เมื่อสามปีก่อนหลังจากเว็บข่าวของญี่ปุ่นได้ปล่อยภาพข่าวการโปรโมตภาพยนตร์เรื่อง  Something Like Something Like It ก็ได้สร้างความฮือฮาแก่ชาวเน็ตเป็นอย่างมากเมื่อนักแสดงหลักอย่างมัตสึยามะ เคนอิจิ หรือที่คนไทยชอบเรียกกันอย่างติดปากว่า แอล (เดธโน้ต) นั้นดูอ้วนขึ้นอย่างมาก หลายๆ คนก็ได้ตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา ทำไมถึงได้ปล่อยตัวขนาดนี้ นี่ไม่ใช่ แอล แล้วแต่เป็น เอ็กซ์แอล

เชื่อว่าหลายๆ คนอาจจะยังไม่รู้ว่าที่ L กลายเป็น XL นั้นไม่ใช่ว่าปล่อยตัวหรืออะไร แต่ว่าเป็นการทุ่มเทเพื่อการแสดงล้วนๆ เพราะมัตสึยามะ เคนอิจิได้ตกลงรับเล่นภาพยนตร์เรื่อง Satoshi: A Move for Tomorrow ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่สร้างมาจากชีวิตจริงของ มุรายามะ ซาโตชิ เซียนโชกิอัจริยะซึ่งได้ระดับ 9 ดั้งตั้งแต่อายุยังน้อย

มุรายามะ ซาโตชิ ตัวจริง (ซ้าย) และมัตสึยามะ เคนอิจิ (ขวา)

ตัวจริงของมุรายามะ ซาโตชิเป็นชายหนุ่มเจ้าเนื้อ เพื่อให้ทุกอย่างสมจริงนอกจากจะต้องเรียนการเล่นโชกิ รวมถึงศึกษาพฤติกรรมเลียนแบบท่าทางการเดิน การยืนการนั่ง การพูดของเขาแล้ว เคนอิจิยังเพิ่มน้ำหนักของตัวเองถึง 26 กิโลกรัมเพื่อให้รูปร่างของเขาใกล้เคียงกับตัวจริงมากขึ้นจนผู้กำกับและนักแสดงที่ร่วมเล่นภาพยนตร์ด้วยกันรู้สึกทึ่งในความทุ่มเทในการเข้าถึงคาแรกเตอร์ของเขา

Satoshi: A Move for Tomorrow เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ มุรายามะ ซาโตชิ โปรโชกิหรือหมากรุกญี่ปุ่น ซาโตชินั้นมีอาการไตทำงานผิดปกติมาตั้งแต่ 5 ขวบ ทำให้ชีวิตในวัยเด็กของเขาอยู่แต่ในโรงพยาบาล เพื่อไม่ให้เหงาพ่อแม่ของซาโตชิจึงนำโชกิมาให้เขาเล่นตั้งแต่นั้นมาเขาก็ได้ตกหลุมรักการเล่นโชกิจนถอนตัวไม่ขึ้น

ซาโตชิมุ่งมั่นกับการเล่นโชกิมากจนได้เป็นโปรตั้งแต่อายุ 17 และได้ 9 ดั้งตั้งแต่อายุ 20 ต้นๆ แต่น่าเสียดายที่เขาต้องลาจากโชกิที่เขารักไปตลอดกาลด้วยโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะขณะอายุเพียง 29 ปี แต่เรื่องราวของเขานั้นก็ได้กลายเป็นตำนานของคนในวงการโชกิ จนถูกนำมาเขียนเป็นหนังสือและขายดีอย่างมาก

หลังจากที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้เสร็จเคนอิจิก็ลดน้ำหนักกลับสู่ตัวเลขเดิมเพื่อเล่นภาพยนตร์เรื่องต่อไป จะเห็นได้จากตอนที่เขาได้มาโปรโมต Satoshi: A Move for Tomorrow ว่าเคนอิจิผอมลงอย่างเห็นได้ชัด

จุดเริ่มต้นของนักแสดงมากฝีมือ

มัตสึยามะ เคนอิจิเริ่มงานบันเทิงในปี 2001 ด้วยการถ่ายโฆษณารณรงค์ภายใต้ชื่อชุด Looking For A New “New” ของบริษัท Parco ปีถัดมารับบทสมทบในภาพยนตร์เรื่องแรก คือ Bright Future

รับบทนำครั้งแรกในภาพยนตร์เรื่อง Winning Pass โดยรับบทเป็นโคบายาชิ เคนตะเด็กหนุ่มที่ประสบอุบัติเหตุจนไขสันหลังเสียหายทำให้เป็นอัมพาตครึ่งท่อนไม่สามารถกลับมาเดินด้วยขาของตัวเองได้อีก แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้แม้จะต้องนั่งวีลแชร์ตลอดชีวิต เคนตะได้เขาร่วมทีมบาสเก็ตบอลและได้ฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อแข่งขันระดับประเทศ

ในปี 2005 แฟนคลับต่างประเทศเริ่มจดจำเคนอิจิได้มากขึ้นหลังจากที่ปรากฏตัวในภาพยนตร์เรื่อง ยามาโต้ พิฆาตยุทธการ

และบทบาทที่ทำให้ทุกคนรู้จักเขาจนถึงทุกวันนี้คือ แอล ในภาพยนตร์เรื่อง Death Note หรือ สมุดโน้ต กระชากวิญญาณ ด้วยความที่เคนอิจิเข้าถึงบทบาทของแอลอย่างที่ใครก็ทำไม่ได้ ทำให้ไม่ว่าจะรีเมก Death Note กี่ครั้งแฟนๆ ก็ยังคงเรียกหาให้เขากลับมารับบทแอลอยู่เสมอ

และเมื่อได้กลับมารับบทแอลอีกครั้งก็ได้กล่าวว่า ยินดีอย่างมากที่ได้กลับมารับบทเป็นแอลหลังจากที่ไม่ได้เล่นบทนี้มานานมาก โดยเวลา 3 นาทีที่เขาแสดงในภาพยนตร์เป็นเวลาที่ทำให้รู้สึกว่าได้กลับไปเป็นแอลอีกครั้ง แม้ว่าร่างกายและจิตใจของเขาจะเติบโตกว่าตัวละครนี้ไปมากแล้วก็ตาม

ปัจจุบันมัตสึยามะ เคนอิจิมีผลงานทั้งภาพยนตร์ ซีรีส์มากมาย โดยบทส่วนใหญ่ที่เขาได้รับมักมีเนื้อหาค่อนข้างหนัก ถ้าไม่บู๊ล้างผลาญก็ดราม่าน้ำตาหมื่นลิตร ไม่ว่าจะเป็น Gantz (2011)  Bunny Drop (2011)  A LIFE Kanashiki Hito (2017) Saint young men (2018)

แต่ไม่ว่าจะได้รับบทเป็นใคร จะเป็นบทนำหรือไม่ เขาก็เป็นนักแสดงที่ทุ่มเทให้กับทุกบทบาทจนสามารถเข้าถึงตัวละครนั้นๆ ได้อย่างแท้จริง เรียกได้ว่าจะไซส์ L หรือ XL หรือไซส์ใดๆ ก็ไม่พอจะบรรยายหัวใจของเขาที่ยกให้การแสดงเลยจริงๆ

 

ที่มา

en.wikipedia, dailymail, asianwiki, shogifan, tsurulog

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *