home FEATURED, INTERVIEW [talk!] เรื่องเล่าบนลายเส้นอันประณีตของนักวาดสาวมากฝีมือ ‘HIRUNA’

[talk!] เรื่องเล่าบนลายเส้นอันประณีตของนักวาดสาวมากฝีมือ ‘HIRUNA’

วันนี้อนิไทม์ขอพาทุกท่านมาพูดคุยกับหนึ่งในนักวาดชาวไทยที่ใครๆ ต้องเคยเห็นผลงานของเธอและทึ่งในความสามารถของเธออย่างแน่นอน นั่นก็คือคุณ HIRUNA ซึ่งได้สร้างสรรค์ผลงานภาพวาดไว้มากมาย รวมถึงเว็บคอมิกมหากาพย์อย่าง Tales Of Vedius (เรื่องโดย Ja-im) ความสำเร็จทั้งหมดนี้เกิดขึ้นขณะที่เธอยังอยู่ในวัยเรียนนี่เอง แต่ว่า…กุญแจสำคัญที่ทำให้เธอมาถึงจุดนี้ได้คืออะไร มาติดตามเรื่องราวของเธอกันเลยค่ะ

เริ่มสนใจการวาดการ์ตูนได้อย่างไร

ชอบการ์ตูนค่ะ ตอนเด็กๆ ชอบวาดรูป แม่พาไปเรียนวาดรูปตั้งแต่ 4 ขวบ จริงๆ แล้วตอนเด็กๆ เราเรียนหลายอย่างมาก บัลเลต์ก็เรียน แอ็กติ้งเราก็เรียน แจสแดนซ์เราก็เรียน เรียนทางด้านศิลปะเยอะมาก แต่สิ่งเดียวที่เราเรียนแล้วไม่เลิกคือการวาดรูป พอโตขึ้นมาถึงจะไม่ได้เรียนแบบตอนเด็กๆ แล้วแต่การวาดรูปก็คือสิ่งที่เราทำมาเรื่อยๆ พอเราเข้ามาอยู่ในสังคมคนวาดรูปด้วยกัน เริ่มรู้จักคนเยอะขึ้น เราก็เริ่มมีคอนเน็กชันที่จะไปต่อ พอเปิดเพจก็มีคนเริ่มชวนให้ไปทำงานสำนักพิมพ์ ทำนู่นทำนี่ รวมถึงโคมิโค่ด้วย แต่หลังจากนั้นตอนอยู่ปี 2 ก็ระลึกได้ว่าชะตากรรมตอนปี 3 ต้องตายแน่ๆ ตอนนั้นหมดสัญญาพอดีก็เลยขอพักมาเรียนก่อน

แสดงว่าครอบครัวสนับสนุนมาโดยตลอดเลย

พ่อเรามองว่าถ้าเราชอบด้านไหนให้ไปด้านนั้นไปเลยและต้องไปให้สุด มีสิ่งเดียวที่เขาพูดกับเราเสมอคือเราจะทำอะไรก็ได้ แต่เราต้องดูแลตัวเองให้ได้และรับผิดชอบทุกการกระทำของเรา เราจะวาดรูป ทำงาน หรืออะไรก็ตามทำไปเลย แต่ต้องเรียนให้ดี หาเลี้ยงตัวเองได้

ทักษะการวาดรูปทุกวันนี้ได้มาจากการเรียนหรือฝึกฝนด้วยตัวเอง

ส่วนใหญ่มาจากการฝึกฝนด้วยตัวเอง จริงๆ เคยเรียนมังงะคอร์สตอนม.4 เพราะตอนนั้นเรามีแรงบันดาลใจจากการไปแข่งวาดมังงะตอนม.3 แล้วได้รางวัลชมเชย ก็เลยคิดว่าอยากเขียนการ์ตูนจริงๆ จังๆ ก็เลยไปเทคคอร์สประมาณ 10 ครั้ง ก็ได้ความรู้หลายอย่างที่เราไม่เคยรู้ ได้เทคนิกหลายอย่าง เพราะสมัยก่อนโซเชียลยังไม่เข้าถึงง่ายแบบสมัยนี้ พวกฮาวทูในยูทูบก็มีบ้างแต่ว่าก็ไม่ได้เยอะ ต้องเรียนด้วยตัวเองแล้วก็ได้รู้ว่าเทคนิกไหนสามารถประยุกต์ใช้กับงานแบบไหนได้บ้าง

จากนั้นก็มาจริงจังอีกทีตอนสอบเข้ามหาลัย ตอนนั้นต้องเรียนดรออิ้งจริงจังเลย เพอร์สเป็คทีฟก็จริงจัง กราฟิกดีไซน์ต่างๆ พอสอบเข้ามหาลัยได้ก็เรียนที่สถาบันสอนวาดรูป เรียนวาดฉากอย่างเดียวเลย คือพอวาดเป็นอยู่แล้วแต่เพราะเราต้องการรู้สิ่งที่แตกต่างจากเดิม มันช่วยให้เราทำงานเร็วขึ้น ใช้เครื่องมือต่างๆ เป็นมากขึ้น การเรียนต่างๆ มันขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของเราว่าเรียนเพื่ออะไร

จากการวาดเป็นงานอดิเรกกลายเป็นอาชีพที่มีคนจ้างจริงๆ ได้อย่างไร

มันเป็นความใฝ่ฝันของเรามากกว่า ตอนขึ้นม.3 เราก็มีความฝันตั้งใจแน่วแน่ว่าอยากเป็นอะไร ก็วางแผนแล้วทำตามสเต็ปก็ว่าไป ทำยังไงก็ได้ให้มาถึงจุดนี้

งานจ้างชิ้นแรกก็โหดอยู่ ตอนนั้นยังเป็นนักวาดหน้าใหม่ก็เลยทำงานค่อนข้างเยอะแต่ไม่ค่อยคุ้มค่าเหนื่อยเท่าไหร่ ตอนนั้นเรายังไม่รู้ว่าเรตเขารับจ้างกันเท่าไหร่ เพราะยังไม่รู้จักผู้ใหญ่ที่สามารถให้คำปรึกษาเยอะขนาดนั้น หลังจากนั้นถึงจะรู้ว่าเรตที่เรารับตอนนั้นอยู่ไม่ได้ (หัวเราะ) แต่มองอีกแง่หนึ่งก็คือเราได้เดบิวต์ในฐานะนักวาดการ์ตูน งานนั้นเป็นการ์ตูนสีสองเล่มจบ ในระหว่างนั้นเราก็ทำภาพประกอบนิยายไปด้วย ตอนนั้นก็ม.5 แต่ตีพิมพ์ตอนประมาณปี 1

ทุกวันนี้ฮิรุนะทำอะไรบ้าง

ทุกวันนี้เรียนค่ะ (หัวเราะ) แทบไม่ทำอะไรนอกจากเรียน รับจ๊อบบ้างนิดๆ หน่อยๆ ถ้ามีใครชวนไปเปิดเวิร์กช็อปก็ไป ที่เคยเปิดก็คอร์สฟิกเกอร์การ์ตูนแล้วก็ล่าสุดก็เป็นเวิร์กช็อปสีน้ำพาสเทลสไตล์ของเรา

 

ตั้งใจเรียนอย่างเต็มที่และมีคิวงานอยู่ตลอด ฮิรุนะมีการจัดการตัวเองอย่างไร

อย่างแรกคือเราจัดตารางเวลา เราต้องรู้ว่า ณ ตอนนั้นเราดีลกับใครไว้บ้าง มีงานอะไรบ้าง แต่เรื่องเรียนตอนมาเป็นอันดับ 1 งานทุกงานเราจะเคลียร์ตารางเพื่อโฟกัสกับการเรียนให้ได้มากที่สุดเพื่อให้เกรดไม่ต่ำกว่า B ไม่งั้นอาจจะโดนเฉ่งได้ (หัวเราะ) ต่อให้ต้องหยุดงาน เลื่อนจ็อบ หรือปฏิเสธงานไปเลยเราก็ทำ

ปกติจะรับงานเราจะถามเขาเสมอว่าเดดไลน์เมื่อไหร่ อันนี้เป็นคำถามแรกที่จะถามเพราะเป็นตัวตัดสินว่าเราจะรับหรือไม่รับ เพราะเรามองว่าถ้าเราไม่สามารถทำตามเดดไลน์ของเขาแต่แรก เราก็ไม่ควรทำ เพราะมันเสียกับทั้งสองฝ่าย เครดิตเราก็แย่ที่เราไม่ทำตามกำหนด ลูกค้าก็ไม่ได้งานไปใช้ ยิ่งถ้าเขาต้องเอาไปพิมพ์ต่อแล้วเราไม่มีงานให้เขา เขาก็จะเสียประโยชน์อย่างจริงจัง ถ้าปฏิเสธแต่ต้นได้จะปฏิเสธเลย

ความใฝ่ฝันในสายอาชีพวาดรูปเป็นอย่างไรบ้าง

อยากทำเยอะอยู่ค่ะ มีหลายอย่างมาก แต่เบื้องต้นที่อยากทำมากที่สุดคืออยากเป็นนักเขียนการ์ตูนนี่แหละ เราก็มองว่าวงการนี้ค่อนข้างอยู่ยาก เพราะสิ่งแวดล้อมไม่ค่อยอำนวยเท่าไหร่ สภาพเศรษฐกิจ ธุรกิจหนังสือก็ปิดตัวลง แต่ยังโชคดีที่มีอีบุ๊กหรือเว็บคอมิกที่เข้ามาซัพพอร์ตค่อนข้างเยอะ แต่ที่สำคัญคือเราไม่อยากเป็นนักวาดที่แค่พอมีผลงานของตัวเองเฉยๆ เราอยากผลิตการ์ตูนที่ดีครบเครื่อง ก็เลยคิดว่าถ้าเราจะทำการ์ตูนเราก็ควรจะศึกษาให้ดีก่อน นี่คือเป้าหมายแรกที่คิดว่าจรรโลงใจหน่อยแต่ไม่ก็ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ (หัวเราะ)

สิ่งสำคัญของการประกอบอาชีพด้านนี้คืออะไร

ก็ต้องเก่งอ่ะค่ะ แล้วก็ต้องมีความรับผิดชอบสูง อย่างที่พี่วิก (VICMON) เคยบอกว่าเรื่องสำคัญที่สุดของการเป็นฟรีแลนซ์คือความรับผิดชอบ ซึ่งมันก็จริง เพราะมันเป็นเครดิตของเราว่างานดี ตรงเวลา แต่ของเราจะมีพ่วงขึ้นมาด้วยและทำให้คนมาจ้างเราคือเราทำงานเร็ว เขาชอบจะมาจ้างเอาตอนใกล้ๆ จะใช้ โดยเฉพาะช่วงงานหนังสือ มีเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ หรือบางเจ้าแค่ 1 วัน ไม่ได้นอนกันเลยทีเดียว

คิดว่าเหล่านักวาดที่เพิ่งเริ่มต้นใหม่ๆ ควรจะทำอย่างไรถึงจะผันการวาดรูปให้กลายเป็นอาชีพที่มีคนจ้างจริงๆ ได้

เราว่าเด็กสมัยนี้ไม่ต้องห่วงมากก็ได้มั้ง (หัวเราะ) เพราะว่าในมุมมองของเราเราคิดว่าเขาเก่งกว่าเราอีก นับวันเด็กยิ่งเก่งขึ้นเรื่อยๆ มันมีคนจ้างอยู่แล้ว แต่อย่างที่บอกคือควรมีเป้าหมายชัดเจน คนเราควรฝันให้ไกลแล้วไปให้ถึง ต้องรู้ตัวเองว่าตอนนี้เราทำอะไรอยู่ เราจะต้องทำอะไร หน้าที่ของเราคืออะไร และต้องมีความรับผิดชอบ ต้องทำให้ได้ พูดอะไรไว้ก็ต้องทำ เล่นใหญ่ไว้ก่อน

ที่มาของนามปากกาฮิรุนะคืออะไร

หูยไม่อยากพูดเลย จริงๆ แล้วเป็นชื่อที่ตั้งสมัยเล่น exteen ค่ะ แบบว่าจะตั้งวาดฮารุนะแต่น่าจะซ้ำเยอะนะ เลยเลือกจะเปลี่ยนตัวอักษรสักตัว ก็แค่นั้นแหละ

ผลงานเรื่อง Tales of Vedius มีความเป็นมาอย่างไร

ที่มาของเรื่องนี้มาจากความฝันของเพื่อน ตอนนั้นเราก็มีเรื่องอยู่ในใจเหมือนกัน แต่เรารู้สึกว่ามันยังไม่ค่อยสมบูรณ์พอที่จะเอามาทำได้ แล้วเพื่อนเราก็เล่าว่ามันฝันจนจบเรื่อง เป็นเรื่อง Tales of Vedius เลย ทำได้ไงก็ไม่รู้ (หัวเราะ) ตอนแรกก็วางตัวละครตามความฝันของเขา มีเฟริยา นิสัยก็อ้างอิงจากตัวเพื่อนจริงๆ ในช่วงแรกที่เล่าว่าตัวเอกกำลังเดินทางไปที่แห่งหนึ่งแล้วเจออัลดิทที่หัวแดงหล่อๆ แล้วเดินทางไปเรื่อยๆ เจอคนนู้นนี้ เจอเหตุการณ์แฟนตาซี เราคิดว่าเสน่ห์ของเรื่องนี้คือความตลก ตลกมาก ไม่มีเหตุผลอะไรเลย

เราคิดว่าถ้าทำเป็นซีรีส์มันต้องฮิตแน่ๆ เพราะมันมีจุดที่สนุกเยอะมาก แต่มันไม่สามารถทำได้จริงในทันที เพราะเรามองว่ามันไม่สามารถขาดเหตุผลไปได้ โดยเฉพาะแฟนตาซีที่อีพิกเบอร์นี้ เราจะไม่มีเหตุผลแล้วเล่นตลกอย่างเดียวก็ไม่ใช่เรื่อง ก็เลยต้องมานั่งคิดกับเพื่อนที่เป็นคนแต่งว่าจะทำยังไง ลองตั้งคำถามดูว่าในยูนิเวิร์สของเรื่องนี้มันมีข้อกังขาหรืออะไรที่ตกหล่นไปไหม ก็ลิสต์มาเป็นสิบข้อ แล้วเราก็ต้องคิดเติมว่าโลกนี้มีอะไรบ้าง อย่างเช่นสีผม ลำดับชนชั้นต่างๆ สภาพสังคม รวมถึงแผนที่ก็ต้องนั่งลิสต์ว่าต้องเดินทางไปยังไงกัน

การออกแบบตัวละครและองค์ประกอบต่างๆ ยากแค่ไหน

ภาคแรกไม่ค่อยยากเพราะค่อนข้างด้นสด เพราะงานนี้มาช่วงใกล้เปิดแอปแล้ว ที่จริงคนแต่งก่อนเรียนแฟชันก็เคยเรียนจิตรกรรม ก็เลยพอมีสกิลวาดเหมือนกันก็เลยให้วาดฉากมาให้เราแล้วเดี๋ยวเราเก็บรายละเอียด อย่างในภาคแรกพวกหมู่บ้านสลัมก็จะเต็มไปด้วยความเสื่อมโทรม ส่วนภาคต่อไปก็คิดไว้แล้ว ที่คิดไว้ล่วงหน้าเพราะไม่อยากซ้ำรอยภาคแรกเท่าไหร่ ภาคสองก็เลยออกแบบด้วยตัวเอง มีการอ้างอิง reference ศึกษาหาไอเดียมากขึ้น

ตอนนี้ดำเนินเรื่องไปถึงเท่าไหร่แล้วจากที่คิดไว้ทั้งหมด

40% ค่ะ ภาคหนึ่งคิดว่าจะจบสักตอนที่ 70 ก็อีกนานเลยแต่ภาคสองออกแบบไว้หมดแล้ว (หัวเราะ)

ตั้งแต่เริ่มต้นวาดการ์ตูนเป็นอาชีพคิดว่าตัวเองมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง

แต่เดิมเราเป็นคนค่อนข้างเงียบ เป็นคนวาดรูปคุๆ ทั่วไป ไม่ค่อยกล้าแสดงออกเท่าไหร่ แต่พอโตขึ้นเรื่อยๆ เข้าสู่สังคมมหาลัยเราก็เปลี่ยนไปค่อนข้างเยอะ เพราะโดยสภาพแวดล้อมมีคนที่อายุใกล้เคียงกัน ชอบคล้ายๆ กัน อาจารย์ก็สนุบสนุน แล้วการเรียนระบบมหาลัยต้องใช้การพรีเซนต์เยอะ บวกกับปกติทุกซัมเมอร์เราจะไปเรียนที่เมืองนอกปีละ 1 เดือน เปลี่ยนประเทศไปเรื่อยๆ อังกฤษ สก็อตแลนด์ นิวซีแลนด์ ประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ไปเรียนภาษา ตรงนี้ทำให้เรามีความกล้ามากขึ้น เข้าหาคนได้มากขึ้น และทำให้เราได้เปิดโลก

เราคิดว่าการพูดคุยเป็นเรื่องสำคัญมากเพราะมันคือการเรียนรู้วัฒนธรรม ต่อให้เป็นคนไทยเหมือนกันแต่แต่ละครอบครัวก็มีวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนกัน บางบ้านเคร่งมาก รองเท้าต้องวางเป็นระเบียบ วางที่ที่ฟิกซ์ไว้ห้ามเปลี่ยนเป็นอันขาด หรือบางที่ก็ปล่อยมาก ไม่ใส่ใจอะไรเลย การพูดคุยทำให้เรารู้เยอะ คุยกับเพื่อนต่างชาติเราก็ได้รู้ว่าบ้านของเขาเป็นอย่างไร มีซับคัลเจอร์แบบไหน แม้แต่ธรรมเนียมในวงเหล้า ชนแก้วแบบสเปน แบบรัสเซียก็ไม่เหมือนกัน

 

จากประสบการณ์ที่ได้สัมผัสกับสังคมที่หลากหลายคิดว่ามีส่วนช่วยกับการทำงานอย่างไร

คิดว่าทำให้การทำการ์ตูนของเราสมบูรณ์ยิ่งขึ้น การเป็นนักเขียนการ์ตูนจะต้องรู้รอบด้าน เพราะว่าเรากำลังทำงานที่สื่อสารกับคน  กำลังพูดกับคน เราจะต้องรู้ว่าผู้อ่านกลุ่มนี้โฟกัสที่ตรงไหน คนกลุ่มนี้นิยมเสพงานประเภทไหน หรือเขาสนใจเรื่องอะไร ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเป็นนักเขียนโชโจวมังงะ สิ่งที่สำคัญมากแต่เราคิดว่าคนส่วนใหญ่มองข้ามคือเรื่องแฟชัน เราคิดว่าถ้าเราเอาแฟชันมารวมกับแนวโชโจวจะกลายเป็นผลงานที่ป็อปมากๆ เพราะสิ่งที่ดึงดูดผู้อ่านกลุ่มนี้อย่างแรกก็คือเสื้อผ้าและเครื่องสำอาง

สิ่งที่ฮิรุนะอยากพัฒนาให้ดีขึ้นยิ่งกว่านี้คืออะไร

สิ่งที่เราคิดว่าเราทำได้ไม่ดีมากๆ คือการแต่งเรื่องด้วยตัวเอง (หัวเราะ) คือเราแต่งเรื่องได้ แต่ไม่สนุก เพราะเราค่อนข้างซีเรียสเรื่องตรรกะและเหตุผล เราโฟกัสเรื่องวัฒนธรรมและ reference เยอะมากๆ เพราะฉะนั้นมันก็เลยขาดจุดที่เป็นความสนุกไป ทำงานเรื่องนี้มันก็ดีที่คนแต่งเป็นคนที่แต่งเรื่องสนุกมาก แต่มันก็ขาดเหตุผลมากๆ (หัวเราะ) เพราะเป็นเรื่องของความฝัน ขณะที่เราซีเรียสเรื่องนี้ เราก็เลยสามารถใส่เหตุผลให้เนื้อเรื่องมันสมบูรณ์ ครบรสชาติ มีทั้งตลกและซีเรียส

 

มีคำแนะนำให้แก่คนที่อยากวาดรูปเป็นอาชีพเหมือนฮิรุนะอย่างไรบ้าง

ทำสิ่งที่ชอบแหละค่ะ มีนักวาดหลายคนบอกเราว่ากลุ่มลูกค้ามีหลากหลาย ไม่ว่าเราจะทำงานประเภทไหนก็มีคนเสพเสมอ ไม่ว่าจะแนวผู้หญิงจ๋า ผู้ชายจ๋า แฟนตาซี ตลก หรืออะไรก็ตาม มันก็มีคนเสพทั้งนั้น แต่สิ่งที่สำคัญคืออย่างที่พูดเลย ต้องมีความรับผิดชอบสูง รับงานแล้วต้องทำได้ ควรตั้งใจทำงานให้ดีเพราะทุกงานคือพอร์ตฟอลิโอของเรา ถ้าเราไม่พอใจราคาเราก็มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธได้ โฟกัสกับการทำผลงานให้ออกมาดีดีกว่า

และนี่ก็คือคุณฮิรุนะ ซึ่งไม่เพียงแต่มีฝีมือวาดที่น่าชื่นชมมากๆ แต่ยังเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าทุกคนก็สามารถเก่งแบบเธอได้แม้ยังเรียนอยู่ ขอเพียงหมั่นฝึกฝนและใฝ่หาความรู้และประสบการณ์เข้าไว้นะคะ

ผู้อ่านทุกท่านสามารถติดตามผลงานของเธอกันต่อที่เพจ HIRUNA และติดตามเรื่อง Tales of Vedius ที่ tapas.io ได้เลยค่า

ภาพถ่ายโดย ณิชาภัทร ประสานศักดิ์สกุล

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Comment moderation is enabled. Your comment may take some time to appear.