home ANIME The Tale of Princess Kaguya เจ้าหญิงกระบอกไม้ไผ่ : เจ็บปวดที่งดงาม

The Tale of Princess Kaguya เจ้าหญิงกระบอกไม้ไผ่ : เจ็บปวดที่งดงาม

ตำนานเจ้าหญิงกระบอกไม้ไผ่เป็นเรื่องราวที่ไม่ว่าใครเป็นแฟนวัฒนธรรมญี่ปุ่นก็คงจะรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะปรากฏอยู่ในการ์ตูนหลายๆ เรื่อง ทั้งที่เอามาล้อตลกๆ หรือเป็นพล็อตเรื่องอย่างจริงจัง แถมยังเป็นที่มาของสำนวน “เกิดจากกระบอกไม้ไผ่” ด้วย จะว่าไปก็เป็นนิทานพื้นบ้านของญี่ปุ่นที่คนรู้จักกันดีพอๆ กับเด็กที่เกิดจากลูกท้ออย่างโมโมทาโร่เลยทีเดียว (ทำไมชอบเกิดในที่แปลกๆ)

The Tale of Princess Kaguya เจ้าหญิงกระบอกไม้ไผ่ คือแอนิเมชันเรื่องยาวของสตูดิโอจิบลิที่หยิบตำนานดังกล่าวมาทำให้มีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง โดยฝีมือของ อิซาโอะ ทากาฮาตะ หนึ่งในผู้กำกับระดับสุดยอดอีกคนของจิบลิ

the-tale-of-the-princess-kaguya-trailer

ในขณะที่ฮายาโอะ มิยาซากิ สามารถเล่าเรื่องแฟนตาซีได้อย่างละมุนละไม ทากาฮาตะก็คือขั้วตรงข้าม เพราะความถนัดของเขาคือการเล่าเรื่องชีวิตได้อย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นชีวิตในโลกที่โหดร้ายใน The Grave of the Fireflies หรือชีวิตครอบครัวธรรมดาๆ ที่ทำให้เรากลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ใน My Neighbors the Yamadas ภาพยนตร์แอนิเมชันของจิบลิอันดับหนึ่งในใจผม

The Tale of Princess Kaguya ก็เช่นเดียวกับผลงานอื่นๆ ของเขา แม้จะสร้างจากตำนานที่แฟนตาซี เขาก็ยังไม่ทิ้งลายการเล่าเรื่องชีวิตได้อย่างงดงาม เราจะได้เห็นและเติบโตไปพร้อมกับเจ้าหญิงน้อย ตั้งแต่เกิดจากกระบอกไม้ไผ่ จนเติบใหญ่เป็นหญิงสาว และได้เผชิญกับทั้งความสุขสมและความเจ็บปวดของชีวิตและความรัก

งานสีน้ำของจิบลินั้นคือความมหัศจรรย์บนโลกมนุษย์จริงๆ ครับ แค่เวลาเปิดอ่านหนังสือรวมภาพร่างเบื้องหลังแอนิเมชันเรื่องอื่นๆ ซึ่งเป็นสีน้ำก็จะอ้วกเป็นสายรุ้งแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังใช้เทคนิคนั้นทั้งเรื่อง ทำให้เกิดความรู้สึกพลิ้วไหว มีชีวิตชีวา เหมือนกับการรับชมงานศิลปะภาพเขียนญี่ปุ่นแบบเคลื่อนไหวได้ แถมใช้บางฉากภาพแทบจะไม่เหลืออะไรนอกจากลายเส้นถ่านที่สเก็ตช์อย่างหยาบจนไม่เป็นรูปร่าง ปล่อยให้เราได้ใช้จินตนาการ

อย่างไรก็ดี แม้ในงานด้านภาพที่ใช้การสเก็ตช์และสีน้ำแบบหยาบๆ นี้จะสวยงามพอๆ กัน แต่น่าแปลกที่พลังในการเล่าเรื่องของเทคนิคนี้กลับด้อยกว่าผลงานขึ้นหิ้งอีกชิ้นของเขาอย่าง My Neighbors the Yamadas

1431443139-1-o

น่าเสียดายที่ The Tale of Princess Kaguya ไม่สามารถทำเงินได้มาก ไปจนถึงแทบไม่มีคนรู้ว่ามีภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย เพราะการเปิดตัวในช่วงเวลาใกล้เคียงกันกับภาพยนตร์ที่ได้รับการโปรโมทให้เป็นภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายของมิยาซากิ อย่าง The Wind Rises ซึ่งในขณะที่เรื่องหลังนี้สามารถทำเงินได้เป็นประวัติการณ์ของญี่ปุ่น แถมยังได้เข้าชิงออสการ์ The Tale of Princess Kaguya นั้นได้เข้าฉายแบบจำกัดโรง และเป็นที่รู้จักในกลุ่มเล็กๆ เท่านั้น แม้คางุยะอาจจะเป็นผลงานแอนิเมชันขนาดยาวเรื่องสุดท้ายของทากาฮาตะแล้วเช่นกัน ต่างกับเมื่อครั้งที่ My Neighbors Totoro เข้าฉายพร้อมกับ The Grave of the Fireflies ซึ่งทั้งสองเรื่องสามารถเป็นภาพยนตร์ในดวงใจของหลายๆ คนได้ในแง่มุมที่ต่างกันไป

ไม่มีใครรู้ว่าทากาฮาตะจะรู้สึกอย่างไรที่ภาพยนตร์ของเขามักเป็นรองมิยาซากิอยู่เสมอ หรือการที่ไม่มีผู้รู้จักหรือยกย่องเขาเท่ามิยาซากิ แต่นั่นก็อาจจะไม่ใช่สิ่งสำคัญเท่าการเติบโตขึ้น ต่อสู้ และโบยบินต่อไป

เช่นเดียวกับชีวิต ที่ปรากฎในภาพยนตร์ของเขามาตลอด

ถึงจะเจ็บปวด ก็งดงาม

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Comment moderation is enabled. Your comment may take some time to appear.