สมกับเป็นปีทองของภาพยนตร์ญี่ปุ่นที่ได้มีโอกาสเข้ามาฉายในไทยอย่างต่อเนื่อง ครั้งนี้ทางสหมงคลฟิล์มได้นำภาพยนตร์ญี่ปุ่นแนวรักโรแมนติกแฟนตาซี Tonight, At Romance Theater รักเรา… จะพบกัน เข้ามาฉายในบ้านเราที่เว้นห่างจากที่ญี่ปุ่นเพียงแค่ไม่กี่เดือน แต่สำหรับเรื่องนี้นั้นไม่ใช่เป็นแค่รักหวานแหววธรรมดา แต่แฝงไปด้วยความแฟนตาซีจนยากที่จะจินตนาการ

จากผลงานผู้กำกับมากฝีมือ ฮิเดกิ ทาเคอุชิ ทันทีที่เข้าฉายในญี่ปุ่นก็ทำสถิติเปิดตัวอันดับ 1 Box Office ทำรายได้แซง Kimi no Suizo wo Tabetai ตับอ่อนของเธอขอฉันเถอะนะ และเรียกน้ำตาผู้ชมอย่างมากมาย

 

         เรื่องราวของ มาคิโนะ เคนจิ หนุ่มหน้าใสไม่ได้ความที่ทำงานในกองถ่ายหนัง ฝันอยากจะเป็นผู้กำกับ ชีวิตการทำงานของเขาในแต่ละวันทั้งน่าเบื่อ ทั้งวุ่นวาย แต่มีสิ่งเดียวที่ทำให้ชีวิตของเขามีรอยยิ้มอยู่เสมอก็คือ เจ้าหญิงมิยูกิ นางเอกภาพยนตร์ขาวดำที่เขามักจะมาดูที่โรงหนังบ่อยๆ แต่วันหนึ่งเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เจ้าหญิงนั้นหลุดออกมาจากโลกแห่งฟิล์มขาวดำสู่โลกแห่งความจริง!? แถมตัวยังเป็นสีขาวดำดั่งในหนังเป๊ะๆ อีก ทำให้เคนจิต้องมีหน้าที่รับใช้เจ้าหญิงไปโดยปริยาย แต่เมื่อเกิดความใกล้ชิดความสัมพันธ์จึงแปรเปลี่ยนไปเป็นความรัก… อีกทั้งเจ้าหญิงยังซ่อนความลับที่ไม่อาจบอกใครได้อีกด้วย ความรักของเขาและเธอทั้งสองจะเป็นเช่นไร?

หลังจากที่ทางอนิไทม์ได้ชมภาพยนตร์แล้ว ต้องชื่นชมคนเขียนบทอย่างมากเพราะเป็นพล็อตเรื่องที่ไม่เคยพบเคยเห็นจริงๆ หลายฉากยากเกินจะคาดเดา ตั้งแต่เจ้าหญิงมิยูกิ นางเอกของเรื่องหลุดมาจากโลกภาพยนตร์แล้วตัวยังเป็นสีขาวดำนี่แหละ ทำให้ตอนดูเกิดความสงสัยว่าคนที่ตัวขาวดำท่าทางแปลกๆ ในโลกแห่งฟิล์ม จู่ๆ มาเดินในโลกแห่งความจริงที่มีสีสัน ชาวบ้านชาวช่องจะแตกตื่นกันไหม? นับว่าเป็นจุดที่น่าสนใจอย่างมาก

และยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่สงสัยตั้งแต่ตอนดูทีเซอร์แล้วว่า “ถ้านักแสดงตัวจริง จู่ๆ มาเห็นตัวเองสีขาวดำเดินอยู่ในเมืองล่ะ? จะทำยังไง?” ตรงจุดนี้ก็มีคำตอบอยู่ภายในเรื่องเช่นเดียวกัน ถือว่าทำออกมาได้ค่อนข้างสมบูรณ์แบบในฐานะภาพยนตร์แนวโรแมนติกแฟนตาซี

การดำเนินเรื่องมีที่มาที่ไป คลายความสงสัยแทบจะทุกอย่าง นอกจากนี้ตัวหนังไม่ได้แค่สื่อถึงความรักของตัวละครสองคน แต่ยังมีจุดสะท้อนให้เห็นถึง วงการภาพยนตร์ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ตั้งแต่ทัศนคติ ความนิยม รวมถึงแนวของภาพยนตร์ย่อมเปลี่ยนไปตามกาลเวลาทุกยุคทุกสมัย มีประโยคโดนใจในเรื่องที่ชอบมาก “ภาพยนตร์เป็นสิ่งไม่จีรัง ที่อยู่ในใจคนนั้นมีเพียงแค่หยิบมือ” ซึ่งเป็นเรื่องจริงที่สะท้อนได้ถึงมุมมองการชมภาพยนตร์ ที่ไม่ว่าภาพยนตร์จะมีเยอะมากแค่ไหน แต่ที่คนชมชอบจนหยิบกลับมาดูบ่อยๆ นั้น มีอยู่เพียงไม่กี่เรื่องเท่านั้น

มากันที่นักแสดงและบทบาทของตัวละครกันบ้าง การฟาดฟันฝีมือการแสดงของทั้งสองคนนั้นถือว่าทำได้ดีมาก เจ้าหญิงมิยูกิ รับบทโดย อายาเสะ ฮารุกะ ต้องบอกเลยว่าฮารุกะจัง เหมาะกับบทเจ้าหญิงสุดๆ ทั้งสวยสง่า และดูแพงมากกก แถมบทที่ได้รับนั้นยังเป็นบทที่ดื้อและเอาแต่ใจสุดๆ ทำให้ชีวิตพระเอกสุดแสนจะซื่อบื้ออย่างเคนจิ รับบทโดย ซากาคุจิ เคนทาโร่ ขวัญใจสาวไทยนั้น วุ่นวายขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ทำให้ได้รู้ว่าพระเอกที่หงิมๆ มีความโรแมนติกและน่ารักกว่าที่คิด  ความสัมพันธ์ของตัวละครทั้งสองถือว่าดำเนินได้ดีมาก แม้ว่าอยู่คนละโลกก็สามารถรักกันได้ ประทับใจจนเรียกน้ำตาออกมาพรั่งพรู ยิ่งช่วงกลางเรื่องเป็นต้นไป ยิ่งพีคขึ้นเรื่อยๆ จนฉุดไม่อยู่ แนะนำอย่างยิ่งว่าให้พกผ้าเช็ดหน้าและทิชชูไปด้วยค่ะ ออกจากโรงหนังตาปูดตาแดงกันแน่นอน

อีกเรื่องหนึ่งที่อยากชื่นชมภาพยนตร์เรื่องนี้ก็คือ ภาพสวยมาก เป็นโทนอบอุ่นละมุนๆ ผสมผสานกลิ่นอายยุค 60-70 ได้อย่างลงตัว รวมถึงสีขาวดำบนตัวนางเอก ทำออกมาได้กลมกลืนใช้ได้เลย นอกจากจะประทับใจทั้งพล็อตเรื่อง ทั้งภาพของเรื่องนี้แล้ว ยังมีเรื่องคอสตูมของตัวละครที่ดูแล้วเพลินมากก สื่อได้ถึงความเก่าและความเก๋าของยุคนั้นจริงๆ ประกอบกับแฟชันการแต่งตัวของเจ้าหญิง ที่ตอนอยู่ในโลกหนังขาวดำคงจะเบื่อ พอมาโลกแห่งความจริงก็แต่งเปรี้ยวเข็ดฟันสีสันสดใสชุดไม่ซ้ำกันทุกวันเลยทีเดียว

และสิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลย เหล่านักแสดงคนอื่นๆ ที่มาสร้างความสุขเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ อีกทั้งยังเป็นตัวแปรสำคัญไขข้อสงสัยต่างๆ ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

เชื่อว่าใครหลายคนก็อยากให้คนที่เราชอบในจอทีวีโผล่ออกมาในชีวิตจริง ร่วมสัมผัสกับความรักแสนบริสุทธิ์ที่เรียกทั้งรอยยิ้มและน้ำตาได้ใน Tonight, At Romance Theater รักเรา… จะพบกัน 3 พฤษภาคมนี้

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *