home FEATURED, SCOOP วิวัฒนาการของ ‘อนิซอง’ กับประวัติศาสตร์ที่ซ่อนในเสียงเพลง

วิวัฒนาการของ ‘อนิซอง’ กับประวัติศาสตร์ที่ซ่อนในเสียงเพลง

 “ชาลา เฮด ชาลา นางิกะ โอคิเตะโมะ คิบุนวะ”

เพียงแค่เสียงดนตรีเริ่มขึ้น ก็ทำให้เราเดินไปนั่งที่หน้าโทรทัศน์ได้แบบไม่ต้องให้ใครมาบอก

แถมยังรู้เสียด้วยว่าอนิเมะเรื่องอะไรกำลังจะมา

เพลงอนิเมะ หรือที่บางคนชอบเรียกสั้นๆ ว่า อนิซอง ซึ่งกร่อนคำมาจากคำว่า อนิเมะซอง อาจจะเป็นเพลงเปิดเรื่องที่เรียกว่า OP (Opening theme) หรือเพลงปิดที่เรียกว่า ED (Ending theme) เพลงประจำตัวละครจะเรียกว่า คาแรกเตอร์ซอง

บ่อยครั้งที่เวลานั่งดูอนิเมะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เมื่อถึงฉากสะเทือนอารมณ์ พอได้ยินเสียงเพลงที่ชวนให้เศร้าก็กระตุ้นความรู้สึกของผู้ชมอย่างเราๆ ได้เป็นอย่างดี ไม่ใช่แค่ความเศร้าเท่านั้น บางครั้งก็เร้าอารมณ์ให้รู้สึกลุ้นจนถึงขีดสุด หรือหลอนสุดๆ ก็เป็นได้ แต่นอกจากอนิซองจะช่วยปลุกเร้าอารมณ์ให้เข้ากับเนื้อเรื่องของอนิเมะแล้ว ในบทเพลงและทำนองของอนิซองยังสอดแทรกอิทธิพลของประวัติศาสตร์ของแต่ละช่วงไว้อย่างน่าสนใจด้วยค่ะ

’60s ยุคก่อกำเนิดอนิเมะ เสียงแจสและแผ่นไวนิล

หลังจากเจ้าหนูปรมาณูได้ออกอากาศทางโทรทัศน์เป็นอนิเมะซีรีส์เรื่องแรกในประเทศญี่ปุ่นในปี 1963 ก็ได้มีอนิเมะอีกหลายเรื่องถือกำเนิดขึ้นตามมา เช่น Ookami Shounen Ken (เคน เจ้าหนูหมาป่า*, 1963) สิงห์น้อยเจ้าป่า (1964) Mahou Tsukai Sally (จอมเวทย์มนตร์แซลลี*, 1966) สปีดเรซเซอร์ (1967) โจ สิงห์สังเวียน (1970) ฯลฯ

ในยุคนี้เอง แผ่นเสียงอนิซองแผ่นแรกของญี่ปุ่นก็ได้ถือกำเนิดขึ้น ‘Tetsuwan Atom Dai Ichi Shu’ โดย Asahi Sonorama (ราคาปก 280 เยน) ขายได้มากถึง 1.2 ล้านแผ่น ซึ่งนับเป็นการเปิดประวัติศาสตร์เพลงอนิซองที่ยิ่งใหญ่

ดนตรีพิมพ์นิยมของอนิเมะในยุคนี้เห็นจะเป็นแนวแจสซึ่งมีเสียงแตรและเครื่องเป่าทองเหลืองสะดุดหู เพราะเพลงแจสได้รับความนิยมในประเทศญี่ปุ่นอยู่ก่อนหน้านั้นมานานมากแล้ว แต่ถูกรัฐบาลแบนในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองเพื่อจำกัดให้ใช้ในเพลงโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาลเท่านั้น หลังจากสงครามสิ้นสุดลงในปี 1945 และมีทหารชาติตะวันตกตั้งถิ่นฐานในญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก เพลงแจสจึงเฟื่องฟูขึ้นอีกครั้งและทรงความนิยมอีกหลายทศวรรษจนแทรกซึมในเพลงอนิเมะหลายเรื่อง แต่อนิเมะที่ใช้เพลงแนวเอนกะซึ่งเป็นเพลงแนวดั้งเดิมของญี่ปุ่นก็มีอยู่บ้างเช่นกัน เช่น อสูรน้อยคิทาโร (1968)

70s-80s ยุคกำเนิดนักร้องรุ่นเก๋ากับเสียงเพลงร็อก

ในช่วงยุคปลาย 70 เรื่อยมาจนถึงยุค 80 เป็นยุคที่นักร้องเพลงประกอบอนิเมะโด่งดังมาก ก่อให้เกิดเจ้าพ่อ เจ้าแม่แห่งวงการเพลงอนิเมะขึ้น ไม่ว่าจะเป็น อิจิโร มิซึกิ  ผู้ได้รับสมญานามจากเด็กๆ ทั่วโลกว่า “ลูกพี่” (兄貴 อนิกิ)” หรือจักรพรรดิแห่งเพลงอนิเมะ เขาเป็นศิลปินชาวญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกคนหนึ่งและได้ร้องเพลงให้อนิเมะอมตะหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น มาซิงกาแซด, อัศวินอวกาศ เทกกาแมน, แมชชีนฮายาบุสะ, ลูแปงที่ 3, มาชินไกเซอร์ ไปจนถึงเพลงประกอบไลฟ์แอกชันทั้งมาสก์ไรเดอร์, วี 3, เอ็กซ์, สตรองเกอร์, สกายไรเดอร์, วอยซ์ลักเกอร์, วินสเป็คเตอร์, อุลตราแมนเอซ และอีกมากมาย

อิจิโร่ มิซึกิ กลายเป็นคนที่ทำให้ยอดขายอนิซองเฉลี่ยทั่วประเทศญี่ปุ่นก็สามารถก้าวขึ้นไปแตะหลักแสนก๊อปปี้ แค่อัลบัมเพลงประกอบอนิเมะเรื่องมาชินก้าแซดที่เขาขับร้องก็ทำยอดขายไปได้กว่า 70,000 แผ่น และเคียงคู่กับจักรพรรดิก็มีผู้ที่ครองตำแหน่งราชินิแห่งอนิซอง นั่นคือ โฮริเอะ มิตสึโกะ อนิเมะเรื่องที่เธอขับร้องเพลงประกอบให้ ได้แก่ โกเรนเจอร์, เซนต์เซย์ยา, แคนดี้แคนดี้ สาวน้อยจอมแก่น, เซเลอร์มูน

อนิซองของอนิเมะในยุคนี้ยังคงสืบอิทธิพลจากยุคก่อนหน้านั่นคือมีเสียงเครื่องดนตรีทองเหลืองประกอบ แต่ในช่วงปี 1980 ตอนปลายจะปรากฎเพลงแนวร็อกมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อดนตรีแนววิชวลเคย์ได้ถือกำเนิดขึ้นในญี่ปุ่น เพลงร็อกก็ได้มีบทบาทในอนิเมะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เพลงที่น่าจะเป็นตัวแทนที่ดีที่สุดของการเปลี่ยนแปลงในยุคนี้คือ ‘ชา-ลาเฮด-ชาลา’ ของดราก้อนบอล Z

เทปคลาสเซตเพลงเซนต์เซยา อัลบั้มปี 1987

คาเงยามะ  ฮิโรโนบุ  ผู้ที่ได้รับฉายว่าเป็น ‘เจ้าชายแห่งอนิซอง’  ก็ได้แจ้งเกิดในยุคนี้ เขายังเป็นหัวหน้าของวง JAM Project และเป็นผู้ประพันธ์เพลงอนิเมะ ดราก้อนบอล Z, เซนต์เซย่า, คาเมนไรเดอร์ SD, ยูกิโอ ดูเอลมอนสเตอร์ GX, เก็นไค แบทเทิล, ยูกิโอ ดูเอลมอนสเตอร์ GX, โชนิค X, โอเรนเจอร์, มาจิเรนเจอร์

นักร้องอีกท่านที่มีชื่อเสียงและเป็นหนึ่งในสมาชิกวง JAM  Project คือ ฟุคุยามะ โยชิกิ เขาได้ทำเพลงประกอบอนิเมะ ทั้งในนามของวงและผลงานเดี่ยวอีกมากมาย เช่น เพลงประกอบเรื่องโอเวอร์แมน คิงไกเนอร์, นิวเก็ตเตอร์โรโบ, นักรบเหล็กเทวะ และผลงานที่ทำให้ผู้คนจดจำเขาได้มากที่สุดก็คือการเป็นเสียงร้องเพลงของ เนกกิ บาซาร่า ตัวละครนักร้องนำและมือกีตาร์ของวง Fire Bomber ในอนิเมะเรื่อง Macross 7

ซาซากิ อิซาโอะ เจ้าพ่อในวงการเพลงประกอบอนิเมะและภาพยนตร์แปลงร่าง ผู้ร้องเพลงให้เรือรบอวกาศยามาโตะ, ขบวนการ กัชช่าแมน และคาเมนไรเดอร์ เด็นโอ เป็นต้น

ซีดีเพลงของดราก้อนบอลในปี 1986

การเสพผลงานเพลงในช่วงก่อนยุค 80 ผู้บริโภคจะเสพจากเทปคลาสเซ็ตมาโดยตลอด จนกระทั่งในปี 1982 แผ่น CD ได้ถือกำเนิดขึ้นจากการร่วมมือระหว่างฟิลลิปส์และโซนีพร้อมกับการปฏิวัติวงการเสียงดิจิตอล แผ่นซีดีสามารถยึดครองตลาดเพลงได้อย่างรวดเร็วด้วยความจุที่สามารถเก็บข้อมูลเสียงได้ยาวถึง 74  นาที (เทียบกับเทปคลาสเซ็ตซึ่งเก็บได้ด้านละ 30 นาที) และคุณภาพเสียงที่คมชัดกว่า

ที่สำคัญ ด้วยความที่แผ่นซีดีถูกประดิษฐ์ขึ้นให้เป็นสื่อเก็บเสียงที่ราคาถูกมากๆ แผ่นซีดีก็ถูกทำการตลาดให้ราคาถูกลงจากราคาประมาณ 5 พันเยนจนเหลือประมาณ 3 พันเยนซึ่งเป็นราคาที่พอกับเทปคลาสเซ็ตในปี 1989 ทั้งเครื่องเล่นแผ่นซีดีที่ราคาเปิดตัวประมาณ 168,000 เยนก็ราคาถูกลงเหลือ 5 หมื่นเยนต่อเครืองในปี 1989 เช่นกัน

90s ยุค J-POP ครองเมือง

วาดะ โคจิ (1974-2016)

ในช่วงยุค 90 เป็นช่วงที่เจป็อปเข้ามาเป็นแนวดนตรีกระแสหลักในญี่ปุ่น มีรากฐานมาจากเพลงญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมผสมผสานกับเพลงป็อปและร็อก กลายเป็นเพลงแนวใหม่ที่มีจังหวะสนุกสนานถูกใจวัยรุ่นและมีกลิ่นอายแบบญี่ปุ่นเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังมีท่อนฮุกที่ติดหูชวนให้ผู้ฟังนำกลับมาร้องซ้ำแล้วซ้ำอีกจนจำได้ขึ้นใจ  นิยมใช้เครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ มีกีตาร์ไฟฟ้า เบสกีตาร์ไฟฟ้า ออร์แกนไฟฟ้า และกลองชุด

อนิซองในยุคนี้จึงมีให้อารมณ์สนุกสนานตามไปด้วย ยิ่งมีจังหวะที่ติดหูติดใจแล้ว ประกอบกับกับความปังของอนิเมะ อนิซองจำนวนมากจึงทะยานขึ้นครองชาร์ตอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น อย่างเช่นเพลงประกอบสแลมดังก์ที่ร้องโดยวง WANDS ก็เคยครองอันดับ 1 ของโอริคอนชาร์ตในปี 1994 ทำยอดขายอัลบั้มถึงล้านแผ่น และยังมีวง T.M. Revolution และ SIAM SHADE ที่ร้องให้เรื่องซามูไรพเนจร, กันดัมซี้ด, กันดัมซี้ด เดสทินี  วาดะ โคจิ จาก Digimon Adventure 01 ซากะโมโตะ มายะ จากซากุระมือปราบไพ่ทาโรต์ มัตสึโมะโตะ ริกะ จากโปเกมอน DALI จากเรื่องเซเลอร์มูนที่เคยครองตำแหน่งเพลงฮิตอันดับหนึ่งและครองใจผู้ฟังชาวญี่ปุ่นอย่างยาวนานเช่นกัน

สู่ยุค 2000 แห่งเทคโนโลยี

May’n (ภาพจาก oricon.co.jp)

ในช่วงต้นของยุค 2000 เพลงแนวป็อป-ร็อกยังคงนิยมอยู่ และนักร้องที่เคยดังในยุคก่อนหน้าก็ยังคงมีฐานความนิยมมาจนถึงยุคนี้ ทว่าสิ่งที่เริ่มเปลี่ยนแปลงคือมีศิลปินหญิงมาร้องอนิซองมากขึ้น เช่นเดียวกับอนิเมะในยุคนี้ก็มีเปลี่ยนไปเช่นกัน แม้อนิเมะต่อสู้ผจญภัยจะยังคงได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่ง แต่ก็มีการปรับให้มีความเป็นผู้หญิงมากขึ้น เช่น สงครามระหว่างผู้หญิง หรือดำเนินเรื่องโดยตัวละครหญิงเป็นหลัก ตามความนิยมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

นักร้องที่ได้รับความนิยมมากๆ ในยุคนี้ ไม่ว่าจะเป็น May’n จากเรื่องมาครอสฟรอนเทียร์ ฮิราโนะ อายะ จิฮาระ มิโนริ โกโต ยูโกะ จากเรียกเธอว่าพระเจ้าสึซึมิยะ ฮารุฮิ Supercell จากปกรณัมของเหล่าภูต, แบล็กร็อกชูเตอร์, Guilty Crown ปฏิวัติหัตถ์ราชัน Lia จาก Air  ใต้ท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ แองเจิลบีทส์! แผนพิชิตนางฟ้า

FripSide จาก  เรลกัน แฟ้มลับคดีวิทยาศาสตร์, สาวน้อยเวทมนตร์ มาโดกะ, รักลวงป่วนใจ,ปกรณัมของเหล่าภูต LiSA จาก ปฐมบทสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ Fate/stay night: Unlimited Blade Works, พี่น้องปริศนาโรงเรียนมหาเวท, ซอร์ดอาร์ตออนไลน์

Eir Aoi

Aimer จาก Bleach เทพมรณะ, Fate/stay night: Unlimited Blade Works, Kabaneri of the Iron Fortress, นัตสึเมะกับบันทึกพิศวง FLOW จาก  โค้ด กีอัส การปฏิวัติของลูลูช  นารูโตะ นินจาจอมคาถา Porno Graffitti จาก แขนกล คนแปรธาตุ  Eir Aoi จาก ซอร์ดอาร์ตออนไลน์ โคโนมิ สุซุกิ จาก No Game No Life Re:Zero -Starting Life in Another World, ซากุระโซว หอพักสร้างฝัน, สาวมืดมนอลวนหารัก เป็นต้น

ด้านเทคโนโลยีก็มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก โซนีได้พัฒนาแผ่นบลูเรย์ซึ่งกลายเป็นแผ่นเสียงที่คุณภาพดีที่สุด ซึ่งนิยมใช้กับแผ่นเพลงลิมิเต็ดและบันทึกคอนเสิร์ต แม้จะมีราคาสูงกว่าแผ่นซีดีและดีวีดีปกติหลายเท่าตัวแต่ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยก็ยอมจ่ายเพื่อคุณภาพและคุณค่าในแง่ของสะสมนี้

นอกจากแผ่นเพลงที่จับต้องได้แล้ว การฟังเพลงแบบดิจิทัลก็ถือกำเนิดขึ้นและเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็ว มีทั้งการดาวน์โหลดเป็นไฟล์เพลงหรือฟังจากอินเทอร์เน็ตทั้งแบบถูกและไม่ถูกลิขสิทธิ์ แต่ล้วนสร้างผลกระทบต่อยอดขายของแผ่นเพลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้ค่ายเพลงต่างๆ ต้องคิดลูกเล่นใหม่ๆ เพื่อกระตุ้นยอดขาย เช่น การขายแผ่นพร้อมของแถมจำนวนจำกัด การขายสินค้าสะสมของศิลปิน รวมถึงการจัดคอนเสิร์ตและอีเวนต์หลากหลายรูปแบบเพื่อลดการพึ่งพิงรายได้จากการขายแผ่นเพียงช่องทางเดียว

แต่การมาถึงของอินเทอร์เน็ตก็ได้ทะลายพรมแดนทำให้อนิซองเข้าถึงผู้ฟังทั่วโลก ทำให้ในยุคนี้ชาวต่างชาติก็ได้ฟังอนิซองกันอย่างแพร่หลายและมีการจัดคอนเสิร์ตในต่างประเทศบ่อยขึ้น

 

ยุคสาวน้อยไอดอล

ต่อจากป็อป-ร็อกหญิง แนวอนิซองก็ได้เปลี่ยนไปอีกครั้งในช่วงประมาณปี 2010 ศิลปินที่เข้ามาเป็นส่วนสำคัญของตลาดเพลงญี่ปุ่น อีกทั้งยังทำเงินได้อย่างมหาศาลก็คือกลุ่มไอดอลหญิง กลุ่มไอดอลที่ได้รับความนิยมอย่างมากอย่างก็เช่น AKB48, Momoiro Clover Z ซึ่งได้รับการจัดอันดับให้เป็นกลุ่มไอดอลหญิงยอดนิยมตั้งแต่ปี 2013 จนถึงปัจจุบัน ในปี 2014 มีผู้เข้าชมคอนเสิร์ตมากถึง 486,000 คนซึ่งเป็นสถิติสูงสุดสำหรับนักดนตรีหญิงในญี่ปุ่น

 

 

ความนิยมนี้ก็ส่งอิทธิพลไปถึงแวดวงอนิเมะ ทำให้ในช่วงหลังปี 2010 อนิเมะแนวไอดอลก็มีมากขึ้นและเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็น Wake Up, Girls!, Aikatsu!, เลิฟไลฟ์! ปฏิบัติการไอดอลจำเป็น ซึ่งสังเกตได้ว่าอนิเมะเหล่านี้ไม่ได้ทำการตลาดแค่เฉพาะเนื้อเรื่องของอนิเมะอย่างเดียว แต่ยังขายแผ่นเพลงและตัวตนของนักพากย์และไอดอลอีกด้วย

 

 

ตัวอย่างที่น่าสนใจคืออนิซองที่ประกอบในเรื่อง เลิฟไลฟ์! ปฏิบัติการไอดอลจำเป็น ร้องโดย วง μ’s ได้ติดอันดับศิลปินที่มียอดขายดีในปี 2015 ในการจัดอันดับของโอริคอนชาร์ต โดยสามารถขาย CD, DVD และ Blu-ray ร่วม 801,000 แผ่น ซึ่งคิดเป็นมูลค่ากว่า 3,150,000,000 เยน นอกจากนี้เพลงทุกเพลงยังติดชาร์ตอันดับ 1 ทุกครั้งที่ปล่อยออกมา

 

อนิซองจึงไม่ได้มีเสน่ห์แค่ความติดหูและความรู้สึกตื่นเต้นที่อนิเมะเรื่องโปรดกำลังจะเริ่มเท่านั้น แต่ยังแฝงแง่มุมบางอย่างที่ชวนคิดเกี่ยวกับอุตสาหกรรมเพลงและสังคมของญี่ปุ่นอีกด้วย ไม่แน่ว่า…ครั้งต่อไปที่ได้ยินอนิซองเพลงใหม่ เพลงนั้นอาจจะกำลังบอกอะไรบางอย่างกับเราอยู่ก็ได้

 

ที่มา goboiano, ranker, sgcafe, honeysanime, okanation, akibasquare, onlinestation , onlinestation, wikipedia, wikipedia2, wikipedia3, wikipedia4, wikipedia5, animenewsnetwork, theguardian, theunderstatement, sony

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *