ใครที่เคยอ่านการ์ตูนเกี่ยวกับเบื้องหลังการผลิตมังงะในประเทศญี่ปุ่น เช่น ‘บาคุมัง วัยซนคนการ์ตูน’ หรือ ‘เรื่องนี้ต้องพิมพ์ซ้ำ’ คงจะได้เห็นการทำงานของกองบรรณาธิการที่มีบทบาทในทุกขั้นตอนของกระบวนการผลิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการประกบ กำกับและดูแลทีมนักเขียนพื่อให้ได้ต้นฉบับมาตีพิมพ์ตามกำหนดการ

สำหรับในประเทศไทยที่เป็นผู้ซื้อลิขสิทธิ์การ์ตูนจากญี่ปุ่นมาทำตลาดอีกที แม้จะตัดขั้นตอนการดูแลนักเขียนซึ่งเป็นพาร์ตใหญ่ออกไปแต่กองบรรณาธิการก็ยังถือเป็นคีย์แมนที่สำนักพิมพ์ขาดไม่ได้ วันนี้เรามีคุณจ๋า ผู้ดูแลภาพรวมของสำนักพิมพ์ PHOENIX และคุณหมิง หัวหน้ากองบรรณาธิการมาร่วมบอกเล่าเบื้องหลังของกองบรรณาธิการหนังสือแปลกัน

 

เรื่องไหนจะตีพิมพ์ในไทย?

หน้าที่ของกองบรรณาธิการเริ่มต้นตั้งแต่ทุกอย่างยังไม่เกิดเป็นรูปเป็นร่าง สำนักพิมพ์จะต้องมีการประชุมกันภายในเพื่อเลือกลิขสิทธิ์หนังสือที่จะนำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น ส่วนหนึ่งก็จะเป็นทางสำนักพิมพ์เจ้าของลิขสิทธิ์แนะนำเรื่องที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเรื่องที่เป็นที่นิยมและยอดขายรวมเล่มกำลังไปได้สวย หรือเรื่องที่ประกาศว่าจะผลิตหรือถูกผลิตเป็นอนิเมะแล้ว ยิ่งถ้าเป็นเรื่องที่คอนักอ่านชาวไทยรู้จักเป็นอย่างดีก็น่าพิจารณาเป็นพิเศษ

แต่อีกส่วนหนึ่งก็ต้องเป็นฝั่งสำนักพิมพ์ไทยทำการบ้านเพิ่มเติมด้วย เพราะไม่ใช่ทุกเรื่องที่ดังในญี่ปุ่นแล้วจะถูกจริตผู้อ่านชาวไทย ขณะเดียวกัน เรื่องที่ชาวไทยนิยมมากแต่ไม่ได้อยู่ในกระแสนิยมหลักของตลาดญี่ปุ่นก็มีไม่น้อย กองบรรณาธิการจึงเลือกเฟ้นหนังสือที่มีศักยภาพในการทำตลาดในประเทศไทยมากที่สุดจากปัจจัยมากมายก่อนตัดสินซื้อลิขสิทธิ์เข้ามา

 

ค่าลิขสิทธิ์ = ต้นทุนที่ซ่อนอยู่

คุณจ๋าเผยว่าอีกต้นทุนที่สำคัญของการผลิตหนังสือคือค่าลิขสิทธิ์ ซึ่งเป็นคำตอบที่ทำให้ทีมงานประหลาดใจเพราะผู้อ่านทั่วไปก็น่าจะเข้าใจว่าเป็นส่วนลดให้ผู้จัดจำหน่ายหรือค่าพิมพ์ให้โรงพิมพ์ แต่คุณจ๋าเล่าต่อว่าหากมองว่าทั้งส่วนลดและค่าพิมพ์เป็นต้นทุนที่ทุกสำนักพิมพ์ต้องจ่ายไม่ต่างกันอยู่แล้ว ค่าลิขสิทธิ์การ์ตูนถือเป็นรายจ่ายหลักที่จะส่งผลให้ต้นทุนของแต่ละสำนักพิมพ์แตกต่างกัน ส่งผลให้ราคาปกที่ผู้ซื้อต้องจ่ายต่างกันตามไปด้วย

อัตราค่าลิขสิทธิ์ของแต่ละเรื่องสูงต่ำไม่เท่ากันแล้วแต่ระดับความนิยม หากเป็นเรื่องที่ถูกสร้างเป็นแอนิเมชันแล้วลิขสิทธิ์อยู่กับคณะกรรมการผู้ผลิตแอนิเมชันที่มีหลายภาคส่วนมาเกี่ยวข้อง ค่าลิขสิทธิ์อาจถีบตัวสูงกว่าการ์ตูนหัวเรื่องรองเป็นเท่าตัว แต่ถ้าเป็นเรื่องที่เจ้าของลิขสิทธิ์ต้องการผลักดันสู่ตลาดต่างชาติก็อาจต่อรองค่าลิขสิทธิ์กันได้

 

 

โดยพื้นฐานแล้ว ค่าลิขสิทธิ์ที่สำนักพิมพ์จ่ายแก่ต้นสังกัดในญี่ปุ่นคือสิทธิในการทำซ้ำและจำหน่ายในรูปแบบรูปเล่มภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังไม่รวมค่าไฟล์ภาพ ลิขสิทธิ์ภาพหน้าปก อาร์ตเวิร์กต่างๆ รวมถึงสิทธิในการจัดจำหน่ายในรูปแบบอีบุ๊ก (ซึ่งหลายคนเข้าใจว่าขายพร้อมกับรูปเล่ม) ซึ่งทางญี่ปุ่นจะขายแยกทุกรายการ ค่าฟอนต์ภาษาไทยก็เป็นค่าใช้จ่ายต่างหากเช่นกัน ทั้งหมดขึ้นอยู่กับนโยบายของฝั่งสำนักพิมพ์ไทยว่าต้องการควบคุมต้นทุนในระดับไหนจึงจะเหมาะกับกลุ่มผู้อ่านเป้าหมาย บางสำนักพิมพ์ที่ต้องการประหยัดก็จะไม่ซื้อไฟล์ภาพประกอบและใช้วิธีนำหนังสือต้นฉบับมาสแกนและแต่งภาพเป็นภาษาไทยเอง บางสำนักพิมพ์ที่ต้องการให้ตัวเล่มใกล้เคียงกับญี่ปุ่นมากที่สุดก็จะลงทุนซื้อไฟล์ต้นฉบับที่มีความละเอียดสูงมาทำ และต้นทุนการผลิตก็จะขยับขึ้นไปตามลำดับ

กองบรรณาธิการจะเป็นผู้ร่วมกำหนดว่าจะซื้อสิทธิ์อะไรบ้าง และช่วงราคาเท่าไรจะเหมาะสมกับกำลังซื้อของกลุ่มผู้อ่านเป้าหมาย แต่ทั้งนี้ก็ต้องตกลงกับฝ่ายต้นทุนที่จะเป็นผู้อนุมัติราคาปกที่จะต้องสามารถสะท้อนต้นทุนทุกส่วนของกระบวนการผลิตได้และมีโอกาสคุ้มทุนจริง

 

 

ทำงานข้างนักแปล

หลังจากได้ลิขสิทธิ์มาแล้ว กองบรรณาธิการก็จะต้องเลือกนักแปลที่มีสไตล์เหมาะสมกับเรื่องนั้นๆ มากที่สุด ทั้งมีเคมีที่เข้ากันกับเนื้อหา มีความรู้และคลังคำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง และมีสำนวนการเขียนที่เหมาะกับบริบทในเรื่องเพื่อให้อ่านได้อย่างไหลลื่น สำนักพิมพ์ส่วนใหญ่จะใช้บริการนักแปลฟรีแลนส์ที่เป็นขาประจำ บางสำนักพิมพ์ก็มีนักแปลประจำอยู่ที่สำนักงานด้วย แต่ไม่ใช่ว่าเมื่อเลือกนักแปลได้และส่งต้นฉบับให้แล้วงานของบ.ก.จะหมดไป เพราะบ.ก.จะต้องทำงานคู่กับนักแปลคือการช่วยเกลาภาษาให้เหมาะสมกับเนื้อเรื่องและส่งพิสูจน์อักษรจนงานแปลออกมาดีที่สุด

“หน้าที่ของบ.ก.ก็คือตรวจความถูกต้องของภาษาทั้งเล่ม ทั้งคำผิดต่างๆ ก็เป็นคนตรวจเอง บางทีเขาอาจจะแปลตรงเกินไปจนอ่านไม่ค่อยรู้เรื่อง อ่านยาก เราก็ต้องนำมาปรับให้อ่านแล้วเข้าใจง่ายขึ้น” คุณหมิงกล่าว

 

กำหนดรูปเล่มที่เหมาะกับผู้อ่านไทย

คุณจ๋าเล่าว่าสำหรับสำนักพิมพ์ฟีนิกซ์จะมีมาตรฐานสเป็กหนังสือการ์ตูนและไลท์โนเวลซึ่งส่วนใหญ่จะอิงตามต้นฉบับของญี่ปุ่นเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นเทคนิกการพิมพ์ การเรียงภาพในเล่ม อาร์ตเวิร์กบนหน้าปก ฯลฯ แต่ก็มีบางส่วนที่กองบรรณาธิการตัดสินใจปรับเปลี่ยนให้เข้ากับรูปเล่มของประเทศไทยมากขึ้น

เช่น ต้นฉบับบางส่วนที่อ่านจากขวาไปซ้ายแบบญี่ปุ่นเมื่อกลับด้านเป็นซ้ายไปขวาแบบไทยอาจทำให้ผู้อ่านไม่เข้าใจจึงต้องมีการดัดแปลงการวางคำจากเดิม หรือภาพปกของหนังสือที่เราจะสังเกตได้ว่าบางครั้งอาจไม่เหมือนกับของญี่ปุ่น เพราะการออกแบบปกใหม่ในไทยอาจถูกใจรสนิยมของผู้อ่านชาวไทยมากกว่า ทั้งยังส่งผลดีทำให้ราคาปกถูกลงด้วย ทั้งหมดนี้กองบรรณาธิการจะต้องตกลงและทำงานร่วมกับฝ่ายอาร์ต มีการตรวจสอบงานทั้งโดยบรรณาธิการและทางญี่ปุ่นอยู่ตลอด

 

 

ทำให้หนังสือไม่เกิดก็เป็นงาน

กว่าหนังสือการ์ตูนจะอยู่บนหน้าแผงที่ผู้อ่านเห็นอยู่ทั่วไป กระบวนการที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นอาจใช้เวลานานกว่าครึ่งปีเป็นปกติ ในบางกรณีเฉพาะการเจรจาลิขสิทธิ์กับญี่ปุ่นอาจกินเวลาไปแล้วถึง 4-5 เดือน ไหนจะมีการแปล พิสูจน์อักษร อาร์ตเวิร์ก ส่งพิมพ์และจัดจำหน่าย จึงเป็นเรื่องปกติที่กว่าหนังสือเรื่องนั้นจะได้เกิดจริงๆ กระแสนิยมก็ดับไปแล้ว

“เราก็พิจารณาที่จะไม่ออกค่ะ” คุณจ๋าตอบพร้อมให้เหตุผล “ลองคิดถึงหน้าร้านที่มีพื้นที่จำกัด ถ้าคุณเอาหนังสือที่ไม่มีใครสนใจแล้วไปวาง ทั้งคนขายทั้งคนซื้อคงไม่มีใครอยากให้มันไปเบียดที่หนังสือที่มีคนรอติดตามอยู่ เราต้องพิจารณาหยุดการผลิตก่อนที่จะเกิดค่าใช้จ่ายที่ไม่เกิดประโยชน์มากไปกว่านี้”

คุณจ๋าเล่าต่ออีกว่ากองบรรณาธิการก็ต้องคอยสังเกตทิศทางของตลาดขนานไปกับกระบวนการผลิตที่เดินไปข้างหน้าตลอดเวลา และต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาดที่จะยกเลิกแผนการทำหนังสือใหม่หากพบว่าอนาคตของหนังสือเรื่องนั้นเสี่ยงเกินไป เพราะหากฝืนผลิตและยอมแบกค่าพิมพ์ซึ่งเป็นต้นทุนก้อนโตจะกลายป็นผลเสียต่อสำนักพิมพ์มากกว่า

 

ไม่ได้จบแค่ส่งไฟล์ให้โรงพิมพ์

เมื่อไฟล์ต้นฉบับพร้อมสั่งพิมพ์แล้ว ถึงเวลาที่กองบรรณาธิการจะต้องสรรหาโรงพิมพ์ที่จะเป็นซัพพลายเออร์ที่ให้ต้นทุนถูกที่สุดโดยสามารถรักษาคุณภาพงานพิมพ์ตามที่สำนักพิมพ์กำหนด บ่อยครั้งกองบรรณาธิการจะต้องไปถึงโรงพิมพ์เพื่อตรวจสอบเพลต (แม่พิมพ์โลหะที่ฉลุเป็นลายการ์ตูนตามต้นฉบับแล้วกลึงด้วยหมึกเป็นลายภาพบนกระดาษ) เช็คสีที่แท่นพิมพ์เพื่อให้แน่ใจว่าสีไม่เพี้ยนไปจากที่เห็นในคอมพิวเตอร์ และดูเล่มตัวอย่างอย่างละเอียดว่ารูปเล่มที่จะออกมาจะเป็นตามที่ต้องการ เรียกได้ว่าบรรณาธิการจะมีความรู้เกี่ยวกับการผลิตคอนเทนต์อย่างเดียวไม่พอ แต่ยังต้องมีความรู้เกี่ยวกับการทำงานของแท่นพิมพ์และการผลิตอีกด้วย

 

ออกโปรโมชันให้โดนใจ

บทบาทของกองบรรณาธิการยังครอบคลุมไปถึงการร่วมคิดแผนการตลาดให้หนังสือ โดยเฉพาะสินค้าพรีเมียมที่ถือเป็นตัวช่วยสำคัญในการกระตุ้นยอดขาย กองบ.ก.และส่วนงานที่เกี่ยวข้องจะต้องประชุมกันเพื่อตัดสินว่าหนังสือเล่มไหนควรจัดเซ็ตสินค้าพิเศษหรือทำของแถม การจัดเซ็ตสินค้าควรมีอะไรอยู่ในชุดบ้าง ส่วนหนึ่งก็จะพิจารณาจากเสียงเรียกร้องจากลูกค้าทางช่องทางต่างๆ ส่วนหนึ่งก็ดูจากรายการของพรีเมียมที่มีในญี่ปุ่นและไต้หวันอยู่แล้ว เมื่อเลือกได้แล้วว่าจะทำอะไร ฝ่ายอาร์ตก็จะออกแบบทั้งตัวสินค้าและบรรจุภัณฑ์ก่อนส่งไปให้ทางญี่ปุ่นอนุมัติก่อนผลิตจริงทุกครั้ง

กิจกรรมแจกลายเซ็นเองก็ถือเป็นดาวเด่นที่บรรดาสำนักพิมพ์ต่างก็อยากให้มี บางสำนักพิมพ์ก็ยินดีจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อให้นักเขียนตัวจริงมาพบแฟนๆ ในประเทศไทยเพราะสามารถสร้างสีสัน ความรู้สึกผูกพันกับหนังสือเรื่องนั้นๆ และเป็นการกระตุ้นยอดขายด้วย แต่ก็สุดแล้วแต่ว่าต้นสังกัดที่ญี่ปุ่นจะดันหนังสือเรื่องนั้นๆ มากเพียงใด คิวงานของนักเขียนว่างหรือไม่ และเหนือสิ่งอื่นใด หากนักเขียนไม่ยินยอมปรากฎตัวในสื่อสาธารณะหรือไม่ได้ชอบออกงาน กิจกรรมลักษณะนี้ก็เกิดขึ้นยาก

แน่นอนว่าไม่ว่าจะเป็นของพรีเมียม กิจกรรมแจกลายเซ็น หรือโปรโมชันใดๆ ล้วนมีรายจ่ายที่บ.ก.จะต้องช่วยกันชั่งใจว่าหากลงมือทำแล้วจะส่งผลให้ยอดขายสูงขึ้นคุ้มค่ากันหรือไม่

 

 

ประกาศขึ้นราคา – ข่าวที่ไม่มีใครอยากได้ยิน

ในภาวะที่หนังสือในไทยปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้ผู้อ่านหลายคนเริ่มกังวลและตัดสินใจซื้อยากขึ้น คุณจ๋าและคุณหมิงเชื่อว่าท่ามกลางต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ทุกสำนักพิมพ์ต่างก็พยายามตัดต้นทุนให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้อยู่แล้ว แต่เนื่องจากตลาดของไลท์โนเวลและการ์ตูนได้ยื้อราคาเดิมมานาน ประกอบกับสำนักพิมพ์ก็ไม่อยากขึ้นราคาเพราะเกรงว่าจะเสียลูกค้า ทำให้ผู้บริโภคมีเพดานราคาที่กำหนดตายตัวไว้ในใจว่าหากเกินเท่านี้คือแพง เมื่อมีการประกาศขึ้นราคาแต่ละครั้งจึงส่งแรงสะท้อนค่อนข้างมาก

แต่ไม่ว่าจะลดต้นทุนให้ต่ำเพียงใด ข้อจำกัดเรื่องสเป็กการพิมพ์ที่ตกลงกับทางญี่ปุ่นและความคาดหวังของผู้อ่านที่มีเล่มก่อนหน้าเป็นตัวเปรียบเทียบจะเป็นจุดตันที่สำนักพิมพ์จะลดสเป็กเพื่อประหยัดต้นทุนลงกว่านี้ไม่ได้อีก แม้กองบรรณาธิการต่างก็หนักใจทุกครั้งที่จะประกาศขึ้นราคา แต่ก็เป็นเรื่องจำเป็นเพื่อที่สำนักพิมพ์จะสามารถส่งมอบงานโดยรักษาคุณภาพระดับเดิมได้และเพื่อให้หนังสือเรื่องนั้นตีพิมพ์ต่อไปได้

นอกจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นตามเวลาแล้ว บางครั้งราคาของหนังสือเล่มแรกๆ ก็อาจถูกสำนักพิมพ์ตรึงไว้ในราคาถูกกว่าต้นทุนจริงเพื่อให้ลูกค้าได้ทดลองอ่านก่อน

“บางครั้งเรายอมเปิดตัวเรื่องใหม่แบบติดตัวแดงเพื่อดูฟีดแบ็คของลูกค้า แต่อย่างที่บอกว่าสุดท้ายถ้าเราทำหนังสือทั้งซีรีย์ 12 เล่ม แล้วยังขาดทุนไปถึงเล่ม 5 เล่ม 6 เราก็คงไม่ได้รับอนุมัติให้ทำจนจบซีรีย์ค่ะ (หัวเราะ) มันก็จะถึงจุดจุดหนึ่งที่ว่าถึงไม่ได้กำไรแต่ก็ขอไม่ขาดทุน เพราะเราจะได้อธิบายกับฝ่ายอื่นๆ ได้ว่าทำไมเราถึงยังทำเรื่องนี้อยู่” คุณจ๋าอธิบายเสริม

 

 

ลูกค้าซื้อไปแล้ว งานก็ยังไม่จบ

ผลตอบรับจากลูกค้าเป็นสิ่งที่กองบรรณาธิการจะต้องรับไว้เพื่อกำหนดแนวโน้มของหนังสือเล่มต่อไป มีทั้งผ่านเซลของร้านค้าปลีกที่มีข้อมูลยอดขายและพฤติกรรมของลูกค้าที่หน้าร้าน และความคิดเห็นต่างๆ ที่ผู้อ่านส่งถึงสำนักพิมพ์โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นแฟนเพจเฟซบุ๊กหรืออีเมลของสำนักพิมพ์ หากพบปัญหาก็ต้องย้อนไปหาสาเหตุในกระบวนการผลิตแล้วแก้ไขในเล่มต่อไปให้ได้

แต่คุณจ๋าก็เผยว่ายังไม่เคยมีเล่มไหนที่ยอดขายแย่จนน่าเป็นห่วงและไม่มีแผนจะลอยแพเรื่องใดๆ มีบ้างที่การ์ตูนบางเรื่องมีศักยภาพดีแต่กลับมียอดขายนิ่ง เมื่อขุดลึกลงไปก็พบว่ามีลักษณะเฉพาะ เช่น กลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่ได้แวะไปตามแผงหนังสือการ์ตูน เมื่อปรับช่องทางการขายให้เข้าถึงลูกค้าก็พบว่ายอดขายดีขึ้น การติดตามผลตอบรับหลังการขายจึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้สำนักพิมพ์สามารถพัฒนาและส่งมอบความตั้งใจให้ไปถึงลูกค้าจริงๆ ไม่ใช่เพียงซื้อลิขสิทธิ์มาแปล สั่งพิมพ์แล้วจบไป

 

เริ่มจากไอเดียว่าจะเลือกการ์ตูนเรื่องไหนเข้าไทย จนถึงการตีพิมพ์เล่มแล้วเล่มเล่า บรรณาธิการได้เข้าไปมีบทบาทอยู่ในทุกขั้นตอนและเป็นบุคคลสำคัญที่กระบวนการผลิตขาดไปไม่ได้ เปรียบได้ว่าหากวาทยากรของวงออเคสตราเป็นผู้ที่อำนวยเพลงจากนักดนตรีนับร้อยให้เกิดเป็นเพลงเพราะหนึ่งเดียวฉันใด กองบรรณาธิการก็เป็นวาทยากรที่ควบคุมการดำเนินไปของหนังสือจากการประสานทุกส่วนงานของสายพานการผลิตเพื่อทำให้หนังสือเล่มหนึ่ง ‘เกิด’ ฉันนั้น

 

ขอขอบคุณสำนักพิมพ์ PHOENIX ที่ได้เอื้อเฟื้อความรู้และสถานที่ถ่ายภาพ ณ โอกาสนี้

ยังมีบทความ ข่าวสาร และสาระดีๆ เกี่ยวกับการ์ตูนอีกมากมาย!

ติดตามอัพเดตไวสุดๆ ทางทวิตเตอร์! |

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *