คนเรามีอยู่หลายประเภท บางคนมีนิสัยที่ร่าเริงแต่บางคนมีก็มีนิสัยชอบเก็บตัว ทุกคนล้วนมีเหตุผลรองรับในการเป็นตัวของตัวเอง แต่จะมีสักกี่คนที่ยอมเปลี่ยนแปลงเพื่อคนที่รักชนิดหลังเท้าเป็นหน้ามือเหมือน มิยามุระ ในมังงะเรื่อง โฮริมิยะ

โฮริมิยะหรือ สาวมั่นกับนายมืดมน เป็นผลงานของอาจารย์ที่มีนามปากกาว่า HERO ฉบับลิขสิทธิ์ไทยโดยสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์คอมมิกส์ ซึ่งเป็นเรื่องราวของ มิยามุระ อิสึมิ เด็กหนุ่มผู้มีนิสัยมืดมนและดูจืดจาง ดูภายนอกเขาอาจจะดูเป็นโอตาคุที่เอาแต่สะสมฟิกเกอร์และชอบตัวการ์ตูนสาวน้อยน่ารักแต่ในความเป็นจริงกลับเป็นหนุ่มหน้าหวานที่มีความร็อกในจิตใจ เพราะเขาทั้งเจาะหูและสักรอยสักเต็มตัวไปหมด ส่วนนางเอกของเรื่องนี้ โฮริ เคียวโกะ เด็กสาวสุดเปรี้ยวที่เป็นที่ชื่นชอบของทุกคนแต่ตัวจริงกลับเป็นแม่ศรีเรือนสุดเฉิ่มเวลาอยู่บ้าน เมื่อทั้งสองได้ล่วงรู้ความลับของกันและกันก็ได้ทำให้ชีวิตและหัวใจของทั้งสองเปลี่ยนไปอย่างไม่มีวันหวนคืน

แม้ในเรื่องโฮริมิยะนั้นจะมีตัวละครให้เราลุ้นกันอยู่หลายคู่ แต่ไม่ว่าคู่ไหนก็คงไม่หวานเท่าคู่หลักอย่าง มิยามุระ กับ โฮริ คนหนึ่งแม้ภายนอกจะแกร่งแต่ภายในกลับเปราะบาง ส่วนอีกคนภายนอกดูอ่อนแอแต่ภายในกลับเข้มแข็ง ทั้งสองคนจึงเหมือนจิ๊กซอว์ที่ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็ต่อกันได้พอดีทุกด้าน คอยเติมเต็มซึ่งกันและกัน

ถ้าเปรียบโฮริเป็นสาวแกร่งแรงดั่งไฟ มิยามุระก็เป็นเด็กหนุ่มที่นุ่มนวลเหมือนสายน้ำ ทำหน้าที่คอยรองรับอารมณ์ความรู้สึกที่รุนแรงและส่งคืนกลับไปด้วยความอ่อนโยนจนเราต้องอุทานว่าผู้ชายที่มีองค์ประกอบของแฟนที่ดีครบถ้วนขนาดนี้มีอยู่จริงเหรอ! ความแตกต่างอย่างลงตัวนี้เองที่ทำให้เรื่องราวความรักสุดโรแมนติกปนเสียงฮาของทั้งคู่เข้าไปอยู่ในใจของคุณผู้อ่าน

 

เข้าใจและให้กำลังใจซึ่งกันและกัน

‘ผมว่าคุณโฮริฝั่งนี้น่ารักกว่าอีก’ เป็นคำพูดของ มิยามุระ หลังจากที่เขากับ โฮริ ได้รู้จักตัวตนอีกด้านของกันและกัน จากเพื่อนร่วมห้องที่ไม่ค่อยได้คุยกันกลายเป็นใกล้ชิดกันมากขึ้น ทำให้มิยามุระได้เห็นความลำบากในการใช้ชีวิตของโฮริที่ทั้งต้องทั้งทำงานบ้านและดูแลน้องชายจนไม่มีเวลาออกไปเที่ยวให้สมกับที่เป็นวัยรุ่น แม้เขาจะไม่ได้พูดออกไปตรงๆ แต่ก็มีวิธีให้กำลังใจในแบบของเขา อย่างการซื้อของมาฝากให้โฮริพร้อมคำพูดที่ทำให้อีกฝ่ายต้องหัวใจหวั่นไหว

‘เรื่องที่คุณโฮริพยายามอยู่น่ะ ผมรู้นะ ผมรู้ดี’ เหมือนความพยายามที่ผ่านมาถูกตอบรับด้วยคำพูดเล็กๆ ที่คนฟังต้องการมากที่สุด เพราะไม่ว่าใครก็ต้องการกำลังใจด้วยกันทั้งนั้น ไม่ใช่ทั้งคำพูดที่ทำให้ดูเท่ห์หรือให้ความรู้สึกสงสาร แต่เป็นคำที่เรียบง่ายที่ทำให้ผู้ฟังรับรู้ได้ว่ายังมีคนๆ นี้คอยมองและใส่ใจเราอยู่ เรียกได้ว่าทำให้รู้สึกดีที่คนรู้ความลับของตัวเองเป็นคนนี้เลยทีเดียว

 

คอยอยู่เคียงข้างในยามที่ต้องการ

ทุกๆ คนย่อมมีช่วงเวลาที่อ่อนแอและอยากได้รับการปกป้องจากใครสักคน ไม่เว้นกระทั่งสาวแกร่งอย่าง โฮริ ก็เช่นกัน ในเหตุการณ์ที่สภานักเรียนได้โทษเธอที่ทำเอกสารสำคัญหายและเรียกร้องให้ขอโทษทั้งๆ ที่ไม่มีหลักฐาน คนที่โผล่มาช่วยแบบอัศวินขี่ม้าขาวในขณะนั้นคือผู้ชายที่เป็นเด็กเนิร์ดจืดจางในสายตาทุกคนอย่าง มิยามุระ 

มิยามุระที่ภายนอกไม่สุงสิงกับใครถึงกลับออกตัวแรงอย่างการเข้าไปกระชากคอเสื้อประธานนักเรียนแล้วเอาหัวโขกไปทีหนึ่งด้วยความเดือด สร้างความแตกตื่นให้กับคนรอบข้างอย่างมาก แต่ใครจะรู้ว่าที่เขาเข้ามายุ่งนั้นไม่ใช่เพราะรักความถูกต้อง เขาแค่ต้องการปกป้องผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่อโฮริเพียงเท่านั้น

 

 

แม้กระทั่งตอนที่โฮริเป็นไข้หนักจนต้องนอนซมอยู่บนเตียง คนที่คอยดูแลเธออยู่ตลอดก็คือมิยามุระ เด็กสาวที่ต้องสวมหน้ากากให้เข้มแข็งเพราะไม่อยากรบกวนพ่อแม่ที่งานยุ่งได้ถูกถอดลง ในตอนนั้นเหลือเพียงเด็กสาวที่ต้องการใครสักคนอยู่ข้างตัวเองและมิยามุระคือคนๆ นั้น คนที่คอยพูดว่า ‘ผมก็จะอยู่ตรงนี้’ ตราบเท่าที่เธอยังต้องการเขา

 

ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อคนที่รัก

 

เมื่อวันเวลาเปลี่ยน ความสัมพันธ์ก็ได้เปลี่ยนไป จากความใกล้ชิดที่มากเกินเพื่อนของทั้งคู่ก็ได้ทำให้ มิยามุระ กับ โฮริ กลายเป็นแฟนกันในที่สุด

จึงได้เกิดปัญหาตามมา เพราะแต่เดิมโฮรินั้นเป็นสาวป็อปที่หักอกผู้ชายเป็นว่าเล่น แต่เธอดันคบกับมิยามุระที่ภายนอกมืดมนคล้ายเด็กเนิร์ดที่ทั้งผมยาวปรกหน้าและสวมแว่นตาหนาทึบ มันจึงทำให้โฮรินั้นโดนดูถูกจากคนรอบข้างว่ารสนิยมต่ำ แม้ว่าตัวโฮริเองจะบอกว่าไม่เป็นไรก็ตาม

 

 

มาถึงตรงนี้ทำให้มิยามุระยอมไม่ได้ที่คนที่ตัวเองรักนั้นโดนดูถูก แม้ว่าที่ไว้ผมยาวและสวมแว่นตาก็เพื่อบังรอยที่เคยเจาะหูไว้และพยายามไม่ทำตัวเด่น แต่มันจะมีค่าอะไรถ้ามันสร้างปัญหาให้กับคนสำคัญ ต่อมาเขาจึงเลิกสวมแว่นและตัดผมสั้นจนรูปลักษณ์ภายนอกเปลี่ยนไปแทบจะคนละคนมาโรงเรียนจนสร้างความแตกตื่นกันทั้งห้องเรียน

พูดได้ว่าทำเพื่อแฟนสุดๆ เพราะการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ต้องใช้ความกล้าในชีวิตของมิยามุระมากเลยทีเดียว การที่ต้องเปิดเผยสิ่งที่ปิดมานานเป็นปีนั้นเป็นสิ่งที่ยากมากแต่เขาก็ตัดสินใจทำ เรียกได้ว่าจุดนั้นใครเป็นแฟนนี่ใจคงละลายไปแล้ว

 

แสดงความชัดเจนของความสัมพันธ์

ไม่ว่าคู่รักไหนก็ต้องการความชัดเจนของอีกฝ่าย ซึ่งสิ่งนี้ มิยามุระ แสดงออกให้ โฮริ ได้เห็นแบบชัดมาก โดยได้เข้าไปแสดงความเป็นเจ้าของต่อหน้าทุกคนที่เข้ามาจีบแฟนของตัวเอง

‘นี่ของฉัน’ คือสิ่งที่เขาพูดกับ รุ่นน้องผู้หญิง ที่แอบชอบโฮริและเข้ามาข้องแวะด้วย ทำเอาทุกคนที่เห็นเหตุการณ์อึ้งกับการกระทำของเขา ทั้งๆ ที่อีกฝ่ายเป็นแค่เด็กผู้หญิงแต่จะเพศไหนมันก็ไม่สำคัญสำหรับมิยามุระ ใครที่จะเข้ามายุ่งกับโฮริต้องฝ่าด่านแฟนอย่างเขาไปก่อน

 

 

อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่แทบจะทำให้โฮริอบอุ่นไปทั้งหัวใจ คือในวันที่อากาศหนาวแล้วมีผู้ชายในห้องให้ยืมเสื้อกันหนาวมาคลุมขา พอมิยามุระมาเห็นเท่านั้นมีหรือจะยอม ขนาดผู้หญิงยังหวง ผู้ชายยิ่งไม่ต้องคิด เขารีบดึงเสื้อกันหนาวที่คลุมขาโฮริออกแล้วถอดเสื้อกันหนาวของตัวเองให้แทน แถมภายหลังเขายังไปปรับความเข้าใจกับผู้ชายคนนั้นลับหลังโฮริอีกด้วย เรียกได้ว่าไม่คิดจะปล่อยให้มีปัญหาใดๆ ที่จะมากระทบความสัมพันธ์ของสองเราในภายภาคหน้า

อาจพูดได้ว่าทำไปเพราะอารมณ์ หึง ล้วนๆ แต่การกระทำเพียงเล็กน้อยที่บ่งบอกว่ายังรักกันทั้งๆ ที่คบกันมานานแล้วก็ทำให้ฝ่ายหญิงมีความสุขได้อย่างไม่คาดคิด

 

แสดงความจริงใจต่อครอบครัวของแฟน

‘มิยามุระคุงมีสาวมาชอบเยอะใช่มั้ย? เป็นเคียวโกะจะดีเหรอ?’

‘ครับ เพราะคนที่ผมชอบคือคุณโฮริ’

เมื่อ มิยามุระ ได้พบกับพ่อของ โฮริ ทั้งคู่กลับคุยกันถูกคอมาก ซึ่งภายใต้คำพูดที่เป็นกันเองนั้นก็มีการทดสอบแฝงไว้อยู่ ทั้งนี้ตัวมิยามุระกลับพูดว่าชอบโฮริอย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่ที่ภายนอกแต่เป็นภายใน แถมแสดงออกด้วยว่าเขาจริงจังมากแค่ไหนจนเกิดความประทับใจต่อผู้ถามมาก

‘มิยามุระคุงเนี่ยชอบลูกฉันตรงไหนเหรอ?’

‘ตรงที่ไม่ตัดสินคนที่ภายนอกครับ’

 

เคลียร์กับคนพ่อเสร็จแล้วก็มาเคลียร์กับน้องชายของแฟนบ้าง โดย โชตะ นั้นเป็นเด็กที่ติดโฮริเป็นอย่างมาก จนวันหนึ่งโชตะก็ได้ถามมิยามุระในขณะที่มีโฮริยืนแอบฟังอยู่ห่างๆ เกี่ยวกับเรื่องที่ช่วงนี้ทั้งสองคนพัฒนาความสัมพันธ์กันลึกซึ้งขึ้นมาก

ด้วยความที่กลัวว่าจะมีคนแย่งพี่สาวไปจากเขาจึงเป็นปกติของเด็กที่ติดพี่สาวจะกลัวการถูกให้ความสนใจน้อยลง ในกรณีนี้ตัวของมิยามุระได้ตอบคำถามที่ทั้งทำให้โชตะสบายใจและไม่โกหกตัวเองไปพร้อมๆ กัน ด้วยคำตอบที่จะทำให้คนที่แอบฟังต้องมีรอยยิ้มบนหน้าไปอีกนาน

‘พี่ไม่แย่งพี่สาวของโชตะไปแน่ๆ เพราะงั้นขอเคียวโกะให้พี่จะได้ไหม’

ทั้งๆ ที่พูดนามสกุลของโฮริมาตลอด ตอนนี้ถึงกลับเรียกด้วยชื่อจริงกันเลยทีเดียว แถมยังเป็นลูกผู้ชายพอที่จะรับผิดชอบแบบไม่ฟันแล้วทิ้งอีกด้วย

 

คิดถึงความรักในอนาคตอย่างจริงจัง

เมื่อความสัมพันธ์ของทั้งสองดำเนินมาถึงจุดที่ต้องคิดถึงเรื่องในอนาคตหลังเรียนจบและต้องแยกย้ายกันไป โฮริ นั้นได้รับสิ่งต่างๆ มากมายจาก มิยามุระ จนเธอกังวลถึงวันที่ไม่มีเขาอยู่เคียงข้าง เธอจึงได้บอกความต้องการที่อยากอยู่ด้วยกันแม้จะเรียนจบไปแล้วก็ตาม แต่ด้วยคำพูดสั้นๆ ของมิยามุระก็ได้ทำให้ความกังวลทั้งหมดถูกเป่าหายไปอย่างง่ายดาย ‘เราแต่งงานกันเถอะ’

‘ตลอดไป’ คือคำสั้นๆ ที่มีความพิเศษ เป็นสิ่งที่ต้องเตรียมใจมาทั้งชีวิตถึงจะสื่อออกไปได้ ซึ่งมิยามุระก็ได้เลือกแล้ว เลือกที่จะอยู่เคียงข้างคนที่เขารักอย่างโฮริ คนที่เปลี่ยนแปลงตัวเขาจากผู้ชายแสนมืดมนจนกลายเป็นผู้ชายที่มีความสุขที่สุดในโลก

มิยามุระ อิสึมิ คือผู้ชายที่ยอมทุกอย่างให้คนที่รักแล้ว ไม่ว่าจะคอยอยู่เคียงข้าง ปกป้อง ให้กำลังใจและคอยทำให้ยิ้มมีความสุขตลอดเวลา เรียกว่าเป็นผู้ชายที่อยู่ด้วยแล้วมีความสบายใจเป็นที่สุด ทำเอาอิจฉาโฮริที่มีวาสนาไปเก็บผู้ชายธรรมดาที่ไม่มีใครสนใจมาเป็นแฟนในตอนแรก จนตอนนี้ต้องมานั่งเสียดายกันว่าทำไมไม่รีบคว้าไว้

 

อ้างอิง

en.wikipedia.org

 

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *