หลังจากที่ได้ยินเสียงร่ำลือกันมาสักพักกับภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง Sayonara no Asa ni Yakusoku no Hana wo Kazarou หรือที่รู้จักในภาษาไทยอย่างเป็นทางการคือ Sayoasa สัญญาของเราในวันนั้น โดยค่าย P.A. WORKS ได้ถูกกล่าวขานจากผู้ชมทั่วสารทิศว่าเป็นภาพยนตร์แอนิเมชันยอดเยี่ยมแห่งปีที่สามารถทำให้ผู้ชมหวนนึกถึงความรักที่ใครหลายคนอาจลืมเลือนมันไป

ผลงานกำกับเรื่องแรกของนักเขียนบทที่เรียกน้ำตาจากผู้ชมได้ โอคาดะ มาริ ผู้เคยฝากฝังผลงานมากมาย เช่น The Anthem of the Heart เมื่อใจกู่ร้องอยากบอกโลก และ Ano Hana ดอกไม้ ความรัก และมิตรภาพ ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งออกแบบตัวละครโดย โยชิดะ อะกิฮิโตะ ผู้ออกแบบตัวละครโลดแล่นอยู่ Final Fantasy XII ซึ่งแม้แต่กระนั้น มาโคโตะ ชินไค เจ้าของผลงานชื่อดังอย่าง Your Name หลับตาฝัน ฉันเห็นเธอ เอ่ยปากชมพร้อมเชิญชวนให้ทุกคนห้ามพลาดภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องนี้ว่า “มันเป็นภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยม มันเขย่าความทรงจำภายในตัวคุณที่ปกติคุณจะลืมมันไป”

เรื่องราวของ มาเคีย เด็กสาวกำพร้าจากอิออล์ฟ ชนเผ่าที่ถูกพลัดพราก เนื่องจากชีวิตที่มีอายุยืนยาวทำให้คนในเผ่าไม่ค่อยนิยมออกจากเผ่าของตน ถึงจะใช้ชีวิตอย่างสงบสุข มีผู้คนมากมายล้อมรอบตัวเธอ แม้ว่าลึกๆ มาเคียเองก็ยังคงรู้สึกเหงาและอ้างว้างอยู่ในใจก็ตาม

ทว่าการมาของกองทัพของอาณาจักรทำให้ชีวิตที่สงบสุขของมาเคียพังทลาย ถูกพลัดพรากจากเผ่า ระหว่างที่ยังสับสนกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น มาเคียได้ไปพบกับเด็กทารกเพศชายคนหนึ่งที่สูญเสียพ่อแม่ไปกับกองโจร เธอจึงเก็บเด็กคนนั้นมาเลี้ยงโดยตั้งชื่อว่า แอเรียล เรื่องราวที่เล่าผ่านเส้นไหมได้ถักทอจนกลายผืนผ้าที่กักเก็บความทรงจำของชีวิตผู้คนไม่ให้เลือนหายไปจากกาลเวลา ความรัก ความผูกพันของครอบครัวที่ไม่ได้จำกัดเพียงสายเลือดจึงได้ถือกำเนิดขึ้น ท่ามกลางกาลเวลาที่ไม่เคยหยุดนิ่งกับเผ่าพันธุ์ผู้อยู่เหนือกาลเวลาตลอดกาล

สิ่งที่หลงเหลือหลังจากที่ออกจากโรงภาพยนตร์คือความรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ หลายอย่างที่ปรากฏในเรื่องราวได้กำลังสอนให้คิดถึงเรื่องราวบางอย่างที่อาจถูกมองข้ามไป โดยที่บางครั้งไม่ทันนึกถึงว่าสิ่งเหล่านั้นมันสำคัญมากน้อยแค่ไหน ไม่นึกเลยว่าหนึ่งช่วงชีวิตของคนเราสามารถเกิดเรื่องราวมากมายขนาดนี้ แม้ว่าจะไม่ได้ร้องไห้ออกมาหนักหน่วง แต่กลับสามารถทำให้ยิ้มออกมาแม้ข้างในใจจะปวดร้าวกับสิ่งที่รับชมก็ตาม

ตัวภาพยนตร์ทำออกมาได้น่าประทับใจไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นตัวภาพและเสียงที่ทำให้อินไปกับเหตุการณ์ภายในเนื้อเรื่องได้อย่างดี การกระทำของตัวละครล้วนมีที่มาและเหตุผลซึ่งบางคนอาจมองว่าเป็นเรื่องที่เล็กน้อย แต่สำหรับพวกเขาแล้วมันอาจมีความหมายยิ่งกว่าสิ่งใด บางทีแค่การที่จะรักใครสักคนจนหมดหัวใจมันไม่จำเป็นต้องใช้คำอธิบายใดๆ ให้สวยหรูนอกจาก ความรัก เท่านั้น

ทางอนิไทม์ชอบการผูกเรื่องราวที่ใช้ผ้า หรือ ที่ในเรื่องเรียกว่า ฮิบิโอล เปรียบเหมือนสมุดบันทึก จดหมายที่ส่งต่อให้ผู้คน คล้ายกับความเชื่อของชาวมองโกลที่มีการเย็บลวดลายบนผืนผ้า เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของเจ้าของให้กับลูกหลานได้รับรู้เก็บไว้เป็นมรดกประจำตระกูล ซึ่งสื่อให้เห็นถึงความสำคัญของผ้าที่เป็นมากกว่าเครื่องนุ่มห่มธรรมดาที่ใช้กันทั่วไป โดยต้นแบบของการทอผ้าทางทีมงานได้ใช้ต้นแบบมาจากการทอผ้าของเมืองนันโตะ จังหวัดโทยามะซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการทอผ้าไหม โดยเมืองแห่งนี้เป็นต้นแบบของอะนิเมะหลายเรื่องของค่าย P.A.WORKS เช่น Hanasaku Iroha และ Sakura Quest เป็นต้น

กลวิธีการเล่าเรื่องค่อนข้างเรียบง่าย แต่รู้สึกถึงนัยบางอย่างที่แฝงอยู่ตลอดทั้งเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของครอบครัว การใช้ชีวิต ความยั่งยืนของอำนาจ และความรักที่ไม่จำเป็นจะต้องเป็นเรื่องของหนุ่มสาวเท่านั้น ภาพและเสียงค่อยๆ ทำให้ได้เรียนรู้ ทำความรู้จักตัวละครในเวลาเดียวกัน ค่อยๆ ไต่ระดับความรู้สึกให้อินกับเรื่องราวที่ประสบพบเจอ  

อาจเพราะมีเวลาที่จำกัดทำให้การดำเนินเรื่องราวบางฉากมีรายละเอียดบางส่วนที่หายไป ทำให้ไม่เข้าใจถึงการกระทำของตัวละครได้อย่างชัดเจน ซับไทยมีความหมายที่กำกวมอาจต้องตีความหมายใหม่สักนิด มีภาพบางส่วนที่แอบไม่ละเอียดอยู่บ้างแต่ภาพรวมแล้วถือว่าเป็นภาพยนตร์ที่ควรลองไปสัมผัสด้วยตาของคุณดูสักครั้ง

มารับชมการเดินทางของผู้ถูกทอดทิ้งทั้งสองได้ที่โรงภาพยนตร์ในวันที่ 28 มิถุนายนหรือ รอบพิเศษวันที่ 16 – 17 มิถุนายนนี้

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *