เวลาพูดถึงการแข่งกีฬาสุดยิ่งใหญ่ที่จัดทุกๆ 4 ปี หลายคนคงนึกถึงโอลิมปิก หรือไม่ก็เอเชียนเกมส์เพิ่งมีพิธีปิดการแข่งขันไปเมื่อไม่นานมานี้แน่นอน แต่ว่าวันนี้อนิไทม์มีอีกหนึ่งโปรเจ็กต์ดีๆ ของกีฬาที่ 4 ปีมีครั้งมาฝากคุณผู้อ่านเช่นกันค่ะ นั่นก็คือ พาราลิมปิกเกมส์  ซึ่งเป็นการแข่งขันกีฬาสำหรับคนพิการหลายประเภทจากทั่วโลก โดยอยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการพาราลิมปิกสากล (International Paralympic Committee; IPC)

ปัจจุบัน กีฬาพาราลิมปิกเกมส์จะจัดขึ้น หลังจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกสิ้นสุดลง และประเทศเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกครั้งนั้น ก็จะเป็นเจ้าภาพจัดแข่งขันกีฬาพาราลิมปิกเกมส์ด้วย ซึ่งในปี 2020 ญี่ปุ่นที่เป็นเจ้าภาพจัดโอลิมปิก ก็ต้องเป็นเจ้าภาพจัดพาราลิมปิกด้วย

ถ่ายทอดความทุ่มเทผ่านร่างกายที่จำกัด

ดังนั้นเมื่อประมาณปลายปี 2017 ช่อง NHK ได้ปล่อยโปรเจ็กต์ Ani x Para: Who Is Your Hero? เป็นอนิเมะสั้นประมาณ 5 นาที โดยนำเอาอนิเมะเรื่องดังมาทำเป็นตอนพิเศษที่เกี่ยวข้องกับนักกีฬาที่มีความบกพร่องทางร่างกายเพื่อโปรโมตพาราลิมปิกเกมส์

เรื่องแรกที่ปล่อยออกมา คือการแข่งฟุตบอลคนตาบอด (Football 5 a Side) โดยนำเอาการ์ตูนฟุตบอลเรื่องดังอย่าง กัปตันซึบาสะ มาเป็นเรื่องแรกในโปรเจ็กนี้ แต่ตัวละครในเรื่องกัปตันสึบาสะไม่ได้มาร่วมแข่งอะไรด้วยนะคะแต่จะเป็นแบบไหนต้องลองไปดูค่ะ

เรื่องราวเกี่ยวกับยูกิ ชายหนุ่มผู้พิการทางสายตา แม้ว่าเขาจะมองไม่เห็น แต่เขากลับรับรู้ถึงสิ่งต่างๆ ได้ 360 องศาเลยทีเดียว เขาสามารถบอกได้ว่าเหรียญที่ตกลงบนพื้นเป็นเหรียญกี่เยนได้ ซึ่งนี่สร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับเหล่าๆ เด็กๆ ที่เขาได้เจอระหว่างกำลังเดินทางไปแข่ง Football 5 a Side ซึ่งตัวเขาเองเป็นหนึ่งในสมาชิกทีมชาติญี่ปุ่น และต้องเจอกับทีมบราซิลซึ่งเป็นอันดับ 1 ของกีฬาชนิดนี้

การเล่น Football 5 a Side จะเล่นเป็นทีมละ 5 คน  โดยเป็นผู้รักษาประตู 1 คน และผู้เล่น 4 คน รวมเป็น 5 คน และตัวสำรอง 5 คน ทุกคนจะต้องปิดตาเล่นทั้งหมด

ปิดตาแล้วจะเล่นกันอย่างไร?

ภายในลูกบอลจะติดกระดิ่งไว้ 6 จุด เวลาเตะจะมีเสียงกรุ๊งกริ๊งๆ รวมถึงมีโค้ชคอยชี้เป้า ว่าลูกบอลอยู่ใกล้ใคร หรือกำลังจะเตะลูกบอลเข้าประตูฝ่ายไหน จะได้ไม่เตะเข้าประตูฝั่งของทีมตัวเอง หากแข่งกับชาวต่างชาติแล้วก็คงจะแยกเสียงไม่ยาก แต่ถ้าแข่งกันเองในประเทศเชื่อว่าต้องสับสนกันแน่นอน ซึ่งตรงนี้เคยมีโค้ชเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า นักกีฬาที่พิการทางสายตาจะมีประสาทสัมผัสทางการได้ยิน หรือประสาทสัมผัสอื่นๆ มากกว่าคนทั่วไป ดังนั้นเวลาแข่งขันส่วนใหญ่นักกีฬามักจะใช้เซนส์ของตัวเองเป็นหลัก (อารมณ์ว่าสัมผัสได้ถึงคนในทีม)

เรื่องที่สองเกี่ยวกับสาวน้อยที่เสียขาไปข้างหนึ่งทำให้เธอต้องนั่งบนวีลแชร์ทั้งที่อายุยังน้อย แต่เธอก็เป็นคนคิดในแง่บวก มีเพื่อน ครอบครัวที่คอยให้กำลังใจ ทำให้เธอสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับขาข้างใหม่ซึ่งเป็นขาเทียมได้  นอกจากนี้ยังมีอีกสิ่งหนึ่งซึ่งเป็นงานอดิเรกที่เธอสนใจ ชื่นชอบมาตั้งแต่ยังเด็กจนกระทั่งทำงานแล้วเธอก็ยังทำมันอยู่ นั่นก็คือ การวิ่ง โดยมีเพื่อนสนิทคอยดูแล และเป็นคนจับเวลาให้ขณะวิ่ง

เรื่องที่สามเพิ่งปล่อยออกมาเมื่อปลายเดือนสิงหาคม  โดยในภาคนี้มาจากการ์ตูนเทนนิสเรื่อง Baby Step เนื้อเรื่องเกี่ยวกับมารุโอะ เอย์อิจิโร หนุ่มน้อยช่างจด ได้ไปสังเกตการซ้อมของ คุนิเอดะ ชินโกะ นักกีฬาวีลแชร์เทนนิส หลังจากดูการซ้อมเสร็จมารุโอะได้เข้าไปขอลายเซ็น คุนิเอดะรู้สึกสะดุดตากับสมุดโน้ตในมือมารุโอะอย่างมากจึงขอดู ก็พบว่าภายในสมุดนั้นเต็มไปด้วยเทคนิคการเล่นเทนนิสที่มารุโอะจดแน่นเต็มหน้ากระดาษ กระทั่งเกมส์ที่เขาเพิ่งซ้อมไปเมื่อสักครู่ก็ถูกบันทึกไว้เช่นกัน

คุนิเอดะจึงบอกให้มารุโอะลองแข่งกับเขาสัก 1 เกมส์ แม้สถาพร่างกายจะต่างกัน แต่ก็เป็นเกมส์ที่สนุกและลุ้นจนตัวโก่งได้เช่นกัน ความพิเศษของอนิเมะตอนนี้คือ คาแรกเตอร์ของคุนิเอดะมาจากนักกีฬาวีลแชร์เทนนิสที่มีอยู่จริงซึ่งก็คือ คุณคุนิเอดะ ชินโกะ ซึ่งเป็นนักเทนนิสระดับโลก เจ้าของสถิติชนะการแข่ง 42 ครั้ง และในปี 2004 เขาได้เหรียญทองพาราลิมปิกเกมส์ถึง 2 เหรียญ และชนะในการแข่งรายการใหญ่ๆ อีกมากมาย

เติมพลังใจให้คนไม่ยอมแพ้

โปรเจ็กต์ Ani x Para: Who Is Your Hero? ไม่เพียงแค่โปรโมตพาราลิมปิกเกมส์เท่านั้น แต่ยังทำให้คนทั่วไปรู้เกี่ยวกับกีฬาและตัวผู้เล่นผู้พิการมากขึ้น เชื่อว่าในอนิเมะทั้งสามเรื่องนี้เพื่อนๆ บางคนอาจจะยังไม่เคยเห็นการเล่นกีฬาบางชนิดที่การ์ตูนได้นำเสนอไป อย่างตัวเราเองก็เพิ่งรู้จักกับ Football 5 a Side จากโปรเจ็กต์นี้เป็นครั้งแรก

พอได้ลองดูแล้วก็ได้รับพลังบวกจากโปรเจ็กต์นี้มากเลยค่ะ แม้พวกเขาจะมีความบกพร่องทางร่างกาย แต่ก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสนุก และมีความสุขได้ นอกจากนี้ความสามารถของพวกเขา ถ้าจะให้พูดว่าสุดยอดก็คิดว่ายังน้อยเกินไป แน่นอนว่าหลังจากนี้ทาง NHK ก็ยังมีอนิเมะดีๆ ภายใต้โปรเจ็กต์นี้ออกมาให้พวกเราได้รับชมเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงการแข่งพาราลิมปิกเกมส์ในปี 2020 อย่าลืมติดตามอนิเมะเรื่องใหม่ในโปรเจ็กต์ Ani x Para: Who Is Your Hero? กันนะคะ

ย้อนมองนักกีฬาพาราลิมปิกไทย

หลังจากที่ได้รู้จักพาราลิมปิกมากขึ้น เมื่อย้อนกลับมาดูนักกีฬาพาราลิมปิกในไทย ก็พบสิ่งที่น่าสนใ และน่าเศร้าใจคือ ในประเทศไทยให้ความสำคัญกับนักกีฬาพาราลิมปิกน้อยมาก อย่างเช่น เรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬาที่จะมาช่วยเพิ่มศักยภาพของนักีฬาก็ไม่ถูกใส่ใจเท่าที่ควร เมื่อเทียบกับญี่ปุ่นที่พัฒนานักกีฬาของเขาอย่างเต็มที่ทำให้นักกีฬาพาราลิมปิกของเขาอยู่ในระดับต้นๆ ของโลกทั้งแต่ปี 2000 แม้คนทั่วไปจะเข้าใจว่าสรีระของชาวญี่ปุ่นน่าจะด้อยกว่าชาติอื่นที่ตัวใหญ่กว่าก็ตามที

นอกจากนี้ยังมีเรื่องงบประมาณในการแข่งที่ครอบคลุมแค่การแข่งนอกประเทศเท่านั้น แต่การแข่งขันภายในประเทศจะไม่มีงบประมาณให้ ทำให้ทางสมาคมต้องเรี่ยรายเงินหรือหาสปอนเซอร์เอง ในเรื่องค่าตัวก็เช่นเดียวกัน แม้ว่าพาราลิมปิกจะจัดใกล้เคียงกับโอลิมปิก แต่เมื่อได้รับรางวัลมาแล้วเงินอัดฉีดกลับได้น้อยกว่านักกีฬาที่แข่งโอลิมปิกกว่าครึ่ง สมมติว่าถ้าได้เหรียญทองโอลิมปิก จะได้รับ 10 ล้านบาท แต่เหรียญทองพาราลิมปิกจะได้เพียง 5 ล้านบาทเท่านั้น

 

แม้ว่าในช่วงหลังๆ จะมีบริษัทเอกชนเข้ามาให้การสนับสนุนมากขึ้น แต่คงจะดีไม่น้อยหากทุกภาคส่วนช่วยกันสนับสนุนให้ผู้มีความบกพร่องทางร่างกายได้มีคุณภาพชีวิตดีเทียบเท่ากับทุกคน ไม่ใช่แค่เรื่องกีฬา แต่ในทุกๆ ด้าน  เพื่อที่จะไม่ต้องมีใครต้องรู้สึกน้อยใจที่ไม่ว่าจะพยายามมากแค่ไหน…ก็ยังได้น้อยกว่าอยู่ดีนะคะ

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *