home FEATURED, SCOOP ‘บูลลี่’ ความวิปริตอันเลวร้ายในโรงเรียนญี่ปุ่น

‘บูลลี่’ ความวิปริตอันเลวร้ายในโรงเรียนญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ใช้สื่อ ทั้งละคร การ์ตูนในการนำสังคมให้ไปในทิศทางที่ดีขึ้น และสะท้อนสังคม ซึ่งส่วนใหญ่สื่อเหล่านี้ก็สามารถนำสังคมได้ดีจนทำให้ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ดีในสายตาของใครหลายคน แต่มีอยู่ปัญหาหนึ่งที่ไม่ว่าสื่อ หรือรัฐบาลจะพยายามเร่งแก้ไขอย่างไรก็ไม่สำเร็จผล นั่นก็คือ การกลั่นแกล้งกันในโรงเรียน

แกะดำต้องถูกกำจัด

อนิเมะ เรื่อง orange (ตอนที่ 5)

การกลั่นแกล้งกันในโรงเรียนเป็นปัญหายาวนานในสังคมญี่ปุ่น สาเหตุหลักของความรุนแรงนี้มาจากภาวะที่เด็กญี่ปุ่นไม่กล้าทำตัวแปลกแยก หากใครที่ทำตัวต่างจากคนอื่นจะถูกมองว่าเป็นแกะดำและถูกกลั่นแกล้งในที่สุด สิ่งที่น่าเศร้าคือความที่ไม่อยากเป็นแกะดำเช่นกัน เหล่าคนที่เหลือจึงพร้อมใจกันเป็นแกะขาวทำร้ายแกะดำตัวนั้นจนแทบไม่มีที่ยืนในสังคม บางคนจึงต้องจบชีวิตตนเองหลังถูกข่มขู่ทั้งโดยส่วนตัว และผ่านโลกออนไลน์

แกล้งกันรุนแรงแค่ไหน

durarara สงครามแดนสนธยา ภาค 2 (ตอนที่ 2)

การกลั่นแกล้งในญี่ปุ่นไม่ใช่แค่วิ่งเปิดกระโปรงเพื่อน หรือล้อชื่อพ่อแม่เหมือนในไทย แต่ไล่ระดับความรุนแรงตั้งแต่เขียนโต๊ะนักเรียน เอาของไปซ่อน ใส่หมุดไว้ในรองเท้า รีดไถเงิน รุมโทรม จนถึงขั้นเอาชีวิตกันเลยก็มี

ยกตัวอย่างกรณีของเด็กชายที่ย้ายมาจังหวัดฟุกุชิมะเพื่อหนีภัยปัญหาโรงงานนิวเคลียร์ที่เกิดจากแผ่นดินไหวใหญ่ โดยย้ายมาเมื่อปี 2011 ขณะเรียนป.2 มาที่โรงเรียนประถมในเมืองโยโกฮามะ จ.คานางาวะ หลังย้ายมาก็โดนเพื่อนแกล้งหลายอย่าง เช่นถูกล้อเลียนว่าเป็นตัวเชื้อโรคกัมมันตภาพรังสี และถูกเพื่อนเรียกชื่อว่า ‘เชื้อโรค’ แทนการเรียกชื่อจริง เด็กชายถูกแกล้งจนไม่มาโรงเรียนเป็นเวลา 4 เดือนตอนป. 3

หลังหยุดเรียนไปสักพักก็ยอมกลับมาเรียนอีกครั้ง แต่การแกล้งก็ไม่หายไป เมื่อเขาขึ้นป. 5 ก็ถูกเพื่อนข่มขู่เอาเงิน (เพราะได้รับเงินชดเชยจากกรณีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์) เด็กชายก็แอบเอาเงินสดมาให้เพื่อนประมาณ 10 คนอยู่หลายครั้ง รวมแล้วเป็นเงินกว่า 1ล้าน 5 แสนเยน ในที่สุดเขาก็ไม่มาเรียนอีกเลยจนถึงพิธีจบการศึกษาระดับประถมฯ ที่จัดไปเมื่อเดือนมีนาคม 2016

durarara สงครามแดนสนธยา ภาค 2 (ตอนที่ 2)

ทนายความตัวแทนของเด็กชายคนนี้เป็นผู้ออกมาเปิดเผยรายละเอียดการกลั่นแกล้งให้สังคมรับรู้ และยังนำบันทึกจำนวน 3 หน้าที่เด็กชายเขียนไว้เมื่อเดือนกรกฎาคม 2015 ออกมาเปิดเผย มีใจความบางส่วนว่า

“โมโหที่ถูกถามถึงเงินชดเชย เจ็บใจที่ต่อสู้อะไรพวกเขาไม่ได้ ถ้าสู้กลับไปสุดท้ายก็โดนแกล้งอีก รู้สึกกลัวจนทำอะไรไม่ได้ ทรมานเพราะถูกทำเหมือนเป็นตัวเชื้อโรค หาว่ามีสารกัมมันภาพรังสีติดตัวอยู่ เหมือนคนจังหวัดฟุกุชิมะถูกล้อเลียน สู้อะไรไม่ได้เลย เคยคิดอยากจะตายอยู่หลายครั้ง แต่คนก็ตายไปเยอะแล้วตอนแผ่นดินไหวครั้งนั้น ผมจึงตัดสินใจว่าจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป อยากเป็นกำลังใจให้เด็กๆที่ย้ายหนีภัยทุกคน”

 

สถิติการกลั่นแกล้งในโรงเรียนยิ่งน้อยยิ่งน่าสงสัย

ทุกๆ ปี กระทรงศึกษาธิการจะให้ทุกโรงเรียนรายงานจำนวนเด็กนักเรียนที่ถูกกลั่นแกล้ง ที่น่าสนใจคือโรงเรียนใดที่ตัวเลขการกลั่นแกล้งน้อย จะถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวด แม้ว่าโรงเรียนจะอยากรักษาภาพลักษณ์เพียงใดก็ตามแต่ก็ไม่สามารถปกปิดปัญหานี้ได้ ถึงจะอยากปกปิดก็ตาม

ภาพยนตร์อนิเมชัน เรื่อง รักไร้เสียง

จากการสำรวจของกระทรวงศึกษาฯ การข่มขู่กลั่นแกล้งในโรงเรียนระดับประถมศึกษาในปี 2016 มีทั้งหมมด 237,921 คน ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น มีทั้งหมด 71,309 คน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 11,807 คน ขณะที่โรงเรียนมัธยมปลายมีจำนวน 12,874 คนเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 210 คน

จำนวนนักเรียนที่ไม่ได้เข้าโรงเรียนเป็นเวลา 30 วันหรือมากกว่าในหนึ่งปี ระดับประถม 31,151 คนหรือ 4.8 คนต่อ 1,000 คน และ 103,247 คนหรือ 30.1 คนต่อ 1,000 คนในโรงเรียนมัธยมต้น อัตราส่วนทั้งสองมีความสูงเป็นประวัติการณ์

 

ทนไม่ไหวจึงเลือกความตายเป็นทางออก

มังงะ เรืื่อง Life

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงเป็นอันดับ 4 ในกลุ่มประเทศองค์การความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) รองจากลิทัวเนีย เกาหลีใต้ และฮังการี

สำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่นรายงานว่า อัตราการฆ่าตัวตายในประเทศญี่ปุ่นจะมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องจาก 34,427 รายในปี 2003 เหลือ 21,897 ราย แต่จำนวนเยาวชนที่ฆ่าตัวตายยังคงทรงตัวอยู่ที่ 300 รายต่อปีมานานกว่าสิบปีแล้ว และร้อยละ 36.6 มีสาเหตุมาจากปัญหาที่โรงเรียน โดยเฉพาะในปี 2016 เด็กนักเรียนฆ่าตัวตายทั้งหมด 348 คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในรอบ 30 ปี

ไม่มีใครช่วยได้นอกจากตัวเอง

คนญี่ปุ่นถูกปลูกฝังตั้งแต่ยังเด็กว่าต้องช่วยเหลือตัวเองให้ได้ ปัญหาของใคร คนนั้นต้องเป็นคนจัดการด้วยตนเอง คนที่จัดการไม่ได้และขอความช่วยเหลือคนอื่นจะถูกมองว่าเป็นคนอ่อนแอ ใช้งานไม่ได้ คนญี่ปุ่นจึงมีนิสัยเก็บทุกอย่างไว้กับตัวเอง ไม่ปรึกษาใคร หรือขอความช่วยเหลือจากใคร เพราะกลัวถูกมองว่าเป็นคนอ่อนแอ เป็นเหตุให้ประชากรกว่า 1 ล้านคนมีอาการของโรคซึมเศร้า แยกตัวออกจากสังคมเมื่อทนความกดดันไม่ไหว

ภาพยนตร์อนิเมชัน เรื่อง รักไร้เสียง

แม้จะถูกกลั่นแกล้ง คนส่วนใหญ่ก็เลือกที่จะเงียบไม่ปรึกษาใคร อีกเหตุผลคือปรึกษาไปก็เปล่าประโยชน์ นอกจากไม่ทำให้อะไรดีขึ้นแล้ว บางครั้งยังแย่ลงด้วยซ้ำ ที่น่าเศร้าคือ ถึงเหยื่อพยายามส่งสัญญาณหรือบอกครูที่ปรึกษา แต่ก็จะไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาและดำเนินการกับผู้ก่อเหตุอย่างจริงจัง เหมือนอย่างกรณีของเด็กชายที่ย้ายจากฟุกุชิมะมาเรียนมัธยมต้นในโตเกียว แม่กับทนายความก็ออกมาเปิดเผยว่าได้ขอความช่วยเหลือกับทางโรงเรียนแต่ทางโรงเรียนก็เพิกเฉย เนื่องจากครูและโรงเรียนเกรงว่าจะกระทบต่อภาพลักษณ์ของโรงเรียน

และอีกเหตุผลคือ หากบอกไปแล้วครูอาจจะทำแค่ตักเตือน แต่หลังจากนั้นเหยื่ออาจถูกกลั่นแกล้งรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เด็กหลายๆ คนจึงเลือกที่จะปิดเป็นความลับ และถ้าเพื่อนในห้องคนใดไปฟ้องครู คนๆ นั้นก็จะโดนหางเลขด้วย จึงไม่มีใครอยากยื่นมือเข้าช่วยเหลือเหล่าคนที่ถูกกลั่นแกล้ง

 

แม้ประเทศจะพัฒนาก้าวล้ำหลายๆ ประเทศ ทว่าปัญหานี้ก็ยังคงหยั่งรากลึกอยู่ในสังคมญี่ปุ่นไม่เคยเปลี่ยน รัฐบาล รวมถึงหลายภาคส่วนก็พยายามอย่างเต็มที่ เพื่อลดจำนวนปัญหานี้ลงแต่ดูเหมือนว่าปมของปัญหานี้ยังมีอีกมากที่รอวันคลายอยู่

 

ที่มา

On Being Bullied in Japan

bangkokbiznews

japantime

economist

japanneselife

 

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *