home FEATURED, INTERVIEW [talk!] ‘กอไหม’ กับหน้าต่อไปของไดอารีแห่งความทรงจำ

[talk!] ‘กอไหม’ กับหน้าต่อไปของไดอารีแห่งความทรงจำ

เราเคยได้พูดคุยกับคุณกอไหม ผู้เขียน Dear Diary สวัสดีความทรงจำ ซีรีส์ยอดฮิตแห่ง LINE WEBTOON มาแล้วในบทสัมภาษณ์ครั้งก่อนหน้า วันนี้อนิไทม์ได้มีโอกาสพบกับเธออีกครั้ง แม้ Dear Diary จะเพิ่งจบไป แต่ความประทับใจไม่ได้หยุดพร้อมกันไปด้วย และเราขอนำเรื่องราวที่น่าสนใจของเธอที่ลึกยิ่งกว่าเดิมมาฝากให้คุณผู้อ่านทุกท่านได้ติดตามกันค่ะ

 

ความรู้สึกครั้งแรกที่เขียนคอมิกกับ LINE WEBTOON เป็นยังไงบ้าง

รู้สึกดีมากเลยนะคะ เพราะก่อนหน้านั้นกำลังทำงานออฟฟิศได้สักพักก็เริ่มคิดถึงคอมิกแล้ว แล้วก็คิดว่าอยากเขียนคอมิกอย่างน้อย 1 เรื่องในชีวิต เราชอบมากเวลาเล่าเรื่องอะไรบางอย่างให้คนอื่นรับรู้สิ่งที่อยู่ในหัวเราได้ มันรู้สึกดีมากเลย เราไม่ได้หมายความว่าชีวิตเราจะดีหวานเจี๊ยบอะไรเหมือนในเรื่อง Dear Diary แต่หมายความว่าแอบใส่เหตุการณ์บางอย่างลงไป แล้วพอมีคนอ่านมาสนุกกับเหตุการณ์นั้น มันยิ่งรู้สึกดีเข้าไปใหญ่ ขอบคุณที่มีเรื่องดีๆ ที่เคยเจอ ทั้งเรื่องดี เรื่องร้าย

มันไม่จำเป็นว่าทุกคนจะต้องเอาเรื่องส่วนตัวมาเขียนนะ แต่ว่าสำหรับโปรเจ็กต์นี้ ซึ่งเป็นโปรเจ็กต์แรก คือเรื่องที่แต่ละคนอยากจะเล่าก็ต่างกัน เพราะบางโมเมนต์เราแค่อยากเล่าเรื่องนี้ ไม่ได้คิดเรื่องการตลาด มันก็ไม่ดีหรอกนะเอาจริงๆ แต่ว่ามันก็เป็นความบริสุทธิ์ใจตอนนั้นที่อยากเล่าเรื่องนี้ แล้วพอ LINE WEBTOON ให้โอกาสเล่า คนอ่านให้โอกาสให้เรา มันก็ยิ่งรู้สึกอยากเขียน

คือตลกดีก่อนที่ LINE WEBTOON จะตั้งในไทย เคยคิดไว้ว่ามันคงดีเนอะ ถ้าเราได้เขียนเรื่องอะไรก็ได้ตามที่เราอยากเขียน แล้วมีคนมาให้ทุนในแต่ละเดือน LINE WEBTOON ก็จัดแข่ง นี่ไงล่ะโอกาสก็ลองดู

 

พอมาเขียนเป็นรายสัปดาห์ มีความยากลำบากอย่างไรบ้าง

ความยากลำบากหรอ โหย ตอนแรกๆ นี่งงงวยมาก คือแบบต้องใช้เวลาจูนประมาณหนึ่งอะ อย่างตอนแรกๆ เราทำฟรีแลนซ์แนวดิจิตัลเพนต์ไปด้วย แล้วก็ทำเว็บคอมิกไปด้วย แทบไม่ได้นอน ต้องค่อยๆ เรียนรู้กระบวนการ คือตอนแรกที่เคยออฟฟิศ การลงสีมันก็จะเคยชินในอีกลักษณะหนึ่ง (ก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่เคยชินกับการลงสีแบบเซมิเรียล จะละเอียดกว่าในตอนที่ทำคอมิกพอสมควร) พอมาทำ Dear Diary เราก็ต้องปรับความละเอียดให้พอกับเวลาที่เรามี ไม่งั้นจะส่งไม่ทัน

และงานคอมิกมันก็มีขั้นตอนของมัน อย่างคิดพลอต เขียนสตอรีบอร์ด ตีช่อง บอลลูนคำพูด สำหรับ Dear Diary โดยเฉลี่ยจะใช้เวลาประมาณ 1 วัน แล้วขั้นต่อไป อย่างการลงเส้น อาจจะประมาณสองสามวันแบบ  แต่บางทีขั้นแรกมันคิดช้าหรือว่าตอนนั้นมันมีสิ่งที่เราไม่ถนัด เช่นฉากบู๊ มันก็จะไปเบียดกับขั้นตอนวาดทำให้เหลือเวลาวาดน้อยลง จากนั้นก็ลงสี ถ้าสปีดเต็มที่ อย่างเร็วสุดก็วันเดียว อย่างช้าก็สองวัน รวมก็ 7 วันแหละ บางทีก็ใช้เวลาทำนานเกิน จนตอนสต็อกหมด ถ้ามีขั้นไหนช้าก็จะกระทบตามกันหมด

การออกแบบตัวละครแต่ละตัวในเรื่อง Dear Diary มีที่มาจากไหนบ้าง

เอาจริงๆ สารภาพว่าเรื่องนี้เป็นโปรเจกที่ใช้เวลาดีไซน์น้อยมากในแง่กายภาพของตัวละคร รู้สึกแบบ เออ นี่เราไม่มีเวลาดีไซน์เลยเนอะ แต่ความเร่งในการแข่งชาลเลนจ์ลีกมันก็ต้องทำแหละ แต่ว่าพวกนิสัยตัวละคร สถานที่จริงหรืออะไรแบบนี้มันมีอ้างอิงอยู่บ้างเล็กน้อย อย่างเพื่อนๆของใบหม่อน ก็เอาทรงผมจากคนต้นแบบรอบๆตัวมา เช่น เออ ตัวละครนี้ เอาทรงผมของตัวคนต้นแบบตอนปีหนึ่งมาใช้ละกัน อะไรแบบนั้น หรือว่า นิสัย ก็เอามาจากคนรอบๆ ข้างนั่นแหละ เพื่อนบางคนมันมีนิสัยแปลกๆ น่าเอามาเขียนคงสนุกดี ตอนนั้นคิดแบบนั้นอะนะ ( ฮา หัวเราะ)

 

กอไหมคิดว่าถ้าเป็นนักเขียนมือใหม่ที่ยังไม่รู้ว่าต้องเริ่มเขียนอะไร การหยิบคนรอบข้างหรือชีวิตประจำวันมาเขียนเป็นการเริ่มต้นที่ดีรึเปล่า

ก็แล้วแต่นะ คือ แต่ละคนคงมีเรื่องที่อยากเล่าไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะเล่าแนวๆสโคปใหญ่ แบบ ก็อตซิลล่าถล่มตึก  หรือบางคนก็แค่อยากเล่าเรื่องการเข้าห้องน้ำตอนที่ขับรถขึ้นไปติดอยู่บนทางด่วนแล้วไม่รู้จะเข้าที่ไหน  บางคนอาจจะ อยากเล่าเรื่องของตอนที่อกหักครั้งแรก ก็แล้วแต่ หรือบางคนเกิดแนวคิดใหม่ๆ ตั้งคำถามกับสังคม มันก็เล่าได้นะ

เราคิดว่าการเอาเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเอง หรือคนที่อยู่รอบๆ มันก็ดีในแง่ที่ มันก็ได้เปรียบเชิงประสบการณ์แหละ

เพราะนึกภาพออกง่าย  อินกับงานตัวเองง่าย เขียนสตอรี่บอร์ดได้เร็ว ไม่ต้องหาข้อมูลเยอะนักเมื่อเทียบกับเรื่องอื่นๆ แต่ว่ามันก็ไม่ได้จำเป็นว่าทุกคนต้องเขียนเรื่องของตัวเองหรือคนรอบตัว มันแล้วแต่ว่าคุณอยากเล่าอะไร

 

ใน Dear Diary แต่ละตอนก็จะมีผู้อ่านที่กรี๊ดกร๊าดคาแรกเตอร์ต่างๆ ที่ปรากฎมาแต่ละตอน ต้นแบบคาแรกเตอร์ที่กอไหมเอามาจากตัวจริงรู้ไหมว่าเขาเป็นที่นิยมขนาดนี้

(หัวเราะ) เอาจริงๆ นะเป็นอะไรที่ตลกมาก ไม่เคยขออนุญาตตัวต้นแบบคนไหนเลย  โดยเฉพาะตัวหลักๆ ก็ไม่กล้าพูดเรื่องนี้กัน ไม่รู้เป็นไร (หัวเราะ) แต่ก็รู้สึกว่ามันก็อ่านกันแหละ อย่างตัวต้นแบบของไม้ เคยเห็นเคยแชร์เพลง “แค่บอกว่ารัก” ที่เป็นเพลงประกอบใน Dear Diary เราเห็นมันแชร์เราก็แบบ เออ อ่านนี่หว่า

คือหลายเหตุการณ์มันก็เกิดขึ้นก็จริงแต่ว่าไม่ใช่ทั้งหมด ไม่ได้เป็นไปตามเรื่องอะไรขนาดนั้น แต่ก็ไม่เคยพูดเรื่องนี้กันเลย เวลาเจอกันก็ไม่ได้พูด (หัวเราะ)  อย่างตัวละครที่ชื่อขม ในเรื่องมันจะเหน็บใบหม่อนว่ากากบ่อยๆใช่มั้ย  ตัวคนต้นแบบมันก็เป็นแบบนั้นแหละ  (ฮา)  เราเคยเห็นตัวต้นแบบของขมมันก็ไปเมนต์เกรียนๆ ใน LINE WEBTOON ว่ากากแล้วก็มาเมนต์ในแฟนเพจอีกว่ากากๆๆ (หัวเราะ) นานแล้วล่ะตั้งแต่มันออกแรกๆ คือรู้เลยว่าอ่านนี่หว่า เพื่อนอินทีเรียหลายคนก็อ่านก็บอกว่าตลกดี แต่ไม่เคยคุยเรื่องนี้กับใครแบบจริงจังเลย อย่างมากก็คุยในกลุ่มเพื่อนแบบ ขำๆ

 

มีเพื่อนที่เคยมาทักกอไหมว่า เฮ่ย เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงๆนี่ บ้างไหม

มีเพื่อนทักมาว่าแบบ “ขอเพิ่มบทกูด้วย” อะไรแบบนี้ (หัวเราะ) หรือไม่ก็แบบว่า “ มึงเหตุการณ์นี้…..จำตอนนั้นได้ไหม” ก็จะพยายามช่วยกันขุดอดีตกันขึ้นมา ให้เราเขียนเพิ่ม  หรือไม่ก็แซวกันแบบ กูจำได้นะตอนนั้นอะไรแบบนี้ มันตลกดี (หัวเราะ) เพราะว่าไม่ได้บอกใครเลยว่าเราเอาพวกเขามาเขียนแต่ว่าทุกคนก็แอบอ่านกันอยู่

 

แล้วมีเรื่องที่เพื่อนรีเควสต์มาแล้วได้เขียนจริงบ้างไหม

อืม..มันจะมีช่วงที่บ้านของขมที่อยู่กรุงเทพอะ มันรกมากกก แล้วเพื่อนหลายคนก็เคยไป (บ้านขมตัวต้นแบบ) พอช่วงที่เราเขียนถึงบ้านขม เพื่อนก็บอกว่า “มึง เติมตรงโน้นตรงนี้ให้มันรกกว่านี้ จำได้ว่าเดินเข้าไปเนี่ยเห็นกางเกงแขวนอยู่ตรงต้นมะม่วง” แล้วเราก็เขียนเติมลงไป (หัวเราะ) ตอนที่ชื่อว่า..อะไรน้า ที่ชื่อตอนว่า “ บุกกองถ่าย Dear Diary “ อะไรประมาณนี้แหละช่วงหลังๆ ล่ะมั้งที่เติมเรื่องบ้านรกๆ ของมันเข้าไป

 

มีตัวละครไหนที่สร้างหรือออกแบบขึ้นมาเองบ้าง

จริงๆตัวพ่อของไม้ก็คิดเองนะ แล้วก็พวกตัวละครที่มาหลังๆ พวกมาเฟียที่ชื่อนิล อิน ที่บทไม่ค่อยเยอะก็คิดเอง แต่ตัวละครส่วนใหญ่จะมีเบสมาจากคนที่มีตัวจริงอยู่บ้างแล้ว อย่างเฟี้ยวก็เกิดจากคนสองคนรวมกัน ครูกระบี่ก็มาจากครูที่สอนกระบี่กระบองที่โรงเรียน ขนาดเฮียหมียังมาจากเจ้าของร้านเกมที่เราเคยไปทำเพลย์สองของร้านเขาแตกแถวโรงเรียน

 

แล้วตอนนั้นต้องมีการชดใช้หนี้เฮียหมีจริงๆ รึเปล่า

เขาบอกแค่ว่าไม่เป็นไรแล้วเราก็ชิ่งกันออกมาแล้วก็ไม่ไปเล่นร้านนั้นกันอีกเลย (หัวเราะ) เขาเดินมาน่ากลัวมากแต่เขาใจดีมาก

 

นอกจากการนำคนรอบข้างมาเป็นคาแรกเตอร์ กอไหมมีวิธียังไงในการสร้างคาแรกเตอร์ให้ลึกหรือเป็นธรรมชาติได้ขนาดนี้

ไม่แน่ใจว่าทุกคนจะเป็นเหมือนกันไหม  แต่เราเป็นคนที่ชอบสังเกตคนนะ คนที่มันเกี่ยวในชีวิต หรือรู้จักกันประมาณหนึ่ง ไม่ว่าจะชอบหรือเกลียด บางครั้งก็ชมในใจว่าแบบทำไมมันเป็นคนดีแบบนี้วะ หรือบางทีก็ด่าในใจ (หัวเราะ) ยิ่งถ้ามีเหตุการณ์ที่ทำร่วมกันเรายิ่งจำได้ค่อนข้างละเอียด มันต้องมีอยู่แล้ว โมเมนต์ที่อยากเก็บไว้ แก่แล้วไม่ลืมได้ไหมประมาณนั้นมั้ง พอจำว่าคนรอบๆมีนิสัยยังไง เคยมีเรื่องอะไรได้มากเท่าไหร่ เราก็ใส่ลงไปในตัวละครของเราได้มากเท่านั้น

 

แสดงว่าคาแรกเตอร์ทั้งหมดมาจากการที่พี่กอไหมสังเกตชีวิตคนรอบข้างลึกมากจริงๆ

ก็อาจจะใช่ คาแรกเตอร์บางคนมันจะแบบ… อย่างขม ความเข้าใจแรกก่อนเรารู้จักตัวจริงของต้นแบบขม คีย์เวิร์ดในใจเราคือหนุ่มเหนือ = คนเรียบร้อยและแบบเนิบๆ ไม่มีพิษภัย แต่พอรู้จักตัวต้นแบบขมจริงๆ โลกมันเปลี่ยน ทำไมมึงเป็นคนเหนือแต่มึงก้าวร้าวขนาดนี้วะ (หัวเราะ) ขนาดยังไม่รู้จักกันดียังพูดอะไรใส่กันตรงๆ ได้ เออมันแปลกแต่ก็ดีนะ มันมีคาแรกเตอร์ที่เราอยากเล่าอยากเอามาเขียนอะ เออ เหมือนนั่งนินทาเพื่อนเลย (หัวเราะ)

 

ใน LINE WEBTOON มีผู้อ่านหลากหลาย กอไหมมีวิธีอย่างไรในการเลือกแต่งเรื่องให้เหมาะกับพวกเขา

ตอนที่เลือกเรื่องที่จะแข่งชาลเลนจ์ลีก มีที่คิดไว้หลายแนวมาก แอ็กชั่น แฟนตาซี แนวผีหรืออะไรก็แล้วแต่ มันอาจจะดีหรือไม่ดีก็ได้นะ วิธีการของเราตอนนั้นคือเราเริ่มจากตัวเองก่อนว่าเราอยากเขียนเรื่องไหน แล้วก็ให้อิงกลุ่มเป้าหมายนิดนึง ตอนนั้นเราสังเกตว่า LINE WEBTOON มีวัยเรียนค่อนข้างเยอะ แล้วเราก็อยากเล่าเหมือนกันช่วงตอนมัธยมเพราะเป็นช่วงชีวิตที่ลำบากดี ช่วงมหาลัยนี่ก็ไม่ได้ง่ายเลยสำหรับคนที่เรียนไม่ตรงสาย เลยคิดว่าเรื่องนี้อาจจะเป็นไปได้ อาจจะมีคนอ่าน สรุปว่าหลักๆ วิธีการของเราก็เลือกจากเรื่องที่เราอยากเล่าอยากเขียน แล้วค่อยมาดูว่าเรื่องที่เราอยากเล่าเรื่องไหนที่คนอ่านพอจะฟังเราบ้าง

 

เคยมีครั้งไหนที่กดดันหรือได้คอมเมนต์ที่ไม่ดีบ้างไหม

มีค่ะ ตอนแรกๆ เนี่ยจำได้ว่าเราไม่ชอบคอมเมนต์ประเภทแบบ เหมือนเรื่องนั้นเลย เหมือนอะไรอย่างเงี้ย รู้สึกแบบนี่ขนาดบางส่วนเราเจอมาเองยังเหมือนเรื่องนั้นอีก คือรู้สึกแบบมันเป็นความผิดเราด้วยแหละที่เราอาจจะไม่ unique พอ แต่ว่าเราก็เคยอ่านหนังสือเล่มนึงที่เขาบอกว่าในโลกนี้มันก็ไม่มีอะไรใหม่ ทุกอย่างมันก็วนกันอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล พอคิดๆ แล้วมันก็ไม่แปลก เพราะเราก็เผลอทำอย่างนั้นเหมือนกัน ไปดูหนังแล้วก็นึกถึงเรื่องนี้เรื่องนั้น แต่สำหรับคนที่สร้างงานเวลามาเห็นคอมเมนต์พวกนี้ ก็รู้สึกเหมือนโดนเปรียบเทียบอยู่เล็กๆเหมือนกัน

แล้วก็บางทีก็มีละคร ซีรีส์ หนัง หรือกระทู้พันทิปที่มีอะไรคล้ายๆ กันออกมาทั้งๆที่ บางทีออกมาทีหลังเรื่องที่เราเขียนด้วยซ้ำนะ ก็ยังจะโดนพาดพิงว่าเหมือนเรื่องนั้นเลย เผอิญว่าคนนั้นเขาจะไปอ่านเรื่องที่ออกทีหลังก่อนเรื่องเราก็เป็นไปได้ เราก็พอจะเข้าใจนะ แต่เจออะไรแบบนี้แค่ช่วงแรกๆแหละ  หลังๆไม่ค่อยเจออะไรแล้ว

 

ถ้าอย่างนั้นกอไหมมีวิธีปรับตัวกับคอมเมนต์เหล่านั้นอย่างไร

ตอนที่เขียนแรกๆ จะยังเก็บมาคิดมากอยู่ เพราะว่ามันใหม่มากสำหรับเรา พอมาปีหลังๆ จนถึงตอนนี้ก็รู้สึกเฉยๆ คือเราคุ้นชินกับความคิดหลายรูปแบบใน LINE WEBTOON แล้วเพราะมีคนอ่านหลายกลุ่มหลายประเภทมากมาย แล้วคอมเมนต์ประเภทนั้นก็ไม่ได้มีเยอะขนาดนั้น เราเลยคิดว่าเรายังนับว่าโชคดีนะ ไม่ค่อยเจออะไรแย่ๆ เท่าไร รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องธรรมดามากกว่า แต่อันไหนที่เราไม่ดีจริงเราก็ยอมรับนะ ธรรมดาของโลก

 

ความตั้งใจหลังปิดหน้าไดอารีแห่งความทรงจำลงเป็นอย่างไรบ้าง

อยากลองทำอะไรใหม่ๆ บ้าง ถ้ามีโอกาสก็อยากลองพัฒนาลายเส้นใหม่ๆ   รู้สึกอยากทำงานภาพประกอบมากขึ้นหรือทำงานฟูลซีจีมากขึ้น เพราะเขียน Dear Diary ก็ร่วม 3 ปีแล้ว อยากลองกลับไปทำงานละเอียดๆเป็นภาพๆไปสักพัก  อยากลองทำอาร์ตบุ๊กด้วย และ งานที่เราวาดไว้ตอนทำที่ออฟฟิศมันติดลิขสิทธิ์มักจะเอามาปล่อยไม่ได้ งานประเภทที่ทำในออฟฟิศ ซึ่งรายละเอียดจะค่อนข้างต่างจาก Dear Diary พอสมควร ปี 2018 เลยอยากจะลองกลับไปฟื้นซีจีของตัวเองแล้วปล่อยสู่สาธารณะดูบ้าง

 

แล้วจะเขียนเว็บคอมิกอีกไหม

เราว่าเราเลิกเขียนการ์ตูนไม่ได้หรอก แต่ในลักษณะเดิมไหมก็ตัดสินใจอยู่  ลักษณะงานก็อาจจะต่างไปเลยก็ได้  อาจจะเป็นงานภาพประกอบไปเลย อาจจะเป็นงานมือ ดูเหมือนคนจริงขึ้นมานิดหนึ่งหรือไม่ได้ดูญี่ปุ่นมากนัก หรือเป็นงาน Full CG เดิมเป็นคนที่สนใจและทำงานหลายด้าน เลยรู้สึกอยากกลับไปทำอะไรที่มีรายละเอียดมากขึ้นสักพัก  ขอเวลาคิดสักนิดแล้วจะหาโอกาสเขียนเรื่องใหม่ให้ทุกคนได้อ่านกันต่อค่ะ

 

หวังว่าจะได้รู้จักกับคุณกอไหมมากยิ่งกว่าเดิมอีกนะคะ ทางเราก็ขอเป็นกำลังใจให้คุณกอไหมได้สร้างผลงานชิ้นใหม่ให้แฟนๆ ได้อ่านกันต่อในเร็วๆ นี้ค่ะ ระหว่างนี้คุณผู้อ่านสามารถไปติดตามผลงานของเธอที่เพจ komai กอไหม ต่อกันเลยค่า

 

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Comment moderation is enabled. Your comment may take some time to appear.