home LIVE-ACTION, REVIEW [live-action] Paradise Kiss เส้นทางรัก…นักออกแบบ : เส้นทางชีวิตออกแบบได้

[live-action] Paradise Kiss เส้นทางรัก…นักออกแบบ : เส้นทางชีวิตออกแบบได้

Paradise Kiss เส้นทางรัก…นักออกแบบ เป็นภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากมังงะเรื่อง Paradise Kiss โดยจะเล่าเรื่องเกี่ยวกับฮายาซากะ ยูคาริ นักเรียนม.ปลายปีสามที่เตรียมตัวสอบเข้ามหาลัยฯ แต่แล้ววันหนึ่งเธอก็ถูกหนึ่งในสมาชิก Paradise Kiss ชักชวนให้ไปเป็นนางแบบให้กับงานออกแบบเสื้อผ้าของพกเขา และนั่นเองที่เป็นจุดเริ่มต้นการก้าวเข้าสู่ชีวิตนางแบบของเธอ…ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดย ชินโจะ ทาเคฮิโกะ (Your Lie in April, I give my first love to you เพราะหัวใจบอกรักได้ครั้งเดียว) เขียนบทโดย บันโดะ เคนจิ (หัวใจนี้เพื่อเธอ, Season of Snow) และเข้าฉายที่ญี่ปุ่นในปี 2011

ส่วนตัวไม่ชอบดูหนังที่ดัดแปลงมาจากการ์ตูนสักเท่าไร เพราะมักจะผิดหวังกับตัวนักแสดง และบทหลายๆ อย่างที่เปลี่ยนไปจากฉบับดั้งเดิม ยิ่งเป็น Paradise Kiss ผลงานของ ยาซาว่า ไอ เจ้าแม่การ์ตูนโชโจดราม่า (นานะ, เก็บหัวใจให้คนข้างบ้าน) เราก็ยิ่งเกิดความลังเลที่จะดูเข้าไปใหญ่ เพราะภาพตัวละครของเธอแต่ละตัวนี่สวยหล่อแบบเกินมนุษย์มาก แต่พอเห็นหน้าตานักแสดงที่อยู่บนปกดีวีดีแล้ว ก็รู้สึกว่าอาจจะออกมาดีก็ได้ เลยตัดสินใจลองหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาดู

เปิดหนังมาเพลงอินโทรขึ้น เพลงเพราะมากค่ะ เพลงประกอบเพราะทุกเพลงเลย โดยเฉพาะเพลงอินโทร Hello ซึ่งแต่งและขับร้องโดย YUI ทำนองน่ารักอ่ะ ทราบมาว่าตัว YUI แต่งเพลงนี้ให้กับหนัง Paradise Kiss โดยเฉพาะเลย ถ้าลองไปอ่านเนื้อเพลงกันก็จะรู้ว่ามันเข้ากับเรื่องจริงๆ อย่างท่อนนึงที่ร้องว่า “มันคงจะดีกว่าถ้าฉันไม่ได้พบกับเธอ กล่าวสวัสดี กล่าวลา ฉันไม่อาจหยุดความรู้สึกที่เริ่มก่อตัวนี้ได้…” คือความรู้สึกของนางเอกที่มีต่อพระเอกนั่นเอง

จะไม่ขอพูดถึงเรื่องแสงสีมุมกล้องอะไรพวกนี้นะคะ เพราะดูไม่เป็น (ฮา) แต่ถ้าถามว่าโลเคชันสวยมั้ย ขอบอกเลยว่าสวยมาก เป็นจุดเด่นของหนังเรื่องนี้เลยก็ว่าได้ โดยส่วนตัวชอบสตูดิโอที่สุด คือสุดยอดมากจริงๆ เหมือนในมังงะมาก

นอกจากนี้ฉากในอังกฤษทางกองหนังก็ยกไปถ่ายกันถึงลอนดอนอีกด้วย เลยได้ภาพออกมาสวยทีเดียว

จุดเด่นอีกอย่างคงจะหนีไม่พ้นเสื้อผ้าต่างๆ เพราะเป็นหนังเกี่ยวกับวงการแฟชั่นนั่นเอง เสื้อผ้าที่ตัวละครแต่ละตัวใส่ดูดีมากเลยค่ะ ยิ่งในฉากเดินงานแฟชั่นโชว์กับฉากห้องที่เอาไว้ใส่ชุดที่พระเอกออกแบบนี่มีเสื้อผ้าให้สาวๆ กรี๊ดเยอะมาก ส่วนตัวไม่ค่อยชอบชุดของยูคาริตอนเดินแฟชั่นโชว์เท่าไหร่ มันดูเทอะทะไป แต่สีสวยนะ โดยรวมก็ออกมาโอเคอยู่ แต่เพราะมันเป็นไฮไลท์ของเรื่องเลยค่อนข้างคาดหวังไว้มาก

ส่วนเรื่องนักแสดง บางตัวถือว่าเลือกได้ดีเลยนะคะ อาจจะไม่ได้หน้าเหมือนเป๊ะ แต่ให้อารมณ์ลักษณะบางอย่างเหมือนตัวละครในมังงะ ไม่รู้ว่าทางผู้วาดได้ร่วมเลือกมากน้อยแค่ไหน เพราะภาพยนตร์คนแสดงอย่าง นานะ ก็เลือกนักแสดงออกมาได้ดีมากเหมือนกัน ตัวละครหลักของเรื่อง Paradise Kiss นี้มีทั้งหมด 6 ตัวด้วยกัน ได้แก่

yukari

ฮายาซากะ ยูคาริ หรือ แคโรลีน (รับบทโดย คิตางาว่า เคโกะ) นางเอกของเรื่องนี้ นักเรียนม.ปลายปีสามที่อยู่ในกรอบของแม่มาโดยตลอด วันๆ เอาแต่เรียน ไม่เคยรู้ว่าตัวเองชอบอะไร ไม่มีความฝัน ไม่เคยวางเส้นทางชีวิตด้วยตัวเอง จุดที่ต่างกันระหว่างฉบับหนังกับมังงะ ส่วนตัวรู้สึกว่ายูคาริในหนังจะดูงี่เง่าน้อยกว่า และเข้มแข็งกว่า นับว่าเป็นตัวละครที่เลือกนักแสดงได้ดีที่สุดในหมู่ตัวละครอื่นๆ อาจจะเพราะเคโกะเป็นนางแบบอาชีพอยู่แล้วด้วย อีกทั้งยังหุ่นดี ขายาว เหมาะกับบทนี้มาก แสดงได้เป็นธรรมชาติดีด้วย แต่ไม่ชอบอยู่อย่างคือทำไมต้องขมวดคิ้วแทบจะตลอดเวลาด้วยคะ! เห็นแล้วมันขัดตามากจริงๆ (ขออภัยสำหรับแฟนๆ หรือคนที่ชอบเคโกะด้วยนะคะ)

gโคอิซึมิ โจจิ หรือ จอร์จ (รับบทโดย มุคาอิ โอซามุ) เป็นดีไซเนอร์อัจฉริยะเรียนอยู่ที่วิทยาลัยยาซาว่า หนึ่งในกลุ่ม Paradise Kiss กลุ่มที่ทำออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้าออกขายกันเอง จอร์จเป็นคนเนี้ยบและขี้เล่นนิดๆ รักการออกแบบเสื้อผ้าผู้หญิงมาก น่าจะมีหลายคนรู้สึกเสียใจที่จอร์จฉบับภาพยนตร์นี้ไม่ได้หัวสีน้ำเงินเหมือนในมังงะ เพราะสีน้ำเงินเป็นเอกลักษณ์ของตัวละครจอร์จด้วย เป็นสีที่เขาชอบมากที่สุด ชุดของยูคาริถึงได้เป็นสีน้ำเงิน แต่จะให้โอซามุย้อมหัวสีน้ำเงินมันก็กะไรอยู่ นอกจากนี้ยังขาดความเกรียน เพลย์บอยในแบบต้นฉบับอีกด้วย อาจจะเพราะผู้เขียนบทภาพยนตร์ตีความตัวละครนี้ให้ออกมาอีกแบบก็เป็นได้ จอร์จในฉบับคนแสดงนี้เลยดูสุภาพกว่า อ่อนโยนกว่า แต่ชอบตรงที่มีความเป็นเสือไบเหมือนในมังงะอยู่บ้างนะคะ

miwakoซากุราดะ มิวาโกะ (รับบทโดย อายะ โอมาสะ) มิวาโกะหนึ่งในกลุ่ม Paradise Kiss เรียนที่เดียวกับจอร์จ เป็นสาวน้อยน่ารักสุดแบ๊ว นิสัยดี มองโลกในแง่บวก ตัวนักแสดงค่อนข้างต่างกับในมังงะพอสมควรเลย เพราะจริงๆ มิวาโกะในการ์ตูนจะต้องดูตัวเล็กเหมือนหมาพุดเดิ้ล แต่โอมาสะจะดูโตกว่าเยอะ และยังแสดงได้ไม่ค่อยเป็นธรรมชาติสักเท่าไหร่ ยังดู ‘พยายาม’ จะแบ๊ว แต่โดยรวมก็ถือว่ายังรับได้

arashi

 

นางาเสะ อาราชิ (รับบทโดย เคนโตะ คาคุ) แฟนของมิวาโกะ เป็นหนึ่งในกลุ่ม Paradise Kiss เรียนที่เดียวกับจอร์จ เป็นคนพูดอะไรไม่คิด เถื่อน ดิบ ถ่อย คาคุที่มารับบทอาราชิหน้าตาอาจจะไม่ได้เหมือนกับอาราชิในมังงะ แต่แสดงได้สมบทบาทดีค่ะ แต่ที่ไม่ได้เอ่ยถึงในฉบับภาพยนตร์คืออาราชิเป็นนักดนตรีวงใต้ดินอยู่ด้วย

 

isabel

ยามาโมโตะ อิซซาเบลล่า (รับบทโดย ชุนจิ อิการาชิ) อิซซาเบลล่าเป็นชายที่มีจิตใจเป็นหญิง สมัยเด็กกลัวคนอื่นจะไม่ยอมรับที่ตัวเองที่เป็นแบบนั้น แต่แล้วจอร์จก็นำชุดเด็กผู้หญิงมาให้เขาใส่ เขาจึงเริ่มมั่นใจในตัวเองมากขึ้น สำหรับบทนี้ชุนจิอาจจะไม่ได้แสดงได้ดีอะไรมากนัก ค่อนข้างจะแข็งๆ เล็กน้อย แต่นี่เป็นการแสดงบทผู้ชายใจหญิงครั้งแรกของเขา ซึ่งก็ถือว่าทำได้ดีมากแล้ว และยังมีปัจจัยอื่นอย่างการแต่งหน้าและเสื้อผ้าที่ช่วยเสริมให้เขาดูเป็นอิซซาเบลล่ามากขึ้นด้วย

 

hiro

โทคุโมริ ฮิโรยูกิ (รับบทโดย ยูสุเกะ ยามาดะ) เพื่อนร่วมชั้นของยูคาริ และเป็นเพื่อนสมัยเด็กของมิวาโกะกับอาราชิ สมัยก่อนเคยชอบมิวาโกะ แต่ภายหลังหันมาชอบยูคาริแทน เป็นพระรองผู้แสนดีที่คอยเป็นกำลังใจให้นางเอกเสมอ สำหรับนักแสดงขอบอกตรงๆ เลยว่าไม่ชอบมากๆ เพราะไม่ได้ให้ความรู้สึกฮิโระคุงเลยสักนิด หน้าไม่เหมือนไม่พอ ลักษณะท่าทางก็ยังไม่ได้อีก ค่อนข้างผิดหวังกับตัวละครนี้มาก

 

ในส่วนของรีวิวเนื้อเรื่องจะมีสปอยล์ฉบับตอนจบด้วย ใครไม่ชอบก็ข้ามไปได้เลยนะคะ ในด้านของเนื้อหานั้น ด้วยความที่มันเป็นภาพยนตร์จึงมีข้อจำกัดในเรื่องของเวลา ทำให้ต้องทำใจว่าจะมีการตัดบางส่วน และปรับเปลี่ยนเนื้อหาจากฉบับมังงะไปเยอะ แต่นี่ถือว่าปรับและตัดเยอะมาก รายละเอียดหายไปเยอะเลย ซึ่งก็เข้าใจว่าหนังมันควรจะต้องปรับให้เข้าใจง่ายขึ้น ถ้าเอามาอาจจะกลายเป็นดราม่าปวดตับเข้าใจยากเกินไป รายละเอียดที่หายไปก็อย่างเช่นเรื่องความสัมพันธ์รักสามเศร้าของอาราชิ มิวาโกะ และฮิโรยูกิ หรือเบื้องหลังและอดีตของตัวละครแต่ละตัว

นอกจากนี้ตอนจบของในหนังนางเอกกับพระเอกจะมาเจอกันที่ลอนดอน แต่ในตอนจบของมังงะพระเอกกับนางเอกจะเลิกกันไปเลยแบบถาวร ต่างคนต่างมีชีวิตเป็นของตัวเอง หลายคนอาจจะมองว่าแบบมังงะมันเรียลกว่าก็จริง แต่ส่วนตัวคิดว่าทั้งสองแบบจบอย่างเหมาะสมแล้ว ในฉบับภาพยนตร์ตัวยูคาริกับจอร์จไม่ได้คบกัน และยังไม่ได้ใช้เวลาศึกษาซึ่งกันและกัน ไม่ได้ทะเลาะกันเหมือนในการ์ตูน กว่าจะรู้ตัวว่าชอบกันก็แทบจะจบเรื่องอยู่แล้ว จึงไม่แปลกที่จะจบแบบนี้ได้ ซึ่งถามว่าตัวละครทั้งสองหลังจากนี้จะเลิกกันไหมก็ยังไม่รู้ แต่สำหรับฉบับมังงะเราจะเห็นความสัมพันธ์ที่ไปกันไม่รอดของทั้งสองคนอย่างชัดเจนอยู่แล้ว จึงจบแบบที่ทั้งสองเลิกกัน

ในเรื่องนี้จะมีคำพูดโดนๆ อยู่เยอะโดยเฉพาะในเรื่องของการค้นหาตัวตนของตัวเอง และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด เป็นจุดที่อาจจะพูดได้ว่าน่าประทับใจเสียยิ่งกว่าเรื่องความรักของตัวละครเสียอีก อย่างเช่นคำพูดที่จอร์จพูดให้กำลังใจนางเอกที่ไม่มั่นใจในเส้นทางที่ตนเองกำลังจะเลือกเดิน “มันไม่ใช่เรื่องความสามารถ มันคือความต้องการ ถ้าเธอต้องการมัน เธอก็จะได้มัน ไม่มีอะไรไร้ค่าถ้าเธอเชื่อมั่นในตัวเอง” ฟังคำพูดนี้แล้วรู้สึกมีแรงฮึดในการทำสิ่งที่ตัวเองชอบมากขึ้นเยอะเลย เราอาจจะไม่ได้มีพรสวรรค์อะไร แต่ถ้าเราเชื่อมั่นและพยายามจะยังไงก็ต้องสามารถไขว่คว้าความฝันของตัวเองไว้ได้แน่

13510650_10201735875314474_1415313773_n

และคำพูดของอิซซาเบลล่าที่บอกกับยูคาริว่า “เสื้อผ้าสวยๆ ทำให้คนมีความมั่นใจและกล้าหาญ และนั่นคือเหตุผลที่เราทำเสื้อผ้าขึ้นมา” ก็รู้สึกประทับใจมาก ทำให้รู้สึกว่าการทำอาชีพอะไรสักอย่างเพื่อให้คนอื่นมีความสุขนี่ก็ดีเหมือนกันนะ

37

ทั้งฉบับมังงะและภาพยนตร์มีดีคนละแบบ ดูหนังจะเข้าใจได้ง่ายกว่าอ่านการ์ตูน แต่อ่านการ์ตูนจะได้ความลึกซึ้งของเนื้อเรื่องและตัวละครมากกว่าในหนัง ตัวฉันตอนแรกดูหนังก่อนโดยที่ยังไมไม่ได้อ่านการ์ตูน พอดูหนังจบแล้วมาอ่านการ์ตูนก็รู้สึกว่าเข้าใจตัวละครได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และเข้าใจว่าทำไมตัวละครแต่ละตัวถึงทำแบบนี้ พอกลับมาดูหนังอีกรอบเลยรู้สึกสนุกขึ้นกว่าครั้งแรก ใครชอบแบบไหนก็ลองเลือกดูนะคะ แต่ Paradise Kiss เส้นทางรัก…นักออกแบบ ก็ถือว่าเป็นภาพยนตร์คนแสดงที่ดัดแปลงมาจากมังงะได้ดีเรื่องหนึ่งเลยถ้าเทียบกับภาพยนตร์คนแสดงด้วยกัน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Comment moderation is enabled. Your comment may take some time to appear.

ความคิดเห็น