home INTERVIEW [talk!] Pearlgray : นักวาดผู้ใส่หัวใจให้กระดาษสีน้ำและตัวละคร

[talk!] Pearlgray : นักวาดผู้ใส่หัวใจให้กระดาษสีน้ำและตัวละคร

สำหรับขาประจำที่ชอบติดตามผลงานนักวาดชาวไทยเจ้าต่างๆ คงต้องรู้จักคุณมุกหรือ Pearlgray เจ้าของลายเส้นสีน้ำที่ใครเห็นเป็นต้องจำได้ และเธอยังเป็นนักวาดคนหนึ่งที่หลงรักการออกแบบตัวละครมากเสียจนมีผลงานคาแร็กเตอร์ดีไซน์ออกมาให้ผู้ติดตามนับหมื่นยลโฉมไม่เว้นวัน วันนี้เราจะพาคุณผู้อ่านไปรู้จักกับเธอยิ่งขึ้นค่ะ


ชื่อคุณมุกเลยใช้นามปากกาว่า Pearl ยังพอเข้าใจ แต่ทำไมต้อง gray ด้วย

มาจากชาที่ชื่อ earlgrey ค่ะ แต่ตอนนั้นฟายไง สะกดผิดเป็น gray แล้วก็ใช้สมัครเมลสมัครอะไรใหม่ไปหมดแล้ว (หัวเราะ)

 

แสดงว่าเพิร์ลเกรย์เป็นคนชอบดื่มชา?

ก็ไม่ได้ชอบดื่มชานะ ดื่มไม่ได้ด้วยเป็นพวกแพ้คาเฟอีน นี่เปลี่ยนมาตั้งแต่ม.4 แล้ว จำได้แค่ว่าตอนนั้นเกลียดนามปากกาเก่ามาก เลยอยากรีบๆ เปลี่ยน ก็เลยใช้ชื่อนี้เพราะมันเพราะดี แล้วก็มาแถทีหลังว่า อ๋อ gray มันเป็นสีเทา กลางๆ เหมือนเราที่เป็นมนุษย์เบลอๆ กลางๆ ทำหลายอย่างไง…

 

ความเป็นมาของการวาดการ์ตูนของเพิร์ลเกรย์เป็นอย่างไร

เริ่มวาดเพราะเห็นพี่สาววาดตั้งแต่เด็กๆ แล้ว จำความได้ก็เริ่มวาดละ คือพี่เราชอบวาดรูปแล้วก็วาดเก่ง ก็พี่แนร์ (Mind*creator) นั่นแหละ หลังจากนั้นพี่ก็ติดเกม ชอบการ์ตูนญี่ปุ่น เราก็ชอบตามมันหมดอ่ะ (หัวเราะ)

 

แปลว่าพี่สาวมีอิทธิพลต่อชีวิตการวาดของเพิร์ลเกรย์มาก

มาก จำได้ตอนนั้นพี่สาวติดเกม RPG ชื่อ Tales of Phantasia ตอนเด็กๆ ก็บ้าเกมนั้นมากจนกลายเป็นโอตาคุน้อย ก็วาดการ์ตูนญี่ปุ่นตั้งแต่ตอนนั้น แล้วก็เรียนดรออิ้งตั้งแต่ตอนม.ต้น เพราะตอนนั้นรู้แล้วแหละว่าเราจะเรียนวาดรูปแน่ๆ เลยเรียนดรออิ้งเป็นพื้นฐานไปก่อน เรียนที่โรงเรียนดินสอสีที่สยามสักพักก็เลิกเรียนไป แล้วตอนม.4 ก็มาติวใหม่ ติวดรออิ้ง ติวนิเทศศิลป์ ติวเยอะมาก จนกระทั่งติดศิลปากรก็มาเรียนนิเทศศิลป์

 

เล่าเรื่องผลงานที่รับจ้างวาดชิ้นแรกให้ฟังสักหน่อย

นานมากแล้วอะ งานแรกสุดเลยที่ได้รับค่าจ้างนี่ม.2 หรือม.3 ก็ไม่รู้ นานมาก รับมาจากพี่นั่นแหละ คือพี่เราเขามีคนมาจ้างวาดปกนิยายแล้วพี่มันไม่ทำ ตอนนั้นเราก็วาดไม่เก่งหรอกแต่มันปัดงานมาเลยได้งานนี้ ก็ทำไปตามยถากรรมอ่ะ (หัวเราะ) ตอนนั้นได้รับค่าจ้างมาก็รู้สึกโอ๊ยเท่มาก เด็กม.ต้นหาเงินได้แล้ว แต่ที่จริงค่าจ้างมันขี้มดมาก (หัวเราะ)

 

ทุกวันนี้เพิร์ลเกรย์ทำอะไรบ้าง

ทุกวันนี้ก็ถ้าตามเพจก็จะเห็นว่าเราเปิดเวิร์กช็อป จะเปิดวันอาทิตย์อย่างเดียวแล้วก็สอนประจำที่นี่ (วาดสตูดิโอ) ส่วนจันทร์ถึงศุกร์ก็ฟรีไทม์ ทำอะไรก็ทำ รับคอมมิชชัน นอนอืด วาดรูปเล่น หรือบางทีถ้ามีไอเดียก็วาดเป็นเซ็ตทำเป็นอาร์ตบุ๊กขายตามงานอีเวนต์ ตื่นนอน เปิดคอม เล่นเกม ไม่สิต้องไถมือถือก่อน ไฟร์เอ็มเบลมๆ (หัวเราะ) แต่เดี๋ยวนี้เล่นเกมน้อยลงมาก เช็กเฟซบุ๊ก เล่นคอมมู แล้วก็วาดรูป ลงอินสตาแกรม เอางานไปจัดพร็อพให้สวยงามแล้วก็ถ่ายลง วันๆ อยู่แต่บ้าน ถ้าไม่ออกมาสอนนี่ฮิกกี้แน่นอน (หัวเราะ)


ลักษณะงานที่ชอบทำหรือถนัดเป็นพิเศษเป็นแบบไหน

คาแร็กเตอร์ดีไซน์ อันนี้คือชอบมาก ชอบมาตั้งแต่เด็กแล้ว ถ้าไปดูสมุดตอนม.ต้นจะมีแต่ภาพคาแร็กเตอร์ดีไซน์ ภาพคาแร็กเตอร์ชีทหันหน้าหันหลังเยอะมาก แล้วก็ดีเทลเสื้อผ้า ดีเทลตัวละคร เราชอบมากอยู่แล้ว คือไม่ต้องมีใครบังคับเราก็วาด สมัยก่อนนี่โอตาคุมากๆ ติ่งมากๆ คือแบบโอ๊ยเกมนี้มันออกแบบสวย อยากออกแบบมั่งนู่นนั่นนี่ (หัวเราะ)

อีกงานที่ชอบมากแต่คนไม่ค่อยรู้คือจริงๆ เราชอบงานแอนิเมชันมากเลยนะ สมัยม.ต้นบ้าพลังมาก อยากทำเกมก็เลยฝึกทำ นี่ก็กำลังจะลองเปิดเวิร์กช็อปแอนิเมชันเดือนหน้า

 

แล้วทำไมถึงชอบวาดสีน้ำเป็นหลัก

มันมีเหตุอยู่ ที่จริงเราไม่เคยจับไม่เคยรู้จักสีน้ำมาก่อนเลย ก่อนหน้านั้นใช้โคปิกเพราะพี่สาวมันมีแล้วเราก็จิ๊กมาเล่น (หัวเราะ) ใช้โคปิกก่อน แล้วค่อย CG แล้วถึงเป็นสีน้ำตามมาทีหลัง เพิ่งเคยจับสีน้ำตอนปี 1 เอง มันมีวิชาสตูดิโอที่มหาลัย คือวาดแลนด์สเคป วาดหุ่นนิ่ง ตอนนั้นก็ยังไม่ได้เอามาใช้กับการ์ตูนหรอก ตอนปี 2 เราก็เริ่มสอนที่นี่ มาพร้อมไอซ์แหละ (ไอ ซี อี) ก็เห็นมันวาดสีน้ำ พอได้ลองเล่นบ้างก็เฮ้ยสนุกว่ะ ก็เลยวาดนับแต่นั้น

 

เพิร์ลเกรย์มีผลงานคาแร็กเกอร์ดีไซน์ออกมาบ่อยมาก อยากทราบว่ามีที่มาไอเดียในการออกแบบตัวละครจากไหน

เรียกว่าไอเดียรึเปล่านะ สำหรับเรามันเหมือนการวาดเล่น วาดไปเรื่อยๆ คือถ้าคิดเยอะมากๆ มันจะไม่สวย ทำไมไม่รู้เหมือนกัน บางตัวอาจจะมีคีย์เวิร์ดสักคำสองคนขึ้นมา อะเราจะวาดอัศวินที่เป็นผู้หญิงขึ้นมา เราก็เขียนไปเลย ไม่ต้องคิดอะไรเยอะแยะ เดี๋ยวมันก็ออกมา หรือบางตัวที่มีโจทย์ยากหน่อยเราก็ต้องหา reference ไปเปิดอาร์ตบุ๊ก Grand Blue Fantasy หรือ Bravely Defualt ที่เขาออกแบบสวยๆ ก็ได้ไอเดียเหมือนกัน

 

ผลงานดีไซน์เหล่านั้นได้รับการใช้งานอย่างไรบ้าง

ก่อนหน้านี้เราทำบริษัทนะ ตอนนี้เปลี่ยนชื่อเป็น ARK Studio ก็บริษัทเดียวกับพี่หมึก (Tako) พี่เกด (Kadeart) ทำคาแร็กเตอร์ดีไซน์เกมนี่แหละ แล้วมีปัญหาออฟฟิศซินโดรม คือปวดหนักมาก ปวดแบบนอนไม่ได้ ตอนนั้นหยุดงานไป 2-3 วันก่อนแล้วกลับไปทำงาน เฮ้ยไม่ไหวแล้วว่ะ แล้วก็หยุดไปอีกหนึ่งอาทิตย์ เฮ้ยมันปวดจนเราจ้องคอมไม่ได้ ปวดจากบ่าขึ้นต้นคอ เดี้ยงอยู่หนึ่งอาทิตย์กลับไปทำก็เป็นอีก ตอนแรกจะลาออกเลยแต่ก็สองจิตสองใจเลยขอลองกลับมาทำงานที่บ้าน ก็เดี้ยงอีก (หัวเราะ) คือทำงานคอมไม่ได้ ตอนนั้นเฟลมาก สุดท้ายก็หยุดไป 1 เดือน กลับมาเป็นอีก โอเค ลาออก ก่อนลาออกเราก็คิดว่าเราต้องหาอาชีพอะไรมาทดแทนตรงนี้ ตอนนั้นเหมือนเวิร์กช็อปเพิ่งบูมช่วงแรกๆ ก็เลยลองมาคุยกับที่นี่ ขอเช่าห้องลองจัดการสอนของเราเอง ก็เป็นจุดเริ่มต้นตั้งแต่นั้นมา

 

กลายเป็นว่าต้องหันมาวาดสีน้ำโดยปริยาย?

หนึ่งในเหตุผล (หัวเราะ) ตอนนั้นคือชอบวาดสีน้ำอยู่แล้ว แต่ก็ลังเลว่าเอ๊ะจะซีจีหรือสีน้ำดี พอสังขารบังคับก็หันมาจริงจังกับสีน้ำเลย ลองลงสีแบบเต็มที่ รูปเพนกวิ้นที่อยู่หน้าเพจก็เป็นรูปแรกๆ ที่ลองลงสีน้ำเต็มๆ

นอกจากงานเกมก็คิดว่าไม่ได้มีงานไหนอีกที่ใช้คาแรคเตอร์ดีไซน์ของเรา คือแต่ก่อนเราหลืบมาก คือเพจก็ไม่ได้มีคนไลก์เยอะหรอก ก็มีพี่เจ๋ง (happydrawing) ที่สนิทกันช่วยแชร์ตลอด แล้วพอลองอัพในอินสตาแกรม อยู่ดีๆ ก็มีใครไม่รู้เอาไปแชร์แล้วก็บรึ้ม คนถล่มเข้ามา ก็ตกใจอะไรวะ อินสตาแกรมเขานิยมพวกงานแฮนด์เมด เป็นอะไรที่…ถ้าเราสแกนลงกับถ่ายรูปพร้อมพร็อพนี่จะต่างกันเยอะมาก คือถ่ายรูปพร้อมพร็อพคนไลก์ 5,000 ขณะที่สแกนลงพันเดียว คือแบบ…อะไรวะ เอ็งไลก์พร็อพหรือไลก์งานฉันวะ (หัวเราะ)

 

แล้วเพิร์ลเกรย์เริ่มรับงานจากลูกค้าชาวต่างชาติได้อย่างไร พวกเขามีความต้องการหรืออะไรที่แตกต่างจากลูกค้าชาวไทยบ้าง

ก็คอมมิชชันแหละ จริงๆ คนไทยก็รับคอมมิชชันแบบนี้กันเยอะใน deviantart ด้วยค่าเงินที่ต่างกัน สำหรับเขาค่าจ้างประเทศเราถูก

งานคอมมิชชันครั้งแรก… เหมือนสมัยก่อนเคยเปิดตอนเด็กๆ แต่ไม่มีคนมาจ้าง เพิ่งจะมีสักปีที่แล้วเอง งานแรกที่โดนถาม แต่ไม่ได้ทำนะ คือเขาถามว่ารับวาดแบบ Light Bondage มั้ย …คืออะไรวะ… พอไปเสิร์ชดูก็แบบ งานแรกกูก็เจอแบบนี้เลยเหรอ!? (หัวเราะ) ก็เลยไม่รับ นึกไม่ออกว่างานแรกสุดว่าคืออะไร แต่น่าจะเป็นงานง่ายๆ เขาก็มาจ้าง วาด จ่ายตังค์ ตัวละ 20 ดอลล์ อะไรประมาณนั้น

ลูกค้าชาวต่างชาติต่างกับลูกค้าชาวไทยมาก ต่างกันลิบลับ คือต่างชาติเขาค่อนข้างจะเคารพเรา เราวาดอะไรไปเขาก็จะ โอ๊ดีมากเลยค่ะ ไม่ต้องแก้เลยค่ะ แล้วส่วนใหญ่ก็จะเป็นงานสนองนี้ด แล้วก็ซื้อต้นฉบับด้วย จะเอาไปแปะฝาบ้าน ไม่ก็เป็นงานที่มีมูลค่าทางจิตใจ อยากให้วาดตัวละครแร็กนาร็อกของเขากับเพื่อนเขา จะเอาไปใส่กรอบ ส่วนคนไทยเท่าที่เคยรับจะเป็นคอมเมอเชียลทั้งนั้น ทั้งโลโก้ โมชันกราฟิก CI เลเบลแปะสินค้า ปกนิยาย คือเรารับจ็อบเยอะ ไม่ใช่แค่สีน้ำ รับหมดเพราะเรียนกราฟิกมา



คิดว่าอะไรคือหัวใจสำคัญของการประกอบอาชีพทางด้านนี้

ความขยันค่ะ มันก็ต้องขยันแล้วก็ต้องตั้งใจทำงาน คือจะเก่งขนาดไหนแต่ถ้าทำงานเผาๆ ลูกค้าก็จะไม่โอเค ก็ควรจะตั้งใจทำงานให้คุ้มค่ากับที่เขาจ่ายนะจ๊ะ แล้วก็ต้องสม่ำเสมอด้วย เราต้องวาดบ่อยๆ ให้คนจำงานเราได้ สมัยก่อนเราแทบไม่วาดรูปเลย คือเบื่อ ไม่อยากวาด เล่นเกม นอน แล้วมาเปลี่ยนช่วงที่เล่นคอมมู ก็รู้จักมานานแล้วว่าเขามีเล่นอะไรแบบนี้กัน เราเป็นคนชอบวาดออริจินัล แต่วาดเองคนเดียวก็เบื่อ พอมีคอมมูปั๊บก็มีเพื่อนอินด้วยเล่นด้วย ก็เลยมีพลังวาด

แต่จุดเปลี่ยนที่พีคๆ เลยคือหลังแหกนี่แหละ (หัวเราะ) ตอนนั้นที่ปวดคือทำอะไรไม่ได้จริงๆ นอนเฉยๆ มองเพดาน ลุกขึ้นมาก็เจ็บ รู้สึกสำนึกผิดว่าเฮ้ยตอนที่เราหลังยังดีๆ เราทำบ้าอะไรวะ กายภาพไปหกเดือนแล้วก็ไม่ค่อยได้ผล ไม่ใช่เพราะทำงานอย่างเดียวหรอก คือเราเป็นเด็กติดเกม สมัยมัธยมกลับบ้านก็เล่นแต่เกม วันไหนอยู่บ้านก็ 7 โมงเช้าถึงเที่ยงคืน ไม่เป็นก็แปลก ใครที่รู้ตัวว่าเป็นแบบนี้อยู่ก็ระวังหน่อยนาจา



และความท้าทาย (หรือเสี่ยงภัย) ของการเป็นฟรีแลนซ์แบบเพิร์ลเกรย์คืออะไร

ตอนนี้รู้สึกเฉยๆ นะ เพราะเรามีสอนที่นี่ก็มีรายได้ประจำมาตั้งแต่ปี 2 ก็อุ่นใจหน่อย มีรายได้ไว้ใช้จ่าย ที่เหลืออยากทำอะไรก็เต็มที่ จะหาเงินก็ปั่นงานหน่อย หรือเดือนไหนอยากวาดเล่นอยากขี้เกียจก็ได้ แต่ชีวิตฟรีแลนซ์ก็ไม่มั่นคงเหมือนบริษัทอยู่แล้ว ถ้าเจ็บป่วยบริษัทก็มีสวัสดิการให้ แต่ฟรีแลนซ์ต้องดูแลตัวเอง

 

เพิร์ลเกรย์คิดว่าสิ่งสำคัญที่ช่วยให้คนจ้างยอมจ่ายเงินมากขึ้นเพื่อได้ผลงานของเราคืออะไร

เราว่าของเรามันเป็นแฮนด์เมด แล้วงานคอมมิชชันที่เราทำเราตั้งใจทำทุกชิ้นให้เห็นเลยว่าฉันตั้งใจทำให้คุณทุกชิ้นเลยนะ ไม่ใช่งานเผาๆ คนก็ยอมจ่ายเพื่องานที่เราทำให้เต็มที่ ถ้าเห็นว่าเราเผาปั๊บ คนก็…เออ คิดละ แล้วลูกค้าเราก็เป็นต่างชาติด้วยแหละ เมื่อก่อนก็มีคนไทยบ้างแต่เดี๋ยวนี้ก็รับทั้งหมดไม่ไหวละ มันเยอะมาก เวลาอัพงานใหม่ทีนึงก็จะมีคนเห็นแล้วก็จะมีคนถามเรื่อยๆ ถ้าเรารับหมดก็ตาย ก็ต้องเลือกบ้าง หรือใช้ demand – supply ให้เราทำงานได้น้อยลงหน่อยแต่ได้ทำงานที่มีคุณภาพ ส่วนใหญ่ฝรั่งเขาเห็นว่าเราเป็นงานมือ ได้ต้นฉบับก็ไม่แพงหรอกสำหรับเขา



ประสบการณ์รับงานลูกค้าที่บัดซบที่สุดและหนทางรับมือ

ไม่ค่อยมี จริงๆ เพราะว่าเราโดนสอนมาว่าเวลาเขียนสัญญาจ้างหรือคอมมิชชันเราจะเขียนกฎไว้ชัดเจนมากว่าห้ามแก้เกินกี่ครั้ง สเก็ตแก้ได้สองครั้งนะ เกินกว่านี้คิดกี่เปอร์เซ็นต์ อาจจะไม่ค่อยเหมาะสำหรับเด็กจบใหม่เพราะทุกคนอยากได้งาน แล้วยิ่งลูกค้าเห็นเด็กๆ มีเงื่อนไขเยอะก็ไม่เอาละ แต่มันก็ควรเซฟตัวเองบ้าง มีพี่คนนึงที่สัญญาว่าจ้างแก้เท่าไหร่ก็ได้ ก็แก้ไปเรื่อยๆ แก้จนตัวแตก อย่างน้อยพอมีเขียนไว้ว่าแก้ได้เท่าไหร่ เวลาลูกค้าเขาจะสั่งแก้อะไรเขาก็คิดก่อน ก็ควรเขียนข้อตกลงให้ชัดเจนนะจะได้ไม่มีปัญหา

ของเราถึงขั้นบัดซบคงไม่ค่อยมี แต่ที่แย่หน่อยคืองานสติกเกอร์ไลน์ที่ทำไปได้ครึ่งนึงละแล้วเขาก็มาล้มแบบ ไม่เอาละ แต่ก็มีสัญญาตัวนี้ที่บอกว่าหลังสเก็ตแก้ไม่ได้ เขาก็ต้องจ่ายค่าแก้ไปก็ไม่มีปัญหาอะไร ตกลงอะไรไว้ให้ชัดเจนแต่แรกดีที่สุด


ตลอดหลายปีที่วาดภาพมาคิดว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้างทั้งด้านฝีมือและตัวเพิร์ลเกรย์เอง

นับตั้งแต่สมัยเด็กๆ งานเราเปลี่ยนเยอะนะ มีเพื่อนสมัยเด็กๆ ที่ขุดรูปเก่าขึ้นมาพบว่ามีหลายสไตล์มาก มีทั้งโคปิก มีทั้งคอม มีอะไรไม่รู้มั่วไปหมดยังกับคนละคนวาด แล้วพอติวก็จะเริ่มไม่ใช่การ์ตูนญี่ปุ่นละ แล้วพอเข้ามหาลัยก็เรียนกราฟิกไง ก็เลยซึบซับเซนส์กราฟิกมั้ง งานการ์ตูนของเราก็จะเลยจะไม่ญี่ปุ่นจ๋า

 

ชีวิตสมัยทำงานประจำกับฟรีแลนซ์ต่างกันมากแค่ไหน

ต่างกันเยอะ จริงๆ อยู่ออฟฟิศก็ชีวิตดีอยู่แล้ว งานมันไม่ได้หนักมากด้วยแหละ อาจจะเพราะเรายังไม่ใช่ระดับสูงที่มีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ แต่เราก็จะไม่ได้พัฒนาตัวเองเท่าไร ไม่ได้ทำงานมือด้วย ถ้าหลังไม่แหกก็คงไม่มีเราที่วาดสีน้ำอย่างบ้าคลั่งในวันนี้ (หัวเราะ) จริงๆ หลังแหกนี่เป็นแรงผลักดันนะ คือเฮ้ยถ้าเราวาดรูปไม่ได้แล้วเราจะทำยังไง ก็เลยวาดเยอะมากในช่วงปีสองปีนี้

ฟรีแลนซ์นี่ถ้าได้งานเยอะรายได้ก็ย่อมดีกว่างานประจำอยู่ละ อันนี้เป็นปกติ เคยคิดว่าฟรีแลนซ์น่าจะสบาย ไม่ ฟรีแลนซ์ไม่มีวันหยุด ถ้าเธอไม่หยุดรับงานเธอก็จะไม่มีวันหยุด แต่มันก็ดีที่เราก็อยู่บ้าน ไม่ต้องขึ้นรถไฟฟ้าไปเจอคนอัดๆ ทุกวัน โคตรเสียสุขภาพจิตเลย แต่ก็ต้องดิ้นรนหน่อยนิดนึง

 

ความใฝ่ฝันบนเส้นทางนักวาดของเพิร์ลเกรย์คืออะไร

ที่จริงอยากเป็นคาแร็กเตอร์ดีไซน์ของเกม ซึ่งก็ได้เป็นแล้วตอนทำบริษัท แล้ว…แล้วไง (หัวเราะ) ก็แฮปปี้กับงานมาก เอาอะไรมาให้ดีไซน์ก็ชอบมากอยู่แล้ว แต่งานบริษัททำไปก็ไม่มีใครรู้ว่าเราเป็นคนทำ ใครออกแบบ ใครอนิเมท ทุกเส้นที่เรานั่งบึ๋ยๆ ก็ไม่มีใครรู้ ถ้าอยากเป็นคาแร็กเตอร์ดีไซเนอร์หลักๆ ก็ต้องเป็นคนที่มีชื่อเสียง แล้วก็ต้องเก่งมากๆ ด้วย ทำไงได้ล่ะ ก็ต้องฝึกต่อไป

 

ดูเพิร์ลเกรย์จะชอบงานคาแร็กเตอร์ดีไซน์มากจริงๆ

ชอบ ชอบมาก เป็นงานที่ไม่ต้องมีใครบังคับเราก็ทำอยู่แล้ว ยิ่งตอนนี้อดอปต์มาดังในประเทศไทย ก่อนหน้านี้แป๊บนึงก็แอบส่องๆใน DA แล้วทดลองทำดู คือเพิ่งรู้จักแล้วก็ตกใจเฮ้ยมันซื้อขายได้ด้วยเหรอ ใครมันจะซื้อ ก็เข้าไปดูที่เขาขายกัน เฮ้ย 70 เหรียญ 450 เหรียญ มึงบ้าป้ะ ก็เลยไปศึกษาอย่างจริงจัง กูต้องทำให้ได้ กูต้องทำแน่ๆ พอมันเข้าไทยเราก็รีบจัดคนแรกๆเลยค่ะ เพราะเรามีในสต็อกอยู่แล้วที่ลองทำขายใน DA มันคือรูปวาดเล่นอ่ะสำหรับเรา แต่ก็ไม่ได้วาดเขี่ยๆ นะ ปกติเราวาดคาแร็กเตอร์ดีไซน์เป็นกิจวัตรอยู่แล้ว ก็…แฮปปี้มาก ขอให้ฮิตไปนานๆ สาธุ



เล่าเรื่องการวาดโปสเตอร์งาน COMIC SQUARE รอบนี้สักหน่อย

โปสเตอร์งาน CQ รอบนี้โจทย์ค่อนข้างฟิกซ์มาอยู่แล้วแหละว่าให้วาดสามคนนี้ แต่ที่ลองเติมเองคือโจทย์ให้ใส่ลูกบาศก์มา เราก็เฮ้ยมันต้องสแควร์ป่ะ มีลูกบาศก์อยู่แล้วเราก็อ่ะๆ แดงด้านนึงให้มันสแควร์ด้วยละกัน ส่วนควันๆ นี่ก็ดูจาก reference ใส่มันมันดูมีไดนามิก ฟุ้งๆ พุ่งๆ หน่อย แรคคูนก็วาดให้มันเต่งๆ ส่วนซีกับคิวก็ไม่ได้อะไรเพราะมีดีไซน์ให้มาตามนี้อยู่แล้ว ตอนที่ได้รับการติดต่อมาให้วาดโปสเตอร์งานนี้ก็ตกใจ แต่ก็ดีใจมากที่สต๊าฟเจาะจงเลือกเรา

 

ทิ้งท้ายคำแนะนำสำหรับคนที่อยากวาดภาพเป็นอาชีพจริงจังแบบเพิร์ลเกรย์และสำหรับแฟนๆ ที่ติดตามผลงาน

ทำอาชีพจริงจัง…ทุกวันนี้เราจริงจังเหรอวะ (หัวเราะ) เราสอนมาหลายปีละ สังเกตว่าเด็กการ์ตูนส่วนใหญ่มีปัญหาเรื่องความภูมิใจในตัวเอง ส่วนใหญ่จะกลัวผิด กลัวเบี้ยว กลัวทุกอย่าง ไม่ต้องไปกลัว ทำไปเลย ถ้ามัวแต่กลัวแล้ววันไหนจะทำ สำหรับคนที่ติดตาม…ก็ขอบคุณมาก ขอบคุณจริงๆ ไม่คิดว่าจะมีคนติดตามเราเยอะ เมื่อก่อนเราก็เงียบๆ แต่เดี๋ยวนี้ก็เยอะขึ้นเรื่อยๆ ทั้งทางอินสตาแกรมแล้วก็ทางเพจ ขอบคุณมากๆ ค่ะ ปิ๊งๆ


 

และนี่ก็คือคุณมุก Pearlgray เจ้าของผลงานคาแรคเตอร์สวยๆ มากมายรวมถึงเป็นผู้ให้เกียรติมาวาดโปสเตอร์ของงาน COMIC SQUARE ของเราในครั้งนี้ รู้จักเธอขนาดนี้แล้วอย่าลืมไปติดตามเพจของเธอกันต่อที่ Pearlgray แล้วอย่าลืมมาพบกับเพิลเกรย์ตัวจริงที่บูธ D09-D10 m i n d * c r e a t o r ในงาน COMIC SQUARE วันอาทิตย์ที่ 28 พฤษภาคม 2560 นี้ 10 โมงเช้า – 4 โมงเย็น ที่อาคารรักตะกนิษฐ มหาวิทยาลัยสวนดุสิตค่ะ!

ในโอกาสนี้ขอขอบคุณวาดสตูดิโอที่เอื้อเฟื้อสถานที่สำหรับการสัมภาษณ์ด้วยค่ะ

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Comment moderation is enabled. Your comment may take some time to appear.