เริ่มต้นปีใหม่แบบนี้ใครยังที่ไม่รู้ว่าจะเปิดศักราชใหม่ด้วยภาพยนตร์เรื่องอะไรดี อนิไทม์ขอชวนเพื่อนๆ ต้อนรับปีใหม่ด้วยเสียงฮากับชินจัง เดอะมูฟวี่ ตอน เจ้าหนูกังฟูดุ๊กดิ๊กพิชิตสงครามราเม็งค่ะ

เชื่อว่าหลายๆ คนคงจะคุ้นเคยกับชินจังเจ้าเด็กสัปดนที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็เรียกเสียงหัวเราะได้ตลอด ซึ่งมูฟวี่ภาคนี้ก็ไม่ทำให้คนดูอย่างเราผิดหวังแม้แต่น้อย เพราะตั้งแต่เปิดเรื่องมาเหล่าตัวละครในเรื่อก็พากันยิงมุกใส่กันรัวเป็นปืนกลแบบไม่เหลือช่องว่างให้คนดูได้หยุดพักหายใจกันเลยทีเดียว

ก่อนจะไปสาธยายความดีงามของชินจังในภาคนี้จะขอเล่าเรื่องราวคร่าวๆ เพื่อเรียกน้ำย่อยก่อนนะคะ

ซอมบี้ราเม็ง

เรื่องราวเริ่มต้นจากชินจังและพวกเพื่อนๆ แอบตามคาซามะคุงไปที่ไอหยาทาวน์และได้มีโอกาสฝึกวิชากังฟูดุ๊กดิ๊กกับรัน สาวสวยที่อาศัยอยู่กับอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญวิชากังฟูดุ๊กดิ๊ก

ระหว่างที่กำลังฝึกอยู่นั้น ในเมืองคาซึคาเบะก็ได้มีร้านแบล็กแพนด้าราเม็งก่อตั้งขึ้นมากมาย ทว่าคนที่เคยชิมราเม็งของร้านนี้ก็ได้กลายเป็นซอมบี้ที่โหยหาแต่การกินราเม็งจนอะไรก็ฉุดไม่อยู่ เมื่อเหล่าซอมบี้เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ชินจังและเพื่อนๆ จึงต้องงัดเอาวิชาดุ๊กดิ๊กที่ได้ร่ำเรียนมาปราบเหล่าซอมบี้และตัวต้นเหตุที่ทำให้ชาวเมืองเป็นเช่นนี้

ความรู้สึกแรกหลังจากดูจบคือ เฮ้ย สนุกกว่าที่คิดว่ะ เวลาดูชินจังเราก็จะไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องมีนู่นมีนี่ในเรื่องเหมือนกับการ์ตูนเรื่องอื่นๆ เท่าไรแต่ว่าในภาคนี้กลับทำออกมาได้ครบรสเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นจะขอแยกเป็นข้อๆ เลยดีกว่าไอ้ที่ว่าครบรสนี่มันมีกี่รสชาติกัน

หัวเราะท้องคัดท้องแข็ง

เป็นรสแรกที่ยังไงก็ได้รับไปเต็มๆ จากเรื่องนี้แน่นอน การ์ตูนอะไรไม่รู้ขยี้มุกได้ตลอดเวลา ขนาดบางตัวละครมีมุกเดียวยังเอามาขยี้ซ้ำแล้วซ้ำอีกจนเรางงว่ามันก็มุกเดิมทำเหมือนเดิมแล้วทำไมมันยังตลกแล้วตลกอีกได้อีกนะ พอมารวมกับชินจังที่ปกติก็ตลกด้วยความสัปดนอยู่แล้วก็ยิ่งฮาแบบหยุดไม่อยู่เลยทีเดียว

ซึ้งในมิตรภาพ

การจะเอาชนะศัตรูที่มีพละกำลังมากกว่าตนเองไม่ใช่เรื่องง่าย แถมคนที่มาปราบยังเป็นกลุ่มคนติงต๊องอีกต่างหาก ดังนั้นเรื่องราวทุกอย่างมันยิ่งยากขึ้นไปอีก เราเลยจะได้เห็นมิตรภาพของทุกคนที่เกิดขึ้นจากความอิหยังวะได้ตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งความอิหยังวะนั้นมาจากทั้งความฮาความน่ารักและความอดทนของเด็กๆ กลุ่มนี้

น้ำตาซึม

ถ้าใครได้ดูตัวอย่างภาพยนตร์เรื่องนี้จะมีอยู่ฉากหนึ่งที่มาซาโอะพูดกับทุกคนว่า ก็ผมไม่ได้เป็นผู้ถูกเลือกเหมือนกับชินจังนี่นา ประโยคนี้แหละที่ทำให้ผู้ใหญ่อย่างเราอดสะท้อนใจและน้ำตาซึมไปกับมาซาโอะเหมือนกัน แต่จะเพราะอะไรขอไม่สปอย

ข้อคิดดีๆ ที่แฝงมากับความบ๊อง

ตอนได้ยินชื่อกังฟูดุ๊กดิ๊กครั้งแรกนึกว่าตั้งชื่อแบบเอาฮาไปอย่างนั้น แต่ว่าความดุ๊กดิ๊กมันก็ได้ให้ข้อคิดกับเราหลายๆ อย่างผ่านภาพยนตร์เรื่องนี้

จะเป็นอย่างไรถ้าโลกของเรามีแต่ขาวกับดำ มีแต่คนดีกับคนชั่ว มีแต่คนตรงเป็นอย่างเดียวเลี้ยวไม่เป็น แน่นอนว่าโลกเราคงไม่สงบสุขแน่เพราะไม่มีใครอลุ่มล่วยให้กัน ดังนั้นคนเราควรจะมีความดุ๊กดิ๊กในจิตใจ อะไรยืดหยุนได้หรือถ้อยทีถ้อยอาศัยกันได้มันก็จะดี

พากย์ไทยรอดไม่รอด?

อันนี้ไม่แน่ใจว่าใช่ไหมแต่ทีมพากย์แก๊งของชินจังน่าจะเป็นคนเดิมๆ ที่เราคุ้นเคย เพราะตอนดูไม่ได้รู้สึกแปลกหรือขัดหูเลย ส่วนการพากย์เสียงครั้งแรกในบทรันจังของ พิม จากวง Sweat16 ก็ถือว่าทำได้ดีสำหรับมือใหม่แต่ว่าโดยรวมแล้วเสียงอาจจะยังไม่ค่อยเข้ากับตัวละครอื่นๆ เท่าไรนัก คิดว่าถ้าพากย์ซีรีส์หรือภาพยนตร์ที่ไม่ใช่อนิเมะอาจจะเหมาะกับพิมมากกว่านี้

หลังเลิกงานวันนี้ใครยังไม่มีแพลนว่าจะไปเที่ยวที่ไหนก็ขอฝากชินจัง เดอะมูฟวี่ ตอน เจ้าหนูกังฟูดุ๊กดิ๊กพิชิตสงครามราเม็งไว้ด้วยนะคะ ฉายแล้ววันนี้ทั้งเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์และโรงภาพยนตร์ SF ที่ร่วมรายการ

 

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *