home Novel, REVIEW [REVIEW] แฟ้มคดีพิศวงของนักประเมินอัจฉริยะ Q : นิยายสืบสวนที่มีตัวเอกสุดแหวกแนว!!

[REVIEW] แฟ้มคดีพิศวงของนักประเมินอัจฉริยะ Q : นิยายสืบสวนที่มีตัวเอกสุดแหวกแนว!!

(บางส่วนของบทความนี้ มีการเปิดเผยเนื้อหาที่เป็นสาระสำคัญของเรื่อง ซึ่งอาจทำให้เสียอรรถรสในการรับชมผลงาน)

หากพูดถึงเรื่องแนวลึกลับสอบสวน แน่นอนว่าหลาย ๆ คน คงนึกถึงเจ้าหนูแว่นโตที่ไปที่ไหนก็มีคนตาย หรือพ่อหนุ่มที่ชอบใช้ชื่อคุณปู่เป็นเดิมพัน เรื่องแนวนี้มักถูกผูกกับคาแร็คเตอร์ซ้ำ ๆ อย่างนักสืบ ตำรวจ หรือคนธรรมดา ๆ ที่มีความสามารถพิเศษ บางครั้งอาจแหวกแนวหน่อยด้วยการให้ตัวเองมีอาชีพอย่างทนายความ แต่นั่นก็ไม่ได้เรียกว่าแหวกแนวนัก

“นักประเมิน” เป็นชื่ออาชีพที่เอ่ยปากขึ้นมาคงมีเสียงร้อง “ฮะ?” กันเป็นแถบ ๆ เราแทบไม่มีความรู้จักมักจี่อะไรกับนักประเมิน โดยเฉพาะเมื่อเราเป็นสามัญชนคนธรรมดา ไม่ได้มีสินค้าที่มีราคาค่างวดถึงขั้นต้องให้นักประเมินช่วยพิสูจน์ความจริงแท้และราคาของมัน นักประเมินที่เราจะเจอได้ในชีวิตประจำวันก็คงเป็นแค่อาเฮียเจ้าของโรงรับจำนำ หรือคุณลุงนักส่องพระเครื่องเท่านั้น ยิ่งถ้าพูดถึงการ์ตูน หรือนิยาย ที่มีตัวเอกเป็น “นักประเมิน” นั้น ให้พลิกแผ่นดินทั้งโลกนี้และโลกหน้าหา ก็คงไม่ได้เจอกันง่าย ๆ

แต่นิยายน้ำดีจากสำนักพิมพ์เอ็นเธอร์บุ๊คส์ที่เรานำมารีวิวในวันนี้ เป็น “นิยายลึกลับสืบสวน ที่มีตัวเอกเป็นนักประเมิน!!”

แฟ้มคดีพิศวงของนักประเมินอัจฉริยะ Q

(Case Files of All-round Appraiser Q)

เขียน Matsuoka Keisuke

แปล จุฬาลักษณ์ กรณ์สกุุล

สำนักพิมพ์ Kadokawa Shoten (ญี่ปุ่น), เอ็นเธอร์บุ๊คส์ (ไทย)

ISBN 978-616-06-1589-6

ประเภท ลึกลับ สืบสวน

จำนวนหน้า 210 หน้า

ราคา 149 บาท

*คำแนะนำนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของกองบรรณาธิการซึ่งอาจมีความชื่นชอบแตกต่างจากผู้อ่านแต่ละคน จึงขอให้ผู้อ่านพิจารณาด้วยตนเองประกอบ

เรื่องราวในแฟ้มคดีพิศวงของนักประเมินอัจฉริยะ Q เล่มที่ 1 นี้ เริ่มต้นจากเหตุการณ์ประหลาด (มาก ๆ) เมื่อสติกเกอร์รูปใบหน้าของนักซูโม่หลายร้อยแผ่นถูกแปะอยู่ตามจุดต่าง ๆ ทั่วกรุงโตเกียว สื่อต่าง ๆ ทั้งสิ่งพิมพ์และโทรทัศน์ก็พากันประโคมข่าวลือกันไปมากมาย เลวร้ายถึงขั้นอาจเป็นแผนก่อการร้ายของกลุ่มหรือลัทธิอะไรบางอย่าง เช่นกันกับนิตยสารคาโดะคาวะรายสัปดาห์ ซึ่งต้องการจะได้ข้อมูลของเจ้าสติกเกอร์ประหลาดนี้มาทำสกู๊ปเช่นกัน นักข่าวหนุ่มนาม โองาซาวาระ ยูโตะ จึงถูกมอบหมายหน้าที่ให้นำตัวอย่างสติกเกอร์ ไปให้นักประเมินดู เพื่อหาข้อเท็จจริงที่ว่าเหตุการณ์ประหลาดนี้เป็นฝีมือใคร และทำไปทำไม

นั่นทำให้เขาได้มาพบกับ รินดะ ริโกะ สาวน้อยเจ้าของสำนักงานนักประเมินหลากแขนง Q ตัวเอกของเรื่อง ซึ่งมีความสามารถในการสังเกตและรับรู้เข้าขั้นที่เรียกได้ว่า “อัจฉริยะ” เธอสามารถบอกลักษณะนิสัย หน้าที่การงาน ไปจนถึงเรื่องราวในอดีตของคนที่เธอพบเห็นเพียงครั้งแรกได้แม่นยำราวกับอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เกิดด้วยการมองเพียงปราดเดียว เช่นเดียวกันกับสิ่งของต่าง ๆ หรืองานศิลปะ ที่เธอถูกว่าจ้างให้ประเมินเพื่อตีราคาอยู่บ่อยครั้ง เพียงมองผ่าน ๆ เธอก็สามารถรับรู้ถึงอายุของผลงานชิ้นนั้น ใครเป็นผู้วาด คน ๆ นั้นเป็นคนแบบใด ใช้อุปกรณ์อะไร ความสามารถนี้ของเธอช่วยเหลือผู้คนจากการโดนต้มตุ๋นให้ซื้อของปลอมมาแล้วนับไม่ถ้วน


ตัวนิยายมีการตัดสลับช่วงเวลาเล่าเรื่องบ่อยครั้ง ทั้งจากปัจจุบันไปอดีต หรือจากอดีต แล้วโผล่ไปโลกอนาคตที่ผ่านเหตุการณ์ในปัจจุบันไปแล้ว ตอนเจอเข้ากับตัวครั้งแรกก็ตกใจ นึกว่าเราเผลออ่านข้ามอะไรไป หรือสำนักพิมพ์เย็บหน้ามาผิด แต่เมื่ออ่าน ๆ ไป ก็จะเข้าใจ และรู้สึกชื่นชมลักษณะการตัดสลับช่วงเวลานี้ไปเอง โดยนิยายพาเราย้อนกลับไปดูอดีตของริโกะ สมัยที่ยังเป็นสาวน้อยผู้มีผลการเรียนตกต่ำย่ำแย่จากเกาะฮาเทรุมะ เกาะใต้สุดของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งตัดสินใจเข้ามาหางานทำที่โตเกียวหลังเรียนจบชั้นมัธยมศึกษา เพื่อหาเงินช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องที่บ้านเกิด และได้พบกับเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย ก่อนที่เธอจะกลายเป็นนักประเมินอัจฉริยะดังเช่นทุกวันนี้

สำหรับผม ช่วงของการย้อนอดีตนี่เป็นหัวใจหลักของเนื้อเรื่องในเล่ม 1 เพราะไม่เพียงแต่จะทำให้เรารู้ที่มาที่ไปของสาวน้อยนักประเมินอัจฉริยะคนนี้เท่านั้น ยังมีการสอดแทรกความรู้ในเรื่องต่าง ๆ ลงไปมากมาย รวมถึงสิ่งที่เราซึ่งเป็นผู้อ่าน อาจสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการเรียนหรือการทำงานได้อีกด้วย สิ่งนี้สะท้อนการทำการบ้าน หรือหาข้อมูลก่อนเขียนของผู้เขียนได้เป็นอย่างดี ถ้ามีโอกาสก็อยากจะลองประยุกต์ใช้ความรู้นี้ในการทำงานดู ไม่แน่ว่าผมอาจกลายเป็นอัจฉริยะแบบริโกะจังก็ได้

สิ่งหนึ่งที่อดีตของริโกะชี้ให้เห็นคือ การที่ผลการเรียนของใครสักคนหนึ่งจะไม่ดีนั้นไม่ได้แปลว่าเขาโง่ หรือไม่เก่ง เราทุกคนมีสิ่งพิเศษอยู่ในตัว เพียงแต่บางทีสิ่งนั้นถูกกดทับอยู่ด้วยวิธีการผิด ๆ ริโกะเองก็เป็นหนึ่งในเด็กประเภทนั้น เธอมีความพิเศษอยู่ในตัว แต่เพราะระบบการศึกษา ซึ่งมุ่งเน้นจะใช้กับคนจำนวนมาก ๆ นั้น ไม่สามารถดัดแปลงให้เหมาะกับแต่ละคนได้ เธอจึงเรียนไม่เข้าใจ ถูกตราหน้าว่าโง่เง่า จนกระทั่งเธอได้รับคำแนะนำและวิธีเรียนที่เหมาะกับตัวเอง ซึ่งปลุกเอาความสามารถภายในตัวของเธอออกมาได้ในที่สุด


ด้านสำนวนแปลนั้นผมไม่รู้สึกว่ามีส่วนใดที่ติดขัด สามารถอ่านได้อย่างลื่นไหล ไม่มีสำนวนแปลก ๆ เมื่อหาข้อมูลก็พบว่าคุณจุฬาลักษณ์ ผู้แปลเรื่องนี้ มีผลงานแปลนิยายแนวลึกลับสืบสวนเช่นนี้มาก่อนแล้ว จึงดูเหมือนว่าผู้แปลจะเข้าใจกลิ่นอายของความลึกลับ และเลือกใช้สำนวนแปลต่าง ๆ ได้เข้ากับบรรยากาศของเรื่องเป็นอย่างดี

แฟ้มคดีพิศวงของนักประเมินอัจฉริยะ Q ฉบับดั้งเดิมนั้น มีออกมาแล้วทั้งสิ้น 12 เล่ม ส่วนฉบับภาษาไทย ลิขสิทธิ์โดยสำนักพิมพ์เอ็นเธอร์บุ๊คส์นั้น ปัจจุบันมีวางจำหน่ายแล้ว 2 เล่ม มีการดัดแปลงเป็นเวอร์ชั่นการ์ตูนมังงะ ในชื่อ บันทึกคดีของยอดนักประเมิน ภาษาไทยลิขสิทธิ์โดยสยามอินเตอร์คอมิคส์ รวมไปถึงเมื่อปีที่ผ่านมา นักประเมินฉบับนิยายเล่มที่ 9 ก็พึ่งจะถูกดัดแปลงเป็นฉบับภาพยนตร์เข้าฉายในชื่อ All-Round Appraiser Q: The Eyes of Mona Lisa ซึ่งผมยังไม่มีโอกาสได้ชม แต่จากเทรลเลอร์ก็รู้สึกว่า นักแสดงที่รับบทริโกะนั้นก็ดูจะมีอายุไปสักนิด ส่วนยูโตะนั้นดูเนิร์ดผิดจากอิมเมจในนิยายไปหน่อย ถ้ามีโอกาสก็อยากจะหามาดูสักครั้ง ถึงตอนนั้นผมจะมาเขียนถึงอีกทีว่าดีหรือร้าย

ผมนั้นเป็นคนประเภทที่เรียกได้ว่าจิตอ่อน เป็นโรคไม่กล้าดูหนังผี หรือหนังฆาตกรรม เห็นศพ (หรืออ่านการบรรยายลักษณะศพแล้วนึกภาพ) แล้วจะแข้งขาอ่อน แต่ก็ดันชอบเรื่องแนวลึกลับสืบสวนซะอย่างนั้น ซึ่งข้อดีที่ผมชอบมาก ๆ ของเรื่องนี้ก็คือ มันเป็นเรื่องลึกลับสืบสวน ที่ไม่มีอะไรแหวะ ๆ หรือโหด ๆ เป็นการพิสูจน์ว่า การลึกลับนั้นไม่จำเป็นต้องมีใครตาย หรือต้องมีศพหน้าตาแปลก ๆ เสมอไป และสำหรับแฟ้มคดีพิศวงของนักประเมินอัจฉริยะ Q นั้น ผมไม่ลังเลเลยที่จะให้คะแนนเต็ม และชักชวนทุกท่านให้ได้อ่านเช่นเดียวกัน

(คำเตือน : ถ้าท่านมีงานค้างหรือหนังสือเรียนที่ต้องอ่าน อย่าพึ่งอ่าน เพราะท่านจะวางไม่ลงจนเสียงานเสียการไปพักหนึ่ง)

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Comment moderation is enabled. Your comment may take some time to appear.