home REVIEW [review] ‘๙ ศาสตรา’ แอนิเมชันสุดมันส์ฝีมือคนไทย

[review] ‘๙ ศาสตรา’ แอนิเมชันสุดมันส์ฝีมือคนไทย

ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้วคุณผู้อ่านหลายท่านคงได้เห็นตัวอย่างของภาพยนตร์เรื่อง ๙ ศาสตรา แอนิเมชันไทยที่สร้างความตื่นตาตื่นใจโดยเฉพาะในด้านงานอาร์ตและกราฟิกที่โดดเด่นมากๆ (กำหนดเข้าฉาย 11 มกราคม 2561) หลังจากแอนิเมชันฝีมือคนไทยได้ว่างเว้นไปจากจอเงินไปสักระยะหนึ่ง และทีมบ.ก.อนิไทม์ก็เพิ่งไปรับชมในรอบพิเศษมา จึงอยากนำมาแนะนำต่อแก่คุณผู้อ่านทุกท่านครับ

[Official Trailer] 9 ศาสตรา

ตัวอย่างภาพยนตร์แอนิเมชั่น 9 ศาสตรา เรื่องราวการผจญภัยของอ๊อด และพ้องเพื่อนกำลังเริ่มขึ้นเพื่อจุดหมายที่สำคัญ พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคมากมาย…อย่าพลาดชม 9 ศาสตรา 11 มกราคม 2561 ในโรงภาพยนตร์Tag คนที่คุณอยากพาไปเลี้ยงหนังปีหน้า :)#เปิดเสียงเพื่อความเร้าใจ #9ศาสตรา #กดHDเพื่อความคมชัด————————————————————————————–ช่องทางการติดตามผลงาน #9ศาสตราInstagram/Twitter: @9SatraMovie Website: http://www.9satramovie.com/YouTube: https://goo.gl/T22gVpLineTV: https://goo.gl/qYiyku

โพสต์โดย 9 ศาสตรา บน 7 ธันวาคม 2017

เรื่องย่อ

“๙ ศาสตรา”เป็นเรื่องราวการผจญภัยของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ที่ชะตาลิขิตให้มากอบกู้อาณาจักรรามเทพนคร แผ่นดินปิตุภูมิของเขาให้รอดพ้นอำนาจทมิฬของยักษา ผู้ก่อความทุกข์เข็ญให้ประชาราษฎร์ เป็นการเดินทางที่ต้องอาศัยทั้งโชคชะตาและวิชายุทธอย่างมีคุณธรรม

“อ๊อด”ชายหนุ่มแห่งโพ้นทะเล คือ ผู้ที่ถูกลิขิตมาให้รับภารกิจอันยิ่งใหญ่ในการกอบกู้อาณาจักร พร้อมกับพลพรรคเพื่อนพ้อง ที่มีทั้งอาวุธและยุทธวิธีตามวิถีตะวันออก ไม่ว่าจะเป็น “เสี่ยวหลาน”โจรสลัดอากาศชาวจีน เธอเป็นสาวงามนักแม่นปืนจากกองเรือเหาะทะยานเมฆ พร้อมด้วยลิงทโมน นามว่า “วาตะ”รวมถึง “อสูรสีชาด”ยักษ์สีแดงร่างใหญ่ใจดี ส่วนอ๊อดนั้นได้ร่ำเรียนศิลปะการต่อสู้มวยไทย ที่เคยหายสาบสูญจากครูมวยอันดับหนึ่งของแผ่นดิน และได้ฝึกฝนเคี่ยวกรำอย่างหนักมาโดยตลอด เพื่อเตรียมต่อสู้กับหมู่มวลอธรรม

อ๊อดจะคว้าชัยชนะในศึกครั้งใหญ่กับกองทัพโหดทมิฬมหึมาของยักษาได้หรือไม่ จะมีวีรบุรุษคนใดมาช่วยปลดปล่อยประชาชนที่ตกเป็นทาสจากอำนาจมืดนี้ได้หรือไม่

เรื่องย่อจากเว็บไซต์ 9satramovie.com

ความคิดเห็นของกองบรรณาธิการ

โปรดักชันคือดี!

ถ้าทุกคนสนใจภาพยนตร์เรื่องนี้เพราะเทรลเลอร์ภาพสวยแล้ว ในเรื่องนี้ก็ภาพสวยอย่างนั้นทั้งเรื่องแหละครับ ที่ชอบมากเป็นพิเศษคือการเรียบเรียงเนื้อเรื่องหรือทำสตอรีบอร์ดไว้อย่างไหลลื่น ใช้มุมกล้องผสานกับวิชวลเอ็ฟเฟ็กต์ได้อย่างเร้าอารมณ์และน่าสนใจ แถมยังปั้นโมเดลละเอียดมาก เช่น ไม้แกะสลัก เรือเหาะ ผังเมือง ฯลฯ รวมถึงการลงพื้นผิว (texturing) บนวัตถุต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรอยกระและความหยาบกร้านบนผิวของตัวละคร ผาหิน ทุกอย่างเลยครับ

ดูแล้วรู้สึกว่าเป็นงานโชว์พาวของแอนิเมชันสตูดิโอในไทย แล้วถึงกับต้องกลับมาดูว่าใครเป็นคนทำ พบว่าเป็น IGLOO STUDIO ซึ่งเป็นสตูดิโอเจ้าใหญ่ผู้อยู่เบื้องหลังแอนิเมชันในโฆษณาของแบรนด์ใหญ่หลายเจ้า เสริมทัพโดย RiFF Animation Studio ผู้ดูแลงานแอนิเมชันของเมย์ไหน…ไฟแรงเฟร่อ ที่อนิไทม์เคยไปเยี่ยมนั่นเอง

เพลงประกอบอลังการ

งานภาพก็ยิ่งใหญ่แล้ว ทางด้านเพลงประกอบนั้นก็ไม่น้อยหน้าจนไม่พูดถึงไม่ได้ เพราะซาวด์แทร็กของภาพยนตร์เรื่องนี้นั้นได้ยินแล้วก็รู้สึกว่าเรื่องนี้จะต้องจ้างวงออเครสตร้ามาอัดสดๆ แน่ๆ แล้วปรากฎว่าเป็นวงออเครสตร้าจากประเทศมาซิโดเนียที่บินมาถึงไทยเพื่อบรรเลงเพลงเพื่อ 9 ศาสตราโดยเฉพาะจริงๆ ด้วยล่ะครับ นอกจากนี้ยังมีเพลงประกอบโดยวง Slot Machine ด้วย ชอบมากกก

ไม่ค่อยไทยจ๋า

สิ่งแรกที่เรากลัวและเชื่อว่าหลายๆ ท่านน่าจะกลัวเหมือนกันสำหรับภาพยนตร์แอนิเมชันไทยคือการเน้นหนักหรือยัดเยียดความเป็นไทยมากจนเกินไป โดยเฉพาะนิยามความไทยแท้หรือชาตินิยมต่างๆ สำหรับเรื่องนี้โดยรวมแล้วก็ถือว่าทำได้ค่อนข้างโอเคนะครับ ไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าไท้ยไทยเสียเกินไป

ถึงเรื่องนี้รวมมิตรความเป็นไทยแบบดั้งเดิมไว้ครบครันมากๆ ไม่ว่าจะเป็นมวยไทย บ้านไม้ วัดและพระพทุธรูป ตัวละครพระสงฆ์ที่จะปรากฎมาเป็นคีย์เล็กๆ น้อยๆ ยักษ์ เชื้อพระวงศ์ การกู้เอกราช แต่ว่าการตั้งเซ็ตติ้งเป็นโลกใหม่ในจินตนาการนั้น ภาพยนตร์เรื่องนี้สามารถแตกหน่อจากคีย์เวิร์ดเดิมๆ ไว้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะการออกแบบฉากต่างๆ นั้นถือว่าได้ลบภาพฉากสนามรบอยุธยาสไตล์หนังประวัติศาสตร์ที่มีไว้ในใจเสียสนิท แทนที่ด้วยความทึ่งในจินตนาการของทีมผู้สร้างแทน

 

กราฟิกบางส่วนยังแข็งๆ อยู่บ้าง

อาจเป็นเพราะเราเคยเห็นภาพความละเอียดยิบถึงปุยขนบนเสื้อโปโลของแอนิเมชันฝั่งตะวันตกที่เคยแชร์กันอยู่ช่วงหนึ่งบนเฟซบุ๊กมาแล้ว ทำให้ในใจรู้สึกมีข้อเปรียบเทียบอยู่บ้างว่าเรื่องนี้ยังทำได้ไม่มากเท่า (เข้าใจว่าฝีมือคนไทยทำได้แล้วแต่อาจติดข้อจำกัดด้านทรัพยากรหลายๆ อย่าง) ที่รู้สึกติดใจที่อยู่ก็คือเส้นผมของตัวละครที่จะปลิวเป็นก้อนๆ ไม่ได้เป็นเส้น และพวกเสื้อผ้า ชุดโจงกระเบนที่เห็นแล้วรู้สึกว่ามันไม่นุ่มหรือไม่พริ้วเหมือนผ้า แต่ดูเป็นก้อนๆ มากกว่า หรือตัวละครที่ต่อสู้กลางสายฝนก็ไม่ค่อยเห็นว่ามีหยดน้ำลู่ไปตามตัว

 

ดูไปดูมาก็อิน

 

ด้วยความที่อยากรู้ว่าเดี๋ยวนี้แอนิเมชันของคนไทยไปถึงไหนแล้ว ขอสารภาพว่าตอนแรกๆ ก็ดูแบบละเอียดยิบกว่าปกติหน่อย ประกอบกับเรื่องนี้มีอีเวนต์ยิบย่อยเยอะมากกกก ทำให้แต่ละฉากนั้นไม่นานนัก เหมือนมาเพื่อบอกปมหนึ่งอย่างแล้วก็ตัดไปฉากต่อไปและปมต่อไป (คิดว่าด้วยพล็อตนี้ขยายเป็นซีรีส์ยาวๆ ก็ยังได้แต่ถ้าหดให้เหลือเป็นหนัง 2 ชั่วโมงก็ต้องรวบรัดประมาณนี้) ทำให้รู้สึกว่าช่วงแรกๆ ไม่ค่อยอินกับตัวละครนัก จากที่พระเอกเป็นเด็กชายแห้งๆ ก็กลายเป็นยอดนักสู้อย่างรวดเร็ว และไม่ค่อยรู้สึกร่วมกับความเป็นเดือดเป็นร้อนของชาวเมืองที่ถูกยักษ์กดขี่เท่าไรนัก

แต่ถึงจะไม่ได้อินกับสตอรีเท่าไหร่ แต่ฉากแอ็กชันของภาพยนตร์เรื่องนี้เรียกได้ว่ามันสะเด็ดและปล่อยอภินิหารแบบว่าปล่อยแล้วปล่อยอีก จากที่ตอนแรกเดินเรื่องเร็วมากจนคิดว่าคงเป็นหนังที่ไม่ยาวนัก ปรากฎว่าพอเข้าฉากต่อสู้ทีไรก็จะมีการปล่อยพลังกันแบบว่า ฮะ ยังมีอีกเหรอ!? แล้วแต่ละครั้งก็จะอลังการขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ อารมณ์ของการชมเรื่องนี้จึงไปหนักอยู่กับความตะลึงจนตัวเหยียดกับการปล่อยพลังและความบ้าพลังงานทีมโปรดักชันในฉากต่อสู้นั่นเอง

 

ดำเนินเรื่องเป็นไปตามคาด

อาจจะเป็นจุดอ่อนสำคัญของเรื่องนี้ที่คิดได้ นั่นคือเนื้อเรื่องที่ไม่ได้ชวนให้คล้อยตามสักเท่าไร อย่างที่บอกว่าเนื้อเรื่องเดินเร็ว ตัดฉากเยอะ ที่สำคัญคือเดินเรื่องอย่างตรงไปตรงมาและค่อนข้างคาดเดาได้ ส่วนหนึ่งก็ต้องชื่นชมว่า 9 ศาสตราได้หว่านปมไว้เยอะและคลายปมได้ดี เล่าเรื่องอย่างไหลลื่น แต่ส่วนที่น่าจะทำหน้าที่หักมุมหรือเป็นจุดพีคก็ไม่ได้อิมแพ็คมากขนาดนั้น หักมุมเสร็จเราก็เดาต่อได้ว่าอ๋อ งั้นต่อไปมันก็คงกลายเป็นแบบนี้ๆ แต่ไม่ถึงกับพลิกเนื้อเรื่องจนกลายเป็นอีกโลกที่คาดเดาไม่ได้แบบคนละขั้น

9 ศาสตราทำหน้าที่ของภาพยนตร์แอ็คชันได้ดีมาก แต่ถ้าคาดหวังว่าดูแล้วจะได้ข้อคิดที่ตราตรึงใจหรือมีสารที่ทรงคุณค่าก็คิดว่าไม่ได้โดดเด่นในเรื่องนี้ บางช่วงเหมือนจะแฝงว่าในศึกสงครามระหว่างมนุษย์กับยักษ์ก็มีส่วนที่ยักษ์เป็นเหยื่อและมนุษย์เป็นฝ่ายชั่วร้ายเหมือนกัน แต่สารนี้ก็มาแล้วผ่านไป คำพระสอนว่าเวรระงับด้วยการไม่จองเวรก็ปรากฎขึ้นในฉากหัวเลี้ยวหัวต่ออีกฉากหนึ่ง แต่ก็มาแล้วผ่านไปเช่นกัน…

 

ความคิดเห็นโดยรวม

เป็นหนังแอ็คชันที่มันส์ดีครับ แนะนำให้ไปชมเพราะเป็นภาพยนตร์แอนิเมชันไทยครับ แต่ไม่ได้ในฐานะที่แบบว่า อู้หู นี่คือความเป็นไทย ดูแล้วรู้สึกอยากอนุรักษ์อัตลักษณ์ชาติไทยมากๆ แต่อยากให้ไปชมเพื่ออัปเดตว่าเดี๋ยวนี้ความสามารถในการผลิตของคนไทยไปไกลกว่าเดิมอีกแล้วนะ แค่ชมเฉพาะงานศิลป์และซึบซับความมันส์เหวี่ยงของฉากแอ็กชันในเรื่องก็การันตีได้ว่าคุ้มค่าตั๋วแล้วครับ หรือถ้าจะชมแบบไม่คิดมากก็ไม่คิดว่าพล็อตเรื่องนี้ไม่ได้มีช่องโหว่อะไร ไม่มีแบบว่าโอ๊ยหมดมู้ดเสียอารมณ์ครับแน่ๆ ครับ

 

9 ศาสตรา เข้าฉายในโรงภาพยนตร์วันพฤหัสบดีที่ 11 มกราคม 2561 ครับ

อ้างอิง mgronline

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Comment moderation is enabled. Your comment may take some time to appear.