่าถ้าสื่อมวลชนและผู้ชมชาวไทยได้ดู ก็อยากให้ลองมองย้อนกลับไปถึงครอบครัวตัวเองดูครับ ซึ่งก็คิดว่าน่าจะมีส่วนที่คล้ายกันอยู่มาก ทำให้ดูหนังเรื่องนี้ได้สนุกมากขึ้น

ต้องบอกเลยว่าไม่ธรรมดาเลยจริงๆ กับบทสัมภาษณ์แบบละเอียดยิบเกี่ยวกับภาพยนตร์ที่เน้นไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองและครอบครัว ที่มีความเป็นพี่น้องเป็นน้องเชื่อมโยงและถ่ายทอดออกมาเป็นอนิเมชันแสนอบอุ่น เชื่อว่าถ้าได้ดูอนิเมชันเรื่องนี้แล้วล่ะก็ จะต้องได้แง่คิดและความประทับใจติดไม้ติดมือกลับบ้านอย่างแน่นอนค่ะ ส่วนใครที่ได้ดูแล้วอยากรู้ละเอียดเพิ่มเติมนอกเหนือจากในภาพยนตร์ สามารถไปอ่านต่อได้ในฉบับนิยาย หรือติดตามได้ใน 5 เรื่องเด็ดที่พบได้เฉพาะใน ‘มิไร มหัศจรรย์วันสองวัย’ ฉบับนิยาย กันได้ค่ะ

มิไร มหัศจรรย์วันสองวัย ฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *