ถ้าพูดถึงตำนานการ์ตูนสายโชโจที่ถูกนำไปสร้างเป็นไลฟ์แอ็กชันจนโด่งดังคงหนีไม่พ้นตำนาน F4 รักใสๆ หัวใจ 4 ดวง แต่ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ถ้าได้ยินชื่อแล้วล่ะก็จะต้องร้องอ๋ออไปตามๆ กันอย่างเรื่อง แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก แค่เห็นชื่อก็รู้สึกคุ้นๆ กันแล้วใช่ไหมล่ะคะ เราไปดูกันดีกว่าว่าอะไรที่ทำให้เรื่องนี้เป็นที่พูดถึงกันไม่แพ้ F4 จนถึงทุกวันนี้

 

จุดเริ่มต้นของสาวซื่อบื้อกับหนุ่มเย็นชา

คิดว่าหลายคนคงจะรู้จักเรื่องนี้ได้จากซีรีส์ฉบับไต้หวัน แต่แท้จริงแล้วเรื่องนี้ถูกสร้างมาจากมังงะญี่ปุ่นโดยอ.ทาดะ คาโอรุ ชื่อในภาษาญี่ปุ่นคือ Itazura na Kiss ส่วนชื่อแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารักมาจากชื่่อซีรีส์ของฉบับไต้หวัน สมัยนั้นการ์ตูนหวานแหววสไตล์ผู้หญิงเรื่องใดที่กำลังดังในญี่ปุ่น ทางฝั่งไต้หวันก็กวาดเรียบไปสร้างจนดังกว่าที่ญี่ปุ่นเสียอีก

แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารักฉบับหนังสือการ์ตูนถูกตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1990 ลงนิตยสาร Bessatsu Margaret โดยสำนักพิมพ์ชูเอฉะ ถือเป็นมังงะที่ประสบความสำเร็จและได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังเป็นเรื่องที่ทำให้อ.ทาดะเป็นที่รู้จักไปทั่วญี่ปุ่น เรื่องนี้โด่งดังถึงขนาดได้ถูกนำไปทำเป็นซีรีส์ถึง 3 ครั้ง ตั้งแต่ปี 1996, 2005 และ 2010 ตามลำดับ และล่าสุดในปี 2013 ก็ได้ถูกนำมารีเมกอีกครั้ง ใช้ชื่อว่า Itazura na Kiss: Love in Tokyo ของทางช่องฟูจิเทเรบิ แต่ทว่าปัจุบันมังงะเรื่องนี้ก็ยังเขียนไม่จบด้วยเหตุเพราะอ.ทาดะ เกิดประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ขณะกำลังย้ายบ้านกับสามีและลูกชายของเธอ อย่างไรก็ตามมังงะฉบับนี้ได้รับอนุญาตจากทางฝั่งสามีของอ.ให้ตีพิมพ์ต่อจนถึงตอนล่าสุดที่อ.ทาดะเขียน ทำให้ตอนจบของเรื่องนี้ไปปรากฏในฉบับอนิเมะแทน เนื่องจากอ.ทาดะได้เขียนพล็อตเรื่องตอนจบไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยเรื่องนี้ถูกนำไปสร้างเป็นอนิเมะในปี 2008 ของทางค่าย TMS Entertainment ออกอากาศครั้งแรกทางช่อง TBS รวมทั้งหมด 25 ตอนจบ เรื่องราวของสาวเปิ่นซื้อบื้อ ไอฮาระ โคโตโกะ ไม่ว่าจะการเรียนหรือเรื่องใดๆ ก็ไม่ได้เรื่อง ไปตกหลุมรัก อิริเอะ นาโอกิ หนุ่มสุดเพอร์เฟ็กซ์ที่ทั้งหน้าตาก็หล่อ เรียนก็ดี กีฬาก็เด่น หนุ่มฮอตประจำโรงเรียนที่สาวๆ ต่างก็หมายปอง เธอจึงตัดสินใจยื่นจดหมายสารภาพรักไปแต่นาโอกะกลับไม่สนใจใยดี วันหนึ่งขณะโคโตโกะกำลังกินข้าวกันอยู่ แผ่นดินก็ไหวบ้านถล่มพังลงมา ทำให้เธอต้องย้ายไปอยู่บ้านเพื่อนสนิทของพ่อชั่วคราว แต่หารู้ไม่ว่าบ้านหลังนั้นเป็นบ้านของนาโอกิ งานนี้สาวเจ้าจะต้องเจอเรื่องวุ่นวายแน่นอน จึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะใจเจ้าชายน้ำแข็งให้ได้

จุดที่ทำให้เรื่องนี้ถูกกล่าวขานโด่งดังไม่แพ้ F4 ก็เพราะในสมัยนั้นพล็อตเรื่องแนวนี้ถือว่าเป็นความแปลกใหม่ในสไตล์การ์ตูนสายโชโจ พระเอกที่ดูดีเพอร์เฟกซ์ต้องมาลงเอยกับสาวเซ่อที่ไม่มีอะไรเด่น ถือเป็นความต่างของตัวละครอย่างเห็นได้ชัดว่าทั้งสองคนจะสามารถอยู่ด้วยกันและรักกันได้ไหม? และด้วยความเย็นชาแต่อบอุ่น ปากหนักแต่ก็รักเขาของพระเอกก็ถือเป็นจุดที่ทำให้สาวๆ หลายคนกรี๊ดกันไปเป็นแถบๆ อีกทั้งภาคซีรีส์แต่ละตอนที่ถูกนำไปสร้างนั้นก็ทำออกมาให้ไม่ผิดหวัง เล่นทำเอาแฟนๆ ดูไปกรี๊ดไปเป็นแถบๆ

ฮิตติดปากทั่วประเทศ

กระแสหนุ่มเย็นชากับสาวซื่อบื้อโด่งดังเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ จนถูกนำมาสร้างเป็นภาคคนแสดงมานักต่อนักไม่แพ้ F4 เลยจริงๆ โดยภาคคนแสดงเวอร์ชันแรกเป็นฉบับซีรีส์ของญี่ปุ่นเอง 9 ปีต่อมาได้ถูกไต้หวันนำมารีเมกสร้างอีกครั้งในปี 2005 จึงกลายเป็นกระแสโด่งดังอีกครั้ง อีกทั้งยังได้ถูกนำมาฉายในไทยโดยช่อง 3 ในชื่อว่า แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก คนไทยที่ได้ชมก็ฮิตติดปากเรียกชื่อนี้ย่อๆ ว่า “แกล้งจุ๊บ” จนถึงทุกวันนี้ ถ้าพูดถึงแกล้งจุ๊บก็ต้องรู้ทันทีว่าคือเรื่องนี้นั่นเอง

Itazura na Kiss (1996)

 

แกล้งจุ๊บเวอร์ชันแรกสร้างโดยญี่ปุ่นเอง ออกฉายทางทีวีครั้งแรกปี 1996 ทางช่องทีวีอาซาฮี รวมทั้งหมด 9 ตอนจบ นำแสดงโดย ซาโต้ ไอโกะ รับบทเป็น ไอฮาระ โคโตโกะ และคาชิวาบาระ ทาคาชิ รับบทเป็น อิริเอะ นาโอกิ เวอร์ชันนี้นานมากก 20 กว่าปีที่แล้ว ภาพก็จะเก่าๆ ตามสไตล์ 90 ตัวเนื้อเรื่องไม่ได้อิงตามมังงะเป๊ะๆ มีการดัดแปลงอยู่บ้าง อย่างในเวอร์ชันนี้บ้านนางเอกจะไม่ได้แผ่นดินไหว แต่เกิดไฟไหม้แทน ปกติญี่ปุ่นจะสร้างไลฟ์แอ็กชันไม่ตรงตามต้นฉบับเท่าไรอยู่แล้ว เพื่อความแปลกใหม่ในการรับชม (จะได้เดาไม่ได้) และนางเอกก็มีผมสั้นต่างจากต้นฉบับ แต่พระเอกนี่เหมือนถอดแบบมากๆ หล่อคมเข้มเหมือนนาโอกิจริงๆ ปัจจุบันนางเอกสาวเราก็แต่งงานไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วจ้า

It Started with a Kiss (2005)

 

เวลาล่วงเลยมาถึง 9 ปี ไต้หวันได้นำแกล้งจุ๊บมารีเมกอีกครั้งในปี 2005 ซึ่งเป็นเวอร์ชันดังถล่มทลายมากที่สุด สมัยนั้นต้องยอมใจไต้หวันจริงๆ เอาเรื่องไหนมาทำก็ดังหมด ที่มาของคำว่า แกล้งจุ๊บ ก็มาจากชื่อไทยของเวอร์ชันนี้ นำแสดงโดย โจเฉิง เอเรียลหลินและจิโร สมาชิกบอยแบนด์ชื่อดังวงฟาเรนไฮต์ โดยเวอร์ชันนี้นำเอาเรื่องราวในมังงะ 10 เล่มแรกของญี่ปุ่นมาสร้างเพียงเท่านั้น และได้รับความนิยมจนมีภาคที่ 2 ชื่อว่า They Kiss Again ออกมาในปี 2007 ทำให้สองพระนางดังกระหึ่มถึงขนาดมีละครเล่นด้วยกันติดกันถึง 3 เรื่องเลยทีเดียว นับว่าเป็นเวอร์ชันที่ประสบความสำเร็จในบรรดาทั้งหมด

 

Playful Kiss (2010)

ต่อมาในปี 2010 แกล้งจุ๊บได้ถูกกลับมาทำฉายลงฟรีทีวีอีกครั้ง โดยครั้งนี้เป็นของทางฝั่งอปป้าเกาหลี นำแสดงโดย คิม ฮยอนจุง สมาชิกวง SS501 และนางเอกสาว จุง โซมิน ที่น่าแปลกคือเวอร์ชันนี้ได้ความนิยมค่อนข้างน้อยมากในเกาหลี เรตติงอยู่ที่ 5-7% เท่านั้นเอง จึงขายให้กับ 12 ประเทศในเอเชียและได้รับความประสบสำเร็จอย่างมาก รายได้ประมาณ 3,400,000 เหรียญสหรัฐ รวมถึงยอดเข้าชมในเว็บดูออนไลน์ Viki ทะลุถึง 70 ล้านครั้ง ทำให้จากซีรีส์ที่เงียบเหงาในเกาหลี กลับโด่งดังในต่างแดนจนกลายเป็นอีกเวอร์ชันหนึ่งที่ได้รับความนิยมไม่แพ้ของไต้หวัน

 

Itazura na Kiss : Love in Tokyo (2013)

 

กลับมาที่ฝั่งญี่ปุ่นอีกครั้ง เวลาล่วงเลยมาหลาย 10 ปี ในปี 2013 ญี่ปุ่นก็ได้รีเมกแกล้งจุ๊บอีกครั้งในฉบับซีรีส์ ชื่อว่า Itazura na Kiss : Love in Tokyo (ภาคโตเกียว) ออกอากาศทางช่องฟูจิเทเรบิ รวมทั้งหมด 16 ตอน นำแสดงโดย โนโฮกะ มิกิ และฟุรุคาวะ ยูกิ โดยแฟนๆ ที่ได้ชมต่างให้ความเห็นกันว่าเวอร์ชันนี้เหมือนกับต้นฉบับมากที่สุด ทั้งคาแรกเตอร์ของตัวละครและบทต่างๆ ของเรื่อง ดูแล้วประทับใจไม่ต่างจากอ่านมังงะหรือดูอนเิมะเลย ทำให้ต่อมาปี 2014 ทางเว็บไซต์หลักได้มีประกาศจะว่าทำภาคพิเศษออกมา ชื่อว่า Love in Okinawa (ภาคโอกินาวะ) และออกอากาศทั่วเอเชียถึง 6 ประเทศด้วยกันเลยทีเดียว

 

Kiss Me (2015)

และแล้วก็วนมาถึงแกล้งจุ๊บฉบับบ้านเราสักที ออกอากาศในปี 2015 ทางช่อง True4U รวมทั้งหมด 20 ตอน งานนี้ได้หนุ่มไมค์ พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล มารับบทเป็น เท็นเท็น เจ้าชายเย็นชาผู้แสนฉลาด และ ออมสุชาร์ มานะยิ่ง รับบทเป็นตะหลิว นางเอกสาวใสซื่อบื้อ ซึ่งสำหรับกระแสของแกล้งจุ๊บในไทยนั้นค่อนข้างเงียบ ไม่เป็นกระแสที่พูดถึงเหมือนกับฉบับต่างประเทศสักเท่าไร เพราะพโครงเรื่องเปลี่ยนค่อนข้างเยอะ แตกต่างจากต้นฉบับไปหน่อยเลยทำให้ไม่เป็นที่พูดถึงมากนัก

 

Itazura na Kiss: The Movie (2016)

นอกเหนือจากฉบับซีรีส์แล้ว คราวนี้ในปี 2016 ญี่ปุ่นก็ไม่น้อยหน้าเพราะได้สร้างเป็นภาพยนตร์ถึง 3 ภาคด้วยกัน! ถือเป็นครั้งแรกเลยที่แกล้งจุ๊บได้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ เพราะที่ผ่านมาไม่ว่าจะชาติไหนนำไปสร้างก็ล้วนเป็นแต่ฉบับซีรีส์ทั้งนั้น นำแสดงโดย บิสะ เรนะ นักแสดงสาวหน้าใหม่ และซาโต้ คันตะ สมาชิกวง Gekidan EXILE  ซึ่งเวอร์ชันนี้ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้ฉบับซีรีส์  ทำให้มีภาคต่อออกมาติดๆ คือภาค Campus และในปลายปีเดียวกันนั้นก็ออกภาคจบออกมาคือ Proposal ปกติแล้วกว่าจะดูเรื่องนี้จบต้องแหกตาดูสามวันแปดวัน แต่ฉบับภาพยนตร์เป็นแบบดูทีเดียว 3 ภาคจบก็รู้เรื่อง!

 

Miss in Kiss (2016)

 

มาถึงแกล้งจุ๊บเวอร์ชันสุดท้ายที่เพิ่งออกอากาศไปเมื่อปี 2016 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่ญี่ปุ่นสร้างฉบับภาพยนตร์ออกมา ถือว่าเวอร์ชันนี้เป็นไลฟ์แอ็กชันเรื่องที่ 7 ของมังงะซีรีส์เรื่องนี้ นำแสดงโดย ดีโน่ ลี และเอสเธอร์ วู เพราะว่าเวอร์ชันนี้เป็นรีเมกของไต้หวันจาก 2005 ทำให้เป็นที่พูดถึงในเรื่องของการเปรียบเทียบค่อนข้างเยอะ แฟนๆ ส่วนมากยังติดภาพกับเวอร์ชันแรกอยู่ กระแสเลยออกมาไม่ค่อยดีอย่างที่คิดเท่าไรนัก อีกทั้งยังมีการเปลี่ยนบทบ้างนิดหน่อย แต่บางคนก็ให้ความเห็นว่ายังคงความน่ารักตามแบบฉบับมังงะไว้อยู่เหมือนกัน

สมกับเป็นโชโจมังงะที่โด่งดังไปทั่วโลกจริงๆ เพราะไม่ใช่แค่มังงะที่เป็นที่รู้จัก แต่ทั้งภาพยนตร์และซีรีส์ก็ประสบความสำเร็จอย่างมาก บางคนก็โตมากับเรื่องนี้ ถือเป็นความทรงจำอย่างหนึ่งในชีวิตของใครหลายคนจริงๆ ถึงแม้อาจารย์จะไม่อยู่บนโลกใบนี้แล้ว แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็เป็นเครื่องการันตีและแสดงให้เห็นว่าผลงานของอาจารย์ทาดะ คาโอรุ นั้นทั้งสนุกและมอบความสุขให้ทุกคนอย่างแน่นอน

 

อ้างอิง

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *