home ANIME, LIVE-ACTION, MANGA, SCOOP [mangaka!] เทราซาวะ ไดสุเกะ : นักเขียนจอมมายาผู้บุกเบิกโลกของการ์ตูนทำอาหาร

[mangaka!] เทราซาวะ ไดสุเกะ : นักเขียนจอมมายาผู้บุกเบิกโลกของการ์ตูนทำอาหาร

หากคุณเป็นนักอ่านที่เดินทางในยุทธจักรแห่งการ์ตูนอาหารมานาน เป็นไปไม่ได้ที่คุณจะไม่รู้จัก อ.เทราซาวะ ไดสุเกะ นักเขียนการ์ตูนวัย 57 จากเมืองโกเบ ที่เป็นที่รู้จักในฐานะเจ้าของผลงานการ์ตูนอาหารมากมาย โดยเฉพาะผลงานเรื่อง พ่อครัวจอมมายา (Mister Ajikko | วิบูลย์กิจ, 19 เล่มจบ) และ ไอ้หนูซูชิ (Shouta no Sushi | 1992 | วิบูลย์กิจ, 27 เล่มจบ) ซึ่งส่งให้เขาได้รางวัล โคดันชะ มังงะ อวอร์ด สาขาการ์ตูนสำหรับเด็กผู้ชาย (โชเน็น) ถึง 2 ครั้ง ในปี ค.ศ. 1988 และ 1996

5071f_973_7d807016_28598c6bอ.เทราซาวะ มีผลงานการ์ตูนมาแล้วทั้งสิ้น 13 เรื่อง และมีลิขสิทธิ์อย่างถูกต้องในไทยถึง 5 เรื่อง โดยมีพ่อครัวจอมมายาเป็นผลงานการ์ตูนเรื่องแรก ลงตีพิมพ์ในนิตยสารโชเน็นแม็กกาซีนคอมิกส์ของสำนักพิมพ์โคดันฉะตั้งแต่ปี 1986-1989 เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อหัวหน้าสมาคมพ่อครัวญี่ปุ่นผู้ได้รับฉายา ราชาแห่งรสชาติ หรือ อาจิโอ เกิดติดใจข้าวหน้าหมูทอดชิ้นหนาที่สุกฉ่ำถึงเนื้อในโดยแป้งไม่ไหม้ในร้านอาหารราคาถูกโทรมๆ แห่งหนึ่ง และได้รู้ว่าพ่อครัวที่ปรุงอาหารจานนั้นขึ้นมาคือ อาจิโยชิ โยอิจิ เด็กหนุ่มวัย 15 ที่ช่วยทำอาหารแบ่งเบาภาระแม่แทนพ่อที่เสียไป จนถึงขั้นเสนอตำแหน่งดูแลแผนกอาหารต้นตำรับให้ การพบกันครั้งนี้จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของโยอิจิไปตลอดกาล

พ่อครัวจอมมายานั้นได้รับการยกย่องว่า บุกเบิกโลกของการ์ตูนอาหาร เพราะการ์ตูนแนวเดียวกันในยุคนั้นอย่าง Houshounin Ajibe หรือ Oishinbo แม้จะมีแนวเรื่องดราม่าที่น่าสนใจ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ บ.ก.อาราชิ โกจู แห่งนิตยสารโชเน็นรายเดือนจึงมอบโจทย์ให้เขาทำ “การ์ตูนอาหารที่ดุเดือดและเผ็ดร้อน” พ่อครัวจอมมายาจึงเป็นการ์ตูนเรื่องแรกที่ผสานความแฟนตาซีและการต่อสู้ลงไปในการทำอาหารจนออกมาสนุกฮิตติดตลาด ก่อนจะได้รับการดัดแปลงเป็น อนิเมะทำอาหารเรื่องแรกในประวัติศาสตร์ โดยซันไรส์และทีวีโตเกียว ประเทศไทยเคยนำมาออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ทีวีเมื่อปี พ.ศ. 2542 ในชื่อ “พ่อครัวรุ่นจิ๋ว” ว่ากันว่าการ์ตูนเรื่องนี้เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการ์ตูนอาหารอีกมากมาย ไม่เว้นแม้แต่การ์ตูนทำอาหารแห่งยุคนี้อย่าง ยอดนักปรุงโซมะ (Shokugeki no Soma) รวมไปถึงรายการแข่งทำอาหารชื่อดังอย่าง เชฟกระทะเหล็ก (Iron Chef) ด้วย

54918c4f27c69พ่อครัวจอมมายาและการ์ตูนในยุคแรกๆ ของอ.เทราซาวะนั้น เขายอมรับว่าได้รับแรงบันดาลใจด้านลายเส้นและการเล่าเรื่องมาจากผลงานคลาสสิกของ อ.อิชิโนโมริ โชทาโร่ อย่าง ไซบอร์ก 009 แต่หลังจากไปสั่งสมประสบการณ์มาหลายปี ลายเส้นของอ.เทราซาวะ ก็มีเอกลักษณ์เด่นชัดจนเรียกว่าเป็นลายเซ็นที่ใครๆ ก็จำได้ และกว่าสิบปีนับจากพ่อครัวจอมมายา เขาก็เข็น พ่อครัวจอมมายา II (Mister Ajikko II | 2004 | วิบูลย์กิจ) เรื่องราวภาคลูกของโยอิจิซึ่งดำเนินเรื่องได้เข้มข้นขึ้นกว่าภาคแรกมากออกมา ฉบับภาษาญี่ปุ่นจบแล้วที่เล่ม 13 ตั้งแต่ปี 2012 ส่วนฉบับภาษาไทยปัจจุบันออกมาถึงเล่ม 9 เป็นหนึ่งในการ์ตูนที่แฟนๆ รอเล่มต่อจนจะลืมแล้วว่ายังไม่จบ

“การวาดให้สื่อถึงความ “อร่อย” เป็นเรื่องสนุกและเป็นสิ่งที่ผมเน้นมาก ถึงแม้ภาพวาดจะไม่สามารถบอกรสชาติของอาหารได้ แต่มันทำให้อ่านแล้วรู้สึกแบบ “น่ากินจัง” ได้นะ เพื่อที่จะทำให้ได้อย่างนั้น ผมก็พยายามพัฒนาตัวเองอยู่เรื่อยๆ ครับ ขึ้นชื่อว่าเป็นการ์ตูนอาหารแล้ว ถ้าผู้อ่านเห็นภาพอาหารแล้วไม่รู้สึกอะไรเลย มันก็คงไม่ใช่การ์ตูนอาหาร เช่นวาดสาหร่ายมันก็ต้องให้เห็นความกรุบ ความหนึบ ให้ร่างกายคนอ่านตอบสนองกับภาพนั้น ถ้าจะเทียบให้เห็นภาพก็คงเหมือนการ์ตูนโป๊ล่ะมั้งครับ (หัวเราะ)”

Untitled-2ผลงานที่ไม่พูดถึงไม่ได้อีกเรื่องของอ.เทราซาวะ ถัดจากพ่อครัวจอมมายาก็คือไอ้หนูซูชิ เรื่องราวของ เซกิงุจิ โชตะ เด็กหนุ่มอายุ 17 ที่ทำงานแทบทุกอย่างยกเว้นการปั้นซูชิในร้านชื่อดัง โอโดริ ซูชิ หากพอจะเคยดูสารคดีเกี่ยวกับซูชิมาบ้างคงจะทราบว่ากว่าพ่อครัวคนหนึ่งจะได้ขึ้นมายืนอยู่ที่ซึเคบะ (คอกสำหรับพ่อครัวในร้านซูชิ) นั้นต้องใช้เวลาหลายปี โชตะที่พึ่งเข้าร้านมาได้แค่ปีเดียวจึงไม่มีหวัง แต่เขาก็ไม่ย่อท้อ ฝึกปั้นข้าวอยู่คนเดียวหลังเลิกงานทุกวัน จนกระทั่งวันหนึ่งโชตะก็ได้พบกับเหตุการณ์ที่ทำให้เขาต้องก้มหัวขอร้องให้เจ้าของร้านอนุญาตให้เขาได้เป็นคนทำซูชิ เพียงแค่ 1 วันเท่านั้น และนั่นก็คือครั้งแรกที่โชตะได้เข้าไปยืนในซึเคบะ ก่อนจะต้องกลับลงมาฝึกฝนในตำแหน่งงานจิปาถะเหมือนเดิม ทว่า แน่นอนล่ะ เพราะเป็นพระเอก โชตะจึงมีโอกาสได้ทำซูชิอีกมากมายหลายครั้ง ทั้งเพื่อพิสูจน์ตัวเอง เพื่อแข่งขัน เพื่อปกป้องร้านและชื่อเสียงของร้าน รวมไปถึงเพื่อส่งข้อความหรือกำลังใจให้ใครสักคน และคิดค้นซูชิรูปแบบใหม่ๆ ขึ้นมาท้าทายขีดจำกัดของวงการไปเรื่อยๆ ซึ่งก็มีการอธิบายกระบวนการและวัตถุดิบต่างๆ ไว้อย่างละเอียดลออ

“ตลอดเวลา 3 ปีที่พ่อครัวจอมมายาลงตีพิมพ์นั้น ผมถูกบ.ก.ตีต้นฉบับกลับคืนมานับครั้งไม่ถ้วน ผมจึงพยายามพัฒนาตัวเองขึ้นเรื่อยๆ จนองค์ประกอบของอาหารและรีแอ็กชันกลายเป็นอาวุธประจำตัวของผม อย่างซุปอร่อยๆ เราก็วาดให้มันอร่อยจนล้นออกมาจากปากเลย หรือพวกของกินก็ไม่ใช่แค่ดราฟต์เอาจากภาพถ่าย แต่ต้องวาดให้มันดูน่ากินมากกว่านั้น ช่วงที่วาดไอ้หนูซูชิผมไปร้านซูชิทุกสัปดาห์เลย เพราะสมัยวาดพ่อครัวจอมมายามันยังมีแฟนตาซีบ้าง แต่กับเรื่องนี้อยากให้มันสมจริงขึ้นหน่อย”

Untitled-1

ในปีเดียวกับที่ได้รับรางวัลโคดันชะ มังงะ อวอร์ด ไอ้หนูซูชิก็ถูกดัดแปลงเป็นละครโทรทัศน์คนแสดง และในปีต่อมาอ.เทราซาวะ ก็เริ่มเขียน ไอ้หนูซูชิ ภาคแข่งทั่วประเทศ (Shouta no Sushi : Zenkokutaikaihen | 1997 | วิบูลย์กิจ, 17 เล่มจบ) โชตะจากร้านมาเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันนักทำซูชิหน้าใหม่ระดับประเทศ และตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมา อ.เทราซาวะก็เริ่มเขียน Shouta no Sushi 2 – World Stage เรื่องราวเมื่อโชตะไปเปิดร้านซูชิของตัวเองที่ฝรั่งเศส เมืองหลวงของอาหารโลกซึ่งปัจจุบันที่ญี่ปุ่นออกรวมเล่มมาถึง 4 เล่มแล้ว

ในไอ้หนูซูชิภาค 2 นี้ อ.เทราซาวะเดินทางไปเก็บข้อมูลด้วยตัวเองถึงอังกฤษ ฝรั่งเศส และนอร์เวย์ นอกจากจะเพื่อไปรู้จักกับวัฒนธรรมอาหารกินของชาวยุโรปแล้ว สิ่งหนึ่งที่อ.เทราซาวะสนใจอย่างยิ่งก็คือซูชิในประเทศอื่นๆ “ในฐานะคนญี่ปุ่นผมรู้สึกภาคภูมิใจที่เห็นซูชิกลายเป็นของกินที่ได้รับความนิยมจากทั่วโลก แต่ด้วยความนิยมที่ขยายออกไป ซูชิเองก็พัฒนาไปตามวัฒนธรรมอาหารของแต่ละที่ จนกลายเป็นอะไรที่เราไม่คุ้นเคย ผมจึงอยากเขียนถึงพ่อครัวญี่ปุ่นที่ไปยืนหยัดต่อสู้กับกระแสนั้น” อ.เทราซาวะกล่าว

(เบื้องหลังการทำงานของอ.เทราซาวะ ในไอ้หนูซูชิภาค 2)

55dc89be26d5clwinหลังจากประสบความสำเร็จจากการ์ตูนทำอาหารทั้ง 2 เรื่องแล้ว อ.เทราซาวะ ก็เริ่มสร้างมิติใหม่ให้กับการ์ตูนทำอาหารด้วย หักเหลี่ยมยอดนักชิม (Kuwasemon! | 2001 | วิบูลย์กิจ, 4 เล่มจบ) อดีตนักโทษร่างยักษ์นาม “หมาบ้า” โซรายามะ ไค กับ โยอิจิ ลูกกระจ๊อก ได้พบกับร้านราเม็งซอมซ่อที่เคยรุ่งเรือง แต่หลังจากเจ้าของร้านตายไปเมียและลูกก็ไม่สามารถทำราเม็งได้ดีเท่า แถมร้านในละแวกยังจ้าง ฟู้ด โปรดิวเซอร์ มาปรับปรุงให้จนกลายเป็นร้านดังแย่งลูกค้าไปหมด ไคจึงตัดสินใจเป็นฟู้ดโปรดิวเซอร์ฟื้นคืนร้านให้สองแม่ลูกอีกครั้ง อ.เทราซาวะเขียนสาเหตุไว้ในเล่มสุดท้ายว่าถึงเขาจะอยากเขียนต่อแต่ผู้ดูแลบอกว่าเขาเขียนคาแร็กเตอร์ร้ายๆ แบบนี้ได้ไม่ดีเท่าไรจึงอยู่ได้ไม่นาน

“พูดตรงๆ นะ ยุคนี้น่ะแค่ศิลปะการทำอาหารมันไม่ทำให้ใครประหลาดใจได้แล้ว” อ.เทราซาวะ ให้สัมภาษณ์ “เมื่อก่อนเวลาเขียนการ์ตูนทำอาหาร ผมจะพยายามนำเสนอความพยายามของพ่อครัวกับศิลปะในการทำอาหาร แต่ผมอยากจะพยายามเขียนถึงฝ่ายคนกินอาหาร หรือลูกค้าธรรมดาๆ ให้มากขึ้น เพราะมันเป็นจุดที่ไม่ค่อยจะมีใครได้สัมผัสเท่าไหร่เลย”

C506เพราะหักเหลี่ยมฯ ไม่รุ่ง ในปีต่อมา อ.เทราซาวะจึงเริ่มผลงานเรื่องใหม่ นักสืบจอมโซ้ย (Kui Tan | 2002 | บงกช, 16 เล่มจบ) คราวนี้แหวกแนวกว่าเดิมแน่นอน ทาคาโนะ เซยะ นักสืบกินจุที่มักจะถูกตำรวจรุ่นน้องเรียกตัวมาช่วยสืบคดีที่คิดไม่ตกอยู่บ่อยๆ กระบวนการสืบหาความจริงของทาคาโนะนั้นไม่เหมือนใคร เขากินทุกอย่างในสถานที่เกิดเหตุ และใช้ความรู้ด้านอาหารของเขามาวิเคราะห์หาสิ่งที่ผิดเพี้ยน เช่น ซูชิเดลิเวรี่จะปั้นคนละแบบกับซูชิขายที่ร้าน ดังนั้นผู้ตายต้องตายที่ร้านไม่ใช่ที่บ้าน หรือชีสในขนมเป็นแบบแคลอรีต่ำที่ไม่มีขายทั่วไป ดังนั้นขนมนี้ฆาตกรจึงทำเอง แม้แต่ระยะทางเดินจากร้านอาหารถึงที่เกิดเหตุเขาก็นำมาใช้วิเคราะห์หาคนร้ายได้ทั้งนั้น

1406873562-naoshimon-oผลงานเรื่องนี้ได้รับการดัดแปลงเป็นละครโทรทัศน์คนแสดงถึง 2 ภาค ในปี 2006 และ 2007 ก่อนที่เขาจะเขียนถึงนักสืบจอมโซ้ยอีกครั้ง ใน Kui Tan: Meitantei Seiya-kun – Boku to Panchi no Monogatari (2011) เนื้อเรื่องในวัยเด็กของทาคาโนะก่อนที่เขาจะมาเป็นนักสืบ นอกจากนั้นเขายังนำแนวคิดนี้มาใช้อีกครั้งในผลงานเรื่อง Kitte Deka (2011) ตำรวจหนุ่มนักสะสมสแตมป์ที่เอาความคลั่งไคล้นั้นมาใช้สืบหาเบาะแสและเงื่อนงำของคดีต่างๆ จากสแตมป์ และไม่ใช่แต่ก็ใกล้เคียงในผลงานอย่าง นาโอชิม็อน เจาะโลกล้านปี (Shuuri Mon Kenkyuujo | 2009 | บงกช, 2 เล่มจบ) นักโบราณคดีผู้มีความสามารถในการซ่อมแซมของเก่าขั้นเทพ จนใครๆ ก็นำสิ่งของในดวงใจที่พังไปตามกาลเวลามาขอร้องให้เขาซ่อมให้

“การทำอาหารคืออะไร การ์ตูนทำอาหารคืออะไร บนเส้นทางต่อจากนี้ผมก็จะอยากจะเขียนการ์ตูนต่อไปโดยไม่ละเลยที่จะสำรวจโลกอันกว้างใหญ่และน่าค้นหาของมัน”

เทราซาวะ ไดสุเกะ อาจจะไม่ใช่ชื่อของนักเขียนการ์ตูนที่ใครสักคนจะนึกออกและพูดถึง แต่ความกล้าหาญในการบุกเบิกโลกที่ไม่เคยมีใครย่างกรายไปถึงของเขา และความกระตือรือร้นที่จะพัฒนาตัวเองอยู่เสมอเฉกเช่นเดียวกับตัวละครจากผลงานของเขานั้นเป็นแรงบันดาลใจให้นักเขียนการ์ตูนรุ่นใหม่มากมายได้เดินตามทางซึ่งเขากรุยไว้ จึงไม่แปลกใจที่เขาจะเป็นหนึ่งในนักเขียนรุ่นเก๋าที่ยังคงยืนหยัดอยู่ได้อย่างแข็งแกร่ง ในวงการที่มีคนรุ่นใหม่ๆ เกิดขึ้นทุกวันอย่างนี้


Trivia

อ.เทราซาวะเป็นผู้แต่งเนื้อเพลง Onabe o mitete ne ซึ่งใช้ประกอบอนิเมะ พ่อครัวจอมมายา ด้วยตนเอง

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Comment moderation is enabled. Your comment may take some time to appear.