home FEATURED, SCOOP ญี่ปุ่น อะไรๆ ก็ “แมว”

ญี่ปุ่น อะไรๆ ก็ “แมว”

ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็จะเห็นแมวมีความเกี่ยวข้องกับญี่ปุ่นตลอด จะแมวกวักแสนน่ารัก หรือเกาะแมวที่เรียกเสียงฮือฮาไปทั่วโลก แท้จริงแล้วแมวนั้นมีความสำคัญกับญี่ปุ่นมาตั้งแต่ไหนกันบ้างนะ? เรามาต้อนรับวันแมวเหมียวกับเกร็ดความรู้เหมียวๆ ในประเทศญี่ปุ่นกันดีกว่าค่ะ เมี้ยว ~

วันเหมียวๆ จากเสียงเหมียวๆ

อย่างที่รู้กันว่าไม่ว่าจะวันที่เท่าไหร่ เดือนไหน คนญี่ปุ่นก็จะสรรหาให้วันๆ นั้นเป็นวันพิเศษอยู่เสมอ เช่นเดียวกับวันที่ 22 กุมภาพันธ์ก็เป็น วันแมว นั่นเอง ที่มาที่ไปของวันนี้ก็ง่ายๆ สไตล์ญี่ปุ่นเลยค่ะ มาจากเสียงร้อง ‘เนี๊ย’ ( ニャー) ของแมวญี่ปุ่น (เหมือนที่คนไทยฟังเสียวแมวว่าเหมียว) ซึ่งอักษรตัวแรกของเนี้ยคือตัว ‘นิ’ ซึ่งมีความหมายว่าเลขสองอีกด้วย วันที่ 22 เดือน 2 ซึ่งเป็นวันที่มีเลขสองมากที่สุดในปฏิทินจึงกลายเป็นวันแมวนั่นเอง

 

ประวัติศาสตร์แมวๆ ในญี่ปุ่นยุคอดีต

แมวได้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นมาตั้งแต่สมัยโบราณ ย้อนไปยุคสมัยโจมง ยุคเริ่มแรกของประเทศญี่ปุ่น ชาวญี่ปุ่นเริ่มต้นเลี้ยงสุนัขเพื่อใช้ล่าสัตว์ แต่ยังไม่มีประวัติศาสตร์ที่กล่าวถึงแมว ต่อมาก็มีการสันนิษฐานว่าในประเทศญี่ปุ่นเริ่มมีแมวในสมัยยาโยอิจากการค้นพบโครงกระดูกแมวใต้ซากโบราณวัตถุซึ่งกำเนิดในยุคนั้นในจังหวัดนางาซากิ

ในสมัยนาราถือเป็นจุดเริ่มต้นของบทบาทของแมวในสังคมญี่ปุ่น แมวได้กลายเป็นสัตว์เลี้ยงที่คอยปกป้องคัมภีร์หรือหนังสือเล่มสำคัญจากหนูที่เข้ามาจากประเทศจีน ทั้งยังช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อกาฬโรคที่มีหนูเป็นพาหะ นับแต่นั้นแมวก็ได้ถูกบันทึกลงในหนังสือและปรากฎในวรรณคดีเรื่องต่างๆ และได้เกิดความเชื่อว่าแมวเป็นสัตว์นำโชคจนถึงทุกวันนี้

แต่ทว่าแมวในยุคนั้นไม่ได้ถูกเลี้ยงด้วยความรักความเอาใจใส่เหมือนแมวบ้านในปัจจุบัน เพราะผู้คนนิยมเลี้ยงแมวเพื่อล่าหนูเป็นหลัก ไม่ใช่เพื่อความเพลิดเพลิน จึงนิยมเลี้ยงแบบปล่อยนอกบ้านมากกว่าเลี้ยงในบ้าน

แมวกับความเชื่อของคนญี่ปุ่น

เท่ากับว่าแมวจึงเป็นสัตว์นำโชคมาตั้งแต่สมัยโบราณจนเกิด รูปปั้นมาเนะกิเนโกะ หรือ แมวกวัก แมวกวักนั้นมีรูปแบบดั้งเดิมมาจากแมวพันธุ์ Japanese Bobtail ซึ่งมีหางสั้นเป็นสายพันธุ์ท้องถิ่นของประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าหรือบ้านเรือนก็นิยมตั้งแมวกวักไว้เพราะเชื่อว่าแมวกวักจะเรียกโชคลาภเงินทองมาให้ (คล้ายๆ กับนางกวักไทยของบ้านเรา) แต่ความหมายของแมวกวักที่กวักมือซ้ายกับมือขวาจะแตกต่างกัน มือซ้ายจะเรียกแขกลูกค้าเหมาะสำหรับคนทำธุรกิจร้านค้า  ส่วนมือขวาจะเรียกเงินทองให้ครอบครัวมีฐานะร่ำรวย

นอกจากนี้ความเชื่อของคนญี่ปุ่นกับแมวยังโยงแม้กระทั่งภูติผีปีศาจ อย่าง บาเกะเนโกะ หรือแมวผี ซึ่งปรากฎในนิยายหรือวรรณคดีหลากหลายเรื่อง จนในแต่ละท้องที่เกิดเป็นเรื่องเล่าต่างๆ มากมาย แมวผีบาเกะเนโกะเกิดจากแมวที่มีอายุมากจนมีตบะแกร่งกล้า  เมื่อใดี่หางของบาเกะเนโกะแยกออกเป็น 2 หาง จะกลายเป็น มาตะเนโกะ หรือแมวปีศาจที่เดินได้ด้วยขาหลังยืนตรงดั่งเช่นมนุษย์ และสามารถกลายร่างได้สูงถึง 1 เมตร

 

รูปปั้นทองสัมฤทธิ์ ‘เนโกะมาตะ’ ที่จังหวัดทตโตริ

อีกทั้งยังมีความเชื่อว่ามาตะเนโกะเป็นสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ และการเต้นรำของแมวปีศาจตนนี้ยังปลุกคนตายให้ฟื้นคืนชีพและควบคุมได้อีกด้วย ดังนั้น ชาวญี่ปุ่นจึงหลีกเลี่ยงไม่ให้แมวไปอยู่ใกล้กับศพ (เหมือนคนไทยที่เชื่อว่าแมวดำจะทำให้ผีเฮี้ยน) และบางบ้านถึงขั้นตัดหางแมวเพื่อป้องกันไม่ให้กลายร่างเป็นมาตะเนโกะอีกด้วย

คนญี่ปุ่นรักแมวมากกว่าสุนัข?

ถ้าใครเคยไปญี่ปุ่น จะสังเกตได้ว่าที่นั่นไม่มีสุนัขจรจัดให้เราได้เห็นกันเลย แต่กลับมีแมวจรจัดให้ได้เห็นทุกหนแห่ง ไม่ว่าจะตามสวนสาธารณะ หรือตามกำแพงบ้านคน ทำไมกันล่ะ?

ส่วนหนึ่งก็เพราะประชากรสุนัขในญี่ปุ่นมีสัดส่วนน้อยกว่าแมวอยู่แล้ว จากผลสำรวจการเลี้ยงสุนัขและแมวทั่วประเทศญี่ปุ่น จากเว็บไซต์ Asahi พบว่าในปี 2013-2017 จำนวนของสุนัขลดลงอย่างเห็นได้ชัด และจำนวนแมวได้เพิ่มขึ้นสูงขึ้นเรื่อยๆ และยอดผลสำรวจล่าสุดในปีที่แล้ว จำนวนสุนัขอยู่ที่ 8,920,000 ตัว (51.64%) ในขณะที่จำนวนแมวมีมากถึง 9,526,000 ตัว (48.39%)

และสุนัขที่เราเห็นก็ไม่ใช่ว่าใครจู่ๆ จะเลี้ยงได้นะคะ ทุกตัวจะต้องจดทะเบียนเสมือนกับเป็นประชากรคนหนึ่งเลยทีเดียว และทางญี่ปุ่นไม่อนุญาตให้มีสุนัขจรจัดออกมาเดินเพ่นพ่านตามท้องถนน ถ้าพบเห็นจะมีเทศบาลจับไปและรอจนกว่าจะมีเจ้าของมาตาม หรือถ้าเกิดไม่มีเจ้าของต้องกำจัดทิ้งสถานเดียว ที่ต้องเคร่งขนาดนี้ก็เพราะสุนัขนั้นมีโอกาสเป็นพาหะแพร่เชื้อโรคได้มากกว่าแมว ด้วยนิสัยส่วนตัวของแมวที่เป็นสัตว์รักสะอาดและไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ทำให้ประเทศนี้สามารถมีแมวจรจัดได้

อีกหนึ่งสาเหตุที่จำนวนแมวมีมากกว่าสุนัขคือโครงสร้างประชากรของญี่ปุ่นมีผู้สูงอายุเยอะกว่าวัยรุ่นหนุ่มสาวมาก และผู้สูงอายุก็นิยมเลี้ยงแมวไว้เป็นเพื่อนข้างกายคอยคลายเหงาเบาทุกข์ ทั้งแมวยังเป็นสัตว์เลี้ยงที่ไม่ต้องดูแลอะไรมากมาย เงียบสงบ ไม่ค่อยรบกวนเพื่อนบ้าน ที่สำคัญยังไม่ต้องใช้พื้นที่เลี้ยงมากเท่าสุนัข ทำให้คนญี่ปุ่นซึ่งส่วนใหญ่อาศัยในอพาร์ตเมนต์นิยมเลี้ยงแมวมากกว่านั่นเอง ไหนจะสื่อโซเชียลมิเดียต่างๆ ก็เห็นได้ว่าวิดิโอของแมวได้รับความนิยมสูงกว่าสุนัขเป็นเท่าตัว

 

กระแสของแมว ไม่ใช่แค่นิยมเลี้ยง

เพราะแมวมีหน้าตาที่น่ารักและนิสัยที่หยิ่งยโส ทำให้มีแรงดึงดูดความสนใจจากมนุษย์อย่างเรามาก ในประเทศญี่ปุ่นก็มีหนังสือและสื่อสิ่งพิมพ์เกี่ยวกับแมวโดยเฉพาะอยู่มากมายแถมยังครองพื้นที่บนแผงหนังสือเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะไปหมวดสัตว์เลี้ยงของร้านหนังสือที่ไหนก็จะเต็มไปด้วยหนังสือที่มีภาพแมวขึ้นปก แถมบางร้านยังมีมุมขายคอลเล็กชันของสะสมเกี่ยวกับแมวอีกต่างหาก

นอกเหนือจากความฮิตในสื่อสิ่งพิมพ์แล้ว แมวตัวจริงเสียงจริงก็ฮิตไม่แพ้กัน ที่ญี่ปุ่นมี ทามะ แมวสถานีตัวแรกของโลกผู้เลื่องชื่อ เธอเป็นแมวสามสีตัวอ้วนที่นำปาฏิหาริย์มาสู่รถไฟสายคิชิในเมืองวากายามะ ซึ่งเคยตกอยู่ในภาวะขาดทุนเพราะมีผู้ใช้บริการน้อย แต่โชคดีที่สถานีมีแมวเจ้าถิ่นที่คอยเดินวนเวียนเล่นกับผู้คนที่ผ่านมาเป็นประจำ ดังนั้น ในปี 2009 ทาง Wakayama Electric Railway ก็ได้ปิ๊งไอเดียและแต่งตั้งเจ้าแมวทามะขึ้นมาเป็นเซเลบของสถานี และก็ประสบความสำเร็จอย่างมากจนโด่งดังไปทั่วโลก

ไม่ใช่แค่มีมาสคอตนายสถานีแมวตัวอ้วน ทางสถานียังจัดแต่งรถไฟขบวนนี้เป็นลายทามะและใช้โทนสีส้ม สีดำ สีขาวทั้งข้างนอกและข้างในขบวน แถมยังมีมุมหนังสือแมวๆ ไว้ให้อ่านเล่นอีกด้วย ทำให้จากสถานีรถไฟเล็กๆ ของเมืองวากายามะนั้นมีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นและกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ครึกครื้นจนถึงปัจจุบัน โดยในปีแรกที่ทามะได้รับการแต่งตั้งเป็นนายสถานีนั้น ทำรายได้ถึง 1.1พันล้านเยนเลยทีเดียว

’นิทามะ’ แมวสถานีรุ่นสอง

ถึงแม้ว่าทามะจะจากเราไปแล้วในวัย 16 ปี แต่ในปี 2015 ทางสถานีก็มีแมวตัวใหม่มาทำหน้าที่ประจำการแทนทามะ คือ นิทามะ (ทามะรุ่นสอง) วัย 5 ปี ก่อนหน้านั้นนิทามะได้ทำการประจำสถานีอิดะคิโสะซึ่งอยู่เส้นสายรถไฟคิชิอยู่เหมือนกัน หลังจากทามะได้จากไปจึงได้ขึ้นประจำหน้าที่เป็นนายใหญ่แทน

อีกมุมหนึ่งบนเกาะญี่ปุ่นก็มีที่ที่ทาสแมวจะต้องเอาใจมาละลายที่นี่ เพราะญี่ปุ่นมี เกาะแมว เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับคนรักแมวโดยเฉพาะมากถึง 13 เกาะเลยทีเดียว! ไม่ว่าจะเป็นทางฝั่งตะวันตก ตะวันออก หรือแม้กระทั่งทางฝั่งคิวชู แรกเริ่มเดิมทีผู้คนบนเกาะส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่เลี้ยงแมวเอาไว้เป็นเพื่อนโดยที่ไม่ได้ตั้งใจจะเป็นจุดขายสำหรับนักท่องเที่ยว แต่ไปๆ มาๆ ประชากรเหมียวก็เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ  แถมยังมีโลกอินเทอร์เน็ตที่พัดพาข่าวเกาะแมวสะพัดออกไป ทำให้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากหลั่งไหลมาหาแมวโดยเฉพาะ จนกลายเป็นบรรยากาศใหม่อันแสนคึกคักบนเกาะต่างๆ ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเพียงเกาะที่มีแต่ความเงียบเหงา นักท่องเที่ยวบางคนมาญี่ปุ่นเพื่อเที่ยวเกาะแมวบ้างก็มี

 

การตลาดเอาใจคนรักแมว

ปัจจุบันนี้มีการนำสัตว์เลี้ยง หรือแม้กระทั่งสัตว์ป่า มาทำในรูปแบบคาเฟ่เอาใจคนรักสัตว์ เป็นที่ที่ลูกค้าจะได้นั่งชิลๆ กินขนมไป เล่นกับสัตว์น่ารักๆ ไป ที่มาของคาเฟ่แมวนั้นเริ่มต้นจากประเทศไต้หวันในปี 1998 ต่อมาในปี 2004 ก็เกิดคาเฟ่แมวแห่งแรกในญี่ปุ่นที่จังหวัดโอซากา และกลายเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจยอดนิยมของเหล่าทาสแมวจนทุกวันนี้ไม่ว่าจะไปหัวมุมเมืองไหนในญี่ปุ่น เราก็หาที่หยุดพักมาคลอเคลียกับแมวได้เสมอ

นอกจากคาเฟ่แมวที่ทำเป็นกิจการทำเงินเอาใจคนรักแมวแล้ว ยังมีการทำแมวในรูปแบบเกมที่ฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมืองในช่วงหนึ่ง นั่นก็คือเกม Neko Atsume เกมเลี้ยงแมวที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2014 รูปแบบของเกมคือเราต้องคอยซื้อของต่างๆ ทั้งอาหาร ของเล่น ที่ฝนเล็บมาหลอกล่อให้แมวขาจรกลายเป็นขาประจำให้เต็มคอลเล็กชันของเรา ซึ่งเจ้าแมวเหมียวก็จะมีหลากหลายสายพันธ์และบุคลิกแตกต่างกันไป ทำให้เราต้องขยันหมั่นเล่นทุกวันเพื่อรอวันที่จะมีแมวตัวแรร์ๆ มาอยู่กับเราให้ได้ เชื่อว่าทาสแมวได้เล่นแล้วต้องติดใจอย่างแน่นอน

ถ้ามีเกมแล้ว มีหรือจะไม่มีการ์ตูนเกี่ยวกับแมว ญี่ปุ่นได้นำสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักอย่างแมวมาสร้างเป็นการ์ตูนนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวชีวิตในแต่ละวันของเจ้าแมวล้วนๆ หรือจะเป็นตัวละครเทพแมว หรือเพื่อนแมวคู่ใจเคียงข้างกายก็มีให้พบเห็นในสื่อการ์ตูนญี่ปุ่นทุกยุคทุกสมัย

 

แฟชันมุ้งมิ้งที่เห็นแล้วต้องกรี๊ด

ชอบแมวเฉยๆ ยังไม่พอ อยากมีลุคมุ้งมิ้งแบบแมวด้วย? แฟชันทุกวันนี้มีกระทั่งเครื่องประดับแมวๆ มาเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคนที่หลงความน่ารักของแมวได้สวมใส่กัน ทั้งเสื้อคลุมที่มีหูแมวติดอยู่ตรงฮู้ด หรือที่คาดหัวทรงหูแมวที่ไม่ว่าจะสวมใส่กับชุดไหนก็น่ารักสไตล์เหมียวๆ ได้ทันที มีกระทั่งชุดเมดแมวที่มีระบายฟรุ้งฟริ้ง มาคู่กับหูแมว หางแมว มือแมวอยู่ในเซ็ต เรียกได้ว่า เพียงแค่มีอะไรเกี่ยวกับแมวอยู่บนตัวแล้วก็น่ารักขึ้นมาทันที!

มีชุดเหมียวๆ ให้คนใส่ยังไม่พอเท่านั้น ต้องมีให้แมวใส่ด้วย! ช่วงนี้ในญี่ปุ่นฮิตการใส่ชุดแต่งตัวให้แมวอย่างมากกก โดยเฉพาะหมวกแมวที่ฮิตสุดๆ ที่ไม่ว่าบ้านไหนเลี้ยงแมวต้องหาซื้อ หาตู้กาชามาหมุนสุ่มเอาลายหมวกน่ารักๆ มาให้แมวที่บ้านใส่กันเลยทีเดียว สำหรับหมวกแมวนี้หาซื้อได้ไม่ยาก มีขายตามร้าน 3coins หรือตามตู้กาชาทั่วไป แถมยังไม่ใช่หมวกทรงธรรมดาด้วยนะ มีทั้งเซ็ตผลไม้ เซ็ตซานริโอ หรือในช่วงเทศกาลต่างๆ ก็จะมีคอลเล็กชันสุดแรร์ออกมาให้ตามหากันอีกด้วย แต่งกันให้เจ้าของน่ารักเหมือนแมว แมวก็น่ารักไม่น้อยหน้าเจ้าของกันไปเลย

 

เป็นยังไงกันบ้างคะ ความสัมพันธ์ระหว่างคนญี่ปุ่นกับแมวนั้นมีมากเกินจะนับจริงๆ จากความเชื่อในสมัยโบราณจนพัฒนาจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมที่ฝังแน่นในทุกยุคสมัยเสมอ ได้สัมผัสเกร็ดความรู้ของแมวขนาดนี้แล้ว เชื่อว่าหลายคนคงต้องใจละลายไปกับความน่ารักของแมวอย่างแน่นอน ใครมีแมวน่ารักๆ จะถ่ายมาอวดเราบ้างก็ได้นะ เมี้ยว

 

อ้างอิง

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Comment moderation is enabled. Your comment may take some time to appear.